ร่างของเด็กสาวเอลฟ์สุดน่ารักที่มีผมสีเขียวอ่อน ราวกับสีสันของธรรมชาติอยู่ตรงหน้าผม ร่างกายของเธอเบากว่าที่คิดไว้มาก แถมยังนุ่มนิ่มอีกด้วย แล้วดูเหมือนเธอจะเป็พวกชอบพูดคนเดียวเหมือนกับผมด้วย ก่อนหน้านี้เธอเองก็พูดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวเหมือนกัน
“ฟีซ่า” อะไรสักอย่าง...
แล้วอยู่ ๆ ก็มีเปลวไฟปรากฏขึ้นกลางอากาศเธอเองก็เป็พวกเดียวกับผมสินะ? เด็กสาวกดผมลงกับพื้นด้วยแขนทั้งสองข้าง ก่อนจะใช้เข่ากดตรึงขาของผมเอาไว้ แต่สำหรับผมแล้ว น้ำหนักแค่นั้นไม่ได้เป็ปัญหาอะไรเลย
ผมสามารถหลุดออกมาได้อย่างง่ายดายทว่า ก่อนที่ผมจะทำแบบนั้น—อยู่ ๆ เธอก็ะโบางอย่างออกมา
“โจรขโมยกางเกงใน!”
“เอ๋?”
...เดี๋ยวนะเหมือนผมกำลังกลายเป็เหมือนจำเลยสังคมไปซะแล้ว
แต่เดี๋ยว ถ้าผมถูกจับนี้มัน…เป็ประสบการณ์ครั้งแรกเลยนิ โดนสอบสวนในฐานนะคนร้ายที่ถูกเข้าใจผิดแล้วจากนั้นก็ต้องมีเมนูที่คู่กับการสอบสวน หรือว่า จะโดนซ้อมให้คายความลับออกมาแบบที่เห็นในมังงะบ่อยๆกันนะแบบนั้่นก็น่าลองดูเหมือนกันนะและอาจจะมีพล็อตที่มีสาวลึกลับปรากฏตัวมาช่วยจากการโดนซ้อมและกลายเป็อีเวนต์ใหญ่เลยก็ได้
ผมที่กำลังจมอยู่กับความคิดในหัวก็เผลอยืนมือขึ้นมาแตะที่คางโดยลืมตัวไปแล้วว่ามือของผมถูกล็อคไว้อยู่ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮะฮะฮะ”
ผมเอามือพาดไว้ที่ตาก่อนค่อยๆลุกขึ้นนั่งในขณะที่ตัวของเด็กสาวคนนั้นไหลลงจากบนตัวของผม เธอมองที่หน้าของผมอย่างสงสัยสุดขีดผมไม่ได้พูดอะไรไม่ได้ขยับอะไรไปมากกว่านั้น เธอกระพริบตายให้ผมสามที ก่อนที่ทหารจะวิ่งมาหาพวกผม เธอหันไปทางทหารและกำลังเหมือนจะลุกหนีไปแต่ผมกลับดึงแขนเธอไว้เธอ เธอหันมามองแขนที่โดนจับไว้
“หยุดตรงนั้นซะ”
เธอรีบใช้มืออีกข้างสวมฮูดกลับเข้าไปที่เดิมทันที
เสียงของเหล่าทหารดังขึ้นพวกเขามากันสี่คนเขายืนล้อมเราเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะยกดาบเวทย์ขึ้นมา
ผมปล่อยมือของเด็กสาวออกเธอมีสีหน้าที่ภายใต้นั้นกำลังวิตกกับเหตุการณ์ตอนนี้สุดๆก่อนที่ผมจะลุกขึ้นยกมือขึ้นไว้เหนือหัวและเดินถอยห่างจากเธอเล็กน้อย
“ผมเองครับผมคือคนร้ายของคดีลึกลับนี้เอง ใช่แล้วผมคือจอมโจรขโมยชุดชั้นใน!”
“???”
ทหารชี้ดาบมาที่ผม
“นอนลงไปกับพื้นซะ ถ้ายังไม่ทำอย่าหาว่าพวกชั้นไม่เตือน”
ผมค่อยๆก้มลงไปนอนกับพื้นตามคำสั่งของพวกนั้นก่อนจะยิ้มบนหน้าใบเล็กน้อย ส่วนเด็กสาวคนนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกเธอยังคงสับสนอยู่ผมโดนพวกทหารกดลงกับพื้นนํ้าหนักมันก็หนักกว่าเธอคนนั้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เท่าไรเลยเมื่อเทียบกับแรงของลิเลียอ่ะนะพวกนั้นล็อคข้อมือผมด้วยกุญแจผลึกเวทย์ ผมเองก็อย่างลองของเลยลองใช้พลังเวทย์ที่ถูกตรวจจับได้ยากมากนั้นคือเวทย์เสริมพลัง มันก็ยังคงใช้ได้ดูเหมือนว่า ไอกุญแจมือนี้จะใช้ไม่ได้ผลกับผมถึงจะไม่รู้เหตุผลก็เถอะ
ผมถูกจับลุกขึ้นก่อนมีอีกสองคนพาตัวไป
“เชิญคุณไปให้ปากคำด้วยครับ ขอบคุณที่ช่วยพวกเราจับเขา”
“ค…ค่ะ”
✩
แกร๊ก...แกร๊ก... เสียงโซ่โลหะกระทบกันดังสะท้อนอยู่ภายในห้องแคบ ๆ ที่ไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียวแสงจากผลึกเวทมนตร์บนผนังส่องลงมาจาก้า ทำให้ผนังหินสีเทาดูเ็าและน่ากลัวกว่าความเป็จริงเล็กน้อย
และตรงกลางห้อง—เด็กชายสุดเท่กำลังถูกแขวนอยู่กับโซ่ข้อมือทั้งสองข้างถูกล็อกด้วยกุญแจผลึกเวทย์ ก่อนจะถูกยกขึ้นสูงเหนือศีรษะเล็กน้อย โซ่สีดำที่ถูกฝังอักขระเวทมนตร์เอาไว้พาดลงมาจากเพดาน
ปลายเท้าของยังแตะพื้นได้นิดเดียว
“...”
ผมลองกระตุกโซ่เบา ๆ
แกร๊ก ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองรอบๆแบบตัวเอกที่กำลังจนตรอกและพยายามเงยหน้าขึ้น กุญแจมือผลึกเวทย์ไม่สามารถปิดผนึกพลังของผมได้ทั้งหมด อย่างน้อยเวทเสริมพลังก็ยังใช้งานได้ และถ้าผมใช้กำลังเพียงเล็กน้อย—
ผมลองออกแรงเบา ๆ
โซ่สั่น
“อืม... หลุดได้จริงด้วย”
แต่—ผมค่อย ๆ คลายแรง
“ไม่เอาดีกว่า”
ถ้าหลุดออกไปตอนนี้ เื่ทั้งหมดก็คงกลายเป็ การแหกคุก ไปทันที ถึงฟังดูน่าสนใจอยู่บ้างก็เถอะ... แต่ผมยังอยากลองเล่นบท ผู้ต้องสงสัยที่ถูกสอบสวน ให้จบก่อน
หาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ง่าย ๆ นะ โดยเฉพาะโอกาสที่ตัวเองถูกแขวนไว้กับโซ่กลางห้องสอบสวน ขณะที่เหล่าผู้สอบสวนเดินวนอยู่รอบตัว คอยเค้นเอาข้อมูลจากปากผม—
บางทีอาจมีการทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับให้สารภาพด้วย ...นี่มันต้องเป็ฉากแบบนั้นแน่ ๆ
ตัวเอกสุดเท่ถูกจับขังเอาไว้ในห้องใต้ดินอันมืดมิด ร่างกายเต็มไปด้วยาแจากการถูกทรมาน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาจากนั้น—ประตูห้องขังก็เปิดออกอย่างช้า ๆ แล้วเด็กสาวคนหนึ่งที่มีชื่อปรากฏตัวขึ้นในฉากก็จะเดินเข้ามา
เธอเป็คนช่วยชายผู้ถูกทารุณออกจากห้องขัง ก่อนจะพาเขาหนีออกไปจากสถานที่แห่งนั้นจากนั้นก็เข้าสู่่เยียวยา...เด็กสาวใช้เวทมนตร์รักษาาแให้ผม พวกเราค่อย ๆ เดินทางร่วมกัน ผจญภัยไปทั่วโลกเข้าร่วมองค์กรลับสุดเท่ของตัวเอก
...ไม่สิเดี๋ยวก่อนพล็อตแบบนั้นก็ดูอยู่หรอก แต่ เดินทางร่วมกัน? ผจญภัยไปทั่วโลก? แต่เข้าร่วมองค์กรลับของผมก็เข้าใจได้อยู่ในขณะที่คิดอยู่ผมก็เหวี่ยงตัวไปมาราวกับกำลังเล่นสนุกอยู่
ประตูห้องค่อยๆเปิดออกชายในชุดทหารยามสองคนออกมาพร้อมกับสีหน้าเหมือนกำลังเซงสุดขึด
(ช่ายสีหน้าแบบนั้นเลย มาเลย ชั้นพร้อมแล้ว)
พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นก่อนจะพยุดลงตรงหน้าของผมพวกเขากำลังยกมือขึ้นเหมือนกำลังทำอะไรบางอย่าง
(มาแล้วพวกนั้นกำลังสอบสวนน!)
ผมหันหน้าหนีพร้อมกับหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง
..... ไม่มีความรู้สึกบนิัไม่มีความเจ็บเลยไม่ว่าจะหลับตานานแค่ไหนผมได้ยินแค่เสียงของโซ่ก่อนที่ตัวผมจะหล่นลงพื้นปลายเท้าที่เคยได้แค่แตะพื้นตอนนี้มันกลับยืนได้เต็มเท้าแล้ว มือทั้งสองข้างถูกปล่อยลงตามแรงโน้มถ่วง ไม่มีความรู้สึกของการถูกทรมานเลยมันกลับว่างเปล่าผมค่อยๆลืมตาขึ้น
ไม่มี?!เด็กสาวสุดน่ารักเข้ามาช่วยปกป้องผมไม่มีอะไรเลยมีเพียงทหารสองคนปลดผลึกที่ข้อมือของผม
“ไปเถอะครับท่านขุนนาง พวกเราขอโทษจริงๆครับที่จับท่านมา”
“พวกเราเข้าใจทุกอย่างแล้ว”
“เดี๋ยวสิแล้วเด็กสาวสุดน่ารักที่จะมาช่วยผมจากเหตุการณ์แบบนี้ล่ะ?”
“เด็กสาว? อ่อท่าเป็เธอคนนั้น”
ร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ประตูชุดที่คุ้นเคยเหมือนเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนพร้อมกับท่าทางที่ดูสง่างามใช่แล้วเธอคนลิเลียกำลังจ้องผมมาด้วยสีหน้าที่สิ้นหวังสุดๆ
“ท่านเรนค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนลิเลียชั้นรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร”
“ชั้นอุตส่าห์ยอมโดนจับและคิดว่าถ้าโดนสอบสวนหนักขึ้นว่าจะลอง แต่งเื่ว่าทุกคืนชั้นไปแอบไปเอากางเกงในเธอสวมหัวซักหน่อยทั้งๆที่เหตการณ์มันควรจะเป็การที่ชั้นโดนทรมานจนปลุกความเท่แบบตัวเอกที่กำลังแค้นในโชดชะตาของเขาแท้ๆ”
“ท่านพูดจบยังค่ะ”
ลิเลียเดินเข้ามาใกล้ผมโดยที่ผมไม่สามารถััถึงมันได้เลยใบหน้าของเธอเหมือนกำลังยิ้มผมมองเธอก่อนใช้เวลาทำความเข้าใจฉากที่จะเกิดต่อไปได้ในทันทีผมหลับตาลงกางแขนออกทั้งสองข้างพร้อมที่จะรับกอดอันแสนอบอุ่นจากเธอ
“มาสิเธอคงเป็ห่วงชั้นมากเลยสินะ มาเลยกอดชั้น….”
ปึก! นี้มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ถูกกอดแล้วมันเหมือน? ถูกต่อยใช่ผมกำลังถูกต่อยที่ท้องอย่างแรงมันแรงกว่าตอนที่ผมไปรับการชนจากวัวที่ยืนสองขาอีกในดันเจียนที่เคยไปอีก ตัวผมงอตามแรงที่ได้รับมา
“พอใจหรือยังค่ะ ท่านเรนคงไม่ได้ทำเื่ที่พูดเมื่อกี้จริงๆใช่ไหม”
“ค..ครับ…ไม่แน่นอน!”
พวกผมเดินออกจากตึกที่คล้ายกับป้อมยามของเมืองนี้อย่างชิวๆส่วนลิเลียก็มองตรงไปตามทางอย่างเดี๋ยวไม่แม้แต่จะคุยหรือพูดอะไรกับผมเลย
“นี้ทำไมถึงโกรธขนาดนั้นล่ะ”
“…”
“คนเราก็อยากลองสิ่่งที่ไม่เคยเป็เื่ปกตินะ”
“แถมบทแบบนั้นก็หายากด้วยสิ คนที่ผมเจอเธอคนนั้นสุดยอดเลยนะ”
“ว่าแต่ชั้นรอดมาได้ยังไงล่ะเนี่ย หรือเธอคนนั้นโดนจับไปแล้ว ให้ตายสิชั้นอุตส่าห์ยอมโดนจับเองแท้ๆ”
“เื่ของผู้หญิงคนนั้นดิฉันไม่รู้หรอกนะค่ะว่าเป็ยังไงแต่ไม่มีใครโดนจับหรอกค่ะ”
“หืม?”
“เห็นว่าพวกเขาได้รับรายงานว่าจะการชื้อของผิดกฏหมายค่ะ แล้วพวกเขาก็คิดว่าคนที่กำลังวิ่งหนีไปนั้นคือคนร้ายเห็นพวกเขาไล่ตามอยู่พักใหญ่เลย แต่ท่านเรนมีพยานที่อยู่ใน่เวลาที่พวกเขากำลังเหมือนชื้อขายกัน”
“พยานอะไร”
“ท่านเอมี้และอัลเบโด้ค่ะ”
“???*
“พวกเขายืนยันได้ว่าคุณอยู่กับเขาใน่เวลานั้นแต่ดูเหมือน ท่านอัลเบโด้จะโกรธเอาเื่เลยค่ะ เห็นพูดว่า แก…ไอคนสกปรกแกกล้าใช้พวกเราเป็พยานเลยงั้นหรอ ไอโจรขโมยกางเกงใน! ส่วนคุณเอมี้ก็หัวเราะใหญ่เลยค่ะ”
“อืม….ชื่อนั้นคงไม่เท่เท่าไรสินะทั้งๆที่ผมบอกไปแล้วแท้ๆว่าผมคือจอมโจร”
“เอาเป็ว่าชื่อเสียงของท่านลดลงอีกระดับแล้วค่ะ ท่านจอมโจร”
“ไม่เห็นเป็ไรเลย ผมว่าจะหาโอกาศแหกคุกดูบางด้วย"
“เห้อ…ดิฉันไม่เข้าใจความคิดของท่านเลยจริงๆค่ะ”
“เราไปหาไอศกรีมกินกันเถอะลิเลีย ตอนที่ชั้นอยู่บนหลังคาชั้นเจอร้านเจ๋งๆด้วยล่ะ”
“ขึ้นไปอีกแล้วสินะค่ะ”
ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อชมความสวยงามของโลกใบนี้แต่สายตาผมกับหลุดโฟกัสไปที่ขอบหลังคาเห็นใครบ้างคนกำลังนั่งมองพวกเราก่อนที่เขาสังเกตว่าผมมองเขาก็ะโจากหายไปในสายตาของผมทันที
(หมอนั้นเป็พวกเดี๋ยวกับชั้นสินะ การที่มีคนชอบอะไรๆ เหมือนๆ กันมันก็ไม่เลวนะ)
เสียงหายใจหอบเหนื่อยจากการะโไปมาจากบนหลังคาคนที่สวมฮูตปิดบังใบหน้านั้นยืนแอบอยู่ในตรอกของเมือง
“บ้าที่สุดเลย หน้ากากของชั้นไม่ว่ายังไงชั้นก็ต้องเอามันคืนมาให้ได้”