ปีแรกของระยะทาง: ความหวานที่พยายามรักษา
แม้ระยะทางจะห่างกันหลายพันไมล์และเวลาที่ต่างกันถึง 7 ชั่วโมง แต่ปีแรกกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พี่เอกทำหน้าที่ "แฟนที่ดี" อย่างสม่ำเสมอ
ทุกเช้าที่เขาตื่น หรือทุกคืนก่อนที่แพรจะนอน หน้าจอโทรศัพท์จะสว่างขึ้นพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มของเขาเสมอ
พี่เอกคอยส่งรูปวิวสวยๆ ในอังกฤษ อาหารที่เขาทดลองทำ หรือแม้แต่งานวิจัยที่แสนเคร่งเครียดให้แพรดู เพื่อให้เธอรู้สึกว่าเขายังอยู่ในชีวิตประจำวัน
“วันนี้พี่คิดถึงหนูมากเลยครับ... รอพี่อีกนิดนะครับ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับไปกอดหนูให้ได้”
และเขาก็ทำตามสัญญา พี่เอกยอมเหนื่อยบินกลับไทยทุก 3-4 เดือน
ภาพที่เขาถือกระเป๋าใบเล็กพร้อมดอกกุหลาบแดง ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้านแพร ยังคงเป็นภาพที่ชุบชูใจเธอได้เสมอ
คืนเหล่านั้นทั้งคู่นิ่งเงียบกอดกันราวกับจะชดเชยเวลาที่หายไป
“หนูคิดถึงพี่มากเลยค่ะ... หนูกลัวพี่จะไม่กลับมา” แพรซบอกเขาพลางร้องไห้เบาๆ ในคืนหนึ่งที่ทะเลโอบล้อมด้วยความเงียบ
“พี่จะกลับมาหาหนูทุกครั้งที่ทำได้ครับแพร... พี่สัญญา พี่รักหนูจริงๆ” เขากระซิบตอบพร้อมจูบซับน้ำตา
ปีที่ 2 และ 3 บททดสอบความมั่นคง
ทว่า... เมื่อเวลาล่วงเข้าสู่ปีที่สาม "ความจริง" เริ่มกัดกินความสม่ำเสมอ งานวิจัยระดับ Postdoc เริ่มเข้มข้นขึ้น จนพี่เอกแทบไม่ได้นอน
ตารางงานที่ต้องดีลกับโซนเวลาอื่นทำให้เขาหัวหมุน
การวิดีโอคอลที่เคยมีทุกวันเริ่มลดน้อยลงจนเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จากการพูดคุยยาวเหยียดกลายเป็นข้อความสั้นๆ อย่าง "สวัสดีครับ" หรือ "ฝันดีครับ"
ความเหงาเริ่มทำงานในใจแพร ห้องที่เคยอบอุ่นเพราะมีพี่เอก ตอนนี้กลับว่างเปล่าและเงียบเหงาเกินทน
เธอเริ่มส่งข้อความน้อยลง เริ่มตอบช้าลง เพราะความน้อยใจที่สะสม จนในที่สุดกำแพงแห่งความเข้าใจก็พังทลายลงในค่ำคืนหนึ่ง
“พี่เอกยุ่งขนาดไหนคะ ถึงตอบหนูช้าขนาดนี้?” แพรเริ่มถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าผ่านหน้าจอ
“พี่ไม่ได้ตั้งใจครับแพร... พี่เหนื่อย พี่ต้องส่งโปรเจกต์ภายในคืนนี้จริงๆ” พี่เอกตอบด้วยสีหน้าอิดโรย
“หนูก็เหนื่อยค่ะ! แต่หนูยังหาเวลาคอยพี่ทุกวัน... หนูแค่กลัว พี่เข้าใจไหม? กลัวว่าพี่จะเจอคนที่ดีกว่าที่นั่นแล้วลืมหนูไปแล้ว!” แพรปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
คำสัญญาเริ่มดูจางลง เมื่อไร้ซึ่งสัมผัสตัวตนจริงๆ ระยะทางเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ นั่นคือการสร้าง "ความห่าง" ที่กัดกินความเชื่อใจไปทีละน้อย
การปรากฏตัวของ 'ถ่านไฟเก่า'
ในขณะที่แพรกำลังเคว้งคว้าง พี่กรที่แอบรู้เรื่องความระหองระแหงนี้จากพี่แอนก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
เขามักจะแอบมองแพรจากไกลๆ ในคณะ เห็นแววตาที่หม่นแสงลงของเธอแล้วหัวใจเขาก็สั่นไหว
ความผิดพลาดในอดีตทำให้เขาอยากชดเชย และตอนนี้โอกาสนั้นดูเหมือนจะมาถึง
เขาส่งข้อความหาเธออีกครั้งในรอบหลายปี... “แพร... พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับ พี่รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ แต่พี่แค่... อยากรู้ว่าหนูเป็นยังไงบ้าง”
แพรอ่านข้อความนั้นด้วยใจที่สั่นสะท้าน เธอรีบลบมันทิ้งทันที แต่ชื่อของ "กร" กลับยังติดค้างอยู่ในความคิด
ความเจ็บปวดในอดีตกับความเหงาในปัจจุบันเริ่มปะทะกันในใจ แพรยังรักพี่เอกและอยากรอเขา แต่คำถามที่ว่า "ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน?" เริ่มดังขึ้นในหัวทุกวันที่เธอกลับบ้านมาเจอแต่ความว่างเปล่า
ในขณะที่พี่เอกพยายามประคองรักด้วยพลังที่เหลือเพียงน้อยนิด... พี่กรกลับยืนรออยู่ตรงที่เดิม พร้อมจะทำหน้าที่เป็น "คนแก้เหงา" ทุกเมื่อที่แพรเปิดใจ
[เย็นวันนั้น... ระหว่างทางกลับบ้าน]
ท้องฟ้าสีส้มอมม่วงค่อยๆ ดับลงเหลือเพียงความมืด
แพรนั่งหน้าเสียอยู่บนรถที่จอดสนิทอยู่ข้างทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว
เครื่องยนต์ดับเงียบสนิทเหมือนหัวใจของเธอในตอนนี้
แพรพยายามกดโทรหาพี่เอกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันขึ้นเพียงสัญญาณว่างที่ไม่มีคนรับ... 7 ชั่วโมงที่ต่างกันที่อังกฤษ พี่เอกอาจจะกำลังประชุมหรือหลับลึกด้วยความเหนื่อยล้า
“พี่เอก... รับสายหนูหน่อยเถอะ” แพรพึมพำ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
เธอโทรหาพี่แอน ซึ่งพี่แอนบอกว่าจะรีบประสานช่างให้แต่ต้องใช้เวลา
แพรลงมายืนข้างรถ ความหนาวและความเงียบของถนนทำให้ความโดดเดี่ยวที่พยายามซ่อนไว้ปะทุออกมา
น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มเงียบๆ เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง เธอกวาดสายตาไปตามถนนที่ว่างเปล่า
ทว่า... ท่ามกลางแสงไฟถนนที่สลัว แสงไฟจากรถคันหนึ่งก็ชะลอและจอดเทียบข้างหลัง
พี่กร ก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางรีบร้อน เขาเดินเข้ามาหาแพรที่กำลังปาดน้ำตา “แพร! รถเป็นอะไรครับ? พี่ขับผ่านมาเห็นรถคุ้นๆ เลยรีบจอด”
แพรชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกในใจมันตีกันยุ่ง ทั้งขอบคุณและอยากผลักไส
พี่กรไม่รอช้าเขาเปิดฝากระโปรงรถเช็กเบื้องต้นให้ด้วยความชำนาญ ก่อนจะกดโทรศัพท์เรียกช่างที่รู้จักให้มาด่วนที่สุด
“ไม่ต้องร้องแล้วนะแพร... พี่อยู่นี่แล้ว ช่างกำลังมาครับ” พี่กรพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแบบที่เขาเคยใช้ในอดีต สายตาเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและแฝงไปด้วยความหวังเล็กๆ
แพรมองแผ่นหลังของเขาที่เดินวุ่นวายจัดการเรื่องรถให้เธอจนเสร็จ แม้จะรู้สึกขอบคุณจากใจจริง แต่เธอก็เตือนตัวเองเสมอ... “ความใจดีในวันที่เหงา ไม่ใช่เหตุผลที่จะกลับไปรักคนที่เคยทำร้ายเรา”
- เช้าวันต่อมา... ที่ห้องพักครู -
แพรเดินเข้ามาพร้อมถุงขนมแบรนด์ดังราคาแพง
เธอตั้งใจเอามาให้พี่กรเพื่อ "ปิดบัญชี" น้ำใจเมื่อคืน เธอไม่อยากติดค้าง และไม่อยากให้เขารู้สึกว่า นี่คือช่องว่างที่จะกลับมาแทรกซึมได้
“พี่กรคะ... ขนมนี้หนูซื้อมาขอบคุณเรื่องเมื่อคืนค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ที่ช่วยหนูไว้” แพรพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มีระยะห่างชัดเจน
พี่กรยิ้มกว้าง รับขนมมาด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด “ไม่เป็นไรเลยครับแพร พี่เต็มใจ... จริงๆ ไม่ต้องลำบากซื้อมาให้พี่ก็ได้ แค่เห็นแพรปลอดภัยพี่ก็...”
“อาจารย์กร!!!”
เสียงแหลมสูงปรี๊ดของ อ.วิภา ดังขึ้นพร้อมกับการกระชากประตูห้องพักครูเข้ามา
เธอเห็นแพรยืนอยู่กับพี่กร และเห็นถุงขนมในมือพี่กร ความโกรธแค้นที่สะสมมานานระเบิดออกมาทันที
“หน้าด้าน! นี่แกยังไม่เลิกยุ่งกับเขาอีกเหรอ? ผัวตัวเองไปเรียนต่อเมืองนอกไม่กี่ปี ก็ทนเหงาไม่ได้จนต้องวิ่งมาหาถ่านไฟเก่าเลยเหรอแพร!” วิภาแผดเสียง สาดเสียเทเสียจนอาจารย์ห้องข้างๆ เริ่มโผล่หน้ามาดู
“อาจารย์วิภา! หยุดพูดจาทุเรศๆ แบบนั้นนะ!” พี่กรพยายามจะห้าม แต่วิภายิ่งได้ใจ
“ทำไมจะพูดไม่ได้! ดูมันทำตัวสิคะกร แต่งตัวสวยๆ มาอ่อยผู้ชายไปวันๆ นี่คงกะจะเก็บไว้ทั้งสองคนเลยใช่ไหม? ร่านจริงๆ!”
แพรยืนนิ่ง มือที่กำกระเป๋าแน่นจนสั่น เธอไม่ได้ร้องไห้เหมือนเมื่อก่อน สายตาที่มองวิภาเต็มไปด้วยความสมเพช