กำปั้นผ่ามิติ

    ตอนที่ 8 คมที่ยังไม่พอ

          ลมยามค่ำพัดผ่านลานป่าช้าอย่างแ๶่๥เบา กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นควันธูปจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ

    ภูผานั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

    ร่างกายยังเจ็บจากการปะทะเมื่อกลางวัน โดยเฉพาะรอยช้ำที่ลำตัวซึ่งเตือนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า—

    “ยังห่างชั้น”

    ภาพชายคนนั้นผุดขึ้นมาในหัว

    ความเร็วจังหวะแรงกดดัน

    ทุกอย่างเหนือกว่าเขา

    “ถ้าวันนี้ไม่มีอรชุน…”

    เขาไม่พูดต่อ

    เพราะรู้คำตอบดี

    “เ๽้าตาย”

    เสียงหนึ่งดังขึ้น

    อรชุนเดินออกมาจากเงามืด

    ภูผาไม่เถียง

    เพียงพยักหน้า

    “ครับ”

    อรชุนหยุดยืนตรงหน้า

    มองนิ่ง

    “รู้ตัวก็ดี”

    เขาโยนดาบไม้มาให้

    “ลุกขึ้น”

    การฝึกเริ่มขึ้นทันที

    ไม่มีการอุ่นเครื่อง

    ไม่มีคำเตือน

    ฉับ!

    ดาบของอรชุนพุ่งเข้ามา

    เร็ว

    หนัก

    ภูผายกดาบรับ

    ปัง!

    แรงกระแทกทำให้แขนชาทันที

    “ช้า!”

    ฉับ! ปัง! ตึง!

    การโจมตีต่อเนื่อง ไม่มีช่องว่างให้หายใจ

    ภูผาถอย

    หลบ

    สวน

    แต่ทุกครั้ง—

    ถูกกด

    ล้ม

    ลุก

    ล้มอีก

    เหงื่อไหลเ๣ื๵๪ซึมกล้ามเนื้อสั่น

    แต่เขาไม่หยุด

    “อีก!”

    เสียงอรชุนดังขึ้น

    ภูผาฝืนลุก

    กำดาบแน่น

    ลมหายใจขาด ๆ

    แต่สายตา—

    ยังนิ่ง

    เขาสูดลมหายใจลึก

    “ลม…”

    ใจนิ่งลง

    โลกช้าลงเล็กน้อย

    ฉับ!

    เขาหลบได้เร็วขึ้น

    ปัง!

    สวนกลับได้แม่นขึ้น

    อรชุนหยุด

    พยักหน้าเล็กน้อย

    “เริ่มเห็นแล้ว”

    หลังการฝึก

    ภูผานั่งพิงต้นไม้

    หอบ

    เรือนแก้วยืนอยู่ไม่ไกล

    ๻ั้๹แ๻่เมื่อไรไม่รู้

    “ท่าน…ฝึกหนักเกินไปแล้ว”

    เสียงของเธอแ๶่๥เบา

    แต่ชัดเจน

    ภูผาเหลือบมอง

    “ถ้าไม่หนัก…ก็ตาย”

    คำตอบตรงไปตรงมา

    เรือนแก้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

    ก่อนจะเดินเข้ามา

    “ข้าไม่อยากให้ท่านตาย”

    คำพูดนั้น…

    ทำให้ภูผาชะงักเล็กน้อย

    ไม่ใช่เพราะเนื้อหา

    แต่เพราะ “น้ำเสียง”

    จริงใจ

    เขาไม่ตอบทันที

    เพียงมองเธอสั้น ๆ

    ก่อนจะหันกลับไป

    “งั้นก็อย่าเข้ามาใกล้ข้า”

    เรือนแก้วขมวดคิ้ว

    “หมายความว่าอย่างไร”

    ภูผาหลับตา

    “ข้ากำลังมีศัตรู”

    “และพวกมัน…ไม่เลือกวิธี”

    ความเงียบแทรกเข้ามา

    เรือนแก้วยืนมองเขา

    ก่อนจะพูดเบา ๆ

    “ข้าไม่กลัว”

    ภูผาลืมตา

    มองตรง

    “แต่ข้ากลัว”

    คำตอบนั้น…

    ทำให้เธอเงียบ

    รุ่งเช้า

    ลานฝึก

    อรชุนยืนกอดอก

    “เ๽้ารู้แล้วว่าความต่างคืออะไร”

    ภูผาพยักหน้า

    “ครับ”

    “งั้นก็ฝึกเพื่อปิดมัน”

    เขาหยิบดาบขึ้นมาอีกครั้ง

    “ครั้งนี้…ข้าจะไม่ออมมือ”

    การฝึกยิ่งโหดขึ้น

    อรชุนจำลองการต่อสู้ของ “นักฆ่า”

    เร็วแม่นไร้ความลังเล

    ภูผาถูกกดจนแทบหายใจไม่ทัน

    แต่—

    เขาเริ่ม “อ่านจังหวะ”

    เริ่ม “คาดเดา”

    เริ่ม “ตอบโต้”

    แม้ยังไม่ชนะ

    แต่ไม่ล้มง่ายเหมือนเดิม

    อีกด้านหนึ่งของเมือง

    คฤหาสน์เดิม

    ชายวัยกลางคนนั่งนิ่ง

    ฟังรายงาน

    “มันยังมีชีวิตอยู่…”

    เขาหรี่ตา

    “และยังพัฒนาเร็ว”

    เงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนจะเอ่ย

    “งั้น…เปลี่ยนเป้าหมาย”

    ชายด้านล่างเงยหน้า

    “หมายถึง…”

    มุมปากของเขายกขึ้น

    “คนที่มันห่วง”

    บ่ายวันนั้น

    เรือนแก้วเดินอยู่ในตลาด

    เหมือนทุกวัน

    แต่เธอไม่รู้ว่า—

    มีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้อง

    เงาหนึ่งเคลื่อนผ่านฝูงชน

    เงียบ

    รวดเร็ว

    ป่าช้า

    ภูผาหยุดฝึกทันที

    “มีอะไร”

    อรชุนถาม

    ภูผาหรี่ตา

    “ลม…เปลี่ยน”

    ความรู้สึกบางอย่าง…

    ไม่ดี

    เขากำดาบแน่น

    “ข้าต้องไป”

    อรชุนไม่ห้าม

    เพียงพูดสั้น ๆ

    “อย่าตาย”

    ตลาด

    เสียงคนยังคงจอแจ

    แต่กลางฝูงชน—

    ความวุ่นวายเริ่มก่อตัว

    “ปล่อยนะ!”

    เสียงเรือนแก้วดังขึ้น

    ชายสองคนจับแขนเธอไว้

    อีกคนยืนกันคน

    ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง

    เพราะรู้ว่า—

    “พวกนี้ไม่ธรรมดา”

    ฟึ่บ!

    เงาหนึ่งพุ่งเข้ามา

    เร็ว

    เหมือนลม

    ปัง!

    หมัดกระแทกเข้าเต็มหน้า

    ชายคนนั้นล้มลงทันที

    ภูผายืนอยู่ตรงนั้น

    สายตาเย็นเฉียบ

    “ปล่อย”

    เสียงเรียบ

    แต่กดดัน

    ชายอีกสองคนชักอาวุธทันที

    พุ่งเข้า

    เร็ว

    ภูผาขยับ

    ดาบในมือสะท้อนแสง

    ฉับ!

    ปัง!

    การปะทะเกิดขึ้นกลางตลาด

    ผู้คนแตกตื่น

    แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

    เพราะรู้—

    นี่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ธรรมดา

    ภูผาหายใจนิ่ง

    ลม…นิ่ง

    จังหวะชัด

    เขาหลบ

    สวน

    แม่นยำขึ้น

    เร็วขึ้น

    แม้ยังไม่ถึงระดับนักฆ่า

    แต่—

    “พัฒนา”

    ฉับ!

    ดาบฟันเฉียดแขนอีกฝ่าย

    เ๣ื๵๪พุ่ง

    อีกคนลังเล

    เพียงเสี้ยววินาที—

    พอแล้ว

    ปัง!

    หมัดปิดเกม

    ทั้งสองล้มลง

    ความเงียบเข้าครอบงำ

    เรือนแก้วยืนหอบ

    มองภูผา

    สายตาสั่นเล็กน้อย

    “ท่าน…”

    ภูผาหันไป

    “ข้าบอกแล้ว…อย่าเข้ามาใกล้”

    น้ำเสียงยังเรียบ

    แต่หนักขึ้น

    เรือนแก้วกำมือแน่น

    “ข้าเลือกเอง”

    คำตอบนั้น—

    ทำให้ภูผานิ่งไปครู่หนึ่ง

    ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

    ไกลออกไป

    เงาหนึ่งยืนมอง

    ดวงตาเย็นเฉียบ

    “เริ่มสนุกแล้ว…”

    เขาหันหลัง

    ก่อนจะหายไป

    โดยทิ้งไว้เพียง—

    เกมที่กำลัง “ยกระดับ”

    ภูผามองรอบตัว

    รู้ดีว่า—

    นี่ไม่ใช่จุดจบ

    แต่เป็๲เพียงจุดเริ่มต้น

    ของบางสิ่งที่ใหญ่กว่า.