ยามราตรีค่ำคืนนี้ พระจันทร์ลอยเด่นเหนือฟากฟ้า รัศมีสีเหลืองอ่อนบดบังแสงของดวงดาวเสียจนสิ้น
ในห้องของนายหญิงประจำสำนักศิลาบัดนี้ว่างเปล่าไร้ผู้คน ภาพเขียนของเธอทำหน้าที่ฉากบังประตูมิติได้อย่างแนบเนียน ประตูห้องถูกปิดลงเมื่อไม่นานมานี้ เด็กหนุ่มสาวทั้ง 3 แยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตนเพื่อนั่งบำเพ็ญเพียร
สำหรับครามนั้นมีสิ่งที่ต้องทำก่อนคือการเปลี่ยนให้เสื้อผ้าของทั้งสองสาวกลายเป็นเกราะอ่อนที่สามารถสะท้อนพลังอิทธิได้ ตามที่ได้สัญญาเอาไว้ ก่อนที่จะลงนั่งขัดสมาธิเพื่อทำการบำเพ็ญเพียร
หัวหน้ากองรักษาความปลอดภัยเพิ่มกำลังคุ้มกันสำนักอย่างหนาแน่น หน้าห้องของหนุ่มสาวชายหญิงทั้งสามมีบ่าวรับใช้ยืนประจำหน้าห้อง ห้องละสองคน
หญิงรับใช้ต่างผลัดเปลี่ยนเวร ยืนประจำหน้าห้องของเจ้าสำนักที่ยัดนี้มีแสงเทียนวูบไหวไปมา ภายในห้องมีเสียงพูดคุยกันไม่หยุดหย่อน จนถึงจันทราลี้หลบ ตะวันเฉิดฉายขึ้นมา
รุ่งเช้า…
คู่รักคู่นี้ แม้จะแต่งงานกันมานานนับ 17 ปี แต่มีช่วงเวลาพลัดพลากนานกว่าที่ได้อยู่ด้วยกัน วันนี้หากผู้ใดได้พบเจ้าสำนักศิลา จะสังเกตเห็นแววตาที่ทอประกายหวานฉ่ำ แต่มีรอยดำรายล้อมบริเวณขอบตาอย่างชัดเจน ส่วนนายหญิงนั้น ดวงหน้ามีความสดใสมากเป็นพิเศษ เพราะนางได้ลิ้มรสโอสถหัวใจนักสิทธิ์ที่ปรุงโดยคราม โอสถนี้ผู้ที่ได้ทาน แม้ไม่ได้นอนนับ 10 วัน ร่างกายก็ไม่ได้ทรุดโทรม เพราะปรุงมาเพื่อการบำเพ็ญเพียรโดยเฉพาะ
สองมือของสองสามีและภรรยาประสานกันอย่างแนบแน่ บัดนี้ศิลาไม่ปล่อยมือจากภรรยาสาวง่ายๆ ทุกคนในสำนักล้วนเข้าใจดี จึงได้แต่อมยิ้มทุกครั้งที่ทำความเคารพทั้งสอง
ขณะนี้ภาพลักษณ์ของทั้งคู่ ไม่ต่างอะไรกับคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันเมื่อวาน
“เที่ยงวันนี้ เหล่าผู้อาวุโส และศิษย์เอกชั้นใน น่าจะออกจากบำเพ็ญเพียรในถ้ำแล้วกระมัง ครึ่งปีแล้วนี่” ศิลาเอ่ยถามพ่อบ้านวานร
“ครับท่านเจ้าสำนัก เมื่อเช้าทางสำนักใหญ่ส่งข่าวมาบอกว่า มีแสงพุ่งออกมาจากปากถ้ำ 10 ครั้ง เหล่าผู้อาวุโสทั้งห้า และศิษย์เอกคงได้รับการเลื่อนขั้นไปแล้วคนละ 1 ขั้นเป็นแน่ ตอนนี้ข้าได้สั่งให้ผู้ช่วยเตรียมพิธีต้อนรับเอาไว้ให้แล้ว เมื่อเรากลับสำนักใหญ่พวกเราจะเริ่มเฉลิมฉลองกัน” พ่อบ้านพูดพลางกำมืออย่างขึงขัง
“เยี่ยม ถ้ำของเรามีแหล่งพลังศักดิ์สิทธิ์เข้มข้น ผู้ใดได้บำเพ็ญเพียรที่นั่นย่อมบรรลุผลได้อย่างรวดเร็ว เสร็จสิ้นครานี้ เราจำทำการคัดเลือกผู้มีความสามารถกลุ่มใหม่ สำนักเราจะได้มีผู้แข็งแกร่งเพื่อเป็นกำลังสำคัญของเรามากขึ้น” ศิลาหันไปชนหมัดกับพ่อบ้าน
ถ้ำแห่งนี้ เรียกกันภายในว่าถ้ำศิลาศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่จะเข้าไปดูดซับพลังนั้น ต้องผ่านการคัดเลือกที่เรียกว่าอัจฉริยะของสำนัก ผู้อาวุโสและศิษย์ทั่วไปไม่สามารถเข้าได้ หากมติของที่ประชุมผู้อาวุโสไม่ยินยอม แม้แต่เฌอปราง ที่มีศักดิ์เป็นถึงธิดาของเจ้าสำนักก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูดซับพลัง
“วานร เฌอปราง คราม กับอชิรายังไม่ลงมาอีกรึ พวกเราจะได้กลับสำนักใหญ่กัน” ศิลาเอ่ยถาม เพราะเห็นว่าสายมากแล้ว จะได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย
“เกรงว่าจะยัง ข้าเห็นบ่าวยังยืนประจำอยู่หน้าห้อง” พ่อบ้านเอ่ย “ปกติคุณหนูทั้งสองและคุณชายจะตื่นเช้ากันมากกว่านี้
ทันใดนั้นมีเสียงอึกทึกดังมาจากบ่าวไพร่บริเวณหน้าห้องของเด็กหนุ่มสาว บ่าวเหล่านี้ได้ถูกไหว้วานให้ดูแลเด็กหนุ่มสาวทั้งสามไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
แสงสว่างหลากสีพวยพุ่งทะลุออกมาหน้าห้องบางสายก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้า นี่มันปรากฏการณ์อะไรกัน
“ดูเหมือนจะ…อีกแล้ว” พ่อบ้านวานรพิจารณา “ข้าว่า ….โอ้!!! เลื่อนขั้นอีกแล้วไม่ใช่รึไง”
“เลื่อนขั้นอะไร” ศิลาตั้งคำถาม
บ่าวไพร่ พูดจาไม่เป็นสรรพ พอจับใจความได้ว่า แต่ละห้องมีแสงสว่างเกิดขึ้น แสงนั้นเหมือนกับว่าเป็นการเลื่อนขั้นการบำเพ็ญ โดยเฉพาะห้องคุณชายคงคราม มีแสงสว่างนั่นมานานมากแล้ว
ห๊าา!!! ศิลากับเฌอเอม อุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แค่บำเพ็ญกันในห้องก็เลื่อนขั้นกันง่ายดายเช่นนี้เลยรึ”
“อ้า” พ่อบ้านวานรสูดหายใจ “ตั้งแต่คุณชายคงครามเข้ามา ก็เลื่อนกันง่ายๆ แบบนี้แหละ”
ทุกคนต่างยืนจับจ้องสายพลังที่พวยพลุ่งออกมาจากห้องของทั้งสาม แบบไม่เชื่อสายตา ลำแสงเหล่านั้นต่างเข้มข้นเรื่อยๆ จนเกิดเสียงกัมปะนาท ร่างของเฌอปรางพุ่งทะลุหลังคาออกมาลอยอยู่กลางเวลาในท่านั่งขัดสมาธิ ร่างของเธอในชุดสีแดงบัดนี้เคลือบด้วยแสงสีเหลืองโดยรอบ รัศมีสีแดงเข้มราวกับเปลวเพลิง ลุกโชนทั่วร่างกาย
ศิลากับเฌอเอมตื่นตะลึง เมื่อร่างที่ลอยเหนือฟ้าเป็นร่างของลูกสาวตนเอง ด้วยแรงปะทุของพลังงานระดับนี้ บ่งบอกถึงการเลื่อนระดับ มิใช่เพียงการเลื่อนขึ้นธรรมดา