ความมืดที่เข้าปกคลุมบ่อนัเขียวเพียงไม่กี่นาทีกลับทิ้งร่องรอยความพินาศไว้มากกว่าที่คิด เมื่อแสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง กลิ่นอายของการเฉลิมฉลองชัยชนะของหวังคุนก็ระเหยหายไปราวกับไอน้ำ ทิ้งไว้เพียงความตระหนกที่ขยายตัวเหมือนรอยร้าวบนแผ่นน้ำแข็ง
"เหมยลี่! เหมยลี่หายไปไหน!"
เสียงคำรามของ หวังคุน ดังก้องไปทั่วห้องโถงหรูหรา เขาปัดแก้วเหล้าจนตกแตกกระจาย แววตาที่เคยถือดีบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง บรรดาลูกน้องในชุดดำต่างวิ่งวุ่นค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า... และเหรียญหยกกิเลนที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่บนกองไพ่เอซสี่ใบ ราวกับจะเยาะเย้ยทุกสรรพสิ่งในที่นั้น
เฉินเฟิง ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ตัวตนของเขาดูสงบนิ่งขัดกับบรรยากาศที่โกลาหลรอบด้าน สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่หวังคุน แต่กลับจ้องไปที่ 'เซียนไร้เงา' คู่ปรับที่เพิ่งเอาชนะเขาไปในตาแรก
ประหลาดนัก... แม้ในจังหวะที่ไฟดับและเกิดการลักพาตัวขึ้นข้างกาย เซียนไร้เงากลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มันยังคงนั่งนิ่ง มือเรียวยาวทั้งสองข้างวางประสานกันบนโต๊ะราวกับหุ่นปั้นที่ไร้ชีวิต เฉินเฟิงพยายามใช้ 'วิชาฟังเสียงมัจจุราช' อีกครั้ง แต่อากาศรอบตัวของชายสวมแว่นดำคนนั้นกลับเป็สุญญากาศที่สมบูรณ์แบบ
"เฉินเฟิง! นี่มันฝีมือแกใช่ไหม!" หวังคุนถลาเข้ามาคว้าคอเสื้อเฉินเฟิง "แกส่งคนมาลักพาตัวเหมยลี่เพื่อจะใช้เธอมาต่อรองเื่หนี้โรงงานใช่ไหม!"
"หวังคุน... แกประเมินฉันสูงไป หรือไม่ก็ประเมินศัตรูคนอื่นต่ำไป" เฉินเฟิงแกะมือของเ้าพ่อใหญ่ออกอย่างใจเย็น "แกก็เห็นว่าฉันนั่งอยู่ที่นี่ตลอดเวลา และถ้าฉันมีพวกพ้องที่เก่งกาจขนาดลักพาตัวนกต่อของแกไปได้ท่ามกลางลูกน้องนับสิบ... ฉันคงไม่ปล่อยให้แกนั่งด่าฉันอยู่แบบนี้หรอก"
คำพูดของเฉินเฟิงแทงใจดำหวังคุนจนเขาพูดไม่ออก ในขณะนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาหวังคุน
"บอสครับ! เราเจอข้อความในห้องควบคุมไฟ... มันถูกเขียนด้วยเืครับ!"
หวังคุนรีบเดินตามไปดู โดยมีเฉินเฟิงเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ เพราะเขารู้ดีว่าความวุ่นวายนี้อาจเป็กุญแจสำคัญที่ทำให้เขาพลิกเกมที่พ่ายแพ้ในตาแรก
บนแผงควบคุมไฟฟ้าที่ถูกพังยับเยิน มีตัวอักษรสีแดงฉานเขียนไว้สั้นๆ ว่า:
"หนี้เืต้องล้างด้วยเื... เกมที่แท้จริงยังไม่เริ่ม"
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว ลายเส้นของตัวอักษรนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด มันไม่ใช่การเขียนแบบคนทั่วไป แต่มันแฝงไปด้วยน้ำหนักของคนที่ฝึกฝนการใช้ 'ปลายนิ้ว' มาอย่างหนักหน่วง... เหมือนกับที่อาจารย์กู่เคยสอนเขา
ในขณะที่ภายในบ่อนกำลังสับสนวุ่นวาย ที่บ้านเก่าของตระกูลเฉิน เฉินไห่ กำลังกระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข เขาเดินวนไปวนมาในห้องรับแขกที่ไม่มีประตู เสียงจิ้งหรีดนอกบ้านดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะในหัวของเขา
"พ่อ... อย่าเป็อะไรนะ" เขากระซิบกับตัวเอง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าบ้าน เฉินไห่สะดุ้งสุดตัวและคว้าไม้กวาดขึ้นมาเป็อาวุธ แต่เมื่อเขามองออกไป กลับพบเพียงผู้หญิงคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำที่กำลังเดินโซเซเข้ามา
"พี่เหมยลี่!"
เฉินไห่ทิ้งไม้กวาดแล้วถลาเข้าไปรับร่างของหญิงสาว เหมยลี่ดูมีรอยฟกช้ำที่ใบหน้าและข้อมือ เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อย ดวงตาที่เคยคมกล้าบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นกลัว
"อาไห่... ช่วยพี่ด้วย..." เธอพึมพำเสียงสั่นก่อนจะสลบไสลไปในอ้อมแขนของเด็กหนุ่ม
เฉินไห่ทำอะไรไม่ถูก เขาอุ้มเธอเข้าไปในบ้านพลางพยายามเรียกชื่อเธอ ความรู้สึกผิดและความสงสารตีรวนกันอยู่ในอก โดยที่เขาไม่สังเกตเลยว่า... ในเงาของต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน มีร่างหนึ่งยืนจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ แววตาของร่างนั้นสะท้อนแสงจันทร์เป็สีเงินเย็นเยียบ
กลับมาที่บ่อนัเขียว หวังคุนกลับมาที่โต๊ะพนันด้วยความบ้าคลั่งที่ทวีคูณ "เกมต้องดำเนินต่อ! เฉินเฟิง... ในเมื่อเหมยลี่หายไป ฉันจะเปลี่ยนเดิมพันตาที่สอง!"
"แกจะเดิมพันด้วยอะไรอีกล่ะ?" เฉินเฟิงถาม แววตาของเขาเริ่มฉายแววระแวดระวัง
"ตาที่สอง... ถ้าแกแพ้ แกไม่ต้องควักตาตัวเอง" หวังคุนแสยะยิ้มที่ทำให้เฉินเฟิงเสียวสันหลัง "แต่แกต้องบอกฉันมาว่า 'เหรียญหยกกิเลน' นั่นแกได้มาจากใคร! และแกต้องเป็คนพังมือซ้ายของตัวเองทิ้งซะ!"
เฉินเฟิงนิ่งอึ้ง เขามองไปที่เหรียญหยกบนโต๊ะ... ความลับเื่สมาคมเซียนเงาเป็สิ่งที่อาจารย์กู่กำชับนักหนาว่าห้ามแพร่งพราย
"แล้วถ้าแกแพ้ล่ะ?" เฉินเฟิงย้อนถาม
"ถ้าเซียนไร้เงาแพ้... ฉันจะคืนกรรมสิทธิ์โรงรถทั้งหมดให้เถ้าแก่ลี และยกเลิกหนี้ทุกคน!" หวังคุนประกาศ "เริ่มแจกไพ่!"
พนักงานแจกไพ่คนใหม่ก้าวเข้ามาแทนที่ ครั้งนี้เป็ชายแก่ท่าทางสันทัดที่เฉินเฟิงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ชายแก่คนนั้นสบตากับเฉินเฟิงแวบหนึ่ง... เป็สายตาที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
ไพ่ถูกแจกออกไปอีกครั้ง เฉินเฟิงััได้ถึงแรงสั่นะเืบางอย่างบนโต๊ะ... มันไม่ใช่การสั่นจากภายนอก แต่มันคือการสั่นะเืจาก 'วิชา' ของเซียนไร้เงาที่กำลังแผ่ขยายออกมา
มันกำลังเปลี่ยนไพ่ในสำรับ! เฉินเฟิงรับรู้ได้ทันทีด้วยสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมาสิบปี
แต่ก่อนที่เขาจะขยับตัว ชายแก่พนักงานแจกไพ่กลับไอออกมาเบาๆ แค่ก... และในจังหวะที่ไพ่ใบแรกถูกหงายขึ้นบนกองกลาง...
"หยุดก่อน!" เสียงของเซียนไร้เงาดังขึ้นอย่างกะทันหัน มันลุกขึ้นยืนและจ้องไปที่พนักงานแจกไพ่
"มีอะไร?" หวังคุนถามอย่างสงสัย
"ไพ่ใบนี้... ไม่ใช่ไพ่ที่ฉัน้า" เซียนไร้เงาพูดด้วยเสียงที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่เสียงแหบพร่าอีกต่อไป แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ
เซียนไร้เงาเอื้อมมือไปกระชากแว่นดำออก... และวินาทีนั้นเองที่เฉินเฟิงถึงกับต้องหยุดหายใจ ใบหน้าภายใต้แว่นดำนั้นคือชายหนุ่มที่ดูหน้าตาคล้ายกับเฉินเฟิงอย่างประหลาด!
"แก... แกเป็ใคร!" เฉินเฟิงะโถาม
ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ตอบ แต่เขากลับหยิบไพ่ใบหนึ่งขึ้นมาแล้วสะบัดใส่เฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว เฉินเฟิงเอี้ยวตัวหลบได้ทัน ไพ่ใบนั้นปักเข้าที่เก้าอี้ไม้จนมิด
"การพนันคือเื่ของภาพลวงตา... และความกตัญญูคือเื่ของหัวใจ" ชายหนุ่มคนนั้นพูดทิ้งท้าย ก่อนจะะโข้ามโต๊ะพนันหายไปท่ามกลางฝูงชนที่กำลังแตกตื่น
หวังคุนยืนอึ้ง "นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! เซียนไร้เงานั่น... มันทรยศฉันเหรอ!"
เฉินเฟิงก้มลงมองไพ่ที่ปักอยู่ที่เก้าอี้... มันคือไพ่ '10 โพแดง' ซึ่งบนไพ่มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนไว้ว่า: "ไปหาเหมยลี่... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
หัวใจของเฉินเฟิงเต้นรัว... เหมยลี่หายไปที่ไหน? และทำไมชายหนุ่มคนนั้นถึงบอกให้เขาไปหาเธอ? หรือว่า... ภรรยาและลูกชายของเขาที่บ้านกำลังตกอยู่ในอันตราย!
เฉินเฟิงไม่รอช้า เขาคว้าเหรียญหยกกิเลนแล้ววิ่งออกจากบ่อนัเขียวทันที ทิ้งให้หวังคุนยืนคำรามด้วยความแค้นอยู่เื้ั
แต่ทว่า... เมื่อเฉินเฟิงมาถึงหน้าบ่อน เขากลับถูกชายสวมชุดนักพจน์คนหนึ่งขวางทางไว้ ชายคนนั้นถือไม้เท้าไม้มะเกลือและจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เป็ฝ้าฟาง
"เ้าจะไปช่วยนาง... หรือจะไปรับ 'ความตาย' ที่นางหอบไปให้ล่ะ เฉินเฟิง?"
เหมยลี่ที่กลับไปหาเฉินไห่ คือตัวจริงหรือตัวปลอม?
และเซียนไร้เงาที่มีใบหน้าคล้ายเฉินเฟิง แท้จริงแล้วมีความสัมพันธ์อย่างไรกับตระกูลเฉิน?