บทที่ 25 ท่าอุ้มเด็ก
ทันใดนั้นทั้งโรงพนันก็ตกตะลึง!
ไม่มีใครคาดคิดว่าลูกเต๋าจะเป็แต้มต้าชิงหยางจริง ๆ
ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กน้อยผู้สุรุ่ยสุร่ายผู้นี้จะทายถูกและพลิกสถานการณ์ได้!!!
ไม่เพียงนักพนันจะตกตะลึง แม้แต่เยี่ยจ้านเองก็ยังไม่อยากเชื่อ
หลังจากที่เยี่ยจ้านย่อยข้อมูลได้ชั่วครู่ เขาก็อุ้มเยี่ยถวนถวนขึ้นมาหมุนเป็วงกลม
“เ้าเด็กแคระเก่งจริง ๆ!!”
เยี่ยถวนถวนเอามือปิดหน้าผาก รู้สึกมึนงงเพราะถูกพี่รองหมุนตัว
นางได้แต่โบกมือเตะขาไปมา วางข้าลงเดี๋ยวนี้
ในขณะที่พี่น้องสองคนนี้กำลังเฉลิมฉลองกันอยู่ อีกฝั่งหนึ่งคือชายวัยกลางคน
เขาเหงื่อท่วมตัวไปหมดแล้ว ตอนนี้กำลังมองเยี่ยจ้านด้วยความใ
เด็กน้อยคนนี้มีอะไรแปลก ๆ
แต่... เมื่อมองดูเด็กน้อยคนนี้ก็เห็นว่ามีจมูกเป็จมูก ตาเป็ตา ไม่เหมือนจะเป็ปีศาจร้ายอะไร
หรือว่า... เมื่อครู่นี้เป็เพราะเขาทำพลาดเอง?
ชายวัยกลางเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้า เงินของเขาหมดเกลี้ยงแล้ว
แต่เขายังไม่ยอมแพ้ จึงหยิบแท่งทองคำออกมาจากเอว “ขอเดิมพันอีกครั้ง!”
เยี่ยจ้านเพิ่งจะเก็บเงินทั้งหมดเสร็จและเตรียมจะจากไป แต่พอเห็นแท่งทองคำบนโต๊ะ ก็รู้สึกลังเลขึ้นมา
“เป็อย่างไร เ้าหนูน้อยไม่กล้าแล้วหรือ?”
เยี่ยจ้านได้ยินคำท้าทายเช่นนั้น จึงวางเงินที่เก็บไว้ลงอีกครั้ง และกล่าวคำเดียวกับน้องสาวของเขา
“ทุ่มหมดหน้าตัก!” ใครว่าข้าไม่กล้า! มีเื่อะไรที่ข้าไม่กล้าทำกัน?
เมื่อเห็นทั้งสองคนเตรียมพร้อมที่จะเดิมพันครั้งใหญ่ในวันนี้ เหล่านักพนันและผู้ชมรอบ ๆ ต่างพากันส่งเสียง
เยี่ยจ้านลูบผ้าผูกผมบนศีรษะของเยี่ยถวนถวน แล้วกล่าวว่า “ข้าฝากความหวังไว้กับเ้านะ เ้าเด็กแคระ”
“อืม!” เยี่ยถวนถวนพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ปล่อยให้เป็หน้าที่ของถวนถวนเถอะ!”
น่าประหลาด นางยอมรับฉายาเ้าเด็กแคระนี้ไปโดยปริยายได้อย่างไร
ในรอบนี้ ระบบใช้พลังควบคุมสนามแม่เหล็กอันทรงพลัง คว้าชัยชนะมาได้อย่างง่ายดาย
เยี่ยจ้านโบกนิ้วเรียกชายวัยกลางคนแล้วกล่าวว่า “ทองคำแท่ง ส่งมาซิ”
สีหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือดลงทันที
เขาเพิ่งแอบใช้แผ่นเหล็กลองดูเมื่อครู่นี้ แม่เหล็กที่ปลายรองเท้าก็มีแรงดึงดูดอย่างชัดเจน และลูกเต๋าก็เป็ของเขาเอง
เหตุใดถึงใช้ไม่ได้เล่า
เขาคิดไปคิดมาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ได้แต่สรุปว่าเป็เพราะความประหลาดของพี่น้องคู่นี้
ดังนั้นเขาจึงกดทองคำแท่งไว้ ลุกขึ้นยืนชี้ไปที่เยี่ยจ้านและเยี่ยถวนถวน แล้วกล่าวว่า “โกง!! พวกเ้าโกง!!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา รอบข้างก็เงียบกริบในทันที
ต้องรู้ไว้ว่าการโกงในโรงพนันนั้นต้องถูกตีจนตาย
เมื่อเห็นทุกคนตะลึง ชายวัยกลางคนจึงเติมเชื้อไฟเพิ่มอีก “พวกเ้าก็เห็นกันแล้ว พวกเขาเป็เพียงเด็กน้อยสองคน แม้จะโชคดีชนะพนันก็เป็ไปได้ แต่การกินทีเดียวหมดทุกครั้งนั้นไม่น่าสงสัยเกินไปหรือ สองคนนี้ต้องโกงแน่ ๆ!!”
พวกเขาคิดว่าเป็เช่นนั้นจริง ๆ ที่ไหนจะมีนักพนันที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ั้แ่อายุเพียงไม่กี่ปี ต้องมีปัญหาแน่นอน
“ค้นตัวพวกมัน! ค้นพวกมันเดี๋ยวนี้! ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!”ชายหลายคนที่เสียเงินพนันต่างกำลังหาที่ระบายอารมณ์
ดังนั้นเหล่านักพนันจึงพากันรุมล้อมเข้ามา หวังจะดูว่าเด็กน้อยสองคนนี้ซ่อนความลับอะไรไว้ในตัว
ไม่รู้ว่าพวกเขาซ่อนลูกเต๋าไว้ในตัวหรือไม่
“บังอาจ!!!” เยี่ยจ้านปกป้องเยี่ยถวนถวนไว้ข้างหลัง
แม้ว่าเ้าเด็กแคระผู้นี้จะน่ารำคาญ แต่นางเป็เด็กหญิง จะให้ถูกถอดเสื้อผ้าได้อย่างไร เขาจะตัดหัวคนพวกนี้ให้หมด
องครักษ์เงาเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น จึงพากันเข้ามาปกป้องนายน้อยทั้งสองไว้ตรงกลาง
แม้ว่าองครักษ์เงาจะมีเพียงสามคน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์หลายสิบคน จิติญญาแห่งการต่อสู้ที่สั่งสมมาหลายปีกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
ทันใดนั้นผู้คนในโรงพนันก็ไม่กล้าเข้าใกล้อีกต่อไป
ทั้งสองฝ่ายจึงเผชิญหน้ากันในสถานการณ์ที่ตึงเครียด
เยี่ยจ้านให้เยี่ยถวนถวนมาหลบอยู่ด้านหลังของตนเอง พร้อมที่จะสู้ตายกับผู้ใดก็ตามที่กล้าก้าวเข้ามา
เยี่ยถวนถวนซ่อนตัวอยู่หลังพี่รอง ทั้งขลาดกลัวและเฉลียวฉลาดถามระบบ
‘ชีชี เ้ารีบคิดหาทางออกเร็วเข้า’
ถวนชีชียึดมั่นในหลักการไม่ทำให้ผิดหวังในยามคับขัน อันเป็แก่นแท้ของระบบ จึงคิดหาวิธีได้อย่างรวดเร็ว
[ได้แล้ว!]
ถวนชีชีจึงเพิ่มแรงแม่เหล็กที่เท้าของชายวัยกลางคนให้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นอีก!!
เมื่อพลังแม่เหล็กแรงขึ้นถึงระดับหนึ่ง เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นในโรงพนัน
ดาบในมือของพวกองครักษ์เงาเริ่มโค้งงอไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนนักพนันบางคนที่มีแรงน้อย พวงกุญแจเหล็กในมือก็ลอยออกไปโดยไม่สามารถควบคุมได้
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ปิ่นปักผมโลหะบนหัวของบางคนก็เริ่มดีดตัวออกมาเอง
มีดและเครื่องมือต่าง ๆ ที่แขวนอยู่บนผนังในโรงพนันถูกแรงแม่เหล็กดึงดูดจนส่งเสียงดังกังวาน
สถานการณ์อันน่าพิศวงนี้ทำให้ผู้คนใกลัวในทันที
ถวนชีชีในตอนนี้ได้เพิ่มแรงแม่เหล็กชั้นสุดท้ายลงไป
ทันใดนั้น เสียง “ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!!” ก็ดังขึ้นไม่หยุด
ทุกสิ่งที่เป็โลหะ ั้แ่ฝาเหล็กที่ห้อยอยู่เหนือเทียนไฟ ไปจนถึงพวงกุญแจเหล็กในอ้อมอกของผู้คน ล้วนพุ่งเข้าหาเท้าของชายวัยกลางคนอย่างน่าอัศจรรย์
เสียง “กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง” ดังขึ้น กุญแจ มีดสั้น โคมไฟ และเชิงเทียนโลหะทั้งหมด ถูกดูดติดแน่นที่ปลายเท้าของชายวัยกลางคนอย่างมั่นคง
เมื่อห้องสงบลงในที่สุด ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา
สุดท้ายสายตาทั้งหมดก็จับจ้องไปที่เท้าของชายวัยกลางคน
ส่วนชายวัยกลางคนเองก็ดูราวกับเห็นผี ริมฝีปากสั่นระริกนึกอยากจะอธิบาย แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไร
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน เยี่ยจ้านก็ทำลายความเงียบนั้นลง
“เท้าของคนผู้นั้นต้องมีปัญหาแน่ คนที่โกงก็คือเขา!!”
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น บรรดาผู้ที่เสียพนันมาเป็เวลานานในโรงพนันก็พุ่งเข้าใส่เขาราวกับหมาป่าหิวโซ พวกเขา้าตรวจสอบว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในรองเท้าของเขากันแน่!
พวกเขากระหน่ำแห่กันเข้ามา โรงพนันวุ่นวายราวกับโจ๊กหม้อใหญ่
เยี่ยถวนถวนอาศัยความเตี้ยของตน มุดลอดใต้โต๊ะไปอย่างรวดเร็ว นางรีบคว้าแท่งทองคำนั้นออกมา แล้วคลานกลับมา
ไม่รู้ว่าเยี่ยจ้านมีแรงมาจากไหน ยังไม่ทันที่เยี่ยถวนถวนจะลุกขึ้นยืน เขาก็คว้าตัวนางขึ้นมาอุ้มแล้ววิ่งหนีไป
เอาเงินแล้วเผ่นหนีไปให้ไกล!
เยี่ยถวนถวนเงยหน้ามองท่าทางที่พี่รองอุ้มนาง นางคิดในใจว่า เขาคือบุตรชายของท่านพ่ออย่างแท้จริง วิธีอุ้มนางเหมือนกับท่านพ่อไม่มีผิดเพี้ยน
-- ล้วนเป็ท่าอุ้มเด็กแบบรีบร้อนโดยการหนีบไว้ใต้วงแขนแล้ววิ่ง
เมื่อวิ่งออกมาถึงประตู เยี่ยจ้านก็หยุดกะทันหัน
“พี่รอง เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เยี่ยจ้านวิ่งกลับไปอีกทางพลางอธิบาย “หยกประจำตัว หยกประจำตัวของท่านพ่อ!”
เกือบลืมสิ่งสำคัญที่สุดไปเสียแล้ว
ทั้งสองวิ่งกลับไปที่ด้านหน้าโรงพนันตรงจุดแลกเปลี่ยน เด็กรับใช้ยิ้มแย้มทันที คิดว่าทั้งสองคนเป็เหยื่อรายใหญ่ที่เสียเงินหมดแล้วกลับมาจำนำของอย่างอื่น
แต่เมื่อได้ยินว่าพวกเขามาไถ่หยกประจำตัวคืน สีหน้าของเด็กรับใช้ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นก็ชี้ขึ้นไปชั้นบนพลางกล่าว “ขอเชิญท่านทั้งสองขึ้นไปไถ่คืนที่ชั้นบนเถิด”
เยี่ยจ้านไม่ได้คิดอะไรมาก จูงมือเยี่ยถวนถวนขึ้นไปชั้นบน
ชั้นบนเป็ที่อยู่ของเ้าของโรงพนัน หลังจากได้ฟังเื่ราวจากเด็กรับใช้แล้ว เขาก็เล่นหยกประจำตัวที่มีค่ามหาศาลในมือไปมา
มุมปากของเขาแย้มยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “กฎของโรงพนันของพวกข้า คือเมื่อจำนำแล้วไม่อนุญาตให้ไถ่คืน”
เยี่ยจ้านขมวดคิ้ว “เป็ไปไม่ได้ นี่มันกฎของที่ไหนกัน” ข้าเป็ถึงาาน้อยแห่งโรงพนัน ไฉนจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ข้าบอกว่าเป็กฎ ก็ต้องเป็กฎ” เ้าของโรงพนันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เขาไม่ใช่คนแรกที่ได้พบเจอลูกคนมีเงิน
เมื่อสามารถเปิดโรงพนันที่นี่ได้ ย่อมต้องมีที่พึ่งพิงอยู่แล้ว
หยกประดับที่มีมูลค่าเป็ล้านตำลึงเช่นนี้ กลับจำนำไปเพียงไม่กี่พันตำลึง เขาจะยอมให้ไถ่คืนได้อย่างไร
“ไม่ให้ไถ่คืนใช่หรือไม่?” เยี่ยจ้านดึงเยี่ยถวนถวนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “พวกเ้าเข้ามานี่!”
องครักษ์เงาสามคนปรากฏกายขึ้นอย่างรวดเร็ว
เ้าของโรงพนันใ นี่เป็บุตรของตระกูลมั่งคั่งจริง ๆ ออกจากเรือนยังมีผู้คุ้มกันติดตามมาด้วย