ความเงียบที่บังเกิดตามมาสอดแทรกด้วยเสียงจุดไม้ขีด และเสียงระบายควันยาว ๆ ให้ล่องลอยขึ้นไปในอากาศมันเป็ความเงียบที่ทำให้ประสาทของราเชลตึงเครียดขึ้นพอๆกับเวลาที่พูดจากันนั่นเอง
ดูเหมือนการ์ดจะรู้สึกเห็นใจเธออยู่ไม่น้อยจึงเอ่ยขึ้นเพื่อเป็การชวนคุย
“นี่เป็การเดินทางทางเรือครั้งแรกของคุณหรือครับ”
“ค่ะ”
ราเชลพยายามจะหาอะไรบางอย่างมาเสริมในคำตอบนั้นแต่สมองช่างว่างเปล่าเสียนี่กระไร
“คุณเดินทางมาคนเดียวหรือว่ามีเพื่อนอยู่บนเรือลำนี้ด้วยล่ะครับ”
เขาตั้งคำถามใหม่ขึ้นอีก
“ไม่มีหรอกค่ะฉันมาคนเดียว”
เธอตอบไปตามความจริง
“ไม่รู้จักใครเลยสักคนด้วยซ้ำ”
“แต่ตอนนี้คุณรู้จักผมแล้วนี่”
การ์ดพูดเป็เชิงเตือน
“นั่นสิคะ”
เธอรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาอีกแต่จะให้ปล่อยตัวตามสบายได้อย่างไรในเมื่อเธอมิได้รู้สึกสบายใจมาั้แ่แรกแล้ว
มีเสียงเคาะขึ้นตรงหน้าประตูราเชลถึงกับสะดุ้ง แม้ว่าเธอจะเงี่ยหูรอฟังอยู่ก็ตามต้องยกมือขึ้นกดหน้าท้องตัวเองไว้เพื่อสงบระงับอารมณ์สั่นคลอนของประสาทแต่ก่อนที่เธอจะทันเคลื่อนไหวเนื้อตัวได้ การ์ดก็เดินไปเปิดประตูออก
“เฮลโล....การ์ดดีใจจังที่ได้พบคุณอีก”
บุรุษในเครื่องแบบเ้าหน้าที่ประจำเรือออกปากทักทายเขาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความจริงใจบีบมือที่ส่งมาให้ััอย่างแแ่
“แฮงค์เขาก็บอกผมเหมือนกันว่าคุณเดินทางมาเที่ยวนี้ด้วย”
“เข้ามาสิเจค”
การ์ดนำเ้าหน้าที่ผู้นั้นเข้ามาในห้องนั่งเล่น
เขาเป็ผู้ชายที่มีเรือนร่างค่อนข้างเตี้ยและค่อนข้างอ้วน ใบหน้าที่อวบอูมเกลื่อนอยู่ด้วยรอยยิ้มพอเขาเหลือบเห็นว่าภายในห้องยังมีราเชลยืนอยู่อีกคนหนึ่งดวงตาคู่สีฟ้าก็เป็ประกายเจิดจ้าขึ้น ด้วยแววแห่งความสนใจพร้อมกับยกมือขึ้นถอดหมวกออก เอาเหน็บไว้ใต้รักแร้
“คุณบอกว่ามีปัญหาเื่อะไรหรือครับ”
เขาถามมองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา
“คือทั้งฉันและคุณแม็คคินเล่ย์ถูกจัดให้มาพักในห้องเดียวกันค่ะ”
ราเชลอธิบายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“แต่เราไม่ได้แต่งงานกันนี่คะ”
“เอาละครับถึงแม้ว่าชาวอังกฤษจะภาคภูมิใจในตนเองที่ได้จัดบริการเรือสำราญขนาดใหญ่โตมโหฬารเช่นนี้ขึ้นผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า เจคจะใหรือแปลกใจที่ได้ยินคำประกาศอย่างนี้ของคุณเข้า”
การ์ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งแล้วเต็มทีก่อนที่จะหันไปทางเ้าหน้าที่ประจำเรือผู้นั้น
“ผมต้องขอโทษด้วยนะเจค ที่ผมยังไม่ได้แนะนำคุณทั้งสองเลย ผมขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ มิสซิส การ์ดเนอร์แม็คคินเล่ย์”
“มิสซิสแม็คคินเล่ย์หรือครับ”
เจคทวนถามสีหน้าขมวดมุ่นราวกับไม่แน่ใจเลยว่าสิ่งที่ตนพูดอยู่นั้นถูกต้องแล้ว
“เอ....แต่เธอเพิ่งพูดอยู่หยกๆนี่ครับว่า เธอไม่ได้แต่งงานกับคุณ”
เขาชี้นิ้วไปทางราเชล
“หรือว่าคุณหย่าขาดจากกันแล้วเอ....ผมจำไม่ได้จริงๆ นะว่าแฮงค์เคยเล่าเื่คุณแต่งงานให้ผมฟังหรือเปล่า”
“ยังไม่ได้แต่งหรอก”
การ์ดยืนยันเพื่อความมั่นใจของเ้าหน้าที่ผู้นั้น
“แต่ราเชลกับผมน่ะเพียงใช้แค่ชื่อสกุลเดียวกันเท่านั้นออกจะโชคร้ายไปหน่อยที่เธอไม่ยินดีอยู่ร่วมห้องเดียวกับผม”
เขาเหลือบตามองเธออย่างขันๆ
นวลแก้มของราเชลแดงก่ำขึ้นแต่พยายามควบคุมสติอารมณ์ของตนเองไว้
“คืออย่างนี้ค่ะทั้งคุณแม็คคินเล่ย์และฉันต่างก็จองห้องมา ก็คงจองใน่เดียวกันนั่นแหละแล้วก็คงมีใครสักคนหนึ่งไปตั้งข้อสันนิษฐานเอาเองว่าเราเป็สามีภรรยากันนะคะ”
“เอาละครับผมพอเข้าใจเื่ที่มันเกิดขึ้นแล้ว”
เจคพยักหน้ารับอยู่หงึกหงัก
“ครับมันก็ออกจะเป็สถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจจริงๆ เสียด้วย”
“แล้วตอนนี้คุณมีห้องชุดว่างบ้างไหมล่ะ ?”
“นี่ละครับคือปัญหา”
เจคยอมรับด้วยท่าทางที่ไม่ได้แน่ใจเลย
“เวลานี้ห้องชุดทุกห้องที่จะมีบริการดีเท่าห้องนี้เต็มหมดรวมทั้งห้องชุดเดอลุกซ์ด้วยจะมีว่างอยู่ห้องหนึ่งเป็ห้องชุดเหมือนกันแต่เล็กกว่านี้อยู่บนดาดฟ้าชั้นเฟียสต้า”
“มีแค่นั้นน่ะเรอะ”
การ์ดเลิกคิ้วสีหน้าขรึมลง
“ก็มีอยู่แค่นั้นละครับ”
ประกายในดวงตาของเจคสว่างวาบขึ้นคล้ายกับเขาคิดอะไรขึ้นมาได้
“เอ....แต่เดี๋ยวก่อนนะ”
เขาเดินตรงไปยังโทรศัพท์
“ขอผมเช็คอะไรบางอย่างก่อน”
เขาเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับหมุนหมายเลขไปพลาง
ราเชลััได้ถึงความตึงเครียดที่มีอยู่ในอากาศเธอใคร่จะยินในสิ่งที่เจคพูดแต่เขาพูดเสียงเบามาก จนเธอจับใจความไม่ได้และยิ่งเขาหันหลังให้เธอกับการ์ดแล้วก็ยิ่งไม่มีทางใหญ่ทันทีที่เจคพูดโทรศัพท์เสร็จ เขาก็หันกลับมา ใบหน้าของเขาเกลื่อนอยู่ด้วยรอยยิ้ม
“ห้องชุดของเ้าของเรือว่างอยู่เที่ยวนี้เขาไม่ได้มาด้วย”
เจคบอก
“เป็ห้องชุดขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าชั้นบนสุดซึ่งเป็ส่วนที่อยู่ของเ้าหน้าที่ประจำเรือด้วย ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ผมคงยกให้มิสซิส แม็คคินเล่ย์ไม่ได้แน่ เพราะมันดูไม่เหมาะสมที่ผู้หญิงสวยๆจะเข้าไปพักอยู่ในบริเวณนั้น แต่คุณอยู่ได้แน่เลย การ์ด”
“งั้นผมก็ตกลงและผมก็เชื่อว่า มิสซิส แม็คคินเล่ย์จะต้องพอใจด้วย เพราะเื่นี้มันเกี่ยวข้องไปถึงชื่อเสียงของเธอด้วย”
เขาหันมามองเธอรอยยิ้มขันๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้า
เขาทำราวกับเธอเป็ผู้หญิงที่ถือระเบียบเคร่งครัดจนเกินกว่าเหตุแววในดวงตาคู่สีเทาจึงเป็ประกายวาบขึ้นด้วยความขุ่นเคืองแต่ราเชลมิได้ปฏิเสธแต่อย่างใดเพราะมันจะยิ่งทำให้เขามีอาวุธไว้เล่นงานเธอโดยไม่จำเป็
“ถ้าอย่างนี้ผมจะจัดการสั่งให้สจ๊วตมาเอากระเป๋าของคุณขึ้นไปชั้นนั้นนะครับ”
เจคแสดงความเอื้อเฟื้อ
“ตอนนี้ผมจะพาคุณไปดูห้องนั้นก่อนเลย”
“ดีนะที่ผมยังไม่ได้เอาเสื้อผ้าออกกระเป๋าของผมตั้งอยู่ในห้องนอนนั่นแน่ะ”
การ์ดหันกลับมาหาราเชล
“อันที่จริงมันเป็สิ่งที่น่ายินดีอย่างที่สุดนะครับที่ผมจะได้อยู่ร่วมห้องเดียวกับคุณ แต่เอาละ ถึงแม้จะเป็เพียง่สั้นๆขนาดนี้ก็พอใจอยู่ดี ผมคิดว่าบางทีคราวหน้าถ้ามีโอกาสเราลองเล่นอะไรพรรค์นี้กันอีกสักครั้งดีไหมครับ”
“ฉันเชื่อว่าคุณจะต้องชอบแน่เลยค่ะ”
เธอใส่ยิ้มเข้าไว้ทั้งปากทั้งตาในที่สุดเธอก็เริ่มจะใช้คารมปะทะกับเขาได้บ้างแล้ว
“ผมก็ว่าผมชอบนะ”
การ์ดตอบสีหน้าของเขาบอกความพอใจในตัวเธออยู่ไม่น้อย แม้ในยามนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่เขา้าศึกษาจากเธอ
ห้องทั้งห้องดูว่างเปล่าและมีขนาดใหญ่โตขึ้นมาทันตาในนาทีที่เขาเดินออกไป ละไอกลิ่นโลชั่นที่เขาใช้ภายหลังโกนหนวดยังอวลอยู่ในอากาศรุมเร้าอยู่ตรงปลายจมูก คล้ายจะยืนยันในความเป็ชายชาตรีของเขา ราเชลเดินไปหยิบแก้วที่เขาดื่มหมดและวางทิ้งไว้เดินถือเข้าไปในห้องน้ำ เทน้ำแข็งที่เหลือใส่ลงในอ่าง แล้วล้างแก้วใบนั้นเสีย
มีเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ในผนัง
“ขณะนี้ได้เริ่มเสิร์ฟอาหารค่ำในห้องคอรัลแล้วนะครับโดยเฉพาะสำหรับท่านผู้โดยสารที่รับประทานอาหารรอบหลัง”
มีเสียงกริ่งอันเพราะขึ้นภายหลังที่การประกาศเสร็จสิ้นลง
แต่ราเชลไม่คิดที่จะออกไปยังห้องรับประทานอาหารแห่งนั้นจนกว่าพนักงานจะมาเอากระเป๋าของการ์ดออกไปจากห้องของเธอแล้วทั้งนี้เพราะไม่้าวิ่งไปตามกระเป๋าซึ่งอาจจะเกิดหยิบสับกันไปอีก เพราะถ้าเป็เช่นนั้นเื่มันคงจะยุ่งกว่าจัดห้องพักที่ผิดพลาดในครั้งนี้แน่
ครู่ต่อมาสจ๊วตคนหนึ่งก็มาเคาะหน้าประตูสีหน้าของเขาบอกความแปลกใจและใคร่รู้อยู่แต่มิได้เอ่ยปากถามมอะไรออกมาทันทีที่ราเชลจัดการกระเป๋าของการ์ดเรียบร้อยแล้วเธอก็เติมเครื่องสำอางลงบนใบหน้าแปรงผมเร็วๆ และหยิบเสื้อแจ็กเกตเก็ตสีขาวขึ้นมาสวม
เมื่อเธอมาถึงห้องรับประทานอาหารนั้นก็ได้เห็นว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เข้านั่งประจำโต๊ะกันหมดแล้ว สำหรับคืนแรกนี้ไม่จำเป็ที่ทุกคนจะต้องนั่งตามโต๊ะที่กำหนดไว้ เนื่องจากเธอมาถึงล่ากว่าใครราเชลจึงต้องนั่งที่โต๊ะเดี่ยวเพียงลำพัง