และเมื่อแสงขาวนั้นจางลงฑิฆัมพรและวิฬาร์ก็พบว่าตนกำลังยืนอยู่ในพื้นที่อันงดงามแห่งหนึ่งท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้าและท้องฟ้าอันสดใสต่างจากโพรงใต้ดินทึบทึมเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
บริเวณนี้เป็นพื้นหญ้าโล่งแต่รอบด้านยังมีไม้พุ่มสูงต่ำล้อมเป็นชั้นๆ ดอกไม้หลากสีก็ถูกจัดเรียงอย่างมีศิลป์และไม่ใกล้ไม่ไกล ก็มีไม้ใหญ่ต้นหนึ่งยืนต้นให้ความร่มรื่นอยู่กลางสวนดูสงบและให้ความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว
และใต้พฤกษาต้นนั้นก็มีหญิงนางหนึ่งนั่งหลับตาขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน สองมือวางอยู่ในลักษณะหงายเหนือเข่าทั้งสองข้างดูราวกับผู้ทรงศีล
หากประเมินดูเบื้องต้นฑิฆัมพรเดาว่านางอาจมีอายุไม่เกินสี่สิบปี คาดว่าอาจจะเป็น NPC หลักของภารกิจนี้
ถ้าเป็นเกมออนไลน์ปกติทั่วไปหากจะชิงอาวุธสุดเจ๋งมาครอง ก็ต้องฆ่าบอสสุดเทพให้เหี้ยนทว่าเกมนี้ไม่เหมือนกับเกมอื่นที่ลุยดะ ฟันเละแล้วจะจบเรื่อง แต่นี่เป็นโลกที่มีความซับซ้อนและล้ำลึกจนแทบไม่ต่างจากโลกจริงถ้าเกิดพุ่งเข้าไปซัดเอาๆ ไม่แน่ว่าคนที่จะปลิวออกมาอาจเป็นพวกเธอสองคนแทนฑิฆัมพรจึงคิดว่าอย่างน้อยก็ควรเข้าไปพูดคุยถามไถ่เอาเสียหน่อย ไม่แน่ว่าอาจมีวิธีผ่านภารกิจที่ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันก็ได้
ทว่าเจ้าตัวยังไม่ทันจะขยับเท้าหญิงนางนั้นก็ลืมตาแล้วลุกออกจากแท่นหิน จากนั้นก็เดินตรงมาหาพวกเขาวิฬาร์ที่ตอนนี้รับหน้าที่ทหารรับจ้างผู้ซื่อสัตย์จึงก้าวเท้านำขึ้นหน้าเอาตัวไปบังแทนนายจ้างสาว สองตาจ้องเขม็งที่เป้าหมายเพื่อหาพิรุธ
ฑิฆัมพรที่จู่ๆเห็นเงาร่างหนึ่งวูบไหวขึ้นหน้า เอาตัวเองบังเธอไว้พลันรู้สึกแปลกตาขึ้นมาทันที
สายพลังของเธอคือยุทธเวทซึ่งปกติแล้วมักจะเป็นผู้ที่ขึ้นไปอยู่หน้าสุดของขบวนทำหน้าที่รับคมหอกคมดาบแทนเพื่อนๆ ที่อยู่ด้านหลังจึงทำให้เจ้าตัวไม่คุ้นชินกับเรื่องแบบนี้มาก่อน
ภาพที่มีคนเอาตัวขึ้นไปบังเธอเอาไว้จึงพลันทำให้หัวใจอุ่นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ระวังตัวนะ”วิฬาร์กระซิบพลางกวาดมือมาด้านหลัง ดันให้เธอหลบเข้าไปมากกว่าเดิม
เมื่อมือข้างนั้นกระทบตัวเธอเจ้าตัวก็คล้ายเปลี่ยนเป็นต้นหญ้าลู่ลม ถูกดันไปอย่างว่าง่ายร่างบางกระเถิบเข้ามาประชิดหลังวิฬาร์จนคางกลมมนแทบจะวางตัวอยู่บนไหล่หนาข้างนั้น
เจ้าตัวคล้ายตกอยู่ในห้วงเวลาประหลาดอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งได้ยินเสียงผู้หญิงเอ่ยขึ้น จึงพลันรู้สึกตัวขึ้นมา
“ยินดีต้อนรับผู้รับการทดสอบและสหาย”หญิงคนนั้นเอ่ยกับเจ้าของหน้ากากเงินที่โผล่หน้าออกมาเพียงครึ่งเดียวก่อนจะขยับสายตามองวิฬาร์ที่ยืนบังเธอไว้ด้านหน้าท่าทีอ่อนโยนของเธอช่างชวนให้นึกถึงคุณน้าใจดีคนหนึ่ง ทว่าจากประสบการณ์ของทั้งสองคนพวกเขาก็รู้สึกได้ว่าเรื่องราวไม่น่ารวบรัดเหมือนรูปร่างหน้าตาของเธอเป็นแน่
“ฉันคือผู้ทดสอบของคุณ”แต่จู่ๆ เธอก็กล่าวแล้วแตะมือที่อก คล้ายกำลังแนะนำตัวอย่างสุภาพ
“เอ่อ…”ทั้งสองคนพลันสับสนขึ้นมา
ฑิฆัมพรเองไม่เคยเจอNPC ที่รวบรัดความขนาดนี้มาก่อนมันทำเอาเธองง จนถึงกับต้องหันไปสบตาวิฬาร์ที่เอี้ยวหน้ามาพอดี
จะว่าไปวิฬาร์เองก็ยังแปลกใจอยู่เหมือนกัน จึงได้แต่เพียงยักไหล่
สาวงามที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ
จะว่าไปเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนี่นา
“…ถ้าอย่างนั้นฉันต้องทำอย่างไรบ้างคะ?”เธอกล่าวแล้วขยับเท้าออกมาจากหลังวิฬาร์ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีน้อยๆไม่ทราบว่าเป็นเพราะตื่นเต้นกับภารกิจหรือสิ่งใดกันแน่
NPC หญิงยิ้มแต่ไม่ตอบคำ เธอเพียงแค่เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้า
ทว่าขณะที่เธอกำลังห่างออกไปบรรยากาศโดยรอบก็พลันขมุกขมัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
หมู่เมฆเบื้องบนจู่ๆก็ทอตัวหนาขึ้นราวกับฝนกำลังตั้งเค้า มันม้วนตัวราวคลื่นมรสุมในมหาสมุทรพระอาทิตย์เองก็อ่อนแสงจนเหลือเพียงความสลัวดุจยามเย็น และพร้อมกันนั้นก็มีเสียงครืนครางแว่วมาพร้อมละอองความชื้นหนาหนัก
แต่ที่น่าประหลาดคือต้นไม้ใบหญ้าโดยรอบกลับเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
และไม่กี่พริบตาถัดมาพื้นที่โดยรอบของเธอก็กลายเป็นป่าดิบแห่งหนึ่งที่มีต้นไม้ขึ้นสูงท่วมหัวมีไอหมอกลอยท่วมเท้า กลิ่นชื้นแฉะกระแทกจมูกจนมึนงง ส่วน NPC นางนั้นก็หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทิ้งให้พวกเขาสองคนยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ทั้งสองตอบสนองอย่างรวดเร็วต่างคนต่างหันหลังชนกัน ก่อนจะคว้าอาวุธคู่กายขึ้นมาถือไว้ในมือสายตากวาดมองรอบด้าน ช่วยกันระวังภัยจากคนละฟาก
“และนี่คือบททดสอบของเธอ สาวน้อย”
เสียงก้องกังวานดังขึ้นจากรอบด้านเหมือนมีผู้พูดนับสิบคนกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งป่าทว่าเพราะความมืดสลัวและสุมทุมพุ่มไม้โดยรอบก็ทำให้พวกเขาไม่อาจจำแนกได้ว่าต้นเสียงนั้นอยู่ที่ไหน จึงทำได้เพียงยืนฟังแล้วหันรีหันขวางอย่างหวาดระแวง
“เอาชนะมันให้ได้”น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งแว่วขึ้น
ฑิฆัมพรได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วที่ว่าเอาชนะมัน นี่มันหมายความถึงตัวอะไรกันแน่
แปลว่าบททดสอบนี้คือการฆ่าบอสที่แข็งแกร่งอย่างนั้นหรือ?
ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ยากเท่าไหร่
เพราะตอนนี้เธอยังมีนายปีศาจแมวอยู่นี่ด้วยอีกคนต่อให้พิเภกโผล่มาอีกครั้ง เธอก็มั่นใจว่าสามารถกดมันจนยับได้อย่างแน่นอน
“นายคิดว่าตัวอะไรจะโผล่มา”ฑิฆัมพรเอียงคอไปด้านขวาแล้วกระซิบแผ่ว ทว่าสายตายังคงกวาดมองอย่างรอบคอบ
วิฬาร์ที่ยืนนิ่งอยู่อีกด้านเองก็กำลังไตร่ตรองอยู่เหมือนกัน
นี่คือภารกิจชิงอาวุธระดับสูงแม้เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เธอผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะตามหาเบาะแสมาถึงที่นี่ได้แต่ถ้าจะมาจบแบบมึนๆ ด้วยการเอาชนะบอสสุดหิน เขาคิดว่าเป็นไปไม่ได้
“ผม…หืม?” วิฬาร์กำลังจะเอ่ยสิ่งที่ตนเองคิด ทว่าเมื่อเขาพยายามขยับเท้าซ้ายมันกลับตรึงแน่นกับพื้นจนยกไม่ขึ้น เจ้าตัวจึงเผลออุทานออกมาอย่างสับสน
“นายเป็นอะไร”สาวงามถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ทว่ายังไม่ได้หันมามอง
“ขาผมเป็นอะไรไม่รู้จู่ๆ ก็ขยับไม่ได้ เห้ย! ลามขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว เธอถอยออกไปก่อนเร็ว!”วิฬาร์ที่เมื่อครู่ยังใจเย็นอยู่ บัดนี้เริ่มแหกปากอย่างประหลาดใจ เพราะเขาเห็นว่าที่ขาทั้งสองข้างของตนนั้นบัดนี้ถูกฉาบเคลือบด้วยบางสิ่งที่เป็นสีดำสนิทราวน้ำมันดิบแล้ว
ซ้ำมันยังลามขึ้นมาจนถึงเอวแล้วด้วย!
เจ้าตัวรีบผลักฑิฆัมพรออกห่างจากตัวเองทันทีเพราะเกรงว่าไอ้สิ่งนี้อาจจะติดต่อกันได้ เป็นผลให้ภารกิจของเธอพลันล่มตามกันไปอีก
“นั่นมันอะไรน่ะนายเป็นอะไรมั้ย?” เพราะได้ยินน้ำเสียงแตกตื่นของวิฬาร์เจ้าตัวจึงหันขวับมาดูทันที แต่ก็ต้องถอยกรูดไปสองสามก้าวเมื่อถูกเขาผลักออกทว่าเมื่อเห็นส่วนล่างของวิฬาร์กำลังถูกมันกลืนกินเจ้าตัวก็รีบถลาเข้ามาหมายจะช่วย แต่กลับถูกเขายกมือห้ามเอาไว้
“อย่าเข้ามา!ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร นี่ตั้งแต่เอวลงไปผมไม่รู้สึกอะไรแล้วไม่แน่ว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ที่ให้เธอรีบไปเอายาแก้พิษอะไรมาให้ก็ได้ถ้าเธอมาติดมันด้วยอีกคน ก็เท่ากับเราจบเห่กันพอดี” วิฬาร์รีบเดาแล้วอธิบายไฟแลบพร้อมกับดิ้นรนไปด้วย
ทว่าขาทั้งสองข้างเขากลับตรึงแน่นกับพื้นดุจรูปสลักแม้ว่าเขาจะพยายามโยกตัวหรือดึงดันอย่างไร ส่วนขาของเขาก็ยังปักติดกับพื้นอยู่อย่างนั้น
และในขณะเดียวกันเจ้ามฤตยูสีดำนั่นก็กลืนเขาขึ้นมาถึงอกแล้ว
“คุณรีบไปทำภารกิจเถอะไม่ต้องห่วงผม ผมเอาตัว…” วิฬาร์รีบไล่ให้เธอไปทำภารกิจทว่าเจ้าตัวยังพูดไม่ทันจบประโยคดี เสียงก็ขาดหายไปในลำคอเหตุเพราะเจ้าสีประหลาดนั่นกลืนเขาเข้าไปทั้งตัวแล้ว
ฑิฆัมพรเองก็กำลังแตกตื่นเช่นกันเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วไปแล้ว เธอจึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ได้แต่ยืนกัดปากมองรูปปั้นวิฬาร์สีดำสนิทในท่าทางประหลาดอย่างสับสน
NPC นางนั้นบอกกว่าเธอต้องเอาชนะอะไรบางอย่าง หรือว่ามันคือเชื้อโรค?เป็นเชื้อโรคที่ทำให้คนกลายเป็นหิน?
ถ้าอย่างนั้นมันคงเป็นบอสที่ต่อกรได้ยากที่สุด เพราะแม้กระทั่งตัวมัน เธอก็มองไม่เห็นด้วยซ้ำ!
เจ้าตัวหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูกซ้ายขวาหน้าหลังมีเพียงผืนป่าดำทะมึน คงจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ได้
แต่ก่อนที่เธอจะคิดอะไรออกจู่ๆ รูปสลักสีดำนั่นก็พลันขยับเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
พรึ่บ!
ดวงตาไร้สัญญาณชีพของวิฬาร์จู่ๆ ก็พลันลุกไหม้เป็นลูกเพลิงสองลูก จากนั้นเส้นสายอัคคีก็วิ่งออกจากหางตาเกิดเป็นลวดลายประหลาดลามเลียไปทั่วร่างของวิฬาร์แผ่ซ่านกลิ่นอายไม่น่าพิสมัยออกมา
มันกระจายตัวเป็นเส้นและสัญลักษณ์แปลกตาที่เธอไม่เข้าใจพร้อมทั้งแผ่ไอระอุออกมาอย่างไม่ขาดสายราวกับว่าเธอยืนอยู่หน้าเตาเผา
และพริบตาต่อมาเจ้าตัวก็ขยับกึก ย่ำเท้าซ้ายออกมาตรงหน้าอย่างมั่นคง พร้อมกับพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาจนมีเสียงดังวี้ประดุจเครื่องจักรไอน้ำโบราณ
“วิฬาร์…”ฑิฆัมพรเอ่ยเสียงอ่อน เพราะไม่แน่ใจว่ารูปสลักหินตรงหน้า ยังคงเป็นวิฬาร์เพื่อนร่วมชะตากรรมของเธอหรือไม่
เจ้าหุ่นดำชะงักกึกเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนนั้นก่อนจะเผยยิ้มกว้างที่ทำให้สันหลังของเธอเย็นวาบ
วินาทีนั้นเธอรู้แล้วว่ามันมิใช่เขาอย่างแน่นอน
“ผู้เล่นฑิฆัมพรพบอสูรวิฬาร์เลเวล 144”
เสียงของระบบเอ่ยยังไม่สิ้นคำรูปสลักนั่นถีบเท้าเปรี้ยง มันพุ่งเข้าหาเธอในพริบตา และพร้อมกันนั้นใต้ฝ่าเท้าเธอก็ปรากฏวงเวทสีดำน่าเกลียดขึ้นมาเหนี่ยวรั้งร่างบางเอาไว้
เจ้าตัวที่ระแวงอยู่ก่อนไม่รอช้ารีบเร่งเร้าพลังเวทในกายขึ้นทันทีทำให้เธอหลุดออกมาในเวลาเพียงเศษหนึ่งส่วนสิบวินาที อ้อมมาอยู่อีกด้านหนึ่งของวงเวท
ทว่านั่นก็ยังเร็วไม่พอ
รูปปั้นวิฬาร์ฟาดคมหอกที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ในมือเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ใส่เธออย่างอุกอาจมันคล้ายกับว่าเขาลืมความสัมพันธ์ระหว่างกันไปหมดสิ้น ส่งผลให้เธอต้องตั้งรับอย่างตึงมือและยังมีโครงกระดูกเวทสองตัวผุดขึ้นมาไม่ใกล้ไม่ไกลด้วย
“เฮ้!นายได้ยินฉันมั้ย! ได้สติซักทีสิ!” ความจริงเธอเองก็คล้ายจะรู้ว่านี่น่าจะเป็นเงื่อนไขการทดสอบของภารกิจวิฬาร์คงถูกควบคุมอยู่จากที่ไหนสักที่ด้วยพลังของระบบและลำพังน้ำเสียงของเธอก็คงไม่อาจปลุกเขาขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังคงอยากลองดู
รูปปั้นนั่นไม่หือไม่อืออะไรทั้งนั้นมันยังคงโหมโจมตีใส่เธออย่างหนักหน่วง ซ้ำยังรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเพราะมันสามารถใช้ทักษะได้แทบไม่ต่างจากวิฬาร์ตัวจริง สัตว์เวทอีกสองตัวก็เข้ามาเสริมอย่างรวดเร็วพวกมันยิงมรณเวทเข้ามาใส่เธออย่างแม่นยำ จึงกดดันจนเธอต้องถอยร่นไปอีกหลายก้าว ซ้ำยังมีธาตุเวทจากหมอนั่นตามหลังมาติดๆ
ฑิฆัมพรรู้ดีว่าหากสู้ต่อไปก็มีแต่จะพ่ายแพ้เหตุเพราะเธอเสียเปรียบมาตั้งแต่เริ่ม เจ้าตัวจึงไม่รอช้า รีบเร่งทักษะขึ้นมาทันทีที่ตัดใจได้โคจรพลังเวทไปที่เท้าแล้วประสานกับมายาเวทเคลื่อนภูมิ ก่อนจะดีดตัวฉิวพุ่งฉีกไปอีกมุมของป่าทันที
วิฬาร์ที่ยังไม่ได้สติเมื่อเห็นดังนั้นก็คล้ายจะถูกใจยิ่ง ทว่าเจ้าตัวไม่มีท่าทีรีบร้อน เขากลับฉีกยิ้มกว้างแล้วเลียเลือดที่คมหอกอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเก็บอาวุธลงหน้าต่างระบบ เดินสาวรอยตามไปอย่างใจเย็น พร้อมทั้งทิ้งรอยย่ำเท้าหนักหน่วงไว้เป็นทาง
บัดนี้เขาทิ้งคราบหนุ่มใจเย็นไปจนหมดสิ้นเหลือแต่เพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนดุจสัตว์ร้ายจากป่าลึกเท่านั้น