TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 25
ไม้ตายเขาต้องเก็บไว้ตอนท้ายเสมอ
การต่อสู้ยุติลงเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ ล้วนตกอยู่ในขอบเขตการรับรู้ของเกลในฐานะเ้าสำนักบูเทนโดชิกลับไม่เข้าห้ามปรามหรือช่วยเหลือฟาลโก้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าศิษย์เอกของตนแต่ประการใดแม้จะเป็อาจารย์ของฟาลโก้โดยตรง เขายังคงนิ่งเฉยทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่ศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นก็ทำประการเดียวกันหากจะนับไปการต่อยตีนอกรอบระหว่างผู้ประลองมักเกิดขึ้นเสมอ มันจึงกลายเป็เื่แสนธรรมดา
หลังจากที่สายข่าวเข้ามารายงานเกลใช้เวลาออกไปสั่งการงานภายในสำนักแล้วกลับเข้ามาโดยเหลือผู้ติดตามเพียงสองคนทั้งนี้เพื่อ้าสั่งการโดยตรงกับเ้าลูกศิษย์ตัวปัญหาทั้ง4
เกลแทบไม่ขยับปากสุ้มเสียงที่เปล่งออกมาบางเบาจนคนอื่นแทบไม่ได้ยิน แต่สำหรับโสตประสาทของคนที่เป็ศิษย์บูเทนโดชิทุกคนได้ยินชัดเจนดังเสียงะโสาปแช่งข้างหูเสียงประกาศจากเ้าสำนักทั้งหนักแน่นทั้งน่าเกรงขาม ผู้รับฟังล้วนสงบนิ่งไม่กล้าแม้กระทั่งส่ออาการต่อต้านขัดขืนแม้เนื้อหาของเื่ราวนั้นจะกระด้างกระเดื่องคัดง้างความรู้สึก
“ศิษย์บูเทนโดชิที่ร่วมประลองมาร์เชียลอาร์ตทุกคนจงถอนตัว ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป ให้กลับไปรายงานตัวที่สำนัก ภายใน1ชั่วโมง”
สิ้นเสียงคำสั่งเชนกับเซ็ปและลูซี่ คุกเข่าประสานมือน้อมขึ้นกลางอกโดยปราศจากเสียงขานรับนักยุทธ์คนอื่นๆที่เห็นใครก็ตามนอกจากนี้คุกเข่าลงก็รับรู้ทันทีว่าพวกเขาเป็สมาชิกบูเทนโดชิแม้บางคนจะไม่ติดตราสัญลักษณ์ของสำนักก็ตาม
เกลปรายตามองสำรวจสภาพความปราชัยอันน่าสมเพชเวทนาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ศิษย์เอกของสำนักอย่างฟาลโก้รับรู้ได้ว่า มันแค่สลบสไลลไม่ได้สติคาซากอิฐซากปูน ความเสียหายร้ายแรงอื่นไม่ปรากฏแล้วเปลี่ยนทิศมาสำรวจสองพี่น้องคู่กรณี นักสู้รุ่นเยาว์บอบช้ำทั้งภายนอกและภายในแต่ก็ไม่ถือว่าสาหัสจนถึงขั้นต้องพิการใดส่วนชายหนุ่มอ้อนแอ้นแสนบอบบาง ผู้โค่นล้มศิษย์เอกของตนได้ด้วยฝ่าเท้าเดียวกลับไม่ปรากฏแม้รอยขีดข่วน
โดยฉับพลันสายตาสบประสานตาเกลกับฟิวท์ต่างจับจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าวสะท้อนความเย่อหยิ่งทระนง
ระหว่างทั้งคู่ไม่มีผู้ใดยินยอมหลบให้กัน!!!
แววตาสงบนิ่งของเกลปรากฎความประหลาดใจขึ้นวูบหนึ่งแต่ไม่มากพอจะสานต่อสิ่งใด กับเื่นี้เขามิได้กล่าววาจาใดออกมาสักคำเดียวราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถเป็ตัวตนอะไรขึ้นมาได้
สิ่งที่เรียกร้องความสนใจของเขาแท้จริงอยู่ภายนอกหน้าต่าง
เกลเบนหน้าหันมองไปยังทิศทางนั้นสายตากวาดจับปรับตกที่วิวทิวทัศน์ซึ่งห่างไกลออกไป ฉากหลังนั้นเป็ทรีเวิลด์ซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยหมู่ตึกระฟ้าตั้งสูงตระหง่าน
สีหน้าเขายังคงเรียบเฉยไม่สื่อสารสิ่งใดออกมา
จากนั้นเกลกลับหันหลังให้ทุกคนแล้วค่อยย่างเท้าผ่านประตูออกไปอย่างองอาจ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดุจขุนเขา แต่ระยะก้าวย่างบางเบาราวเหยียบก้อนเมฆ
ทิศทางที่เขามุ่งหน้าเป็เส้นทางหลักที่สามารถทะลุออกจากสนามประลองมาร์เชียลอาร์ตได้ลัดสั้นที่สุด
ฟิวท์มองตามแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ของเขาออกไปภายใต้ชุดคลุมโบกสะบัด เห็นได้ชัดว่าเ้าสำนักก้าวย่างอย่างช้า แต่ระยะทางกลับไกลออกไปในอากาศแค่ไม่กี่ก้าวร่างนั้นก็ปลิวหายไปจากสายตาพร้อมผู้ติดตาม
...ย้อนกลับไปในเสี้ยววินาทีเป็ตายฟิวท์มิได้หลบสายตาผู้แข็งกร้าว แม้คนผู้นั้นจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่ระดับเ้าสำนักบูเทนโดชิฐานเสียงอันเลื่องชื่อลือลั่น ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจเขาได้ในยามนี้ หากเชื่อว่าตนเองมิได้เป็ฝ่ายกระทำผิดต่อผู้ใดย่อมไม่จำเป็ต้องหวั่นเกรงต่อผู้ระราน แม้จะเป็สุดยอดฆาตกรจากโลกมืดคนใดก็ตามแววตาของเขาตั้งมั่นไม่หวั่นไหวเตรียมพร้อมรับการโจมตี
ถึงแม้อยู่ในระยะห่างกันไม่กี่ก้าวแต่ก็มิอาจมองเห็นรูปร่างหน้าตาได้ถนัดชัดเจน เพราะบุคคลผู้นี้อยู่ในชุดฮู้ดคลุมครึ่งศีรษะและสวมผ้าคลุมประจำสำนักปกปิดเกือบทั้งร่าง
ฟิวท์ระแวดระวังตัวเต็มที่แต่ก็มิได้ตั้งท่าการต่อสู้แม้แต่น้อย เพราะการกระทำเช่นนั้นย่อมแสดงการท้าทายและถือว่าเป็ฝ่ายเริ่มก่อนอย่างไรก็ตามการที่เขาสยบศิษย์เอกของบูเทนโดชิภายในฝ่าเท้าเดียวย่อมสร้างความอับอายขายหน้า การที่ทุรชนผู้ทรงอิทธิพลมืดอย่างเขาจะลงมือแก้แค้นแทนลูกศิษย์ด้วยตนเองใช่ว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้น สามารถเป็ไปได้เกินห้าในสิบส่วน
อย่างช่วยไม่ได้!!! ฟิวท์รู้สึกถึงความสบถกดข่มที่แฝงมาในแววตาของผู้นิ่งสงบเกลแค่เพ่งสายตาก็สร้างกระแสกดดันสยบขวัญสั่นประสาทประหลาดล้ำสายหนึ่ง แววตาพุ่งสาดประกายวูบขึ้นหากเป็นักยุทธ์ทั่วไปจำต้องขวัญหนีดีฝ่อไม่กล้าแม้เพียงเงยหน้าสบตา!!!
แต่กลับฟิวท์แล้วหาได้หวั่นเกรงสิ่งใดไม่ไม่เพียงไม่กระพริบตากลับเขม็งเกลียวแข็งขืนยืนหยัด ส่อถึงความเชื่อมั่นในการต่อต้านของเขาทั้งตั้งมั่นทั้งจดจ่อ กลายเป็ความเข้มข้นที่สามารถแลกชีวิตสายหนึ่ง แววตาเขาพุ่งสาดประกายวูบขึ้นเช่นกัน!!!
แต่ผลจากการปะทะสายตากลับไม่ได้รู้สึกถึงภัยคุกคามหรือสื่ออารมณ์แสดงความโกรธแค้นอันใดที่ลูกศิษย์ตัวเองโดนน็อกคาที่เป็เพียงแค่ความรู้สึกกระอักกระอวลบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายเป็คำพูดได้ชัดเจน และเป็เ้าสำนักเสียเองกลับเป็ฝ่ายล่าถอย
หลังจากนั้นฟิวท์ลอบถอนหายใจหอบใหญ่โดยไม่ให้ใครจับสังเกตหากมีการลงไม้ลงมือกันจริง ฝ่ายเขาเองย่อมตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบในทุกกรณี ทุกคนจะตกอยู่ในอันตรายถึงแม้จะมีชุดเกราะเพาว์เวอร์สูท ก็ใช่ว่าจะต่อต้านนักยุทธ์เหล่านี้ได้โดยง่ายถึงแม้จะรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ภายหลังจะต้องถูกหมายหัวว่าเป็ศัตรูกับบูเทนโดชิไปตลอดกาลถ้าเื่นี้เกิดขึ้นจริง คงทำให้พ่อกับแม่กลุ้มใจตายไปตลอดชีวิต
ศิษย์บูเทนโดชิคนอื่นๆทยอยตามเ้าสำนักออกไปสักพักเชนกับเซ็ปจึงค่อยก้าวเท้าไปภายหลังเมื่อเห็นว่าลูซี่รับอาสา้าดูแลฟาลโก้โดยลำพัง
ลูซี่ที่แท้เป็ห่วงฟาลโก้อย่างสุดซึ้งเมื่อศิษย์คนอื่นๆจากไป เธอรีบเข้าไปประคองร่างอันรางเลือนสติพาเขาออกจากกองซากอิฐซากปูนเธอกอดซบใบหน้าเขาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะปลอบประโลมประทับรอยจูบลงที่หน้าผาก
เมื่อเธอสำรวจอาการาเ็จึงรู้ว่าเขาไม่เป็อะไรมากไปกว่าอาการบอบช้ำภายนอก ตอนนี้คงคืนดีกันได้แล้วฟาลโก้เองพอจะฟื้นสติได้บ้าง เขาถือโอกาสดึงร่างลูซี่มาประกบปากจูบตอบอย่างดูดดื่มโดยไร้สิ้นการดิ้นรนขัดขืน
เหล่านักยุทธ์มุงหลายคนลอบยิ้มที่มุมปากได้ยินเสียงวิจารณ์บางเบา เป็ทำนองรู้สึกประทับใจที่คู่รักได้กลับมาคืนดี
แต่ครรลองระรื่นนั้นกลายเป็ภาพบาดตากลับทำให้ใครบางคนจิตใจแหลกสลาย จอสส์เป็เพียงคนเดียวที่ได้แต่ยืนแน่นิ่งด้วยความค้างคาและก็ไม่สามารถหาเหตุผลหรือจะเข้าไปสู้หน้าคนทั้งสองนั้นได้ เพราะในสำนึกเขาเองก็รู้สึกผิดที่คิดแย่งแฟนคนอื่น
ลูซี่ไม่ได้หันกลับมามองจอสส์อีกเลยั้แ่นั้นแม้จะพากันเดินเฉียดผ่านไปตรงหน้าห่างกันแค่ครึ่งวา หางตายังไม่แลด้วยซ้ำ ทำราวกับว่าเด็กน้อยเป็สิ่งไร้ตัวตนเธอประคองกอดฟาลโก้แแ่ ทั้งคู่ต่างเก็บปากไม่พูดจากับใครอีก พากันเดินหายลับไปจากประตูอย่างเงียบงัน
จอสส์เองก็อับจนด้วยคำพูดมันคิดจะอ้าปากทักท้วงไม่ยินยอม แต่ก็เพราะตอนนี้เกิดสำนึกผิดถูกจึงไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกมาได้ มันได้แต่มองตามหลังพวกเขาอย่างเงียบสงบ
นั่นเป็บทสรุปแสดงผลออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า อะไรเป็อะไร เป็ใครที่ต้องพัง คนทำผิดก็ต้องรับผลของมันถึงจะาเ็ทั้งกายและใจอย่างแสนสาหัส มันมีสิทธิ์อะไรไปเรียกร้องความเป็ธรรม ดังนั้นมันจึงต้องกลายเป็คนโง่งมที่ต้องผิดหวังเ็ปอยู่เพียงลำพัง
ภาพนั้นยังติดตาสร้างความะเืใจใหญ่หลวง สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ร้าวรานอย่างเขาอยากประท้วง อยากร้องะโสาปแช่งใครต่อใคร แต่ร่างกายและจิตใจที่แหลกสลายมันทำให้ติดขัดจนปั่นป่วนไปหมดจอสส์ได้แต่ก้มมองปลายเท้าตัวเอง ทำให้ดูเหมือนสำรวจความเสียหายของร่างกาย ซึ่งแท้แล้วมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความรู้สึกมันเป็สิ่งเดียวที่ทำแก้เก้อได้ในตอนนี้หากไม่เงยหน้าขึ้นมาจะรู้สึกว่าซ่อนความเสียใจทั้งหมดไว้ใต้ฝ่าเท้าได้โดยง่าย
จอสส์ไม่เคยพบเจอสิ่งที่เรียกว่า ‘ ใจสลาย ’ มาก่อนในชีวิต ไม่เคยรับรู้ว่ามันมีอยู่ และไม่รู้จะตั้งรับกับมันยังไง
แล้วความตั้งใจที่จะช่วยเธอตั้งหน้าตั้งตาโค่นล้มฟาลโก้ต่อสู้เอาเป็เอาตายมาขนาดนี้ไม่มีความหมายแม้แต่น้อยเลยหรือ ทั้งที่รู้อยู่ว่าถูกใช้เป็เครื่องมือเพราะเห็นความหวังบางอย่างหรือทั้งหมดนั้นมันมีค่าเป็แค่หินโง่เง่าให้รองเท้าเธอ
ไม่อยากเชื่อว่าลูซี่จะมีอิทธิพลกับตนถึงเพียงนี้แค่เธอทำสิ่งที่ไม่คาดฝันนั่นคือเลือกฟาลโก้แล้วทอดทิ้งเขาให้ตกอยู่ในความเคว้งคว้างว่างเปล่าแผ่นพื้นที่ยืนอยู่เหมือนเลือนหายไปจากโลก ความคิดทั้งหลายจมลงสู่ความหดหู่อย่างไม่อาจสลัดทิ้งโดยง่าย
แล้วมันก็วนเวียนอยู่แต่ในคำพูดหนึ่ง ที่ไม่พ้นคำว่า' หมาหัวเน่า '
“ทีนี้จะไปกันได้รึยัง” ฟิวท์ถามขึ้นทันที หลังจากการ์เซียช่วยปฐมพยาบาลให้แล้วแต่จอสส์กลับนิ่งเฉยแข็งค้างราวรูปปั้น
ฟิวท์ไม่คิดว่าเื่ลูซี่จะกลายเป็ปัญหาจริงจังจอสส์ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ในเชิงหนุ่มสาวเขามั่นใจว่ามันเป็เพียงความสนิทสนมความชอบพอในฐานะพี่สาวกับน้องชายมากกว่า
เพียงแต่จอสส์ไม่รู้ตัวและเข้าใจมันผิด
ไม่แน่ใจว่าเพราะรอยฟกช้ำบวมปูดหรือสีหน้าบูดบึ้งกันแน่แต่ฟิวท์รู้สึกว่านอกจากเื่ลูซี่กับฟาลโก้แล้ว ยังมีสิ่งอื่นที่จอสส์ไม่พอใจ
“บอกปัญหาของนายมา”ฟิวท์เป็ฝ่ายรีดเร้น
“ทำไมนายอมภูมิเื่ฝีมือการต่อสู้ความจริงนายคว่ำฉันได้ตลอดเวลา แต่แกล้งทำตัวเป็กระสอบทราย” จอสส์อ้าปากเผยความกังขาเพราะที่ผ่านมาตลอดการฝึกซ้อมประจำวันฟิวท์เป็ฝ่ายโดนไล่ต้อนล้มคว่ำล้มหงายไปทุกครั้งวันนี้จึงรู้ว่าที่ผ่านมาเป็การเสแสร้ง หรือว่าแม้แต่เื่ที่มันถนัดที่สุด ก็ยังเป็แค่ตัวโง่งมที่โดนหลอกมาตลอด
ความจริงเื่การใช้ศิลปะการต่อสู้ฟิวท์นับเป็ยอดฝีมือคนหนึ่งถึงแม้ไม่ต้องใช้เพาเวอร์สูทอย่างตอนที่สวมใส่อยู่นี้ก็ตามแต่ตอนที่ซ้อมมือกับจอสส์ ฟิวท์มักจะทำตัวอ่อนแอทุกครั้งความจริงข้อนี้ไมท์กับเจทรู้ดีมาตลอดและไม่เคยห้ามปรามที่ฟิวท์ออมมือให้น้องชายได้แค่แกล้งพูดประชดเท่านั้นตอนที่เขาล้มคว่ำลงไป
ความจริงก็คือการที่เขาห่อหุ้มตนเองในชุดกระสอบทรายอันเป็อุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวนั้นไม่ใช่ป้องกันการโจมตีจากจอสส์หากแต่ป้องกันตนเองไม่ให้พลั้งมือทำร้ายน้องชายต่างหาก
“ฉันไม่ชอบการต่อสู้นายก็รู้” ฟิวท์ตอบโดยเลี่ยงการเฉลย
แต่เขาก็รู้ว่าคำพูดเพียงแค่นั้นคงไม่มีทางเปิดใจเคลียร์ทางสว่างโล่งให้จอสส์ได้
จึงส่งสำเนียงจริงจังเน้นประโยคหนักแน่นฟังดูสมเหตุสมผล
“แล้วอีกอย่างไม้ตายเขาต้องเก็บไว้ตอนท้ายเสมอ”
ไม้ตายต้องเก็บไว้ตอนท้ายเสมอ...เหมือนได้ฟังประโยคเด็ดจาก์จอสส์ทวนคำอีกครั้งก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
‘ ที่แท้ สมควรเป็อย่างนี้ ยอดยุทธ์ที่แท้จริง ไม่จำเป็ต้องอวดอ้างแสดงตัว’
ฟิวท์เลือกใช้คำพูดสื่อความหมายในเชิงยุทธ์ที่ถูกจริตกับน้องชายแค่นั้นที่เหลือจอสส์ตีความเอาเองทั้งหมด
สุดท้ายจึงกลายเป็คำตอบที่น่าพอใจ
“มีอะไรอีกมั้ย”ฟิวท์เปรยยิ้มให้น้องชายเ้าปัญหา
“มี”
“อะไร”
“นั่นใคร”จอสส์มองไปที่ปู่กับหลานสาวแปลกหน้า
“ก้อเพื่อนใหม่ของนายไง” ฟิวท์เลียนแบบคำตอบของไมท์ผู้เป็พ่อ
“เธอจะไปกับฉันไหม”
เด็กสาวพลันขยับหน้าใสเข้ามาใกล้เด็กชาย
จู่ๆมีใครไม่รู้มาถามคำถามชักชวนในระยะประชิดเช่นนี้ ทำเอาจอสส์รู้สึกหวั่นไหวอย่างแปลกประหลาด เมื่ออยู่ในระยะใกล้ชิดจึงไม่พ้นต้องแอบสำรวจเธอ พบว่าที่แก้มนวลใสปรากฏรอยแดงช้ำ คราบน้ำตายังไม่แห้งไปแต่ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างรับกับรอยยิ้มอย่างลงตัว แล้วทำเอาลมหายใจเริ่มผิดปกติขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
“อื้อ...”
จอสส์ตอบเหมือนมีอะไรจุกที่ลำคอ
“งั้นกลับบ้านกัน”
แววตาเด็กสาวทอประกายใสซื่อไม่หยุดยั้งฉายแววมิตรภาพอันสดใสเจิดจรัส ปลดปล่อยเสน่ห์โดดเด่นเกินวัย
จอสส์ไม่รู้ว่าเธอเป็ใครแต่ที่รู้ สาวคนนี้น่ารักกว่าลูซี่เป็ไหนๆ
*********************************************
ฟิวท์: ชะอ้าว!!! ไอ้จอสส์นี่มันเปลี่ยนใจไวกว่ากำปั้น