บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 นักฆ่า

          ข้ารับใช้ชุดเขียวสีหน้าเปลี่ยนไปสายตาดูเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งพลิกกลับมาจับข้อมือของหยางหนิงไว้

           หยางหนิงยิ้มแห้ง เขากับข้ารับใช้ชุดเขียวต่างจับข้อมือของกันและกันเอาไว้อีกมือหนึ่งกำหมัดไว้แน่น แล้วชกไปที่ข้ารับใช้ชุดเขียว

           ใครจะคิดว่าข้ารับใช้ชุดเขียวจะปฏิกิริยาไวเขาถอยหลัง แล้วหลบหมัดของหยางหนิง หยางหนิงกำลังจะไปจับหน้าของเขา ก็รู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือเหมือนกับถูกเข็มแทง ในใจคิดว่าแย่แล้ว พริบตาเดียว ข้ารับใช้ชุดเขียวก็อ้อมตัวมาอยู่ด้านหลังของหยางหนิงแล้ว

           หยางหนิงคิดไม่ถึงว่าคนๆ นี้จะมีวรยุทธ์ดีขนาดนี้กำลังคิดจะเตะอ้อมด้านหลัง รู้สึกเหมือนกับว่าเห็นแสงอะไรปรากฏขึ้น มันคือเส้นลวดบางๆที่รัดคอของเขาอยู่

           ท่ามกลางไฟสลัว มือขวาของหยางหนิงจับที่ลูกกระเดือกมืออีกข้างก็ศอกเข้าไปที่หน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง

           ถึงแม้จะเป็นแค่เสี้ยวเวลาหนึ่งแต่หยางหนิงก็รู้ว่า ข้ารับใช้ชุดเขียวนี่ถูกฝึกมาอย่างดี การเคลื่อนไหวของเขาว่องไวเฉียบขาดลงมือแต่ละครั้งกะเอาถึงตาย เป็นมืออาชีพมาก หยางหนิงเป็นนักต่อสู้แต่เกิดวิธีที่เขาใช้ หยางหนิงคุ้นเคยดี

           ไม่มีเวลาให้หยางหนิงได้คิดนานนัก  อีกฝ่ายใช้มีดล็อคพาดไปที่คอของหยางหนิงหยางหนิงใช้มือหนึ่งจับไปที่มีดที่อยู่ที่คอ ทำให้คอไม่ถูกปาด แต่มือกลับถูกเส้นลวดบาดจนเลือดออกยิ่งกว่านั้นคอของหยางหนิงยังถูกรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หายใจลำบาก

           ถึงแม้หยางหนิงจะใช้ศอกกระแทกไปที่เอวของอีกฝ่ายอย่างแรงแต่คนๆ นั้นแข็งแกร่งมาก แค่ร้องเบาๆ แล้วก็ใช้เข่าขวาดันเอวของหยางหนิงไว้มือสองข้างดันมีดในมือ แรงทั้งหมดส่งไปที่มือทั้งสองข้าง คิดอยากจะให้มันรัดคอหยางหนิงให้ตาย

           หยางหนิงรู้สึกว่าหายใจได้ลำบาก แน่นหน้าอกลวดค่อยๆ บาดลึกเข้ามาในมือของเขา

           สายตาของข้ารับใช้ชุดเขียวเลือดเย็นมากหน้าของเขาเริ่มแดง มือทั้งสองออกแรงเต็มที่ จนเส้นเลือดที่แขนเด่นชัดออกมา

           เขารู้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ใช้เส้นลวดรัดคอไม่เพียงไม่มีเสียงร้องยังไม่อาจจะหนีไปได้ด้วย

           จริงๆ เขารู้สึกดีที่เห็นคนดีดดิ้นก่อนตายมากๆก็เหมือนกับที่หยางหนิงเป็นอยู่ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีทางรอด

           แน่นอนว่าหยางหนิงยังไม่สิ้นหนทาง ในความคิดของเขาคนที่ช่วยเขาได้ก็มีแต่ตัวเขาเอง ขอแค่ตัวเขาไม่ตาย เขาก็ยังมีโอกาสรอดอยู่

           ชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกตกใจมาก ตกใจที่ข้ารับใช้ชุดเขียวนั้นเป็นมืออาชีพแถมยังเป็นนักฆ่าชั้นยอดอีกด้วย

           ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายหยางหนิงไม่มีเวลาคิดว่าใครเป็นคนส่งนักฆ่าคนนี้มา เพราะหายใจลำบากหน้าของเขาเริ่มแดง เมื่อหายใจไม่ออกแล้วทำให้เขาเริ่มรู้สึกวูบแต่เขาก็มีสติมากพอที่จะยกเท้าขึ้นมาข้างหนึ่ง

           ข้ารับใช้ชุดเขียวเห็นหยางหนิงยกเท้าซ้ายขึ้นมาก็ยิ้มแบบได้ใจ ตามที่เขาคาดไว้ หยางหนิงกำลังดิ้นทุรนทุรายเพราะใกล้ตายแล้ว

           เห็นหยางหนิงยื่นมือออกมาจับไปที่เท้าด้านซ้าย ข้ารับใช้ชุดเขียวไม่ค่อยจะเข้าใจแต่เห็นหยางหนิงพลิกมือเข้ามาด้านใน พร้อมกับแสงของมีดสั้น ข้ารับใช้ชุดเขียวรู้สึกได้ว่ามือของเขาเหมือนจะเบาลงเส้นลวดขาดเป็นสองท่อน

           ข้ารับใช้ชุดเขียวหน้าถอดสี เขาไม่รู้ว่าหยางหนิงซ่อนมีดสั้นเอาไว้ที่เท้าซ้าย มีดสั้นเล่มนี้คมมากจะตัดเส้นลวดให้ขาดไม่ใช่เรื่องยาก

           ครู่เดียว หยางหนิงรู้สึกสบายคอขึ้นมาก เขาหันหลังกลับแล้วพุ่งตัวไปหาข้ารับใช้ชุดเขียว

           ข้ารับใช้ชุดเขียวนับว่าฝีมือไม่แย่ แม้เขาจะตกใจแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองช้าแต่อย่างใด เขาย่อตัวลงอย่างรวดเร็วใช้หมัดชกไปที่ท้องของหยางหนิง น้ำหนักหมัดของเขาก็พอตัว หยางหนิงถูกชกเข้าไปหนึ่งหมัดเขารับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่อัดแน่นบริเวณช่วงท้อง จนทำให้ลมหายใจกระตุก

           ข้ารับใช้ชุดเขียวเมื่อชกโดนก็รู้สึกดีใจมากทันใดนั้นเองท้องของหยางหนิงก็ยุบตัวลง ข้ารับใช้ชุดเขียวร้อง “เอ๋” เขาแปลกใจมากรู้สึกเหมือนว่ากำปั้นของเขามันรู้สึกปวด อ่อนแรงขึ้นมา ก็เลยออกแรงให้มากขึ้น

           หลังจากทีหยางหนิงถูกชก เขารู้สึกถึงพลังที่แล่นเข้ามาในท้องของเขาโดยเฉพาะจุดที่ถูกข้ารับใช้ชุดเขียวชก มันเหมือนมีหนูเล็กๆ ตัวหนึ่งออกมาจากหมัดนั้นแล้วเข้ามาวิ่งในช่องท้องของเขา ทำให้รู้สึกทรมาน

           ความรู้สึกแบบนี้ เขาเคยเจอมาแล้วตอนที่ผู้อาวุโสมู่ใช้แรงกดลงมาที่ไหล่ของเขา มันก็ความรู้สึกแบบนี้แต่ครั้งนี้มันเบากว่าครั้งที่แล้วมาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนไม่สบายตัวทันใดนั้นเอง หยางหนิงก็นึกถึงการเดินลมปราณ ‘พลังเทพหกประสาน’ ขึ้นมา

           ไม่รู้ว่าบังเอิญหรืออย่างไรพลังเทพหกประสานมีการเดินเส้นชีพจรทั้งหมดสิบเอ็ดสาย มันเดินไปทั่วร่างกาย ไม่รู้ว่าข้ารับใช้ชุดเขียวตั้งใจหรือเปล่าที่ชกไปที่จุดชี่ไฮ่บริเวณท้องของหยางหนิง เพราะมันก็เป็นหนึ่งในสิบเอ็ดชีพจร

           หลังจากถูกชกหยางหนิงรู้สึกเหมือนว่าหมัดของอีกฝ่ายได้ปล่อยหนูเข้ามาในท้องเขาเหมือนมีหนูเข้ามาวิ่งที่จุดชี่ไฮ่ มันทรมานมาก

           หมัดๆ นี้ไม่ได้แรงมากแต่หยางหนิงกลับนึกถึงการเดินพลังหกเทพประสานได้ ก็เหมือนครั้งที่แล้วในสมองของเขาเหมือนมีหนูวิ่งเข้ามาที่จุดชีพจร ลมปราณนั้นเชื่อฟังเขาเป็นอย่างดีเดินไปตามที่หยางหนิงคิด

           ข้ารับใช้ชุดเขียวออกแรงมากขึ้นกำปั้นของเขาเริ่มมีแรงเพิ่มขึ้น แต่ในพริบตาเดียวหมัดของเขาเหมือนจะอ่อนลงอีกครั้ง ทำได้แค่เร่งกำลังให้แรงขึ้น

           แต่เขากลับไม่รู้ว่าการที่ตัวเขาเดินลมปราณเพื่อเร่งออกแรงมากขึ้นแรงปะทุเข้าไปที่จุดชี่ไฮ่ของหยางหนิงทำให้หยางหนิงสามารถเดินลมไปที่จุดถานจงได้อย่างต่อเนื่อง

           แต่ว่าเส้นลมปราณนี้ยังไม่ได้เปิดอย่างสมบูรณ์ดังนั้นพลังภายในจึงเดินได้ช้ามาก มิฉะนั้นเมื่อไรก็ตามที่เขาดูดพลัง ข้ารับใช้ชุดเขียวก็จะรู้สึกว่าลมปราณของเขาหลั่งไหลออกมาเท่านั้น

           แต่คนๆ นีค่อน้างฉลาด เขาออกแรงหลายครั้งแต่ทุกครั้งก็จะผ่อนแรงลง เขารู้สึกว่ามันผิดปกติ แต่ว่าจะดึงหมัดกลับมาก็พบว่าท้องของหยางหนิงเหมือนอ่างน้ำวน ตอนนี้ตัวเขาไม่สามารถดึงมันกลับออกมาได้เมื่อข้ารับใช้ชุดเขียวพยายามจะดึงมันกลับมา กำปั้นของเขาก็ยิ่งติดอยู่กับท้องของหยางหนิงแน่นเข้าไปอีก

           เขาไม่รู้เลยว่า หากเขาไม่ใช่แรงทั้งหมด จะสามารถดึงกำปั้นกลับได้พลังหกเทพประสานเคล็ดลับของมันคือ ‘หกเทพประสานรวบรวมพลังเพื่อปล่อยพลัง’ ขอแค่มีแรงปะทะเข้ามาหกเทพประสานก็จะรวบรวมกำลัง หากได้แรงจากภายนอก หกเทพประสานก็จะปล่อยออกมาได้ประสิทธิผลมากขึ้น

           หากหยางหนิงสามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจก็จะสามารถหยุด เก็บ ปล่อยได้อย่างอิสระ แต่ในตอนนี้ ข้ารับใช้ชุดเขียวรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้วยิ่งอยู่ในสภาพแบบนี้จะหยุดก็หยุดไม่ได้ ส่วนหยางหนิงรู้แต่ว่าต้องเดินลมปราณไปที่จุดถานจงแต่ไม่รู้ว่าต้องหยุดมันอย่างไร

           ตอนนี้ทั้งสองคิดแต่จะป้องกันตัวเองไม่มีใครยอมใคร สถานการณ์ตอนนี้ก็เหมือนเติมน้ำในถ้วยชาไม่หยุดถ้วยชาไม่อยากรับเพิ่มก็ต้องรับ

           แช่แข็งกันอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้ข้ารับใช้ชุดเขียวจะร้ายกาจมากแต่พลังภายในสู้มู่เซิ๋นจวินไม่ได้เลย หลังจากปล่อยให้ลมปราณไหลไปเรื่อยๆตอนนี้สีหน้าของอีกฝ่ายเริ่มเปลี่ยนไป คิดอยากจะยกมือขึ้นเพื่อผลักหยางหนิงออกไป แต่กลับรู้สึกว่าแขนไม่มีแรงยกไม่ขึ้นเลย

           ข้ารับใช้ชุดเขียวหวาดกลัวมากพยายามถอยหลัง มือที่ติดอยู่ที่หยางหนิงก็ดันขึ้นหน้าตลอด เสียง ‘เพล้ง’ ดังขึ้น ข้ารับใช้ชุดเขียวถอยไปชนเก้าอี้ล้มลงไปกับพื้น ทำให้หยางหนิงก็ล้มลงไปด้วย

           ไม่นานนัก ก็มีเสียงวิ่งมาจากด้านนอกหลังจากนั้นก็ได้ยิน “ซื่อจื่อ ซื่อจื่อ”

           หยางหนิงรู้สึกแค่ว่ามีกลุ่มลมปราณวิ่งอยู่ในตัวของเขาในสมองไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย คิดแค่อยากจะเดินลมปราณจากจุดชี่ไฮ่ไปยังจุดถานจง เขาไม่ได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างนอกนั่นเลยได้ยิน ‘ปั้ง’ ประตูห้องถูกถีบออกทหารของเรือนรับรองวิ่งเข้ามาหลายคน

           เรือนรับรองแห่งนี้เป็นสถานที่ราชการไม่เพียงมีข้ารับใช้คอยรับใช้ ยังมีทหารเวรเฝ้ารักษาการณ์ด้วย ทหารเหล่านี้ฝีมือไม่ได้แย่เมื่อได้ยินว่ามีความเคลื่อนไหว ก็จะรู้ทันที แล้วก็รีบมา

           ทหารห้าหกคนวิ่งเข้ามาในห้องเห็นหยางหนิงกับข้ารับใช้ชุดเขียวพัวพันกันอยู่ มองหน้ากันก็รู้ทันทีมีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “คุ้มครองซื่อจื่อ”

           มีสองสามคนวิ่งเข้ามา เห็นข้ารับใช้ชุดเขียวซุกมืออยู่ที่หน้าท้องของซื่อจื่อซื่อจื่อสีหน้าแดงก่ำ ร่างของทั้งสองสั่นเทา ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีคนพูดว่า “ดึงพวกเขาออกมาก่อน” ก็มีคนๆ หนึ่งเดินไปทางด้านหลังของข้ารับใช้ชุดเขียวพยายามแยกพวกเขาออกมา

           เมื่อมือของเขาวางลงบนไหล่ ออกแรงมือก็ปวดมาก เหมือนไม่มีแรง เมื่อออกแรงมากขึ้น มือก็ปวดมากขึ้นไปอีก

           แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดไปถูกเนื้อต้องตัวองครักษ์เสื้อแพรซื่อจื่อคิดแค่ว่าไปดึงข้ารับใช้ชุดเขียวออกมาก่อน!

           “เร็ว... มีตัวประหลาด... มีตัวประหลาด...!” ทหารที่อยู่หลังข้ารับใช้ชุดเขียวพูดแบบไร้เรี่ยวแรงว่า “ช่วยข้า...!”

           ทหารคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็รู้สึกแปลกใจคิดว่าเจ้าเองก็แรงอย่างกับเสือ ทำไมถึงดึงข้ารับใช้ชุดเขียวไม่ออก? แต่เห็นเพื่อนสีหน้าซีดเซียว ร่างกายเริ่มสั่น ดูผิดปกติทหารสองคนเดินขึ้นหน้าไปซ้ายคนขวาคน เอามือไปวางที่แขนของทหารคนนั้น คิดช่วยเขาออกมา

           แต่เมื่อออกแรงดึงทั้งสองก็ปวดแขนจนไม่มีแรง เมื่อออกแรงมือก็ติด จะเอาออกก็ไม่ออก

           หยางหนิงรู้สึกว่าลมปราณที่เข้ามาที่จุดชี่ไฮ่เยอะมากขึ้นเรื่อยๆก่อนหน้านี้ลมปราณข้ารับใช้ชุดเขียวมันก็เหมือนมีอะไรมาวิ่งวนอยู่ด้านในไม่รู้สึกอะไรมากมาย ไม่ได้ไหลลื่น แต่ตอนนี้มีลมปราณใหม่เพิ่มขึ้นมาหยางหนิงรู้สึกว่าการส่งพลังภายในกับเส้นลมปราณมันราบรื่นขึ้นมาก

           ตอนนี้มีทหารสองคนเข้าไปช่วยดึง หลังจากใช้เวลาอยู่นานพวกเขาก็เริ่มร้อนรนเมื่อพวกเขายิ่งออกแรง แขนก็ยิ่งปวด แต่ก็ทำได้เพียงออกแรงดึงให้มากขึ้น และไม่มีใครคิดที่จะหยุดเลย

           ทุกคนในที่นี้ สีหน้าเริ่มซีดเซียว และพูดจาติดอ่าง “แย่แล้ว มี... มีผี...!”

           เหลือทหารคนสุดท้ายที่ยืนดูอยู่ไม่กล้าเข้าไป ในมือกำดาบไว้แน่น ไม่รู้จะทำอย่างไร

           ในตอนนั้นเอง ก็เห็นคนๆ หนึ่งเข้ามาในห้อง ร่างกายกำยำสูงใหญ่มือถือดาบไว้แน่น เขาคือต้วนชางไห่

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน