“เป็นไงบ้าง สนใจอันไหนเป็นพิเศษไหม?” เจ้าของดวงตาสีเขียวน้ำทะเลเอ่ยถามเพื่อนสาวที่กำลังจ้องอาวุธตรงหน้าอย่างครุ่นคิด
“งั้นลองเริ่มจากดาบไม้นี่ดีกว่า น่าจะง่ายอยู่นะ” เธอพูดพร้อมกับหยิบดาบไม้ที่วางอยู่ขึ้นมา สัมผัสแรกที่เจ้าตัวรู้สึกเลยคือมันค่อนข้างที่จะหนักเอาเรื่องแต่เธอก็ยังฝืนถือขึ้นมา
“มั่นใจนะว่าง่ายน่ะ สีหน้าเธอดูไม่เป็นแบบนั้นเลยนะ”
“พึ่งครั้งแรกก็แบบนี้แหละน่า ตอนซูซาคุใช้ฉันก็เห็นแค่ว่าเขาเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเองไม่ได้ทำอะไรเยอะเสียหน่อยเพราะงั้นน่าจะง่ายอยู่ เอาล่ะนะ!” เจ้าตัวจับดาบไม้ในมืออย่างมั่นใจพร้อมกับเหวี่ยงมันหมายจะลองฟันหุ่นฝึกไม้ที่อยู่ตรงหน้า
“ว้าย!”
แต่มันดันไม่เป็นอย่างที่คิมหันต์คิดไว้ เพราะเหมือนว่าเธอจะใส่แรงตอนเหวี่ยงเยอะไปหน่อยเลยเป็นผลทำให้ดาบไม้เล่มนั้นลอยหลุดมือไป
โป้ก
แถมยังไปหล่นกระแทกหัวคนที่เด็กสาวไม่อยากให้โดนที่สุดอีกด้วย
“เธอ.. อยากจะลองดีกับฉันใช่ไหม ยัยโง่!!”
“แฮะๆ ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจง่ะ ขะ ขอโทษ ให้อภัยฉันเถอะนะ!”
“ดูท่าแล้วตัดสายใช้อาวุธทิ้งไปได้เลยล่ะมั้งถ้าเป็นแบบนี้.. งั้นลองใช้ยันต์นี่ไหม ยัยบื้อ” ไพลินเสนอความเห็นกับเด็กสาวที่กำลังโดนซูซาคุดึงแก้มทั้งสองอย่างไม่ปรานีอยู่
“อือ ลองดูก็ได้ แล้วมันใช้ยังไงหรอ” เจ้าตัวที่โดนซูซาคุเอาคืนเสร็จแล้วก็เอ่ยถามพลางเอามือลูบแก้มทั้งสองอย่างเจ็บปวด
“ก่อนอื่นเลย ยันต์แบ่งเป็นสองประเภทคือแบบธรรมดากับสำเร็จรูป”
“ยันต์สำเร็จรูป?” เจ้าของดวงตาสีม่วงพูดทวนคำพูดของเพื่อนสาวตรงหน้า
ไพลินพอได้เห็นใบหน้าสงสัยของคิมหันต์เธอจึงเดินไปหยิบยันต์ที่ห้องฝึกนี้มีเตรียมไว้ให้แล้วหยิบยันต์ในกระเป๋ากางเกงของเธอออกมาเพื่อเปรียบเทียบให้คิมหันต์เห็นถึงความแตกต่าง
“ที่สำนักงานเตรียมไว้ให้คือยันต์แบบธรรมดา ส่วนของฉันคือยันต์สำเร็จรูป”
“เอ๋ มันไม่เห็นจะต่างกันเลยนี่นา?” คิมหันต์มองยันต์ในมือของหญิงสาวด้วยความสงสัย เพราะว่ายันต์แบบธรรมดาที่อยู่บนมือไพลินมันมีอักขระเขียนเอาไว้อยู่ และยันต์สำเร็จรูปก็มีอักขระลงเอาไว้แล้ว
“เปลี่ยนชื่อจากคิมหันต์เป็นยัยโง่เต็มตัวเลยดีกว่านะ ฉันว่า” ซูซาคุพอเห็นเด็กสาวถามแบบนั้นเลยอดที่จะจิกกัดไม่ได้ ซึ่งคิมหันต์ก็ทำได้แค่ปลงถือว่าหายกันที่เธอทำดาบไม้หล่นใส่หัวเขา
“ดูให้ดีก่อนยัยโง่ แม้ว่ายันต์ทั้งสองชนิดจะมีจุดที่เหมือนกัน แต่ยันต์แบบธรรมดากับแบบสำเร็จรูปบนมือฉันมีจุดแตกต่างอยู่ บอกฉันมาว่ามันต่างกันตรงไหน คิดให้ดีก่อนตอบนะ” ไพลินมองเด็กสาวด้วยสายตาเข้ม
คิมหันต์พยายามเพ่งมองยันต์ที่อยู่บนมือของไพลินโดยละเอียด ครั้งนี้เธอพยายามสังเกตจุดที่แตกต่างของยันต์บนมือไพลิน
นี่มัน คล้ายเกมจับผิดภาพเลยนะ คิมหันต์คิด
เมื่อจ้องมองโดยละเอียดแล้วเธอก็เห็นจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
“นี่มัน...”
“เหมือนเธอจะได้คำตอบแล้วนะ” ไพลินยิ้ม
“ยันต์แบบธรรมดาช่วงล่างจะเว้นเป็นช่องว่างเอาไว้ ในขณะที่ยันต์แบบสำเร็จรูปจะมีเครื่องหมายเขียนกำกับเอาไว้… ใช่รึเปล่านะ?” คิมหันต์ตอบอย่างไม่มั่นใจ
ยันต์แบบธรรมดาบนมือของไพลินมีอักขระถูกลงเอาไว้แล้วแต่ว่ามันไม่สมบูรณ์ เมื่อเทียบกับยันต์แบบสำเร็จรูปที่อยู่ข้างเคียง ดูเหมือนว่าตรงกลางของยันต์จะมีสัญลักษณ์ปรากฏอยู่ทำให้ยันต์ดูไม่มีที่ว่างพอจะขีดเขียนอะไรเพิ่มแล้ว
“ก็ไม่ได้ไร้สมองไปทั้งหมดนี่” ไพลินยิ้มก่อนจะอธิบายต่อ
“ยันต์ธรรมดาจะแตกต่างกับยันต์สำเร็จรูป ข้อแตกต่างของมันคือการเรียกใช้พลัง”
“การเรียกใช้พลัง?”
“ใช่ ยันต์แบบธรรมดาจะยังไม่ถูกกำหนดการเรียกใช้พลังอย่างชัดเจน เธอเห็นยันต์สำเร็จรูปนี่ใช่ไหม? ตรงกลางมีสัญลักษณ์วงกลมอยู่ นี่คือยันต์ป้องกัน ซึ่งปกติแล้วยันต์สำเร็จรูปจะมีคุณภาพสูงกว่าการใช้ยันต์แบบธรรมดา เพราะว่าสามารถเรียกพลังออกมาได้มากกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วคนก็มักจะต้องใช้ยันต์สำเร็จรูปกันแน่ๆ เลยใช่ไหม?” คิมหันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นไพลินขีดเขียนบนยันต์ในขณะที่สู้กับพวกวิญญาณร้ายเลย
“ถึงแม้ว่ายันต์ประเภทนี้จะได้พลังมากกว่า แต่คงต้องบอกว่าผิด คนที่ใช่ยันต์สำเร็จรูปมีแค่นักปราบผีฝึกหัดเท่านั้น”
“อ้าว?”
“โดยทั่วไปแล้ว นักปราบผีจะไม่นิยมใช้ยันต์สำเร็จรูปกัน เนื่องจากว่าสิ่งที่มันขาดไปคือความยืดหยุ่นในการต่อสู้ มันเป็นธรรมดาที่เราจะไม่สามารถเตรียมยันต์ไว้สำหรับต่อสู้ได้ทุกประเภท” ไพลินหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายเสริม
“การเขียนยันต์แต่ละใบจำเป็นต้องใช้พลังจิตในการเขียน แม้ว่ายันต์แบบธรรมดาจะไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้เทียบเท่ายันต์แบบสำเร็จรูป แต่ทว่าการพลิกแพลงเลือกใช้ยันต์แต่ละชนิดได้ มันเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกสถานการณ์การต่อสู้เลยด้วยซ้ำ ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะต้องเตรียมยันต์สำเร็จรูปเอาไว้มากแค่ไหน ถ้าหากเธอเจอสถานการณ์ที่คับขันแล้วในมือเธอไม่มียันต์ป้องกันเลยเธอจะเอาตัวรอดออกมาได้อย่างไร” ไพลินปรายตามอง
“อย่างนี้นี่เอง”
หลังจากที่ได้ฟังในสิ่งที่ไพลินเล่า คิมหันต์ก็เริ่มจะมีความสนใจเกี่ยวกับการใช้ยันต์มากยิ่งขึ้น เธอลองจินตนาการถึงภาพที่เธอใช้ยันต์ได้แบบไพลินแล้วก็พบว่าตัวเองยิ่งรู้สึกสนใจการใช้ยันต์เป็นอย่างมาก
ในจังหวะที่เพื่อนทั้งสองกำลังอยู่ในวิกฤติ เธอก็ปายันต์ป้องกันไปให้ทั้งสองแล้วตะโกนว่า ทุกคนน่ะ ฉันจะเป็นคนปกป้องเอง บทตัวเอกแบบนั้นอยากจะได้มันสักครั้งเหมือนกันนะ