เมื่อเข้าไปที่ธนาคาร ร่างของหน้ากากัตาเดียวสั่นระริก
เขาพึงเคยเห็นคนเปิดบัญชีครั้งเดียวก็ได้รับ 'บัตรดำ' ซึ่งนับเป็บัตรมูลค่าสูงสุดของธนาคารมืดแบบนี้
นอกจากนั้นเขาพึงได้เห็นความร่ำรวยของหลี่เค่อ ที่ปาหินปราณมูลค่า 100,000 เหรียญิออกมาเปิดบัญชีง่ายๆ
น่ากลัว คนแบบนี้น่ากลัวเกินไปสำหรับหน้ากากัตาเดียว
'ชายคนนี้ต้องเป็ลูกหลานตระกูลาสักแห่งแน่ๆ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็ลูกหลานตระกูลชั้นสาม "ตระกูลเ้าดินแดน" แต่จากรูปแบบการใช้จ่ายเงินเหมือนน้ำแบบนี้ แม่เ้า นี่เขาอาจจะเป็ลูกหลานตระกูลชั้นหนึ่ง "ตระกูลนิรันดร์" ก็ได้'
ซุนจงหรือชายหน้ากากัตาเดียวคิดแบบนี้
ใน 'อาณาจักรสนแดง' ตระกูลซุนของซุนจงไม่ธรรมดาเขาเป็ถึงตระกูลชั้นห้า 'ตระกูลเหล็กกล้า' ซึ่งซุนจงถือว่าเป็นายน้อยคนถึงที่ตระกูลดูแลอย่างดี
ในอดีตเขาคิดว่าตัวเขาร่ำรวยมาก แต่พอตัวเขาคิดจะหลอมเืั เขารู้สึกว่าตัวเองยากไร้ขึ้นมาทันใด
และยิ่งได้พบหลี่เค่ออีก เขาพบว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่
เมื่อก่อนโอ้อวดคิดว่าตัวเองร่ำรวย ตอนนี้เขาได้แต่คิดว่าตัวเองไม่เคยเห็นคนรวยจริงๆ ต่างหาก
พอคิดได้แบบนี้ซุนจงคิดคบหาเซี่ยซีหานเป็สหายทันที
"พี่ชายท่าน้าโอสถปราณัแกร่งอีกหรือไม่ ข้าจะมอบไอดีตัวตนในโลกเสมือนให้กับท่าน หากท่านสนใจ"
เซี่ยซีหานนึกถึงคำว่า 'ไอดีตัวตนในโลกเสมือน' เขาดึงความทรงจำของถังคัง สิ่งนี้คล้ายระบบแอปแชตในโลกของเขา ผสมกับโลกแห่งจินตนาการสมจริง หากที่บ้านหลี่เค่อมีเครื่องแคบซูลโลกเสมือน เขาสามารถติดต่อกับคนอื่นโดยการสร้างอวตารของตัวเองในโลกเสมือนได้ และมันก็สามารถปกป้องตัวจริงของเขาไม่ให้ใครรู้ได้เช่นกันในเวลาติดต่อกับคนอื่น
ปกติในตลาดมืดไม่มีใครกล้าเผยตัวจริงของตัวเอง ซุนจงก็รู้ข้อนี้ดี
แต่ปัญหาสำหรับหลี่เค่อคือ...
"ข้าไม่มีไอดีตัวตนในโลกเสมือน"
"..." ใต้หน้ากากัตาเดียว สีหน้าซุนจงปั่นยาก
...
หลี่เค่อปลีกตัวจากซุนจงชายหน้ากากัตาเดียวด้วยการสัญญาว่าในเดือนหน้าวันเดียวกันนี้เขาจะมาที่นี่เพื่อซื้อโอสถปราณัแกร่งอีกครั้ง น้ำเสียงของซุนจงเต็มไปด้วยความดีใจเมื่อได้ยินหลี่เค่อพูดแบบนี้
ในตอนที่หลี่เค่อเดินจากไป เขาเริ่มคิดที่จะลองซื้อเครื่องแคบซูลโลกเสมือนมาใช้บ้าง ติดปัญหาเพียงอย่างเดียวบ้านเช่าของเขานั่นค่อนข้างเล็ก และมันไม่ใช่แผนการอยู่ถาวรของหลี่เค่อ แคบซูลโลกเสมือนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดามีได้ ทุกคนในโลกใบนี้รู้ดี
เดินห่างจากซุนจงไปสักระยะ หลี่เค่อพบว่ามีคนสวมหน้ากากกลุ่มหนึ่งจับตาเขาเป็พิเศษจากตรอกมืด
คนพวกนี้มีลักษณะชุดคลุมที่เป็เอกลักษณ์ นั่นเพราะเขาสวมชุดคลุมเหมือนคนเฝ้าประตูทางเข้าแห่งตลาดมืดแห่งนี้
สายตาแห่งความโลภของคนกลุ่มนี้ไม่อาจจะปกปิด
ใต้หน้ากากหลี่เค่อจ้องมองไปที่พวกเขาและใช้อำนาจจิตพาคนเหล่านี้ท่องสู่โลกแห่งจิตสำนึกและภวังค์
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา"
"อ๊าาาาาาาาาาา"
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
ชายในชุดคลุมผู้เฝ้าตลาดมืดล้มลงเรียงรายห้าคนพร้อมๆ กันทันที
ซุนจงที่เดินไปได้ไม่ไกลเหงื่อซึมแผ่นหลัง 'ชายคนนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ เขาทำอะไรนะ ทำเอาเหล่าศิษย์ชั้นนอกสำนักของข้าสลบเหมือนกันเป็แถว คนแบบนี้ต้องเป็คนตระกูลชั้นสูงแน่นอน ไอ้พวกนี้ก็โง่เกินไป คงคิดจะจับปลาใหญ่และปล้นสินะ แต่พวกมันกลับไม่ดูตัวเองเลย นี่ไอ้พวกนี้โง่รึเปล่า คนที่กล้าสวมแหวนมิติสีทองเดินไปเดินมาในโลกนี้มีคนธรรมดาที่ไหนกัน โชคดีที่ข้าซุนจงฉลาดล้ำไม่คิดสั้นทำอะไรโง่ๆ แบบนี้ ไอ้คนโง่พวกนี้ไม่รู้รึไง คนแบบพี่ชายหน้ากากร่ำไห้ คนแบบนี้ต้องคบค้าเป็สหายเท่านั้นจะเป็ศัตรูด้วยไม่ได้' ใต้หน้ากากซุนจงฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะรีบจากที่นี่ไป เขาคิดถูกที่ไม่ได้ทำอะไรโง่ๆ
เมื่อมีตัวอย่าง ผู้คนก็เริ่มหวาดหวั่น หลายคนไม่กล้าจับตาหลี่เค่ออีกต่อไป พบว่าคนที่ทำแบบหลี่เค่อได้เกรงว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็ระดับสี่หรือระดับห้า พวกเขาประเมินหลี่เค่อสูงส่งกว่าความเป็จริงมาก หนึ่งเพราะแหวนที่มือ สองเพราะความร่ำรวย สามเพราะการลงมือของหลี่เค่อเช่นการทำให้คนอื่นๆ สลบหรือปลิดปลงโดยไม่รู้ตัวได้แบบนี้ หากเป็ผู้ฝึกตนฝั่งวิถีหลอมกายฝึกปราณ เกรงว่าต้องเป็ระดับสี่ขั้นสูง หากไม่ใช่ขั้นสมบูรณ์ก็ต้องลึกล้ำเป็อย่างน้อย แต่ในการคาดเดาของพวกเขา พวกเขาคิดว่าหลี่เค่อเป็ระดับ [5] รวมจิติญญา
คนแบบนี้ใครกล้ามีเื่ด้วยในมหานครต้นไม้แห่งชีวิต ดูท่าจะไม่มี แม้แต่ในหมู่าุโยังต้องคิดหน้าคิดหลังกัน เพราะเป็ที่รู้กันว่าในมหานครแห่งนี้ผู้แข็งแกร่งที่สุดอยู่ที่เพียงระดับ [6] ปราณ์ขั้นต้น [1] เท่านั้น
หลี่เค่อหลังจัดการปัญหา เขาเดินเที่ยวตลาดมืดต่อ
แต่ในระหว่างเดินไปอย่างช้าๆ นั่น ร่างของเขาก็หยุดนิ่งที่แผงลอยเล็กๆ แผงหนึ่งที่ขายหยกคุ้มภัยที่ค่อนข้างไปทางสามัญ หากหยกเหล่านี้มีความพิเศษอยู่บ้างก็คงเป็การผนึกเวทย์คุ้มภัยที่ตัวหยก ที่ทำได้ปราณีมากเกินคุณค่าของตัวหยก
หลี่เค่อร่างหยุดนิ่ง เขาไม่ได้สนใจหยกคุ้มภัยที่ขายแม้แต่น้อย
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดที่หน้าแผงลอยเล็กๆ นี้กลับเป็...
ดวงตาของหญิงสาวภายใต้หน้ากากเกล็ดน้ำแข็ง เธอดูเ็า
ดวงตาหงส์ที่ตี่เล็ก มีหางตาที่เชิดขึ้น ซึ่งดวงตาคู่นี้ช่างเหมือน...
เหมือนกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำให้หลี่เค่อที่เปรียบเสมือนปีศาจที่แสนเ็าร่ำไห้ เขาต้องแผดเสียงกู่ร้องและล่าสังหารผู้คนมากมายจนกองเป็ูเา เพื่อหญิงคนนั้นเพียงผู้เดียว
นี่มันคือสายตาของ... 'พี่สาวลี่หรู'
หญิงสาวภายใต้หน้ากากเกล็ดน้ำแข็ง เธอมองหลี่เค่อ ร่างเธอนิ่งอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนทนไม่ไหว
สายตาของหรี่เค่อที่มองจ้องเธอนั้น เธอรู้สึกถึงแรงปรารถนาลึกล้ำบางอย่างภายใต้สายตานั่นได้ มันอาจจะไม่ใช้สายตาชั่วช้ามากตัณหา แต่หากจ้องมองกันนานๆ แบบนี้ก็ทำให้หญิงสาวทุกคนอึดอัด
และนี่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ต้องแทบเหลียวมองตัวเอง นี่เธอได้เปิดเผยตัวตนของเธออะไรบางอย่างไปหรือไม่
ทีท่าของหญิงสาวหน้ากากเกล็ดน้ำแข็งจึงดู... งกงกเงิ่นเงิ่น
และเมื่อเธอพบว่าเธอสวมหน้ากากอยู่ และชุดเสื้อผ้าของเธอก็เรียบร้อยไม่ได้เปิดเผยเนื้อหนังแม้แต่นิดเดียว เธอจึงมั่นใจบางอย่าง และพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"สหายจ้องกันแบบนี้หมายความว่าอย่างไร หากจะซื้อของก็รีบซื้อรีบไป โปรดอย่ายืนหน้าแผงของข้าไล่ลูกค้าคนอื่นๆ แบบนี้"
ใต้หน้ากากชายร่ำไห้ หลี่เค่อยิ้ม ยิ้มอย่างไม่เคยเป็ นั่นเพราะเขาพบว่าแม้แต่เสียงของหญิงสาวใต้หน้ากากเกล็ดน้ำแข็งก็ให้ความรู้สึกเหมือนดังเช่นเส้นเสียงของพี่สาวลี่หรู
ซึ่งแม้หลี่เค่อไม่อาจจะพูดได้เต็มปากว่าตัวเขากับพี่สาวลี่หรูทั้งสองเคยรักกัน
แต่ความผูกพันและน้ำใจที่มีให้กันมากกว่าชีวิตของกันและกันเสียอีก
ซึ่งนั่นทำให้หลี่เค่อพบว่าเพียงแค่คล้ายได้ยินเสียงที่เหมือนของพี่สาวลี่หรูหัวใจของเขาก็ชื่นบาน
สายตาหลี่เค่อกดต่ำไปที่แผงสินค้า เขายืนจ้องตาหญิงสาวอยู่นาน เขาพึงรู้ว่าเธอขายหยกขาว
"ซื้อทั้งหมด"
คำพูดของหลี่เค่อหากเป็พ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆ ตอนนี้คงดีใจจนหยุดยิ้มไม่ได้
แต่สำหรับหญิงสาวภายใต้หน้ากากเกล็ดน้ำแข็ง เธอกลับขมวดคิ้ว และเธอระมัดระวังตัวอย่างยิ่งยวด ใต้หน้ากากเธอแสดงสีหน้ากังวลบางอย่างอย่างชัดเจน
"เราเคยรู้จักกันหรือไม่"
"ไม่" หลี่เค่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็าเช่นปกติ
"และทำไมสหายถึงกล้าซื้อหยกคุ้มภัยของข้ามากมายตรงนี้มูลค่าของมันไม่น้อยกว่า 50 ล้านเหรียญิเลยนะ" หญิงสาวพูดเหมือนเงินจำนวนนี้มีค่ามาก
แต่สำหรับหลี่เค่อมันไม่มากเลย
แต่คำถามของนางหลี่เค่อรับรู้ว่านางจะสื่ออะไร
นางระวังตัวจากเขา
และหลี่เค่อก็รับรู้ว่าจริงๆ นางไม่ใช่พี่สาวลี่หรู เพียงแค่มีบางสิ่งที่คล้ายกัน เมื่อคิดแบบนี้ใต้หน้ากากใบหน้าหลี่เค่อเ็าอีกครั้ง
ดวงตาหลี่เค่อเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง รายการรับซื้อสมุนไพรฟ้าดิน หลายๆ อย่างมีราคาแพงมาก
และหากรวมรายชื่อสมุนไพรทั้งหมด ในฐานะที่มีความทรงจำของเ้าโอสถบางส่วน ทำให้หลี่เค่อรู้ความหมายรายการสมุนไพรนี้ทันที
'นาง้าหลอมโอสถรักษาแก่นพลังระดับสูง อย่างน้อยที่สุดต้องเป็โอสถระดับสามหนึ่งลายเส้น เพราะนางระบุความสดใหม่และคุณภาพของสมุนไพรอย่างชัดเจน แสดงถึงความปรารถนาในการหลอมโอสถชั้นสูง'
"เ้า้าหลอมโอสถรักษาแก่นพลังงั้นเหรอ" หลี่เค่อถามนาง
"นั่นไม่ใช่เื่ของเ้า"
"สมุนไพรเหล่านี้ค่อนข้างหายาก แต่ข้ามีอยู่ต้นหนึ่ง"
หลี่เค่อหยิบสมุนไพรต้นหนึ่งออกมา มันถูกผนึกด้วยศาสตร์โอสถอย่างดี ทำให้สมุนไพรต้นนี้คงความสดใหม่อย่างสมบูรณ์ไว้ได้แม้จะอยู่ในแหวนมิตินับสิบปี ซึ่งแม้หลี่เค่อจะบอกว่าเขามีอยู่ต้นหนึ่ง แต่ในความจริง ในแหวนของป่าดำมีสมุนไพรแบบเดียวกันถึง 3 ต้น
"นี่มันบงกชเจ็ดสีอายุ 500 ปี!" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเขาเห็นหลี่เค่อหยิบสมุนไพรฟ้าดินออกมา
ดวงตาของหญิงสาวใต้หน้ากากเกล็ดน้ำแข็งแฝงความตกตะลึงเมื่อเธอได้ยินชื่อสมุนไพรบงกชเจ็ดสีอายุ 500 ปี เพราะมันคือสมุนไพรที่ใช้สำหรับหลอมโอสถระดับห้า แต่ต่อให้ใช้เพื่อหลอมโอสถระดับสาม สรรพคุณของมันย่อมส่งผลให้เกิดลายเส้นได้ง่ายดาย
หญิงสาว้าหลอมโอสถรักษาแก่นพลังที่มีลายเส้นอย่างแรงกล้า อย่างน้อยๆ เธอก็ต้องหลอมโอสถหนึ่งลายเส้นแห่งความบริสุทธิ์ให้ได้
เพราะเธอคือ...