คราวนี้นางเงยหน้าขึ้นมองคนพูด สตรีในชุดโบราณสีขาวปักลายดอกบัวผู้หนึ่งกำลังส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยน มองไปมองมาใบหน้าของสตรีผู้นี้ช่างเหมือนกับนางเสียจริง
เหมือนยิ่งกว่าน้องสาวสายเืเดียวกัน
หรือจะเป็ิญญาฝาแฝดของนางที่ไม่ได้มาเกิดกันนะ?
มี่เจินได้แต่คิดไร้สาระไปเรื่อย จะว่าอย่างไรดีล่ะ? ตอนที่รู้ว่าตนเองตายไปแล้ว นางก็ไม่รู้จะต้องใหรือร้อนใจเื่อะไร ถึงแม้ก่อนตายจะมีหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ มีอีกหลายสิ่งที่ผิดหวังและอยากแก้ไข แต่คนตายไปแล้วจะคร่ำครวญเพียงใดมันก็กลับไปไม่ได้อยู่ดี
กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ฉะนั้นทำใจเสียย่อมดีที่สุด
“ไม่ผิด...คนตายไปแล้วย่อมกลับไปไม่ได้”
“อืม” มี่เจินพยักหน้ารับไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปอีก
“เ้าอยากรู้หรือไม่ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?” เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มี่เจินรู้ว่านางหมายถึงตอนไหน
คงไม่พ้นตอนที่โดนผลักตกหน้าผาหรอก
ตอนแรกตั้งใจว่าจะส่ายหน้า ไม่อยากรับรู้ให้ตนเองต้องทุกข์ใจ แต่ทำไมนะ...การปฏิเสธถึงได้ยากเพียงนี้
“มี่อิง...เกิดอะไรขึ้นกับมี่อิง?”
“ในตอนนั้น...” ฉับพลันด้านข้างก็บังเกิดการบิดเบี้ยวเป็ช่องว่างขึ้นมา ในนั้นฉายภาพเหตุการณ์ตอนที่มี่เจินกำลังจะตาย “น้องสาวเ้าไม่รอบคอบดูให้ดี จึงมีคนเก็บหลักฐานเอาไว้ได้”
ภาพที่มี่อิง...น้องสาวแท้ๆ ของนางกำลังผลักนางตกลงไปใต้หน้าผาปรากฏให้เห็น ใบหน้าสวยที่ปกติจะแต้มไปด้วยรอยยิ้มร่าเริงกลับเรียบนิ่ง ในดวงตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่ความเศร้าเสียใจที่ได้ลงมือสังหารพี่สาวของตน หลังเสร็จธุระมี่อิงก็เดินจากไปทันที โดยไม่ดูให้ดีว่าจุดชมวิวแห่งนั้นไม่ได้มีแค่นาง แต่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นอยู่ด้วย วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าใ ในมือของหนึ่งในนั้นถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ด้วย
ไม่ต้องมีใครบอกมี่เจินก็รู้ได้ว่าการสังหารในครั้งนี้ถูกถ่ายเก็บเอาไว้หมดแล้ว
จากนั้นภาพก็ตัดไป...
มี่เจินจ้องความว่างเปล่าสีขาวโพลนอยู่สักพักก่อนจะหันกลับมามองสตรีตรงหน้า
“อยากดูต่อหรือไม่?”
“...” ครั้งนี้นางส่ายหน้า เห็นแค่นี้มี่เจินก็รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวหน้า วิดิโอนั่นคงว่อนเน็ตไปแล้วล่ะ มันคงกลายเป็หลักฐานชั้นดี แต่ว่านะ...มีหลักฐานแล้วอย่างไร? ในเมื่ออำนาจของเงินนั้นมีค่ามากกว่า ต่อให้น้องฆ่าพี่มันจะเลวร้ายขนาดไหน แต่ตระกูลของนางคงไม่ยอมให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องเสื่อมเสีย พ่อคงทำทุกวิธีทางเพื่อให้เื่นี้เงียบที่สุดนั่นแหละ และสุดท้าย...การตายของมี่เจินก็จะกลายเป็เพียงอุบัติเหตุแล้วเงียบหายไปตามกาลเวลา
สุดท้ายก็แค่นี้...
“ฉันตายไปแล้ว งั้นต่อจากนี้ต้องไปที่ไหนเหรอ? นรกหรือ์?”
“ไม่ใช่” สตรีตรงหน้าตอบปฏิเสธ
“...”
“โชคชะตาของเ้ายังไม่จบหรอกนะ นี่มันเป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”
“...”
“ในเมื่อละทิ้งอดีตได้แล้ว เช่นนั้นก็จงเดินหน้าต่อเถอะ ต่อจากนี้จงกลายเป็หวงมี่เจิน ใช้ร่างกายของข้า...ใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขเถอะนะ” สิ้นประโยค สตรีในชุดขาวพลันหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบงัน นางไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย กลับกันที่แย้มยิ้มส่งมาให้อย่างอ่อนโยน หากแต่แฝงไปด้วยความเศร้าเสียใจ
“ข้าฝากเ้าดูแลท่านพ่อด้วยนะ” เพียงสิ้นคำร่างของนางก็เลือนหายไปทันที มี่เจินจะเอื้อมมือไปรั้งไว้ก็ไม่ทันแล้ว
“เดี๋ยว!”
ยังไม่ทันถามไถ่ให้หายสงสัย มี่เจินกลับรู้สึกว่าพื้นที่ยืนอยู่ทรุดลงไป จนนางไม่อาจประคองร่างกายเอาไว้ได้อีก ทำเพียงปล่อยให้ตนเองล่วงลงไปเท่านั้น
ความหนาวเย็นเสียดแทงไปทั่วร่าง จนสามารถดึงสติให้กลับมาได้ มี่เจินรับรู้ถึงน้ำหนักของผ้าที่ห่มทับร่างกายเพื่อให้ความอบอุ่น แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อความหนาวเ่าั้มันมาจากภายในกายของนาง
หนาวจัง
หนาวจนร่างกายสั่นอย่างไม่อาจจะควบคุมได้ รู้สึกอ่อนแอเสียจนน่ารำคาญ
“ท่านหมอ...นางเป็อย่างไรบ้าง” เสียงพูดดังอยู่ข้างเตียง มี่เจินฝืนลืมตาขึ้นมอง ก็เห็นหมอชราที่กำลังนั่งตรวจนางอยู่ ใกล้กันคือนางกำนัลผู้หนึ่งที่ยืนทำหน้าเครียด
“ความเย็นเข้าแทรก เดี๋ยวเ้าทำให้นางอบอุ่นเข้าไว้ ข้าจะไปต้มยา” พูดจบก็ลุกเดินออกไปทันทีเหลือทิ้งไว้เพียงนางกำนัลเท่านั้น
มี่เจินมองนางกำนัลน้อยอย่างพิจารณา ใบหน้ากลมหมวยกับตาโตๆ นั่นดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย ดูท่าทางแล้วอายุก็น่าจะเพิ่งสิบสี่สิบห้าเองกระมัง แต่กลับดูโตเกินวัยไปมาก กระฉับกระเฉงเป็งานเป็การ อา...สมัยนี้อายุเพียงเท่านี้ก็ไม่นับว่าเป็เด็กสินะ
“ท่านตื่นแล้ว”
มี่เจินไม่ได้ตอบกลับคำพูดนั้น นางเพียงสอดส่ายสายตามองไปรอบห้อง ยังคงเป็เรือนหลังเดิมก่อนที่นางจะได้เจอกับิญญาของหวงมี่เจิน ผู้เป็เ้าของร่างกายนี้ พอมองเห็นได้ชัดเจนเช่นนี้แล้วมันอดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ได้ยินดีที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหรอก เพียงคิดว่ามันตลกสิ้นดี พวกนิยายทะลุมิติที่นางเคยเห็น เคยคิดว่าเป็เื่ไร้สาระมาตลอด ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้นกับตนเอง
ตลกเนอะ
พอเห็นมี่เจินไม่ได้ตอบกลับมา นางกำนัลผู้นั้นก็ไม่ได้ซักไซ้เพิ่มเติม เพียงบอกว่าจะออกไปเอาผ้าห่มมาเพิ่มให้แล้วก็ออกไปเลย มี่เจินเมื่อเห็นว่าได้อยู่คนเดียวแล้วก็ถอนหายใจออกมา หลังจากที่ได้คุยกับิญญาเ้าของร่าง ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็ไหลเข้ามาในหัว เหมือนละครเื่หนึ่งไม่มีผิด
หวงมี่เจิน...บุตรีของท่านราชครูหวงและฮูหยินใหญ่ ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ของนางราวกับโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ศาสตร์ศิลป์ใดนางล้วนแตกฉาน งดงามทั้งรูปร่าง วาจา และจิตใจ สมบูรณ์แบบในทุกด้าน เหล่าบุรุษในเมืองหลวงต่างหมายปองอยากแต่งนางเข้าเรือน แต่ก็นั่นแหละ...มีคนรักย่อมมีคนเกลียด ทั้งยังไม่ใช่ใครที่ไหน เป็เหล่าน้องสาวและอนุทั้งหลายของบิดาทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นหวงมี่เจินก็ไม่เคยมองคนเ่าั้อยู่ในสายตา
คนที่นางใยดีด้วยมีเพียงน้องชายร่วมมารดา และน้องสาวต่างมารดาที่เกิดจากฮูหยินรองเท่านั้น
คงเป็ชะตาเล่นตลก คนสองคนต่างมิติต่างภพภูมิ มีเพียงหน้าตาและชื่อที่เหมือนกันเท่านั้น แต่กลับต้องมีชะตาคล้ายกัน...ถูกสังหารโดยคนที่ตกรัก
นึกถึงจุดนี้ มี่เจินก็เค้นยิ้มออกมา อดนึกสมเพชสตรีผู้นั้นไม่ได้ อยากได้คู่หมั้นของร่างนี้จนตัวสั่น ถึงขนาดวางแผนฆ่าพี่สาวตนเอง หึ...นับว่าเป็โชคร้ายของนางแล้วที่เป็มี่เจินเข้ามาอยู่ในร่างนี้
หากหวงมี่เจินผู้เป็เ้าของร่างรอดชีวิต ด้วยนิสัยของนางอย่างมากก็แค่เล่นบทโศกของครอบครัวเท่านั้น แต่มี่เจินที่มาจากโลกอีกใบนั้นไม่ใช่ เพราะนางไม่เคยปราณีศัตรู
นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่นาน นางกำนัลคนเดิมก็กลับมาพร้อมผ้าห่มผืนใหญ่ จะว่าไปนอกจากความทรงจำเดิมของร่างนี้แล้ว ตอนนี้นางก็ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน หวังว่านางกำนัลน้อยผู้นี้จะให้คำตอบได้
“แม่นาง...” น้ำเสียงแหบพร่าที่เมื่อเอ่ยออกไปแล้วก็ช่างเจ็บคอยิ่งนัก นึกๆ ไปแล้วรอดตายครั้งที่สองนี้ไม่รู้์เมตตาหรือนรกชังน้ำหน้า ลงไปเล่นน้ำในสระบัวกลางฤดูหนาว ไม่แข็งตายก็นับว่าบุญแล้ว
จะว่าไป...ตอนนั้นนางก็เืขึ้นหน้าเกินไปหน่อย ไม่ทันได้คิดเื่พวกนี้เลยจริงๆ
งั้นก็ช่างมันเถอะ
“เ้าคะ?” นางกำนัลตัวน้อยขานรับด้วยความสงสัย “ท่านเจ็บตรงไหนหรือไม่? เดี๋ยวข้าไปตามท่านหมอ...”
“ไม่ต้อง...ข้าไม่ได้เป็อะไร” มี่เจินรีบรั้งไว้ก่อนนางกำนัลจะวิ่งออกไปแล้วนางจะไม่ได้ถามข้อมูลอะไรเลย “ข้าขอถามนามของเ้าได้หรือไม่?”
“ท่านเรียกข้าว่าอาหลิงก็ได้เ้าค่ะ”
มี่เจินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง โดยมีอาหลิงคอยช่วยพยุง
“อาหลิง ข้าชื่อหวงมี่เจินนะ ขอถามได้หรือไม่ว่าตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหน?” เมื่อแนะนำตนเองเสร็จ มี่เจินก็ถามเข้าประเด็นทันที นางไม่้าอ้อมค้อมในยามนี้
“ที่นี่คือวังเหมันต์ของท่านอ๋องจินนั่วหลิวเ้าค่ะ”
“ท่านอ๋อง?” มี่เจินเลิกคิ้วถามเพื่อความแน่ใจ จะว่าไปแล้วเมื่อตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมา ก็แว่วได้ยินคนเรียกบุรุษผู้นั้นว่าท่านอ๋องอยู่เหมือนกัน
อืม...นี่มันเป็พล็อตนิยายรักเหรอ?
น่าขำดี
งั้นก็แสดงว่าผู้ที่นางมีเื่ด้วยมียศเป็ถึงอ๋อง เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าหาเื่ตายอีกครั้งหรืออย่างไรกันนะ? แต่จะว่าไปแล้วหากบุรุษผู้นั้น้าสังหารนางก็คงทำไปนานแล้ว ไม่เก็บนางเอาไว้ทั้งยังไม่มีทางให้หมอมารักษาอย่างตอนนี้หรอก นับว่าบุญเก่ายังมีถึงได้รอดชีวิตมาอย่างแปลกๆ
มี่เจินไม่คิดว่ายุคสมัยนี้กฎหมายจะอยู่เหนือผู้มีอำนาจ หากเขาอยากสังหารนางก็คงทำได้ง่ายๆ
ก็ไม่ใช่ว่าขนาดคนในครอบครัวยังคิดสังหารนางได้ง่ายถึงเพียงนี้เลยหรือ?
“ท่านอ๋องทรงเป็พระอนุชาร่วมมารดากับฮ่องเต้จินหยางหลงเ้าค่ะ ตอนนี้เป็แม่ทัพอุดรจึงมาประจำที่ชายแดนเหนือ”
“ที่นี่คือชายแดนเหนือเหรอ?” คิ้วขมวดมุ่น มี่เจินแปลกใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่ายามนี้ตนเองอยู่ที่ใด ต้องบอกก่อนว่า...ตอนที่เกิดเื่นั้นร่างนี้ยังอยู่ที่เมืองหลวงอยู่เลย คนพวกนั้นพานางมาไกลเหมือนกันนะเนี่ย
คงตั้งใจไม่ให้ใครหาศพพบเลยล่ะสิ
นึกแล้วก็อยากจะเห็นสีหน้าของคนพวกนั้นเสียจริง อยากรู้นักว่าหากได้เห็นหน้าของผู้ที่คิดว่าตายไปแล้วมันจะเป็อย่างไร? จะม่วงเขียวหรือกรีดร้องโวยวายกันนะ?