"ค... คุณน้าครับ คือผมไม่ใช่..."
ยังไม่ทันที่นนท์จะพูดจบประโยค แม่ของเด๋กคนนั้นก็รีบพูดสวนขึ้นมาทันที
"ยังจะมาแกล้งเรียกแม่ว่าคุณน้าอีกนะ หนูพิมพ์! แม่บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าวิ่งออกมาไกลจนมองไม่เห็น ถ้าโดนคนร้ายลักพาตัวไปจะทำยังไง!"
ผู้หญิงที่แทนตัวเองว่า 'แม่' ไม่ฟังคำพูดของนนท์เลยแม้แต่น้อย หล่อนคว้าข้อมือเล็กๆ ของเขาแล้วออกแรงลากให้เดินตามไปทันที นนท์ในร่างเด็กหญิงพยายามจะขัดขืน แต่ด้วยแรงเท่าของเด็กเล็กกับน้ำหนักตัวอันน้อยนิด ไม่มีทางที่จะฝืนแรงของผู้ใหญ่ได้เลย เขาโดนลากไปตามทางเดินห้างโดยที่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลย
"คุณน้าครับ! ฟังผมก่อน! ผมไม่ใช่ลูกคุณแม่นะครับ ผมเป็ผู้ชาย ที่ติดถูกทำให้กลายร่างมาเป็ลูกของคุณน้าครับ!"
นนท์พยายามะโอธิบายบอกความจริงอย่างสุดความสามารถ
แต่หญิงสาวที่ยังคิดว่านนท์เป็ลูกของตัวเองก็ไม่สนใจ หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาในห้างพอได้ยินสิ่งที่นนท์พูดก็กลับหันมามองแล้วอมยิ้มด้วยความเอ็นดู บางคนถึงกับกระซิบกระซาบกันว่า
"ดูสิเธอ เด็กสมัยนี้จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ เล่นบทเป็เด็กผู้ชายซะด้วย น่ารักจัง"
"ใครก็ได้ ช่วยผมด้วย!"
นนท์ร้องะโออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือ
"ยังไม่หยุดเล่นพิเรนทร์อีกนะหนูพิมพ์ เดี๋ยวเถอะ... กลับบ้านไปแม่จะต้องทำโทษล่ะ ใครสอนให้ทำแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก มีอย่างที่ไหนมาเล่นบอกว่าตัวเองเป็เด็กผู้ชาย แม่ไม่สนุกด้วยนะ!"
คุณแม่หันมาถลึงตาใส่นนท์พร้อมทำท่าทางไม่พอใจ นนท์รู้สึกถึงความกดดันนั้นทันที พลางคิดในใจ
‘ถ้าเกิดเราโดนลากตัวออกจากห้างนี้ไปขึ้นรถกลับบ้านของยัยเด็กพิมพ์อะไรนี่ล่ะก็ โอกาสที่จะได้กลับคืนสู่ร่างเดิมคงไม่เหลือแน่ๆ’
นนท์พยายามใช้ความคิดเพื่อที่เขาจะได้ไม่ติดอยู่ในร่างเด็กนี้ตลอดไป
‘ต้องหนี... ต้องกลับไปที่ตู้ถ่ายรูปให้ได้!’
นนท์พยายามคิดเพื่อหาทางหนี เพื่อให้เขารอดสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายในตอนนี้
‘ตอนนี้เราเป็เด็ก ถ้าวิ่งหนีตรงๆ ไม่น่าจะรอดแน่ แรงก็น้อยคงไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ แถมตู้ถ่ายรูปก็อยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ แล้ว ทำอย่างไรดี สงสัยเราคงต้องใช้แผนลวง!’
นนท์คิดในใจก่อนที่จะเริ่มทำตามแผนของเขา
"แง... แง…"
นนท์แกล้งร้องไห้ บีบน้ำตาพร้อมกับทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นของห้าง และส่งเสียงร้องออกมาดังจนคนแถวนั้นเริ่มหันมามอง
"อ้าว... ยัยพิมพ์ เป็อะไรอีกเนี่ย อยู่ๆ ร้องไห้ขึ้นมา"
คุณแม่ทำหน้าเครียดเมื่อเห็นลูกสาวอยู่ๆ ร้องไห้ขึ้นมา
"หนู... หนู... หนูจะฉี่... หนูปวดฉี่ค่ะแม่! ปวดมาก จะราดแล้ว แงงงงง!"
นนท์รีบเปลี่ยนสรรพนามและสำเนียงการพูดให้ดูสมเป็เด็กที่สุด พลางเอามือป้อมๆ กุมเป้ากระโปรงแล้วบิดตัวไปมาทำเหมือนว่าปวดฉี่จริงๆ
"ตายแล้ว! มาปวดฉี่อะไรตอนนี้ ห้องน้ำอยู่ตรงไหนเนี้ย..."
คุณแม่ทำเสียงหงุดหงิดแล้วรีบจูงมือพานนท์เดินแกมวิ่งหาห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด และเมื่อทันทีที่ถึงหน้าทางเข้าห้องน้ำหญิง คุณแม่ก็ปล่อยมือ
"รีบเข้าไปเลยนะแม่ยืนรออยู่ตรงนี้ ห้ามเถลไถลเด็ดขาด!"
"ค่ะ!"
นนท์รับคำด้วยเสียงใส
แต่หลังจากคุณแม่ปล่อยมือแทนที่นนท์จะเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง เขากลับหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปจากตรงหน้าห้องน้ำทันที!
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ คุณน้า!"
นนท์พูดพลางรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้คุณแม่ยืนทำหน้างงและหงุดหงิดที่ลูกจอมซนของเขาวิ่งหนีไปอีกครั้ง
นนท์พยายามออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลังถึงแม้ขาของเขาจะสั้นก็ตาม
เขาใช้ความที่เป็เด็กตัวเล็กในการวิ่งลัดเลาะและมุดตัวผ่านกลุ่มคนที่มาเดินห้าง ซิกแซกซ้ายขวาด้วยความคล่องตัว นนท์หันกลับไปมองข้างหลังเป็ระยะๆ ได้แต่เห็นคุณแม่พยายามเรียกและวิ่งตามมาอยู่ห่างๆ โดยที่คุณแม่ไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่วิ่งหนีอยู่นั้นไม่ใช่ลูกสาวตัวจริงของเธอ
นนท์วิ่งอย่างสุดแรงจนกลับมาถึงที่เดิมตรงที่ที่ตู้ถ่ายรูปตั้งอยู่ ในขณะที่แม่ของเด็กกำล้งวิ่งตามมาอยู่ห่างๆ
นนท์พักหอบซักครู่แล้วรีบวิ่งพุ่งแหว่งผ้าม่านสีเขียวเข้มเข้าไปในตู้ถ่ายภาพอย่างไม่รอช้า
เมื่อเข้าไปในตู้ถ่ายรูปเขาพบว่าตำแหน่งปุ่มกดอยู่สูงจากเดิมมาก จนเขาต้องพยายามยืดตัวพร้อมกับเขย่งจนสุดปลายเท้าเพื่อให้มือสามารถกดไปถึงปุ่มสีแดงที่อยู่บนแผงควบคุมได้
"ทำไมร่างเด็กนี้ตัวเตี้ยจังเนี่ย!"
นนท์บ่นออกมาพร้อมกับพยายามเอื้อมจนสามารถใช้นิ้วป้อมๆ กดลงไปบนปุ่มสตาร์ได้สำเร็จ! หน้าจอนับถอยหลังทันที
3... 2... 1…
แชะ!
วาบ!!!
แสงแฟลชขาวโพลนะเิออกมาอีกครั้ง นนท์รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว เขาภาวนาในใจให้เขาเปลี่ยนร่างได้ทันก่อนที่แม่ของเด็กน้อยจะตามมาทัน
เมื่อลืมตาขึ้นมา นนท์รีบก้มมองตัวเองทันที…
ในตอนนี้ตัวของเขาสูงและใหญ่ขึ้น ชุดที่เขาสวมใส่ก็เปลี่ยนไปจากเดิม ในตอนนี้ท่อนล่างชองเขาได้สวมกระโปรงพลีทแบบมีจีบรอบสีน้ำเงินเข้ม ส่วนท่อนบนเป็เสื้อเชิ้ตสีขาวคอปกติดเข็มตรามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
"รอบนี้... กลายเป็นักศึกษางั้นเหรอ?"
นนท์พูดกับตัวเองเบาๆ!
สักพักผู้หญิงที่ตามลูกมาก็วิ่งตามมาทันแล้วได้เปิดม่านเพื่อมาตามหาลูก แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ใช่ลูกของตัวเองก็กลับทำหน้างงพร้อมพูดแก้เขินออกมา
"เออ… ขอโทษนะคะ เมื่อกี้เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ใส่เสื้อยืดแคร์แบร์สีชมพูกับกระโปรงวิ่งเข้ามาในนี้บ้างไหมค่ะ"
หญิงสาวถามนนท์ด้วยเสียงที่แสดงถึงความสับสน เพราะเธอไม่คิดว่าจะเห็นคนอื่นในตู้ถ่ายรูปนี้นอกจากลูกของเธอที่วิ่งเข้ามาในนี้แบบต่อหน้าต่อตา
"ไม่เห็นเลยค่ะ ต้องขอโทษคุณน้าด้วยนะคะ"
นนท์รีบตอบด้วยน้ำเสียงใสแหลมสูง และรีบเดินออกจากตู้ถ่ายภาพเพื่อไม่ให้เธอถามอะไรเขาไปมากกว่านี้อีก
นนท์รู้สึกดีใจที่รอดจากการติดอยู่ในร่างเด็กที่กำลังถูกพากลับบ้านได้ แต่นนท์ดีใจได้ไม่นาน เพราะทันทีที่เขาเดินออกมาจากตู้ถ่ายรูปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงเจื้อยแจ้วของกลุ่มเด็กนักศึกษาสาววัยรุ่นสามสี่คนก็ดังขึ้นจากด้านหน้า และเมื่อกลุ่มนักศึกษาสาวกลุ่มนั้นเห็นเขา ก็ส่งเสียงพร้อมกวักมือเรียกมาทางเขา และกลุ่มสาวๆ นั้นก็รีบเดินมาหาและล้อมรอบตัวเขาไว้ทันที
"ยัยพราว! แกหายไปไหนมาเนี่ย รู้ไหมพวกเราตามหาซะทั่วเลย!"
นักศึกษาหญิงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นพลางคว้าแขนเขา
"ใช่ๆ เนี่ยตั๋วหนังก็ซื้อมาแล้ว หนังใกล้จะฉายแล้วด้วย รีบไปกันเถอะแก!"
อีกคนเสริมพลางออกแรงลากนนท์ให้เดินตามกลุ่มไป
ฉิบหายละ... แก๊งเพื่อนของร่างนี้มาลากตัวเขาไปอีกแล้ว!
[จบบทที่ 3]
(ตอนต่อไป: นนท์ในร่างนักศึกษาหญิงจะหาทางสลัดกลุ่มเพื่อนสาวเพื่อกลับมาที่ตู้ได้อย่างไร?)