คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 21 ผู้ถือครองอักขระ
“ท่านเป็ผู้ชาย ดิฉันไม่เห็นว่าท่านจะเสียหายตรงไหน?” สุดท้ายปัญญาประดิษฐ์ยังเป็เพียงปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่มนุษย์ไม่อาจรับรู้ถึงห้วงอารมณ์ได้
เขาเองหาได้อยากไปทะเลาะด้วยให้เสียเวลา
“เงียบปากไปเถอะ อย่าได้ถามอะไรน่าอายแบบนี้ออกมาอีก”สู้เอาเวลาไปครุ่นคิดหาวิธีการดีกว่า ว่าจะรับมือกับบรรดาเหล่าหญิงสาวยังไงดีต่อจากนี้
ยังไม่รวมตัวประหลาดด้านนอกอีกต่าง
“...” พ้นออกจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดมาได้ยังไม่ทันได้พ้นออกจากตัวตึกอาคารมีของบางสิ่งอย่างพุ่งออกมาตำแหน่งเดียวกับที่ทราเวียร์กำลังยืนอยู่
เขาเหลือบสายตาไปมองก่อนเป็หญิงสาวเข้าบังรับเอาไว้แทน
ผุด!!!
“...” คริสพุ่งมือเข้าไปหยิบเอาไว้
มันเป็แผ่นการ์ดสีขาวด้านมีตราสัญลักษณ์แปลกประหลาดประทับเอาไว้เหนือขึ้นไปเป็ผู้ลงมือ หญิงสาวทั้งสามปิดปากหัวเราะจ้องมองทราเวียร์เป็มัน
จนเขาต้องหลบสายตายิ่งมองตาอีกฝ่ายพลังอำนาจยิ่งส่งผลหนักหน่วงกับอีกฝ่ายมากขึ้นเป็เท่าตัวเพราะฉะนั้นต้องห้ามมอง
หากยังไม่อยากให้เกิดปัญหาอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง
“...การ์ด?”
“แท่งส่งสัญญาณ น้องชายคงเข้าใจวิธีใช้สินะ” หากใช้มันจะสามารถส่งก้อนพลังงานขึ้นท้องฟ้าเพื่อส่งสัญญาณให้กับแท่งปลายทาง
นิยมเอาไว้สำหรับนัดหมายรวมพล ขอความช่วยเหลือ
“ขอบคุณครับ” ทราเวียร์ยิ้มแห้ง เขาเข้าใจถึงจุดประสงค์ได้ดีเยี่ยมจนไม่ต้องเสียเวลาปล่อยให้พวกหล่อนมาอธิบายร้อยแปดพันเก้าเหตุผล
ไม่มีทางเลือกจำต้องเก็บมันไปตามระเบียบ
...เกิดปฏิเสธอาจโดนอุ้มหาย
“ไปละนะ พ่อหนุ่ม” หัวหน้ากลุ่มสามสาวยิ้มหวานให้กับเขาสิ่งที่พวกหล่อนตัดสินใจได้ถูกส่งมอบให้กับทราเวียร์เป็ที่เรียบร้อย
เหลือเพียงกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ
“เจอกันใหม่”
“บาย~”
“...ครับ” ผลของคำสาปยังหนักหน่วงอีกหากเกิดเขาไปขัดใจอีกฝ่ายใน่กลางดึก สถานการณ์มันอาจบานปลายได้เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดเจอใครหน้าไหนขอเพียงเป็เวลากลางคืน เขาจำต้องยินยอมพวกหล่อน
คติประจำใจยิ่งต่อต้านยิ่งดึงดูดความสนใจมันใช้ได้ผลเสมอกับหญิงสาวผู้ต้องถูกคำสาป เว้นเสียแต่ว่าเขาจะใช้กรรมวิธีอื่นเข้าช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้อำนาจคำสาปมันมากเกินไป
คริสติน่าจ้องมองผู้เป็นายนานพอสมควรไม่มีใครรับรู้ว่าหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่เฉกเช่นเดียวกับทราเวียร์ที่กำลังวุ่นวายกับหัวสมองตัวเอง
“...”เขายังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีการจัดการเหล่าหญิงสาวมากหน้าหลายตาเอาให้ไม่เข้ามารบกวนเวลางานสำคัญ เรียกได้ว่าในหัวกำลังตีกันวุ่นวายไปหมด
จนอาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าสาเหตุหลักที่เข้ามาในพื้นที่แห่งนี้มันไม่ได้มีเพียงของบางอย่างกับเขา้าแต่มาเพื่อทดสอบอุปกรณ์ชนิดใหม่
ของที่ทำขึ้นมาเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบเมื่อกี้เกิดขึ้น
“เอายังไงดีวะ ฉันเกลียดต้องมาปั้นหน้าใส่พวกหล่อนี้เีต้องมากลายเป็เด็กดี ต้องกลายเป็เด็กน้อยไร้เดียงสาแต่จะให้ไปแข็งขืนก็ไม่ได้ เพราะอาจโดนรุกเข้าหนัก อาจถึงขั้นแตะต้องเนื้อตัว” เขาหวาดระแวงใช่ว่าจะเกินเหตุเพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
เนื่องจากเ้าตัวประเมินพลังของคำสาปและความ้าของหญิงสาวต่ำเกินไปความผิดพลาดครั้งนั้นจึงกลายเป็บทเรียนสำคัญทำให้ทราเวียร์เริ่มปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์
ไม่เผยสีหน้าเ็าตลอดเวลาเหมือนเดิมอีกแต่มันเกิดขึ้นในกรณีกลางคืน่เวลาคำสาปส่งผลเท่านั้นที่เหลือล้วนเป็นิสัยดังเดิมหมด
“เอาไงดีวะ เอาไงดี” แต่่เวลานี้เขาต้องเข้าร่วมกับสังคมผู้ถือครองอักขระหลังจากไม่ได้เข้ามานานหลายต่อหลายปีอีกทั้งยังเป็่เวลากลางคืนกลางคืนด้วยอีกต่างหาก
ให้ปั้นหน้าเข้าทุกสถานการณ์ตอนนี้คงประสาทแดกตาย
…คำสาปน่ารำคาญ ต้องทำยังไงดีวะ ถึงจะไม่ทำให้สถานการณ์มันบานปลายไม่ทำให้หญิงสาวมากมายหลายตาเข้ามาหาถึงตัว
“ท่านค่ะ” คริสติน่าเรียกร้องให้หันมอง
“มีอะไรไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังยุ่ง”
“ทำไมถึงไม่คิดใช้เ้าสิ่งนั้นละคะ” ทันทีที่คำว่า“เ้าสิ่งนั้น” หลุดปากออกมา ทำให้ทราเวียร์ถึงกับนิ่งเงียบตกตะลึงไปทันตาเห็น
ประกายแสงไหลเข้ามาในหัวสมอง
“สิ่งนั้น? พระเ้าช่วย พระเ้าช่วย ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกวะ”
“เอามันออกมาเร็วเข้า”
“นี่ค่ะ ท่าน” ภายใต้ผ้าคลุมปลุกคลุมร่างกายหล่อนอันใหญ่มีเสียงแปลกประหลาดเกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวไปมาก่อนกระเป๋าใหญ่ถูกส่งออกมาให้กับทราเวียร์ผู้เป็นาย ซึ่งไม่รู้ว่าเอาออกมาได้ยังไงกันทั้งที่ตัวหล่อนไม่พกอะไรแบบนี้ออกมาได้บางทีอาจมีทราเวียร์และคริสติน่าเ้าของร่างกายเท่านั้นที่รับรู้
เขารีบนำมันออกมาก่อนวางลงพื้นเปิดดูของด้านใน
“...” ภายในกระเป๋าถูกแบ่งออกเป็สองส่วน
หนึ่งหน้ากาก หนึ่งผ้าคลุมใหญ่
“หน้ากากดำด้าน กับผ้าคลุมสีขาว ดูย้อนแย้งยังไงก็ไม่รู้”ของสองชิ้นที่ดูเหมือนปกติธรรมดาหากความเป็จริงมันเหนือกว่าจินตนาการเอาไว้มากของที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ต้านทานคำสาปทั้งยังใช้ในการต่อสู้
จะเป็เพียงของปกติไปได้อย่างไรกัน
“ท่านเป็คนออกแบบ หากท่านเกิดไม่พึงพอใจในผลงานหรือว่า้าให้ดิฉันนำไปปรับปรุงแก้ไข ขอเพียงท่านได้กล่าวออกมาดิฉันรอพร้อมสำหรับคำสั่ง” เื่สิ เสียเวลาเปล่าหมดทราเวียร์ส่ายหน้าก่อนหยิบสวมผ้าคลุมทั่วทั้งร่างกายปิดบังหมดทุกสัดส่วน
ก่อนลงท้ายด้วยหน้ากากสีดำล้วน
“ไม่้าให้ดิฉันนำไปปรับปรุง?” คริสติน่าถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งคำตอบได้รับกลับมายังคงเหมือน เดิมมายังไง ก็เดิมกลับไปอย่างนั้น
ทราเวียร์ส่ายหน้า
“ไม่จำเป็ มันเป็ความตั้งใจั้แ่เริ่มแรกแล้ว”
“...” คริสติน่าเห็นสายตาผู้เป็นายจ้องมองคล้ายกำลังตัดสินใจเลือกทำอะไรลงไปซักอย่างจวบจนกระทั่งหมัดพุ่งเข้าใส่หน้าเต็มแรงไม่มียั้งมือ
คลื่นลมแตกกระจายจนพัดพาเหล่าใบไม้ใบหญ้าขึ้นท้องฟ้า
ตูม!!!
“...” มือหญิงสาวหยุดเอาไว้ได้
หากมือไม่ได้เป็สีเนื้อเต็มไปด้วยเส้นเืหล่อเลี้ยงร่างกายมีเพียงเหล็กอาบย้อมไปด้วยสีขาวตลอด่แขนแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่่แขน
หากแต่เป็ทั่วทั้งร่างกายก่อเกิดขึ้นมาจากเหล็ก
“ความเร็วในการตอบสนองเข้าขั้นใช้ได้” ทราเวียร์ถอนหมัดออกก่อนเตะเข้ากลางลำตัวเป็อีกครั้งหนึ่งหล่อนสามารถหลบได้ง่ายดาย
ด้วยการก้าวถอยหลังไปหลายก้าวทั้งยังโน้มตัวไปด้านหลังไม่้าให้ฝ่าเท้ากระทบโดนหน้าท้องแววตาภายใต้ผ้าคลุมส่องสว่างไม่ยินยอมพร้อมใจกลายเป็ฝ่ายรอง
หล่อนเริ่มต่อจังหวะผสานหมุนตัวอาศัยแรงเหวี่ยงหวังใช้ฝ่ามือกระแทกเข้ากลางหัวผู้เป็นายหวังะเิมันให้กลายเป็ของเหลวสีแดงฉาน
ปัง!!!
“...” ทราเวียร์ยกแขนขึ้นมากันแรงกระทำจากเรี่ยวขาถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็กทำเอาท่อนแขนเขาชาไปชั่วขณะแต่หากเปลี่ยนคนมารับเป็ปุถุชนคนธรรมดา
อาจหักเป็สองท่อนพิการไปตลอดชีวิต
“...” ทั้งสองต่างจ้องมองหน้ากัน
ก่อนเป็ทราเวียร์คนแรกที่เปิดปากพูดออกมาคริสติน่าย่อมลดขากลับมาเป็เหมือนเดิมทำเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลง
“นอกจากความเร็วในการตอบสนองยังรวมถึงความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโหากเทียบกับคราวก่อนหน้าถือว่าเป็การพัฒนาอย่างมีนัยยะสำคัญ เหมือนว่าเธอจะคุ้นชินกับร่างกายนี้แล้วสินะ”
“ค่ะ”ด้วยเพราะหล่อนเป็ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่มนุษย์ปกติธรรมดาทั่วไปเลยไม่มีร่างกายให้เคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขปัญหาตามคนมาช่วยเหลือในกรณีตัวเองไม่สามารถต่อสู้ได้สะดวก
เลยต้องอาศัยปัญญาประดิษฐ์สาวเข้าช่วยและเพื่อให้หล่อนสามารถตามออกมาช่วยต่อสู้กับพวกคนกินคนได้ จำต้องสร้างร่างกายให้ทั้งยังต้องเป็ร่างกายที่เคลื่อนไหวได้เร็วตามการตอบสนองของคริสติน่าทัน
ซึ่งเป็โจทย์ใหญ่มากแต่สุดท้ายมันก็สำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์
“ส่งข้อมูลมาให้ฉันด้วย”
“ได้ค่ะ”
“พลังทำลายยังขาดอีกนิดหน่อย” ทราเวียร์กวาดสายตามองชุดข้อมูลเบื้องหน้าก่อนถอนหายใจออกมานิดหน่อยดูท่าต้องใช้เวลาปรับอีก
กว่ามันจะออกมาพร้อมลงสนาม
“ท่านได้เปิดใช้งานพลังอักขระรึเปล่าคะ?” ด้วยน้ำหนักของหมัดเมื่อครู่มันมากพอทำให้กระดูกแขนคนปกติธรรมดาแตกร้าวหักเป็สองสี่ท่อนในพริบตา
ทราเวียร์ตอบขณะยังมองชุดข้อมูล
“ยังไม่ได้เปิด หรือต่อให้เปิดคงสูงกว่านี้อีกหน่อยเท่านั้นเอง”สาเหตุหลักที่ทำให้เขาแข็งแกร่งเหนืุ์มันก็เพราะตัวอักขระในร่างกายแหละที่เข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างในระดับรากฐานซึ่งมันก็ไม่ได้มากมายอะไรให้ประหลาดใจหากเอาไปเทียบกับสามสาว
คริสติน่านึกถึงกลุ่มสามสาว
“ดูแตกต่างจากกลุ่มคนเมื่อกี้ ค่อนข้างมากอยู่พอสมควร”จากการคำนวณอย่างง่ายไม่อาศัยข้อมูลเข้ามาช่วยวิเคราะห์สาวสามอาจสามารถต่อยได้แรงกว่าทราเวียร์มากกว่าห้าเท่า
ซึ่งมันเป็เพียงการคำนวณอย่างหยาบพวกหล่อนอาจทำได้มากกว่านี้หรือไม่ก็น้อยกว่านี้ก็ได้
...ให้ไปเทียบกับสามสาวคงไม่ได้หรอกมั้ง แนวทางที่แตกต่างผลลัพธ์ก็ต้องแตกต่างกันออกไป จะเอามาวัดผลคงไม่ได้ละนะ
“มันแน่นอนอยู่แล้วนิ” หากไม่แตกต่างสิถึงจะแปลก
ทราเวียร์เริ่มอธิบายให้ฟังอีกครั้ง
“สาเหตุทำให้ผลของมันออกมาแตกต่างกันจนเห็นได้ด้วยตาเปล่าแม้ว่าจะเป็ผู้ถือครองอักขระเหมือนกันมันก็เนื่องมาจากฉันไม่ได้เป็สายกายภาพ เป็เพียงสายที่ไม่มีคนรู้จักเป็เพียงสายแตกแยกไปจากคนอื่นเขาอีกทั้งยังแค่แข็งแกร่งเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปก็เท่านั้น แต่จะให้เทียบตัวฉันกับสายกายภาพยังมี่แตกต่างให้เห็น”
“ประมาณค่ะ”
“เงยหน้าก็เห็นแล้วไง ไอ้พวกะโไปมาบนหลังคาได้ต่อเนื่องโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยต่างเป็พวกสายภาพทั้งนั้นแหละส่วนตัวฉันทำอะไรแบบนั้นไม่ได้แน่นอน” ไม่ได้มีพละกำลังมหาศาลให้ใช้งานแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็เพียงไก่อ่อนปล่อยให้คนอื่นมารังแก
หากใครมันมีปัญหาเขาก็พร้อมชน
“ผู้ถือครองอักขระสายกายภาพมีพละกำลังมากมายมหาศาลขนาดนี้เลยเหรอคะ? ถึงกับะโข้ามตึกไปมาได้โดยไม่จำเป็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากแรงตกกระทบ” คริสติน่ามองด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นแม้ว่าหล่อนจะรับรู้ว่าผู้เป็นายเองก็เป็ผู้ถือครองอักขระแต่มันแตกต่างไปจากสิ่งที่เห็นและรับรู้ค่อนข้างมากอยู่พอสมควร
อาจเพราะทราเวียร์ไม่ได้แสดงพละกำลังเหนืุ์ขนาดนี้ออกมาให้เห็น
“...พลังอักขระสายกายภาพจะปรับเปลี่ยนร่างกายผู้ถือครองให้สามารถสำแดงพลังอำนาจเหนือกว่ามนุษย์ปกติธรรมดาหลายต่อหลายเท่า”
“เราจึงเห็นมนุษย์ะโไปมาได้อย่างไม่เ็ปแม้ว่าจะมองภายนอกเป็เพียงคนธรรมดาหาได้ตามร้านค้าทั่วไปแต่ร่างกายของพวกเขาล้วนแข็งแกร่งผิดจากภายนอกจนเกินกว่าจะนับเป็มนุษย์ปกติแล้วพวกเขาต่างก้าวข้ามขีดจำกัดไปมาก ถึงมากที่สุด”
“ด้วยฝ่ามือข้างเดียวอาจบีบเหล็กกล้าให้งอเหมือนกับกำลังบีบนวดแป้ง”
“ผิดกับของฉัน ฉันไม่ได้แข็งแกร่งเบอร์นั้น ออกจะอ่อนแอด้วยซ้ำหากนำมาเทียบกันด้านพละกำลัง ของฉันมันไปเน้นทางอื่นเขาแต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันคนนี้อ่อนแอ ทุกอักขระล้วนมีจุดแข็งจุดด้อยเป็ของตัวเองอยู่ที่ว่าเราประยุกต์มันให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้รึเปล่าต่างหาก”
“ของที่อ่อนแอในบางเหตุการณ์อาจแข็งกร้าวจนถึงขีดสุดของที่แข็งแกร่งใช่ว่าจะแข็งกร้าวได้ทุกเวลาตลอดไปต่างสถานการณ์ต่างเวลาต่างวิธีการรับมือ”
“...” คริสติน่าเห็นด้วยกับแิของทราเวียร์