14.ขึ้นบ้านผู้ใหญ่
จวนใกล้จะออกพรรษาลาพระเ้าแล้ว หลังกลับจากทำบุญข้าวสากที่วัดไทรงาม ชาวบ้านที่ไปทำบุญโจทก์ขานกันว่าศาลดอนปู่ตาได้เพพังฮ้างหมดแล้ว บรรดาต้นหมากรากไม้ที่เคยเป็ร่มเงาก็โค่นหักเสียหาย ไม่รู้พวกจัญไรจากที่ไหนพากันมาทำลาย
พระอาจารย์มหาจันทร์ได้ถามหาเฒ่าจ้ำพุฒิเพื่อจะได้รู้ข้อเท็จจริงว่าเื่ราวเป็มาอย่างไร
"เฒ่าจ้ำพุฒิช่วยเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นกับศาลปู่ตาให้พี่น้องฟังสิ" พระอาจารย์มหาจันทร์ถามขึ้นหลังฉันอาหารเสร็จแล้ว
"โอ้ย คนน้ออาจารย์ ขะน้อยกะบ่ฮู้ดอกว่ามันผู้ใดมากระทำการอัปยศอดสูแบบนึ้ เห็นสภาพศาลปู่ตาแล้ว ขะน้อยกะเหมิดคำสิเว้าคือกันครับ" พ่อเฒ่าจ้ำเล่าไปทั้งน้ำตา
"ไผล่ะ ลูกหลานคนไหนมันบังอาจกระทำการอย่างนี้ มันเป็เื่บาปหนาอาเพทของหมู่บ้านเฮาแท้ๆเลยนะ"พ่อใหญ่หมุนมัคทายกวัดกล่าวตำหนิอย่างรุนแรง
"เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บักแก้วกับบักต๋อยลูกเจ๊กนาเข้ามาหาอาตมาที่วัด พวกมันบอกว่าจะมาขอของขลังจากอาตมาไปปราบผี เพราะครูประสานบอกพวกมันว่าผีไม่มีในโลก ยุคนี้ยุควิทยาศาสตร์ อเมริกาไปเหยียบดวงจันทร์แล้วยังจะมางมงายเชื่อเื่ผีเื่สางอยู่อีกหรือ พวกมันพูดอย่างนี้กับอาตมา" หลวงพี่คำผางอดีดพระนักเลงที่ดวงตาเห็นธรรกล่าวสาธยายด้วยความสงสัยในตัวเด็กทั้งสองคน
"มันต้องเป็เด็กพวกนี้แหละ" พระอาจารย์มหาจันทร์เชื่อว่าไอ้สองคนที่กล่าวนามมานี้คือตัวการใหญ่
หลังจากนั้นเฒ่าจ้ำพุฒิ มัคทายกหมุน พระอาจารย์มหาจันทร์ พร้อมกับพวกญาติโยมได้พากันเดินทางไปยังดอนปู่ตา ซึ่งเป็ที่ตั้งศาลปู่ตาของหมู่บ้าน เฒ่าจ้ำพุฒิเดินนำหน้าคณะของชาวบ้าน เมื่อเดินมาถึงลานโล่งหน้าศาลปู่ตา ภาพที่ทุกคนได้เห็นคือศาลปู่ตาได้เสียหายเหลือเพียงเศษซากของกระท่อมระเกะระกะ กระจายอยู่ตามพื้นดิน ต้นหมาก รากไม้ที่รายล้อมล้อมล้มระเนระนาด สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผา ฝูง ม้า วัว ควาย แตกละเอียด สำรับข้าวแตกกระจาย มองดูแล้วช่างเศร้าะเืใจเป็อย่างยิ่ง พวกชาวบ้านได้แต่ปลงอนิจจัง แม่เฒ่าบางคนก้มหน้าร้องไห้ สะอึกสะอื้น บางคนถึงกับกล่าวคำสาปแช่งขอให้พวกที่มากระทำย่ำยีศาลปู่ตาจงฉิบหายในชาตินี้
"ใครพาพวกมึงไปทำลายศาลปู่ตา"แม่ใหญ่ผมถามคำปันอย่างโกรธแค้น เป็ครั้งแรกที่แม่ใหญ่ผมพูดกับคำปันแบบนี้ แม่ทองออนก็ไม่ละเว้นคำป้อยด่าเช่นเดียวกัน
"บักแก้วกับบักต๋อยลูกเจ๊กนา พวกมันไปขอของขลังจากหลวงพี่คำผางเพื่อจะมาทดลองไล่ผีปู่ตา เขาเอิ้นว่า.. ลองของพระเพราะครูประสานบอกว่าผีไม่มีในโลก ครูประสานยกตัวอย่างเื่อเมริกาไปเหยียบดวงจันทร์ แต่ประเทศของเรา และคนบ้านเราหลงเชื่องมงาย ปากบอกว่านับถือศาสนาพุทธ แต่พากันเชื่อเื่ผีเื่สาง เชื่อแต่เื่ไสยศาสตร์" คำปันอธิยายให้แม่ใหญ่ผมฟังถึงเื่ราวความเป็มา
"เฮ้อ ครูประสานก็แปลกคนน้อ เป็ครูบาอาจารย์เขาพากันอบรมสั่งสอนให้เด็กนักเรียนประพฤติปฏิบัติตามฮีตคองเมืองบ้าน พวกสูรู้ไหมว่าการกระทำเยี่ยงนี้มันเป็การลบหลู่ดูิ่บรรพชน ศาลปู่ตาคือจิติญญาของหมู่บ้าน สูพากันไปทำลายศาลปู่ตาก็เหมือนทำลายจิตใจของชาวบ้าน มันเป็จารีตฮีตคอง เป็หลักความเชื่อและหลักยึดของชาวบ้านของเรา"
แม่ใหญ่ผมกล่าวอธิบายยืดยาว ทำให้คำปันถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที แม่ใหญ่ผมนับว่าเป็ปราชญ์ของชาวบ้าน ต้นตระกูลของแม่ใหญ่ผมนั้นล้วนบวชเรียนเป็มหาเปรียญ เป็จารย์ครู ได้รับการนับถือเสมอมา
"พวกสูต้องไปขึ้นบ้านผู้ใหญ่จอม" แม่ทองออนบอกกับคำปัน งานนี้อ่อนจันทร์ไม่ได้มีส่วนร่วมในเื่นี้เพราะเขาไม่ได้ไปโรงเรียน
คำปันเองก็เป็เพียงผู้ชมเหมือนกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ แต่ถึงอย่างไร เขาก็ตกเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดและร่วมกระทำการในความอัปยศอดสู จะเรียกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตามแต่ มันก็เป็เื่ร้ายแรง เพราะมันคือการหยามิ่เกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี และจิติญญาของบรรพชนผู้สร้างบ้านแปงเมืองมาจวบจนกระทั่งถึงวันนี้
ผู้ใหญ่จอมคือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านโสก แกเป็คนพูดเสียงดัง และดุร้ายมาก ใครๆต่างกลัวผู้ใหญ่จอมกันทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกเด็กๆ แกเป็คนเก่าคนแก่ของหมู่บ้าน อพยพมาจากบ้านไผ่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ไกลห่างออกไปนับสิบกิโลเมตร ผู้ใหญ่จอมเป็ผู้นำพาชาวบ้านอพยพมาตั้งหมู่บ้านแห่งใหม่ พร้อมกับแม่ใหญ่ผม แม่ใหญ่วันดี ตลอดจนชาวบ้านคนอื่นๆหลายสิบครัวเรือน
ไอ้แก้ว ขนเหล็ก กับยอดชายนายต๋อยลูกชายเจ๊กนาเ้าของร้านขายของชำประจำหมู่บ้าน คำปัน คำผุย และคำพูนได้ถูกครูใหญ่นำตัวมามอบให้ผู้ใหญ่จอมที่บ้านของแก
"พวกสูเป็ลูกหลานของใครบ้างล่ะ ทำไมถึงกระทำการชั่วช้า เลวทรามอย่างนี้"ผู้ใหญ่จอมถามเด็กๆด้วยเสียงอันทรงพลังจนทำหน้าให้พวกเด็กๆหน้าถอดสีไปตามๆกัน ในขณะที่ปากของแกยังเคี้ยวหมากไปด้วย
"บักแก้ว ลูกแม่ใหญ่ต่อย บักต๋อยลูกเจ๊กนา บักคำปันหลานแม่ใหญ่ผม บักคำผุยและบักคำพูนลูกหลานแม่ใหญ่วันดีครับ" ครูใหญ่รายงานความจริงให้พ่อใหญ่จอมได้รับรู้
"บักครูจ่อยตัวการใหญ่ไม่มาหรือ"ผู้ใหญ่จอมถามครูใหญ่
"ครูจ่อยประสานไปอบรมที่จังหวัดครับ"ครูใหญ่กล่าวตอบ
"บักครูจ่อยมันหัวหมอ สอนเด็กไม่ให้เชื่อถือในเื่จารีตฮีตคองของหมู่บ้าน เื่ผีไร่ ผีนา ผีปู่ ผีย่า มันบอกเป็เื่ไสยศาสตร์ งมงาย ไร้สาระ ไม่เป็วิทยาศาสตร์ ครูใหญ่บอกมันด้วยเด้อ ทางอำเภอเขาบอกเตือนมา"ผู้ใหญ่จอมร่ายยาวว่าทางผู้หลักผู้ใหญ่ของอำเภอฝากบอกเตือนครูประสานให้ระมัดระวังในการอบรมสั่งสอนนักเรียน เพราะมันสร้างความขัดแย้งให้กับชาวบ้าน
"พวกสูจะเลือกเข้าคุกหรือเสียค่าปรับ" ผู้ใหญ่จอมถามเด็กๆ
คำปันรู้สึกใจหายและหวาดกลัวกับคำพูดของผู้ใหญ่จอมเป็อย่างมาก ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ผู้ก่อการ แต่ก็ร่วมอยู่ในขบวนการของบักต๋อยและอ้ายแก้ว ขนเหล็ก
"ผมบ่ได้เฮ็ดครับ"คำปันตัดสินใจพูดขึ้น
"มึงบ่ต้องมาแก้ตัวลูกบักจันทร์"ผู้ใหญ่จอมพูดตะคอกใส่คำปันด้วยความเดือดดาล
"พวกสูรู้ไหมว่าสิ่งที่พวกสูทำมันทำลายบ้านเมือง มันทำลายจิติญญาของบรรพชนของหมู่เฮา ศาลปู่ตาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน คือหลักความเชื่อของจารีตฮีตคองของบ้านเมือง พวกสูได้กระทำการผิดกฎของบ้านเมือง เป็ตัวอย่างที่ไม่ดี จะต้องถูกเสียค่าปรับไหมไถ่โทษรวมแล้ว500บาท เพื่อเป็ค่าก่อสร้างศาลปู่ตาหลังใหม่"
คำปัน คำพูน และคำผุยได้ฟังผู้ใหญ่จอมกล่าวเช่นนั้นถึงกับร้องไห้โฮ เพราะไม่คิดว่าพวกตนจะโดนปรับไหมมากขนาดนี้
"อย่าว่าแต่เงิน 500บาทเลยครับ เงินสิบเงินร้อยพวกผมก็ไม่เคยได้พบเห็น"คำปันกล่าวทั้งน้ำตา
"นั่นล่ะพวกสูจำไว้ให้ดี จำจนกระทั่งกระดูกพวกสูเข้าหม้อว่าต่อจากนี้ไปอย่าได้ทำเื่ชั่วๆแบบนี้อีก" ผู้ใหญ่จอมพูดจาข่มขู่อย่างเอาจริงเอาจัง
"หรือว่าจะจับส่งนายอำเภอขังคุกขี้ไก่ดีไหมนะ"ผู้ใหญ่จอมยังมิวายพูดข่มขู่อีกครั้ง
"ผู้ใหญ่ครับ เจ๊กนาพ่อบักต๋อยและเป็เพื่อนของผมเองฝากบอกว่าเื่เสียเงินเสียทองหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เจ๊กนาจะรับผิดชอบแทนพวกเด็กๆที่ร่วมกันทำสิ่งไม่ดีให้กับศาลปู่ตาครับ เขาบอกว่าอยากให้ผู้ใหญ่จอมอบรมและกำหราบให้พวกเขาหลาบจำเท่านั้นเองครับ"ครูใหญ่บอกผู้ใหญ่จอม
"เอ้อ อย่างนั้นก็ดีแล้ว บักเจ๊กนานี่มันใจดีจริงๆ"ผู้ใหญ่จอมพูดแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
*****