เมื่อใดก็ตามที่ไลล่าเรียกพี่สาวด้วยชื่อเล่นเช่นนี้แสดงว่าเธอกำลังพูดเื่สำคัญ เธอเอื้อมมมาจับมือเอลิซาเบธไว้
จอห์นน่ะตายไปตั้งสองปีแล้วนะ แล้วก็ใช่ว่าเมื่อเขาตายลงพี่จะต้องไปบวชเป็ชีมืดเมื่อไหร่กันเล่า ทำไม
พี่ถึงไม่ใช้ชีวิตแบบที่คนอื่น ๆ เขาใช้กันบ้าง
จริง ๆ แล้วพี่ก็ไม่ได้ทำตัวแบบที่เธอว่าสักหน่อยเธอ ก็เห็นอยู่ว่าพี่มีร้านนี่ แล้วเธอก็รู้ว่าการทำร้านเราต้องสละเวลาให้มันมากแค่ไหน พี่ไม่เคยนั่งสงสารตัวเองอยู่กับบ้านเฉยหรอก เวลานี้ต้องออกจากบ้านทุกวันเพื่อหาเงิน
เลี้ยงตัวเองอยู่แล้ว และพี่ก็สนุกกับงานมากด้วย
“นั่นมันก็แค่เื่สนุก แล้วเื่ส่วนตัวของที่เองล่ะ คืน ๆ หลังจากที่ลูกเข้านอนกันหมดแล้วพี่จะทำอะไรต่อปื ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าแม่หม้ายเบิร์คส์ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง”
“เมื่อถึงตอนนั้นแม่หม้ายเบิร์คส์ก็เหน็ดเหนื่อยจนเกินกว่าจะทำอะไรไหวแล้ว อยากจะนอนอย่างเดียวเท่านั้น”
“ซึ่งก็ต้องนอนอยู่คนเดียว” แม้จะได้ยินเอลิซาเบธระบายลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
แต่ไลล่าก็แสร้งทำเป็ไม่สนใจเสียย “อีกนานสักเท่าไหร่ที่พี่จะเลิกเพ้อฝันเสียที”
“พี่ไม่ได้เพ้อฝันอะไรสักหน่อย”
“ฉันรู้น่า...” ไลล่าหัวเราะกับคำปฏิเสธนั้น พี่น่ะเป็คนโรแมนติกที่ไม่เข้าท่าที่สุด ั้แ่ฉันจำความได้
พี่ก็เอาผ้าหุ้มกาน้ำชามาโพกหัวให้ แล้วก็บังคับให้ฉันเป็ นางข้าหลวงคอยรับใช้เ้าหญิงผู้กำลังรอคอยเ้าชายผู้ทรงเสน่ห์อยู่
“ซึ่งพอเ้าชายเดินทางมาถึง เธอก็โยนเขาลงไปในบึงที่มีัพ่นไฟอยู่” เอลิซาเบธกล่าวต่อ อดหัวเราะ
กับความทรงจำแต่ครั้งวัยเยาว์ไม่ได้ แล้วก็ยังบังคับให้เขาต่อสู้กับั เพื่อพิสูจน์ความแกร่งกล้าของตัวเองอีก
ด้วย”
“ใช่ แต่ถ้าเห็นว่าัตัวนั้นจะเล่นงานเขาเข้าจริง ๆ ฉันก็วิ่งลงไปช่วยเขาขึ้นมานี่”
“ตรงนี้ไงล่ะที่เป็ความแตกต่างระหว่างเรา เพราะพี่น่ะมีความเชื่อและมั่นใจอย่างที่สุดว่า
เ้าชายจะต้องสังหารัได้อย่างไม่ยากลำบากอะไรเลย”
“ถามจริง ๆ เถอะลิซซี่ ทุกวันนี้พี่รอเ้าชายองค์ใหม่ที่จะเสด็จมางั้นหรือ อันที่จริงฉันก็ไม่อยากจะพูดเื่นี้เท่าไหร่นักหรอกนะ แต่อยากจะเตือนให้พี่รู้ไว้ ว่าจริง ๆ แล้วในโลกนี้ มันไม่มีเ้าชายอย่างที่ว่านั่นหรอก”
“พี่ก็รู้นี้ว่าไม่มี” เอลิซาเบธว่าแต่น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความหวัง
“ถ้ายังงั้นก็ตกลงปลงใจกับใครสักคนที่ไม่ใช่เ้าชายเสียสิ อย่างเช่นผู้ชายธรรมดา ๆ สักคนที่สวมกางเกงที่ละขาแล้วก็สามารถถอดออกได้ในเวลาเดียวกันด้วย” ไลล่าพูดยิ้ม ๆ อย่างมีเลศนัย
คำพูดนั้นทำให้เอลิซาเบธนึกไปถึงเื่ที่อยู่ในความคิดคำนึงของเธอเมื่อครู่อีกครั้ง คนงานประจำคอกม้า
คนนั้นไม่ได้ถอดกางเกงที่นุ่งอยู่ออกเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาใจร้อนเกินไป และความใจร้อนแบบนั้นมันสร้างความ
ตื่นเต้นให้เกิดขึ้นอย่างเหลือจะประมาณได้ด้วย
เมื่อหัวใจเต้นระทึกขึ้น มันก็พาเธอกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง บอกตัวเองว่าความเพ้อฝันเชิงสังวาสที่เกิดอยู่ยุติลงได้แล้ว มันเป็เื่น่าหัวเราะเยาะมากกว่า และเธอก็โทษว่าเป็ความผิดของน้องสาวที่ทำให้จิตใจหมกมุ่น
ครุ่นคิดแต่เื่เซ็กซ์ ถ้าไลล่าไม่หยิบเื่นี้ขึ้นมาพูดอยู่ตลอดเวลา บางทีเธอก็อาจจะไม่คิดถึงมันเท่าไรเลย
“ถึงจะเป็ผู้ชายธรรมดา ๆ สักคนอย่างที่เธอว่าก็หายากออกจะตายไป” เอลิซาเบธว่า “และพี่ก็ไม่คิดจะไล่คะครุบใครเพียงเพราะเขาเดินผ่านประตูร้านด้วย”
“โอเค ถ้ายังงั้นก็ลองมองคนใกล้บ้านบ้างสิ” ไลล่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพื่อนบ้านของพี่เป็ไงมั้งล่ะ”
เอลิซาเบธแสร้งทำเป็วุ่นวายอยู่กับขวดน้ำยาเช็ดกระจกและผ้าในมือ
“เพื่อนบ้านอะไร”
“อ้าว... ก็มีหนุ่มโสดอยู่แถวบ้านสักกี่คนล่ะเอลิซาเบธ” น้ำเสียงของไลล่าบอกความไม่พอใจ
“ก็คนที่ไหล่กว้าง ผมสีเทาคนนั้นไง”
เอลิซาเบธออกแรงเช็ดกระจกหนักขึ้น
“คุณแรนดอล์ฟน่ะเรอะ”
เสียงหัวเราะของไลล่าบอกเลศนัยอย่างเห็นชัด
“คุณแรนดอล์ฟ...” เธอทำเสียงล้อเลียนพี่สาว นี่...อย่ามาทำเป็ไร้เดียงสากับฉันหน่อยเลยน่า
พี่เอง ก็มอง ๆ เขาอยู่เหมือนกันจริงไหมล่ะ
เอลิซาเบธเอาขวดน้ำยาเช็ดกระจกกับผ้าเก็บไว้ใต้เคาน์เตอร์ ท่าทางไม่สบอารมณ์เมื่อยกมือขึ้นจับปอยผม ขึ้นเหน็บหลังใบหู
“รู้สึกว่าเขาจะเป็หนุ่มโสดคนเดียวที่อยู่ในหมู่บ้านของเรานะ”
“ก็ถ้างั้นทำไมพี่ไม่ลองเชิญเขามากินอาหารค่ำด้วยสักมื้อล่ะ”
“นี่ ... ทำไมเธอถึงไม่ยุ่งแต่เื่ของตัวเองนะ”
หรือไม่ก็...คราวหน้าพอออกไปไถรถตัดหญ้าหน้าบ้านก็แต่งตัวให้มันวับ ๆ แวม ๆ หน่อย
อย่างเช่น ชุดอาบแดดท็อปเลสอะไรทำนองนั้น
“ไลล่า...เธอนี่ร้ายกาจจริง ๆ เลยนะ นี่แม่คุณ... ตอนนี้น่ะหน้าร้อนมันเลยไปไหน ๆ แล้วพี่ไม่บ้านี่จะได้ใสชุดอาบแดดทั้งที่มันหนาวจะเป็บ้าแบบนี้”
หนาวสิดี หัวนมจะได้แข็งขึ้น ไลล่าหลิ่วตาเมื่อพูดออกมาอย่างคล่องปาก
“นี้...พี่จะไม่ยอมพังคำพูดบ้า ๆ แบบนี้หรอกนะ”
ก็ไว้ ถ้าพี่เห็นว่าทำแบบนั้นมันมากไป ก็ทำอะไรที่มันเรียบ ๆ กว่านั้นหน่อยก็ได้ อย่างเช่นขอให้เขาช่วย
มาซ่อมเครื่องปังขนมปังให้”
“ก็มันไม่เสียจะไปเรียกเขามาซ่อมทำไม”
“เอ๊า...ไม่เสียก็ทำให้มันเสียเข้าสิแม่คุณ” ไลล่าลุกขึ้นจากที่นั่งจ้องหน้าพี่สาวอย่างจริงจัง “คราวหน้าคราว
หลังพอเจอหน้ากันก็แกล้งทำเป็ว่าพี่ช่วยตัวเองไม่ได้ แสดงท่าอ่อนแอให้เขาเห็นเขาก็ต้องวิ่งเข้ามาช่วยเองนั่นแหละ"
“จะบ้าหรือไง”
“คนอย่างฉันไม่บ้าง่าย ๆ หรอก ฉันไม่ใช่พี่นี่ ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ความสิ้นหวัง แล้วก็นั่งฝันไปวัน ๆ แบบพี่หรอก”
เอลิซาเบธต้องพยายามสงบระงับสติอารมณ์ไว้ แม้จะลำบากยากเย็นเสียเหลือเกินก็ตาม
มันก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันนะ ที่เธอเอาเื่เพ้อฝันอะไรของพี่นั่นน่ะมาเป็เื่ล้อเล่นอย่างเห็นสนุก
ก็ไม่ใช่เพราะเธอหรอกหรือที่แนะนำพี่ให้ตั้งชื่อร้านว่า ‘แฟนตาซี’ น่ะ
ฉันไม่ได้เอาเื่เพ้อฝันไร้สาระของพี่มาล้อเล่นสักหน่อย เวลานี้มันกลายเป็ส่วนหนึ่งของตัวพี่เหมือน
ลายนิ้วมือแล้วด้วยซ้ำ และถ้าฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันกำลังพูดอยู่กับพี่เป็เื่เล่น ฉันจะให้บ้ายทะเบียนรถแบบนั้นกับ
พี่เหรอ”
ป้ายที่ติดอยู่เหนือทะเบียนรถของเธอในขณะนี้ เป็ของขวัญวันคริสต์มาสที่ไลล่ามอบให้ มันอ่านได้ความว่า “แฟนตา-ซี” โดยที่ตัว ‘ซี’ เขียวเป็อักษรตัวใหญ่โดดเด่นมาก และเอลิซาเบธก็ยอมรับว่าเธอชอบมันไม่น้อยเลย
“ป้ายทะเบียนรถอันนั้นน่ะ เห็นที่ไรมันก็ทำให้พี่เกิดหงุดหงิดทุกครั้งละ” นั่นเป็สิ่งที่เธอบอกกับน้องสาวอยู่ในขณะนี้
พี่ว่าทุกครั้งที่ใครสักคนขับรถขึ้นมาเทียบข้างรถพี่ เขาจะต้องคิดเลยว่าจิตใจสกปรกของพี่กำลังคิด
เื่อะไรอยู่
“ก็ดีน่ะสิ” ไลล่าหัวเราะอย่างขบขัน ก็แล้วทำไมพี่ถึงไม่หมุนกระจกรถลง แล้วก็บอกเขาไปเสียเลย
เล่า หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็แสดงให้เขาเห็นเสียเลย
“นิสัยเธอนี้มันแก้ไม่ได้แล้วจริง ๆ” จะว่าอย่างไรก็ตาม เอลิซาเบธพลอยหัวเราะไปกับน้องสาวด้วย
“ฉันก็ยอมรับนี่ว่าตัวเองเป็อย่างนั้นอยู่แล้ว ไลล่าตอบหน้าตาเฉย
“แต่เธอก็รู้นะว่าพี่น่ะ้าแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น”
“ยิ่งกว่ารู้เสียอีก เพราะฉะนนั้นฉันถึงไม่อยากให้ พี่ตื่นขึ้นในเช้าวันหนึ่งตอนอีกสิบปีหลังจากนี้
ว่าตัวเองยังต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว เหมือนตอนนี้อีกไงล่ะ ถึงตอนนั้นพี่ก็ไม่มีลูกเหลืออยู่แล้วนะ ถ้าจำเป็จะต้อง
ทำมันก็ต้องทำ ไม่มีเ้าชายทรงเสน์ห์คนไหน เขาจะพรวดพราดเข้ามาเคาะประตูเรียกพี่หรอกน่า ลิซซี่...แล้วเขาก็จะไม่มีวันก้าวออกมาจากความฝันของพี่ เพื่อจะรวบร่างพี่เข้าไว้ในวงแขนด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสพี่ก็ต้องคว้าไว้
เอลิซาเบธ ผู้รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่น้องสาวพูดมานั้นถูกต้องยิ่งกว่าอะไรหมด ได้แต่เมินหน้าหนีไปเสียทางหนึ่ง
และตอนนั้นเองที่เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าที่ยังไม่มีเวลาอ่าน
“บางทีพี่อาจจะต้องทำความรู้จักกับเขาสักหน่อย” เธอชี้ไปยังรูปผู้ชายคนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในข่าวหน้าหนึ่ง
“อดัม คาวานอจ...” ไลล่าอ่านออกมาดัง ๆ “คงจะเป็เ้าของโรงแรมในเครือข่ายละมัง”
“ใช่ เห็นว่าจะมาถึงที่นี่อาทิตย์นี้ละ จะมาตรวจกิจการแล้วก็พักอยู่ที่โรงแรมนี้ด้วย ตอนนี้ฝ่ายบริหารของโรงแรมกำลังตื้นตัวกันเป็การใหญ่นี่”
“หน้าตาเข้าที่ดีอยู่หรอก” ไลล่าเอ่ยตามความเป็จริง “แต่ฉันว่าพี่ก็คงต้องยอมรับความจริงด้วยนะ ว่าเขารวยเกินไป หล่อเกินไป แล้วก็คงจะหรูหราเกินไปอีกด้วย สรุปก็คือเป็เพลย์บอยระดับอินเตอร์ทีเดียว ลักษณะของเขาเหมาะจะอยู่เพียงแค่ในความฝันเท่านั้นละ ถ้าฉันเป็พี่นะลิซซี่ ฉันจะหาผู้ชายเพียงแค่ที่จะเอามาร่วมเตียงนอนด้วยเท่านั้น รู้สึกว่ามันพอจะเข้ากันได้หน่อย”
เอลิซาเบธนิ่วหน้าใส่น้องสาว พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
นี่...ก่อนที่เธอ จะทำให้ลูกค้าของพี่ออกจากร้านไม่ทันเพราะภาษาลามกที่ใช้อยู่
กรุณาไปให้พ้นเสียทีได้ไหม
“ถึงยังไงฉันก็ต้องไปอยู่แล้วละ” ไลล่าตอบหยิ่ง ๆ “ขืนไม่ไปตอนนี้ก็ จะไม่ทันคนไข้ที่นัดไว้ตอนสี่โมงครึ่งเท่านั้นเอง ไปก่อนละนะพี่สาวผู้น่ารัก...” พูดจบเธอก็ลอยลิ่วออกไปทางประตู ผู้ชายสองคนที่กำลังจะเดินเข้ามาในร้านต่างหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว และไลล่าก็ยังหันมาหลิ่วตาให้เขาทั้งสอง ซึ่งทำให้ต่างหยุดชะงักมองตามหลังเธออยู่ กว่าจะเดินเข้ามาในร้านได้
คนหนึ่งสั่งให้เอลิซาเบธห่อกำไลเงินอันหนึ่งมอบให้กับ “ภรรยา” คำสั่งของเขา ทำให้เอลิซาเบธ
อดระแวงสงสัยขึ้นมาไม่ได้ แล้วก็ต้องดุตัวเองที่ปล่อยให้ความคิดที่ไลล่าเอาใส่สมองไว้ ทำให้เธอเกิดความระแวง
สงสัยเช่นนั้นขึ้นมา