หลังจากจัดการไอ้สองโจรหื่นกามนั้นเรียบร้อยคนสวนรินก็กลับมาที่ห้องพักตัวเอง พอหัวถึงหมอนก็ได้แต่นึกถึงรอยแดงของสาว
น้อยคนนั้นที่เค้าได้เข้าไปช่วยเหลือและได้เห็นใบหน้าของเธออย่างถนัดชัดแจ้งอีกครั้ง นัยต์ตามองเพดานห้องอย่างเป็ประกายยิ้มบางๆ
บ่งบอกถึงความสุข ความดีใจ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเืเนื้อเชื้อไขของเขา เลยนึกไปถึงความทรงจำครั้งเก่าเมื่อ23 ปีที่แล้ว ผุดขึ้นมา
“นี่ถ้าลูกของเราเป็ผู้ชายพี่จะให้ชื่อว่าอะไร และถ้าเป็ผู้หญิงจะให้ชื่อว่าอะไร” ณาดา (ตอนสาว)ถามผู้เป็สามี (คีริน)
“อืมถ้าเป็ผู้ชาย พี่จะให้เค้าชื่อ ธันวา แต่ถ้าเป็ผู้หญิง จะให้ชื่อ เรนิตาเป็ไง ดีไหม”
“พี่ว่าไงก็โอเคตามที่พี่ว่าค่ะ”
จากนั้นคนสวนริน ก็รำลึกไปถึง่เวลาดีๆ ครั้งวัยหนุ่ม ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับณาดาอย่างมีความสุขอมยิ้มเล็กน้อย และเผลอ
หลับไป
##########
เช้าวันรุ่งขึ้น สองสาวนักข่าว ยังคงคุยถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอีกครั้งทำให้พอเบาใจได้ที่สองโจรโดนส่งตัวไปดำเนินการแล้ว และ
วันนี้สองสาวต้องเตรียมเข้าทำข่าวสัมมนาณ ห้องประชุมใหญ่ของพงไพร รีสอร์ท ่เวลา 9 โมง เรนิตาออกจากห้องมายืนบิดี้เี
รับลม เลยหันไปเห็นคนสวนที่ช่วยเธอไว้ กวาดใบหญ้าใบไม้ ห่างจากห้องของเธอไม่กี่สิบเมตร
“น้าค่ะน้าคนสวนค่ะ เมื่อคืนนี้ หนูขอบคุณอีกทีนะค่ะ” เรนิตา เรียกคนสวน
(คนสวนรินหยุดกวาดมองตามเสียง) “อ้อ ครับ” พยักหน้าตอบกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ใกล้เวลาแถลงข่าวผู้บริหารต่างเดินทางมาก่อนเวลากันซักเล็กน้อย ขณะที่ผู้เข้าฟัง ตัวแทนชาวบ้านนักข่าวจากสำนักต่างๆ ก็
ทยอยเข้ามาที่รีสอร์ทอย่างเนืองแน่น ทำให้ความจุของห้องประชุมขนาด50 คน ดูแน่นไปถนัดตา ต้องเสริมที่นั่งเพิ่ม @@ คนสวนริน เลย
ถูกเรียกตัวจากเ้าหน้าที่ต้อนรับของรีสอร์ทให้มาช่วยดูแลสถานที่ในห้องประชุม เปลี่ยนเสื้อจากคนสวนมาเป็เสื้อพนักงานรีสอร์ท
เรนิตาและตุ๋มติ๋ม นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของห้องประชุมในแถวหลังๆ รวมกับนักข่าวคนอื่นๆอีกกว่า 20 คน จากนั้นพิธีกรเริ่มกล่าว แนะนำ
ผู้บริหารที่จะแถลงข่าว รวมทั้งหมด 4ท่าน ขึ้นนั่งบนเวที สองสาวก็ขะมักเขม้นตั้งใจฟังถึงที่มาที่ไปในการจะเปิดโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทำโรงโม่หิน ซึ่งระหว่างที่ผู้บริหารกำลังอธิบายถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุนครั้งนี้ก็มีเสียงซุบซิบจากผู้เข้าฟังที่นั่งแถวหน้า
ของเรนิตา พูดกันประมาณว่า
“อืมชั้นจำได้ว่า เ้าของบริษัทนี้เคยเปิดโรงงานมาแล้วที่อำเภออื่นในเมืองกาญจน์แต่โดนสั่งปิด เพราะปล่อยน้ำเสียทำให้แหล่งน้ำ
ใกล้เคียงเกิดมลพิษ ปลาตายจำนวนมาก”
“อ้อจริง เหรอ นี่เค้ายังกล้ามาเปิดในเมืองกาญจน์ นี้อีกนะ”
เสียงซุบซิบดังกล่าวที่เรนิตา ได้ยิน ทำให้เธอไม่แน่ใจว่าจะเชื่อดีหรือไม่ถ้ายังไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างถ่องแท้ ก็ไม่อาจสรุปได้ เลยต้อง
นั่งฟังไปให้ถึงตอนจบงานเผื่อจะมีคำถามอะไรนึกขึ้นได้ เพื่อได้คำตอบในสิ่งที่สงสัย
กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงผู้บริหารแถลงจบสิ้น พิธีกรจึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าฟัง และนักข่าวที่มาได้ซักถามเพิ่มเติม พอถึง
คิวกลุ่มนักข่าว ก็มี 2-3คนก่อนหน้าถามไปถึงเื่งบประมาณการลงทุน การคืนทุนต้องใช้เวลากี่ปีที่คาดว่าจะได้รับกลับมา
จนมาถึงคิวของเรนิตาเธอยกมือถามถึง เื่การแก้ไขปัญหามลพิษ และสิ่งแวดล้อม ทำเอาผู้บริหารชายรูปร่างท้วม ดูสูงอายุ ทำท่า
เลิ่กลัก มองผู้บริหารคนอื่น ที่นั่งบนเวทีด้วยกัน ตอบแบบเลี่ยงๆซึ่งไม่ได้คำตอบที่ตรงใจที่เรนิตา้า สุดท้ายสาวหุ่นสวย ใบหน้างามใน
ชุดเดรสสีม่วงอ่อน นั่งขวาสุดบนเวที ต้องออกตัว ตอบคำถามนั้นแทน ชายร่างท้วมที่บุคลิกเหมือนจะเป็ประธานบริษัท และคำถามของเรนิตา
จึงเป็คำถามสุดท้ายที่เปิดโอกาสให้ซักถามผู้บริหารแต่สาวชุดเดรสม่วงอ่อนและประธานบริษัทร่างท้วม เดินคุยกันขณะลงจากเวที ด้วยสีหน้า
ขุ่นเคืองเหมือนโดนหักหน้า และเหลือบมองมาทางเรนิตาที่นั่งอยู่ แบบไม่พอใจ
พิธีกร– เดี๋ยวท่านประธานปอง และคุณวีวี่ เชิญถ่ายภาพเพิ่ม นอกห้องประชุมอีกทีนะครับ
ประธานปอง- อ่อ ได้ๆ ตอนนี้เลยหรือเปล่า
“อ่อตอนนี้ได้เลยครับ” พิธีกร พาสองพ่อ-ลูก ไปหน้าห้องประชุม ให้ถ่ายภาพ
ขณะสองพ่อ-ลูกโรงงานโม่หิน ให้สัมภาษณ์นักข่าวเพิ่มเติม ก็มีช่างภาพ 4-5 คนกรูกันมายืนตรงหน้าถ่ายภาพกันหลายมุม หลายช็อต
ตุ๋มติ๋มและเรนิตาไปยืนอยู่หลังช่างภาพผู้ชายที่ตัวสูงๆ บดบังจนพวกเธอมองแทบไม่เห็นหน้าสองผู้บริหารจังหวะนั้นช่างภาพหนุ่มสะพาย
กระเป๋าเฉียง ใส่หมวกปีกกว้าง เดินถอยหลังมาดันไปเหยียบปลายเท้าคนข้างหลังเข้าให้ “อุ้ย ขอโทษครับ” (จังหวะหันหน้ามาไม่สุด)
พอเค้าหันกลับมามองเต็ม“อ้าว น้องเร กะตุ๋มติ๋ม มาได้ไงเนี่ย”
“อ้าวแล้ว พี่คิมมาได้ไง อยากรู้เหมือนกัน” เรนิตา ถามเสียงเรียบๆ แต่ดูแปลกใจ
“พอดีพี่จุ้ย ให้มาถ่ายภาพงานที่เมืองกาญจน์ และให้แวะมางานที่รีสอร์ทนี้ด้วย”
“อ้อเป็อย่างนี้นี่เอง หนูนึกว่า แอบตามเราสองคนมา” ตุ๋มติ๋ม แซวเล็กๆ
พอสองสาวสนทนากับคิมหันต์ได้ซักพัก ก็แยกตัวไปยืนทานของว่างและเครื่องดื่ม อีกมุมหนึ่งเหลือแต่คิมหันต์ที่เป็ช่างภาพคน
เดียวกำลังงถ่ายภาพคุณวีวี่เก็บไว้เพื่อประกอบข่าวซึ่งลูกสาวประธานก็ไม่บ่ายเบี่ยงแต่อย่างใด โพสท่าให้ช่างภาพมาดเข้ม ถ่ายไว้เป็สิบภาพ
ตาก็จ้องมองคิมหันต์แทบจะกลืนกิน จิกตา จือปาก ประมาณอ่อยนิดๆ @@ พอคิมหันต์ถ่ายภาพได้เพียงพอแล้ว เป็จังหวะเดียวกับที่เห็น
เรนิตากำลังสยายผมเพื่อมัดผมใหม่ ท่วงท่ามันได้ แสงเงาตกกระทบ พอดี เลยหันไปถ่ายภาพแม่สาวนักข่าวแทน2-3 ช็อต
ทำเอาสาวชุดเดรสม่วงออกอาการทำท่าไม่สบอารมณ์ เม้มปากแน่น แววตาเริ่มแข็ง แล้วเดินสะบัดไปหาประธานบริษัท
##########
่หัวค่ำหลังทานข้าวเสร็จ เรนิตา เลยมาเดินรับลมเย็น รอบๆ รีสอร์ท เพียงลำพัง ส่วนตุ๋มติ๋มแยกตัวไปนอนเล่นในห้อง ระหว่าง
ที่เดินในสวนหย่อม ที่อยู่คนละฝั่งกับโซนห้องพักและเชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำ เธอมองไกลๆ ว่ามีคนลักษณะเป็ผู้ชายนั่งที่เก้าอี้ริมสระ
ดื่มเครื่องดื่มอยู่ แต่มองไม่ชัดว่าเป็ใคร ด้วยแสงไฟจุดนั้นดูสลัว พอเดินลากขาไปใกล้จะถึงตัวชายผู้นั้น จึงพึมพำออกมาว่า “เอ้า นั่นพี่คิม”
เลยคิดจะหันหลังเดินกลับ แต่ไม่ทันพอเค้ารู้สึกได้ถึงฝีเท้าคนเดินมา จึงหันหลังมามอง “อ้าว น้องเรมาเดินคนเดียวเหรอครับ แล้วตุ๋มติ๋ม
ไปไหนละ”
“อ่อตุ๋มติ๋ม นอนเล่นอยู่ห้อง ค่ะ” เธอตอบไปแบบเหนียมๆ อย่างเคอะเขิน
“งั้นมานั่งด้วยกันสิ มาเถอะ พี่ไม่ทำอะไรหรอก” คิมหันต์ พูดแบบติดตลก
พอถูกชักชวนอย่างนี้จะเดินกลับห้องก็ยังไงอยู่ ก็เลยเดินกระมิดกระเมี้ยน ไปนั่งอย่างช้าๆ ริมสระน้ำระหว่างสนทนากันไปไม่ถึง 5 นาที
@@ หญิงสาว ร่างงาม มาในชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาทางสวนหย่อมด้านซ้ายมือของสระน้ำขณะที่ยืนเธอ ชำเลืองทางขวาเห็นแล้วว่า เห็นคิมหันต์นั่งอยู่เลยเหล่ตายิ้มหว่านเสน่ห์โดยไม่สนใจว่ามีเรนิตานั่งอยู่ด้วยหรือไม่
ขณะปลดเสื้อคลุมออกช้าๆเผยให้เห็นเนินอกขาวอูม เบียดอัดในชุดว่ายน้ำแบบทูพีซ กางเกงแบบเว้าสูง ขาขาวตัดกับแสงไฟใต้สระ
ว่ายน้ำสาดส่องขึ้นมาดูน่ารัญจวนใจยิ่งนัก แล้วก่อนที่เ้าหล่อนจะเล่นน้ำ ยังหันมายิ้มยั่วคิมหันต์อีกทีก่อนลงไปแหวกว่ายในสระ
แม้จะเห็นวีวี่เปลื้องผ้าโชว์เรือนร่าง แต่คิมหันต์กลับไม่มีอาการตาลุกโพลง หื่นกระหายให้เห็น ดูเรียบเฉยเพราะเค้ายังคงให้ความ
สำคัญกับสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ ความสวยที่เป็แบบใบหน้าฟ้าประธานงามชนิดที่ไม่ต้องแต่งหน้า ก็ยังงาม
“พี่คิมดูนั่นสิ ใช่ผู้หญิงที่เห็นเมื่อเช้าตอนแถลงข่าว หรือเปล่า ดูหุ่นเธอสิ เป๊ะมาก”เรนิตา ลองใจคิมหันต์
“อืมพี่เห็นแล้ว แบบนี้ พี่เห็นมาเยอะ ในวงการถ่ายภาพนางแบบ”
“แล้วแบบนี้ดีกว่าที่เคยเจอมาไม๊” เรนิตา แย็บๆ ถาม
“อืมแบบนี้เหรอ ไม่ต่างจากที่เคยเจอมา”
“ที่ว่ายน้ำอยู่ตรงหน้านี้พี่คิม ชอบไม๊” เรนิตา ถามย้ำ
“ไม่อะพี่ไม่ชอบ” คิมหันต์ ตอบหนักแน่น “งั้นเรา ไปเดินที่อื่นกันมั้ย”
“อือได้ค่ะ”
พอทั้งสองคนลุกขึ้นจะเดินออกจากสระว่ายน้ำ เป็จังหวะที่ วีวี่ เห็นจึงทำท่าตะกุยตะกาย “ว้ายช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” “อะแฮ่ก
แฮ่ก อร๊อก อร๊อก” “ช่วยหนูที พี่ค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องคิมหันต์และเรนิตา จึงหันกลับไป และเดินไปตรงจุดที่วีวี่ กำลังชูมือขอให้ช่วย “พาหนูขึ้นไปหน่อยเหมือน
หนูจะเป็ตะคริว หนูขึ้นไม่ไหวค่ะ” วีวี่ ร้องขอให้ช่วย
พอเรนิตาจะยื่นมือไปช่วย วีวี่กลับปฏิเสธ เปลี่ยนไปขอความช่วยเหลือจากคิมหันต์แทน เค้าจึงยื่นมือไปให้มากที่สุดเพื่อจับมือวีวี่มา
ให้ถึงขอบสระ ขณะยื่นมือไป เธอก็ส่งแววตาแฝงเลศนัยให้คิมหันต์เป็ระยะกระทั่งเอื้อมไปจับมือวีวี่ได้ เธอเลยใช้จังหวะนี้ดึงคิมหันต์ลง
สระน้ำทันที ทำเอาเรนิตาถึงกับใเล็กน้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
คิมหันต์พยายามพยายามประคองวีวี่ ขึ้นบนสระ แต่เหมือนเธอยังรั้งเค้าด้วยสองมือมาโอบเอวให้อยู่ด้วยกันในน้ำจนผู้หญิงอีกคนบน
ริมสระน้ำ ไม่ปลื้มกับภาพบัดสี แววตาเริ่มถมึงทึง จึงหันหลังเดินกลับไปคิมหันต์ ได้แต่มองตาละห้อย ส่วนวีวี่ ก็ยังกอดนัวเนียไม่รู้จบ ยิ้มแบบ
สะใจ ดันสองเต้าเบียดไปมากับหน้าอกผายของคิมหันต์อย่างหนำใจ