ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 คนชั่วสมคบคิดกัน

            เมื่อเดินทางมาถึงวังหลวงประตูวังมีนางกำนัลมายืนรอรับมู่อวิ๋นจิ่นอยู่แล้ว พอนางเห็นมู่อวิ๋นจิ่นก็รีบโค้งทำความเคารพ

            “ไท่เฟยรอพระชายาอยู่ในสวนดอกเหมยเพคะ” นางกำนัลเล่า

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับแล้วเดินทางไปที่สวนดอกเหมยโดยมีนางกำนัลนำทาง

            พอมาถึงก็เห็นฉินไท่เฟยนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจ โดยที่โต๊ะมีของว่างจัดเรียงอย่างประณีต พร้อมทั้งมีนางกำนัลนั่งพัดให้

            ทันทีที่ฉินไท่เฟยเห็นมู่อวิ๋นจิ่นก็พลันกวักมือเรียกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “จิ่นเอ๋อร์ รีบมานี่เร็ว”

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปทำความเคารพ“คารวะท่านไท่เฟย”

            “รีบมานั่งข้างอายเจียเร็วเข้า” ฉินไท่เฟยตีเบา ๆ ไปตรงที่ว่าง

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งข้างฉินไท่เฟย

            ด้านแม่นมชวีที่ยืนอยู่ด้านข้างรินน้ำชาให้มู่อวิ๋นจิ่นก่อนพูดยิ้ม ๆ “นี่เป็นชาดอกเหมยที่ไท่เฟยโปรดที่สุด ฤดูกาลนี้เหมาะจะดื่มคลายร้อนเพคะ”

            “ขอบใจแม่นม” มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มมุมปาก

            “อืม เป็นรสชาติที่ดีจริง ๆ” มู่อวิ๋นจิ่นออกปากชม

            ฉินไท่เฟยมองมู่อวิ๋นจิ่นด้วยความเอ็นดูรักใคร่พลางเล่าว่า “ช่วงหลายวันมานี้อากาศเริ่มร้อนขึ้น จนอายเจียรู้สึกหงุดหงิดใจ สองสามวันก่อนอายเจียจึงให้คนไปตามหาหลานทว่าบ่าวในจวนกลับบอกว่าหลานกับลี่เอ๋อร์ไปข้างนอกด้วยกัน วันนี้เพิ่งรู้ว่าหลานกลับมาจึงส่งคนไปเชิญ”

            จากนั้นฉินไท่เฟยพูดเสริมขึ้นอีกประโยคว่า“ดูท่าแล้ว ความสัมพันธ์ของหลานกับลี่เอ๋อร์แนบแน่นไม่น้อย”

            พอเอ่ยถึงฉู่ลี่มู่อวิ๋นจิ่นกลับนิ่งไปด้วยยังขัดเคืองเขา แต่กลับตอบด้วยรอยยิ้มว่า “หลานอยู่ในจวนรู้สึกเบื่อหน่ายจึงร้องขอติดตามฉู่ลี่ไปด้วยเพคะ”

            “ดูหลานพูดเข้าสิ อายเจียไม่เคยเห็นใครติดตามลี่เอ๋อร์ไปได้สักคนเดียว” ฉินไท่เฟยแอบอมยิ้ม

            หลังจากนั้นฉินไท่เฟยเหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้พลันถอนหายใจออกมา “เห้อ ไม่นานมานี้ ตระกูลเวินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนรับเคราะห์ไปหมดที่จริงอายเจียชอบเวินหรูฮั่นอยู่ไม่น้อย แต่คิดไม่ถึงว่าจิตใจของนางช่างน่ากลัวนักบังอาจคิดทำร้ายหลานสาวราชครูจ้วง คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจเลยเสียจริง”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้แต่ก้มหน้าก้มตายิ้มอ่อนๆ ไม่ได้เอ่ยคำใดกลับไป

            หากนางเล่าให้ฉินไท่เฟยฟังว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะฉู่ชิงเฉียงมีหวังฉินไท่เฟยคงต้องตระหนกตกใจเป็นแน่ แต่เอาเป็นว่าอย่าเล่าเรื่องราวให้ฉินไท่เฟยต้องทุกข์ใจเลยจะดีเสียกว่า

            “ใช่แล้ว หลานสาวของราชครูจ้วง อายเจียเคยเจอหน้าอยู่สองสามครั้ง นางชื่ออวี้เหยียนใช่ไหม?เดี๋ยวมีเวลา ให้หลานนัดนางมาคุยเล่นกับอายเจียเสียหน่อยแล้วกัน” ฉินไท่เฟยบอก

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับพลางกวาดสายตามองไปที่สวนดอกเหมยรอบตัว“ปีนี้ดอกเหมยออกดอก ผลิใบกันอย่างสะพรั่ง ช่างงดงามเหลือเกินเพคะ”

            “แน่นะสิ นี่เป็นพันธุ์เหมยหายากที่ให้ลี่เอ๋อร์ไปเสาะหาและขนมาอย่างยากลำบากดอกเหมยพันธุ์นี้จะออกดอกตลอดทุกฤดูกาล” ฉินไท่เฟยเล่าอย่างภาคภูมิ

            “ใครจะเหมือนยัยแก่เจิ้งไทเฮาที่ชื่นชมแต่สวนต้นเฟิง[1] กับใบแห้งเหี่ยวพวกนั้นด้วย”

            พอได้ยินฉินไท่เฟยเรียกเจิ้งไทเฮาว่ายัยแก่มู่อวิ๋นจิ่นกลับหัวเราะออกมา “ไท่เฟยพูดถูกต้องเพคะ”

            พอเห็นมู่อวิ๋นจิ่นเห็นด้วยฉินไท่เฟยยิ่งรักใคร่มู่อวิ๋นจิ่นเพิ่มขึ้นทวีคูณ ชี้ไปที่ขนมที่จัดเรียงอยู่บนโต๊ะ“รีบทานเข้า ของว่างเหล่านี้เพิ่งสั่งให้ห้องครัวทำสดใหม่โดยเฉพาะ”

            มู่อวิ๋นจิ่นเอื้อมมือไปหยิบของว่างขึ้นมาลิ้มลอง

            จังหวะนั้นเองมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง “เจิ้งไทเฮาเสด็จแล้ว!”

            “ลี่เฟยเสด็จแล้ว!”

            “องค์หญิงห้าเสด็จแล้ว!”

            พอได้ยินชื่อที่มู่อวิ๋นจิ่นเกลียดขี้หน้ามากันอย่างครบครันมู่อวิ๋นจิ่นจึงเลิกคิ้วหันมองหน้าฉินไท่เฟย

            ฉินไท่เฟยแอบด่าพร้อมกับตบโต๊ะอย่างไม่พอใจ“มาที่นี่ทำไมกัน! อายเจียยังไม่อนุญาตถือดีอย่างไร บุกรุกเข้ามาในสวนดอกเหมย หรือว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่กันต่อไปอีกแล้ว?”

            “เซียงเสียน อารมณ์ร้อนอะไรแต่เช้าเลย” เสียงของเจิ้งไทเฮาดังขึ้น พร้อมกับเดินนวยนาดเข้ามาโดยมีลี่เฟยและฉู่ชิงเฉียงประคองซ้ายขวา

            ฉินไท่เฟยกลอกตามองบนอย่างไม่พอใจ“ครั้งหน้าจะทำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว! หากขืนบุกรุกเข้ามาในสวนของอายเจียโดยไม่รับอนุญาตอีกอาจเจียจะให้คนไล่ตีกลับไป แล้วอย่าหาว่าอายเจียไม่ไว้หน้าแล้วกัน!”

            ลี่เฟยกับฉู่ชิงเฉียงถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

            เจิ้งไทเฮากลับหัวเราะขึ้นมาขณะเยื้องย่างไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วกวักมือเรียกลี่เฟยกับฉู่ชิงเฉียง “พวกเจ้าสองคนก็นั่งเสียเถอะ”

            “ไทเฮาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าบ้านอย่างไรอย่างนั้น” ฉินไท่เฟยเหน็บแนบเบา ๆ

            “อืม เจ้ากับข้านับเป็นพี่น้องกัน ลี่เฟยเป็นสนมที่ฝ่าบาทโปรดปราน ส่วนฉู่ชิงเฉียงก็เป็นนับเป็นหลานคนหนึ่งเห็นไหมที่นี่มีแต่คนกันเองทั้งนั้นเลย?” เจิ้งไทเฮาอธิบายพลางส่งสายตามาที่มู่อวิ๋นจิ่น

            ฉินไท่เฟยได้ฟังดังนั้นก็ขี้เกียจต่อปากต่อคำ เรียกให้แม่นมชวีไปจัดชุดน้ำชามา

            …

            “เซียงเสียน ชาดอกเหมยของเจ้าที่นี่รสชาติไม่เลว เปรี้ยวหวานกลมกล่อม คลายกระหายได้ดีจริงๆ” เจิ้งไทเฮาเอ่ยหลังจากจิบชา

            “แน่นอนอยู่แล้ว น้ำชาและของว่างล้วนรังสรรค์ขึ้นมาจากห้องครัวส่วนตัวอย่างพิถีพิถันย่อมดีกว่าห้องครัวส่วนกลางแน่นอน” ฉู่ชิงเฉียงเอ่ยบ้างหลังจิบน้ำชา

            ลี่เฟยพยักหน้าเห็นด้วยกับที่ฉู่ชิงเฉียงเอ่ยขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นไม่แยแสจะมองคนทั้งสามที่มาด้วยรู้ว่าคนชั่วทั้งสามต้องสมคบคิดกันมาทำเรื่องชั่วร้าย

            คิดยังไม่ทันจบเจิ้งไทเฮากลับเอ่ยเรียกมู่อวิ๋นจิ่นเข้า “อวิ๋นจิ่นก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ อายเจียไม่พบเสียนานดูงามขึ้นไม่น้อยเลย” เจิ้งไทเฮายิ้มเจ้าเล่ห์ให้

            มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มเจื่อนๆ ตามมารยาท “ขอบพระทัยไทเฮา”

            “ถ้ามีเวลาไปเยี่ยมหาอายเจียบ้าง อายเจียไม่ใช่คนใจร้ายไส้ระกำ อย่าทำตัวเหินห่างไปเลย”เจิ้งไทเฮากล่าว

            ฉินไท่เฟยฟังแล้วแสยะยิ้มทันที“ฉินมูเยว่ใกล้กลับเมืองหลวงมาแล้วมิใช่หรือ? แล้วจะให้จิ่นเอ๋อร์ไปทำอะไรที่นั่นเล่า?”

            “อ่อ อายเจียเกือบลืมไปเลย มู่เยว่ใกล้กลับมาแล้ว อายเจียจะได้มีคนพูดคุยด้วยไม่เบื่อหน่ายอะไรแบบนี้แล้ว”

            “ไทเฮาคงลืมไปแล้วกระมัง แต่ก่อนมู่เยว่ชอบเล่นกับองค์ชายหกมากที่สุด ก่อนที่นางจะเดินทางไปทำศึกวัน ๆ เอาแต่คลุกตัวที่จวนลี่เฉวียนขององค์ชายหก มีหรือที่มู่เยว่จะคิดถึงพวกเรา” ฉู่ชิงเฉียงแขวะไปพลางหันมองมู่อวิ๋นจิ่นไปพลาง

            เจิ้งไทเฮารีบพยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ ๆอายเจียเลอะเลือนไปหน่อย ลืมไปว่ามู่เยว่กับลี่เอ๋อร์เป็นดั่งกิ่งทองใบหยก”

            “นั่นสิเพคะ ทุกครั้งที่หม่อมฉันพบองค์ชายหกจะพบคุณหนูฉินมู่เยว่ตามติดไปด้วยทุกที่ทั้งสองคนดูแล้วช่างเหมาะสมเป็นคู่กันเพคะ”

            ด้านลี่เฟยก็จ้องมองไปทางมู่อวิ๋นจิ่นเช่นกัน“โอ้ เกือบลืมไปเลยว่าพระชายาหกอยู่ที่นี่ด้วย พวกเราอาจพูดเรื่องส่วนตัวไปหน่อย ขออย่าได้เอาไปใส่ใจเลย”

            ฉินไท่เฟยเข้าใจสิ่งที่ทั้งสามคนช่วยกันพูดแขวะมู่อวิ๋นจิ่นจึงตัดบทไปว่า “ลี่เอ๋อร์กับมู่เยว่ต่างผ่านพิธีปักปิ่นเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว หากสองคนนั้นมีใจปฏิพัทธ์ต่อกันคงไม่ปล่อยเวลาให้ยืดยาวล่วงเลยถึงตอนนี้หรอก”

            “พวกเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่ โต ๆ กันแล้ว อย่าได้เพ้อเจ้อกันไปเลย ตอนนี้ลี่เอ๋อร์กับจิ่นเอ๋อร์มีกันและกันคงมิอาจรับใครอื่นได้อีกแล้ว”

            คำพูดของฉินไท่เฟยทำให้มู่อวิ๋นจิ่นขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนต้องก้มหน้าก้มตาแก้เขิน พูดก็พูดเถอะมู่อวิ๋นจิ่นเริ่มสงสัยในตัวของฉินมู่เยว่ขึ้นมามากกว่าเก่าเสียขึ้นแล้ว

            “ตั้งแต่ที่มู่เยว่เข้าพิธีวัยปักปิ่นแล้ว ได้เสนอตัวออกไปทำศึก ในใต้หล้าแห่งนี้จะมีสตรีเสียกี่คนที่กล้าหาญทำเช่นนี้อายเจียได้ยินได้ฟังมาว่าลี่เอ๋อร์ได้เคยให้สัญญากับมู่เยว่ไว้ข้อหนึ่ง ประเดี๋ยวรอให้มู่เยว่ทำศึกเสร็จค่อยกลับมาทวงคำสัญญาที่ลี่เอ๋อร์เคยให้ไว้”

            “หากมู่เยว่ต้องการเป็นพระชายาขององค์ชายขึ้นมา ลี่เอ๋อร์จะทำอย่างไร?”

            “อย่างไรเสีย ลี่เอ๋อร์เป็นถึงองค์ชาย วาจามีค่ายิ่งกว่าทองพันชั่ง ในเมื่อรับปากผู้ใดแล้วย่อมไม่คืนคำเป็นอันขาด”

            เจิ้งไทเฮากล่าวยืดยาวพร้อมกับจ้องไปที่มู่อวิ๋นจิ่นตลอดเวลาจนมู่อวิ๋นจิ่นถึงกับทำหน้าไม่ถูก

            มู่อวิ๋นจิ่นทราบทุกถ้อยความที่ทั้งสามคนตั้งใจกระแหนะกระแหนนางโดยใช้ฉินมู่เยว่มาเป็นเครื่องมือ

            แต่มานึกดูแล้วมู่อวิ๋นจิ่นกลับใคร่รู้ เกิดฉินมู่เยว่ต้องการเป็นพระชายาองค์ชายหกเหมือนกัน ฉู่ลี่จะตัดสินใจอย่างไร?

            เมื่อย้อนคิดถึงตอนที่นางแต่งงานกับฉู่ลี่ก็ไม่ได้ไหว้ฟ้าดินไหว้กันและกัน ย่อมมิอาจเป็นสามีภรรยาที่แท้จริง เพียงแค่รอเวลาแยกจากกันเท่านั้น

            “พระชายาหกทำไมไม่พูดไม่จาแล้วล่ะ คงไม่ได้เอาคำพูดของพวกเราไปคิดเป็นจริงเป็นจังกระมัง?พระชายาหกกับองค์ชายหกเพิ่งแต่งกันได้ไม่นาน อย่าได้เอาเรื่องนี้เก็บไปใส่ใจสร้างความร้าวฉานเลยมิอย่างนั้นเปิ่นกงคงไม่สบายใจไปตลอดชีวิต” ลี่เฟยหันไปเอ่ยกับมู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ฟังดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย“พระสนมลี่เฟยเพียงแค่สัพยอกเท่านั้น เรื่องเช่นนี้ อวิ๋นจิ่นจะเก็บมาคิดใส่ใจไปไยละเพคะ”

            “อ่า? พูดเช่นนี้หมายความว่าเจ้าไม่ถือสา หากคุณหนูฉินขึ้นตำแหน่งเป็นพระชายาหกแทนอย่างนั้นหรือ?”ลี่เฟยถามขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นเลิกคิ้วพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย “รอให้ฉินมู่เยว่กลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า”

            “ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยหรือ? เห็นทีจะเหมือนที่ฉินไท่เฟยพูดไว้ไม่มีผิดตอนนี้องค์ชายหกรักใคร่ในตัวเจ้าเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่าในฐานะสตรีเหมือนกัน อยากเตือนพระชายาหกไว้เสียหน่อยต้องรู้จักป้องกันเอาไว้บ้าง อย่างไรเสียคุณหนูฉินเป็นถึงนักรบ บุรุษคนไหนเห็นเป็นต้องตกหลุมรักได้ไม่ยาก”ลี่เฟยแสยะยิ้ม

            เดิมทีมู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของฉินมู่เยว่อยู่บ้างทว่าถูกพวกเจิ้งไทเฮากับพวกพูดไปพูดมา จึงเริ่มไขว้เขวจัดฉินมู่เยว่อยู่ในกลุ่มสามคนนี้ไปแล้ว

            ในเวลานี้มู่อวิ๋นจิ่นเริ่มมีความรู้สึกลบให้กับฉินมู่เยว่ขึ้นมาบ้างแล้ว

            “เอาล่ะ พอได้แล้ว! ประเดี๋ยวลี่เอ๋อร์จะมาหาอายเจีย อายเจียจะได้ถือโอกาสนี้ถามต่อหน้าว่าจะรับฉินมู่เยว่เป็นภรรยาไหม!”ฉินไท่เฟยตบโต๊ะอย่างหงุดหงิดใจ เดิมทีตนกำลังพูดคุยกับมู่อวิ๋นจิ่นอย่างอารมณ์ดี แต่กลับต้องมาอารมณ์เสียกับสามคนนี้

            เมื่อเจิ้งไทเฮากับพวกได้ยินว่าฉู่ลี่กำลังเดินทางมาต่างก็กระหยิ่มยิ้มย่องราวกับว่ากำลังรอคอยดูละครฉากสนุก

            ในราชสำนักนั้นต่างรู้กันว่าคุณหนูฉินมีใจปฏิพัทธ์ต่อฉู่ลี่ บัดนี้นางออกไปทำศึกเพียงไม่เดือน หากกลับมาพบฉู่ลี่แต่งกับสตรีคนอื่นไปแล้วมีหวังจวนองค์ชายหกต้องลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน!

            [1] ต้นเฟิง คือ ต้นเมเปิล

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808