ตู้ถ่ายภาพอลเวง

    ตอนที่ 3: แผนแหกคุก

            "ค... คุณน้าครับ คือผมไม่ใช่..."

            ยังไม่ทันที่นนท์จะพูดจบประโยค แม่ของเด๋กคนนั้นก็รีบพูดสวนขึ้นมาทันที

            "ยังจะมาแกล้งเรียกแม่ว่าคุณน้าอีกนะ หนูพิมพ์! แม่บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าวิ่งออกมาไกลจนมองไม่เห็น ถ้าโดนคนร้ายลักพาตัวไปจะทำยังไง!"

            ผู้หญิงที่แทนตัวเองว่า 'แม่' ไม่ฟังคำพูดของนนท์เลยแม้แต่น้อย หล่อนคว้าข้อมือเล็กๆ ของเขาแล้วออกแรงลากให้เดินตามไปทันที นนท์ในร่างเด็กหญิงพยายามจะขัดขืน แต่ด้วยแรงเท่าของเด็กเล็กกับน้ำหนักตัวอันน้อยนิด ไม่มีทางที่จะฝืนแรงของผู้ใหญ่ได้เลย เขาโดนลากไปตามทางเดินห้างโดยที่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลย

            "คุณน้าครับ! ฟังผมก่อน! ผมไม่ใช่ลูกคุณแม่นะครับ ผมเป็๲ผู้ชาย ที่ติดถูกทำให้กลายร่างมาเป็๲ลูกของคุณน้าครับ!" 

            นนท์พยายาม๻ะโ๷๞อธิบายบอกความจริงอย่างสุดความสามารถ

            แต่หญิงสาวที่ยังคิดว่านนท์เป็๲ลูกของตัวเองก็ไม่สนใจ หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาในห้างพอได้ยินสิ่งที่นนท์พูดก็กลับหันมามองแล้วอมยิ้มด้วยความเอ็นดู บางคนถึงกับกระซิบกระซาบกันว่า 

            "ดูสิเธอ เด็กสมัยนี้จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ เล่นบทเป็๞เด็กผู้ชายซะด้วย น่ารักจัง"

            "ใครก็ได้ ช่วยผมด้วย!" 

            นนท์ร้อง๻ะโ๷๞ออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือ

            "ยังไม่หยุดเล่นพิเรนทร์อีกนะหนูพิมพ์ เดี๋ยวเถอะ... กลับบ้านไปแม่จะต้องทำโทษล่ะ ใครสอนให้ทำแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก มีอย่างที่ไหนมาเล่นบอกว่าตัวเองเป็๲เด็กผู้ชาย แม่ไม่สนุกด้วยนะ!" 

            คุณแม่หันมาถลึงตาใส่นนท์พร้อมทำท่าทางไม่พอใจ นนท์รู้สึกถึงความกดดันนั้นทันที พลางคิดในใจ

            ‘ถ้าเกิดเราโดนลากตัวออกจากห้างนี้ไปขึ้นรถกลับบ้านของยัยเด็กพิมพ์อะไรนี่ล่ะก็ โอกาสที่จะได้กลับคืนสู่ร่างเดิมคงไม่เหลือแน่ๆ’

            นนท์พยายามใช้ความคิดเพื่อที่เขาจะได้ไม่ติดอยู่ในร่างเด็กนี้ตลอดไป

            ‘ต้องหนี... ต้องกลับไปที่ตู้ถ่ายรูปให้ได้!’

            นนท์พยายามคิดเพื่อหาทางหนี เพื่อให้เขารอดสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายในตอนนี้

            ‘ตอนนี้เราเป็๲เด็ก ถ้าวิ่งหนีตรงๆ ไม่น่าจะรอดแน่ แรงก็น้อยคงไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ แถมตู้ถ่ายรูปก็อยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ แล้ว ทำอย่างไรดี สงสัยเราคงต้องใช้แผนลวง!’

            นนท์คิดในใจก่อนที่จะเริ่มทำตามแผนของเขา

            "แง... แง…" 

            นนท์แกล้งร้องไห้ บีบน้ำตาพร้อมกับทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นของห้าง และส่งเสียงร้องออกมาดังจนคนแถวนั้นเริ่มหันมามอง

            "อ้าว... ยัยพิมพ์ เป็๲อะไรอีกเนี่ย อยู่ๆ ร้องไห้ขึ้นมา" 

            คุณแม่ทำหน้าเครียดเมื่อเห็นลูกสาวอยู่ๆ ร้องไห้ขึ้นมา

            "หนู... หนู... หนูจะฉี่... หนูปวดฉี่ค่ะแม่! ปวดมาก จะราดแล้ว แงงงงง!" 

            นนท์รีบเปลี่ยนสรรพนามและสำเนียงการพูดให้ดูสมเป็๞เด็กที่สุด พลางเอามือป้อมๆ กุมเป้ากระโปรงแล้วบิดตัวไปมาทำเหมือนว่าปวดฉี่จริงๆ

            "ตายแล้ว! มาปวดฉี่อะไรตอนนี้ ห้องน้ำอยู่ตรงไหนเนี้ย..."

            คุณแม่ทำเสียงหงุดหงิดแล้วรีบจูงมือพานนท์เดินแกมวิ่งหาห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด และเมื่อทันทีที่ถึงหน้าทางเข้าห้องน้ำหญิง คุณแม่ก็ปล่อยมือ

            "รีบเข้าไปเลยนะแม่ยืนรออยู่ตรงนี้ ห้ามเถลไถลเด็ดขาด!"

            "ค่ะ!" 

            นนท์รับคำด้วยเสียงใส

            แต่หลังจากคุณแม่ปล่อยมือแทนที่นนท์จะเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง เขากลับหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปจากตรงหน้าห้องน้ำทันที!

            "ต้องขอโทษด้วยนะครับ คุณน้า!"

            นนท์พูดพลางรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้คุณแม่ยืนทำหน้างงและหงุดหงิดที่ลูกจอมซนของเขาวิ่งหนีไปอีกครั้ง

            นนท์พยายามออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลังถึงแม้ขาของเขาจะสั้นก็ตาม

            เขาใช้ความที่เป็๞เด็กตัวเล็กในการวิ่งลัดเลาะและมุดตัวผ่านกลุ่มคนที่มาเดินห้าง ซิกแซกซ้ายขวาด้วยความคล่องตัว นนท์หันกลับไปมองข้างหลังเป็๞ระยะๆ ได้แต่เห็นคุณแม่พยายามเรียกและวิ่งตามมาอยู่ห่างๆ โดยที่คุณแม่ไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่วิ่งหนีอยู่นั้นไม่ใช่ลูกสาวตัวจริงของเธอ

            นนท์วิ่งอย่างสุดแรงจนกลับมาถึงที่เดิมตรงที่ที่ตู้ถ่ายรูปตั้งอยู่ ในขณะที่แม่ของเด็กกำล้งวิ่งตามมาอยู่ห่างๆ

            นนท์พักหอบซักครู่แล้วรีบวิ่งพุ่งแหว่งผ้าม่านสีเขียวเข้มเข้าไปในตู้ถ่ายภาพอย่างไม่รอช้า

            เมื่อเข้าไปในตู้ถ่ายรูปเขาพบว่าตำแหน่งปุ่มกดอยู่สูงจากเดิมมาก จนเขาต้องพยายามยืดตัวพร้อมกับเขย่งจนสุดปลายเท้าเพื่อให้มือสามารถกดไปถึงปุ่มสีแดงที่อยู่บนแผงควบคุมได้

            "ทำไมร่างเด็กนี้ตัวเตี้ยจังเนี่ย!"

            นนท์บ่นออกมาพร้อมกับพยายามเอื้อมจนสามารถใช้นิ้วป้อมๆ กดลงไปบนปุ่มสตาร์ได้สำเร็จ! หน้าจอนับถอยหลังทันที

            3... 2... 1…

            แชะ!

            วาบ!!!

            แสงแฟลชขาวโพลน๱ะเ๤ิ๪ออกมาอีกครั้ง นนท์รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว เขาภาวนาในใจให้เขาเปลี่ยนร่างได้ทันก่อนที่แม่ของเด็กน้อยจะตามมาทัน

            เมื่อลืมตาขึ้นมา นนท์รีบก้มมองตัวเองทันที…

            ในตอนนี้ตัวของเขาสูงและใหญ่ขึ้น ชุดที่เขาสวมใส่ก็เปลี่ยนไปจากเดิม ในตอนนี้ท่อนล่างชองเขาได้สวมกระโปรงพลีทแบบมีจีบรอบสีน้ำเงินเข้ม ส่วนท่อนบนเป็๲เสื้อเชิ้ตสีขาวคอปกติดเข็มตรามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

            "รอบนี้... กลายเป็๞นักศึกษางั้นเหรอ?" 

            นนท์พูดกับตัวเองเบาๆ!

            สักพักผู้หญิงที่ตามลูกมาก็วิ่งตามมาทันแล้วได้เปิดม่านเพื่อมาตามหาลูก แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ใช่ลูกของตัวเองก็กลับทำหน้างงพร้อมพูดแก้เขินออกมา

            "เออ… ขอโทษนะคะ เมื่อกี้เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ใส่เสื้อยืดแคร์แบร์สีชมพูกับกระโปรงวิ่งเข้ามาในนี้บ้างไหมค่ะ"

            หญิงสาวถามนนท์ด้วยเสียงที่แสดงถึงความสับสน เพราะเธอไม่คิดว่าจะเห็นคนอื่นในตู้ถ่ายรูปนี้นอกจากลูกของเธอที่วิ่งเข้ามาในนี้แบบต่อหน้าต่อตา

            "ไม่เห็นเลยค่ะ ต้องขอโทษคุณน้าด้วยนะคะ"

            นนท์รีบตอบด้วยน้ำเสียงใสแหลมสูง และรีบเดินออกจากตู้ถ่ายภาพเพื่อไม่ให้เธอถามอะไรเขาไปมากกว่านี้อีก

            นนท์รู้สึกดีใจที่รอดจากการติดอยู่ในร่างเด็กที่กำลังถูกพากลับบ้านได้ แต่นนท์ดีใจได้ไม่นาน เพราะทันทีที่เขาเดินออกมาจากตู้ถ่ายรูปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงเจื้อยแจ้วของกลุ่มเด็กนักศึกษาสาววัยรุ่นสามสี่คนก็ดังขึ้นจากด้านหน้า และเมื่อกลุ่มนักศึกษาสาวกลุ่มนั้นเห็นเขา ก็ส่งเสียงพร้อมกวักมือเรียกมาทางเขา และกลุ่มสาวๆ นั้นก็รีบเดินมาหาและล้อมรอบตัวเขาไว้ทันที

            "ยัยพราว! แกหายไปไหนมาเนี่ย รู้ไหมพวกเราตามหาซะทั่วเลย!" 

            นักศึกษาหญิงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นพลางคว้าแขนเขา

            "ใช่ๆ เนี่ยตั๋วหนังก็ซื้อมาแล้ว หนังใกล้จะฉายแล้วด้วย รีบไปกันเถอะแก!" 

            อีกคนเสริมพลางออกแรงลากนนท์ให้เดินตามกลุ่มไป

            ฉิบหายละ... แก๊งเพื่อนของร่างนี้มาลากตัวเขาไปอีกแล้ว!

    [จบบทที่ 3]

    (ตอนต่อไป: นนท์ในร่างนักศึกษาหญิงจะหาทางสลัดกลุ่มเพื่อนสาวเพื่อกลับมาที่ตู้ได้อย่างไร?)