
เื่นี้เป็อีกเื่หนึ่งที่ผมได้รับฟังมาจากลุงคนหนึ่งที่ผมพบเจอจากการที่ผมออกเดินทางท่องเที่ยวทุกครั้งที่ผมมีเวลาว่างจากงานก็จะต้องเก็บกระเป๋าออกเดินทางเพื่อพักผ่อน
ย้อนกลับไป่หลังสงกรานต์ในเดือนที่แสงอาทิตย์แผดเผาร้อนระอุราวกับเตาอบ ผมจึงมีความคิดที่จะออกไปัักับลมทะเลที่เย็นสบายและน้ำทะเลใสๆเพื่อพักผ่อนพักสมองจากงานที่ทำอยู่จึงตัดสินใจไปที่เกาะๆหนึ่งทางภาคตะวันออกซึ่งก็ขึ้นชื่อเื่ทะเลสวยน้ำใสอยู่แล้ว
ผมไม่รอช้าเก็บกระเป๋าขับรถออกจากบ้านั้แ่เช้าตรู่มาถึงท่าเรือก็เกือบเที่ยงจึงรีบลงเรือเพื่อไปให้ถึงที่พักก่อนจะค่ำเมื่อมาถึงเกาะผมก็ตระเวนสอบถามที่พักเพราะด้วยความที่ผมไม่ได้จองห้องไว้แต่แรกผลปรากฏว่าเต็มทุกที่ จนผมมาเจอกับพี่คนหนึ่งแกคุยโทรศัพท์เสร็จพอดีและผมสังเกตุว่าแกคงจะขับรถรับส่งลูกค้าตามรีสอร์ทต่างๆจึงเดินเข้าไปถามแกว่า
“พี่..พี่ครับทางรีสอร์ทที่พี่กำลังจะไปส่งลูกค้าพอจะมีห้องว่างไหมครับ”
พี่แกยิ้มมองหน้าผมและตอบกลับว่า
“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะน้องเอาแบบนี้เดี๋ยวพี่โทรไปถามให้”
สีหน้าผมเริ่มมีความหวังขึ้นมาทันที ผ่านไปอึดใจพี่คนขับรถแกก็บอกผมว่า
“น้องวันนี้น้องโชคดีมากเลยนะทางรีสอร์ทที่พี่กำลังจะไปส่งลูกค้ามีห้องว่างอยู่พอดีน้องสนใจไหม”
“สนใจครับพี่”
ผมตอบกลับอย่างไม่ลังเลเพราะก็เหนื่อยกับการเดินทางจะแย่อยู่แล้วอยากได้ที่นอนสะอาดๆเตียงนุ่มๆแอร์เย็นๆนอนหลับสักตื่นให้หายเหนื่อยพอได้คำตอบจากผมพี่คนขับรถก็เอ่ยว่า
“งั้นตามพี่ไปขึ้นรถเลยน้องเอากระเป๋ามาเดี๋ยวพี่ถือให้”
จากนั้นผมก็เดินตามแกไปขึ้นรถ พอผมไปถึงรถก็มีลูกค้ารออยู่เพียงสี่ห้าคนเท่านั้นซึ่งรถแกก็เหมือนสองแถวที่วิ่งให้บริการในซอยแถวบ้านรถแล่นออกไปจากท่าเรือขึ้นเขาบ้างลงเขาบ้างไปเรื่อยๆจนแกหยุดรถและคุยกับลุงคนหนึ่งอายุประมาณ 50-60 ปีสีผิวดำแดงแกดูมีอาการเหมือนคนเมาเหล้า
พี่คนขับพูดกับแกอยู่ครู่จึงบอกให้ลุงคนนั้นขึ้นหลังรถลุงแกเดินเซไปมาก่อนจะขึ้นมายืนที่บันไดรถพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ขอลุงไปด้วยคนนะฮิฮิ”
ลุงแกยิ้มกว้างฟันหลอด้วยสีหน้าท่าทางที่เป็มิตรและอารมณ์ดีจากนั้นพี่คนขับรถก็ขับไปต่อรถแล่นไปครู่ใหญ่ลุงแกก็คุยกับคนในรถไปเรื่อยด้วยท่าทางของแกเหมือนคนมึนเมาจากฤทธิ์ของสุราจนสายตาแกมาสบกับสายตาของผมเข้าพอดี แกยิ้มกว้างก่อนจะพูดขึ้นว่า
“เห้ย!! ไอ้หนุ่มหน้าเอ็งมันคุ้นๆนะ”
ตอนนั้นผมก็ งงๆแต่ก็อมยิ้มเพราะรู้ว่าแกเมามาแน่ๆแกก็คงพูดไปเรื่อยแล้วลุงแกก็ทำท่าคิดอยู่ครู่จึงพูดออกมาอีกว่า
“ฮ่า ๆข้าจำได้แล้ว เอ็งเป็หลานข้าที่ไปทำงานอยู่กรุงเทพฯนิ”
ตอนนั้นทุกคนในรถหันมาทางผมและต่างกลั้นขำกันแทบไม่ไหวผมเองก็ งงๆ อมยิ้มแล้วก็เลยเออออตามแกไป ผมเลยพูดขึ้นว่า
“ครับลุงผมกับมาเยี่ยมบ้าน”
“เออดีๆเดี๋ยวเย็นนี้ลุงไปกินเหล้าด้วย”
ลุงตอบกลับผมมาด้วยสีหน้าอารมณ์ดี ทุกคนที่อยู่บนรถต่างขบขันกันอย่างสนุกสนานรถแล่นมาถึงป่าสวนยางแห่งหนึ่งจึงหยุดรถเพื่อให้ลุงแกลงผมสังเกตบ้านของลุงอยู่ครู่ก็คิดว่าแกคงอยู่ในสวนยางนี้เองจากถนนมองเห็นบ้านเรือนไทยของแกเด่นชัดมาก ผมคิดในใจว่ากลางคืนบรรยากาศบ้านของแกคงจะหลอนน่ากลัวเป็มากหลังจากส่งแกเสร็จรถก็แล่นออกไปอีกนิดก็ถึงรีสอร์ทที่ผมจะได้พักผ่อนแต่ทางเข้านี่ลึกมากต้องฝ่าสวนมะพร้าวเข้าไปพอสมควร
พอเข้าไปถึงแล้วที่นี่เป็หาดส่วนตัวที่สวยงามมากๆครับจากนั้นผมก็เข้าพักผ่อนจนถึงเวลาประมาณ 5โมงเย็นจึงออกมาหาอะไรกินที่ร้านอาหารของทางรีสอร์ท ผมทานอาหารเสร็จก็เดินชมความงามของชายหาดและน้ำทะเลใสๆถ่ายรูปไปเพลินๆจนพระอาทิตย์ตกผมจึงเดินกลับมาที่หน้าหาดของรีสอร์ทที่ผมพักอยู่
ผมมองเห็นบาร์เครื่องดื่มเล็กๆตรงหน้าหาดก่อนจะเดินเข้าไปที่บาร์นั้นและพบกับลุงที่อาศัยติดรถมาด้วยผมจึงทักทายลุงแกไป พอแกเห็นผมก็ทักผมตามปกติและสงสัยว่าคงจะหมดฤทธิ์สุราเพราะครั้งนี้แกพูดรู้เื่กว่าตอนที่อยู่บนรถ
ลุงแกพยักหน้าเอ่ยชวนผมดื่มส่วนผมเองก็ไม่อยากขัดศรัทธาก่อนที่จะนั่งลงสั่งเครื่องดื่มมานั่งดื่มกับแกสักหน่อยและผมก็คิดว่าแกน่าจะมีเื่เล่าดีๆมาเล่าให้ผมฟัง
ลุงแกบอกกับผมว่าแกชื่อก่ำอยู่ที่นี่มาั้แ่เด็กๆบนเกาะนี้ที่ไหนวิวสวยแกรู้หมดผมกับแกคุยกันอย่างออกรสออกชาติเหมือนเป็ลุงกับหลานจริงๆยังไงยังงั้นแกแนะนำให้ผมเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ไปชมตามหาดสวยๆของเกาะและแนะนำให้ผมไปดำน้ำตื้นดูปะการังอยู่หลายหาด
แกยกเหล้าแดงกระดกลงคออึกใหญ่ในตอนนั้นสีหน้าแกดูมึนเมาแล้วลุงก่ำแกก็พูดขึ้นว่า
“ไอ้หนุ่มแต่มีอยู่หาดนึงเอ็งห้ามไปเป็อันขาดนะ”
“หาดไหนเหรอครับลุง”
ผมถามลุงก่ำกลับไปแกนิ่งอยู่ครู่ก่อนจะพูดออกมาว่า
“ก็หาดท้ายเกาะของอีกฟากนึงนะสิเอ็งอย่าได้ไปเชียวนะเดี๋ยวจะหาว่าข้าไม่เตือน”
ด้วยความที่ผมอยากรู้จึงเอ่ยถามแกต่อ
“ทำไมเหรอครับลุงมันไม่สวยเหรอครับ”
“ไม่ใช่ว่ามันไม่สวยมันสวยมากต่างหากละปลาสวยๆก็เยอะเหมาะดำน้ำมากแต่ที่ข้าห้ามเอ็งไปก็เพราะมันมีผีนะสิว่ะ”
ตอนนั้นผมตาโตทันทีเพราะชอบเื่แนวนี้อยู่แล้วแต่อีกใจผมก็แอบคิดว่ามันจะมีจริงๆรึเปล่าลุงโม้แน่ๆเลยแต่ยังไงผมก็อยากฟังอยู่ดีจึงขอให้ลุงก่ำแกเล่าให้ฟังแกกระดกเหล้าลงคอพร้อมกับหยิบถั่วเข้าปากแล้วพูดขึ้นว่า
“มาๆข้าจะเล่าให้เอ็งฟัง”
ด้วยความที่ผมอยากรู้และชอบเื่ราวลี้ลับอยู่แล้วผมก็ขยับเข้าไปใกล้ๆแกลุงก่ำเริ่มเล่าว่าย้อนกลับไปเกือบ30ปีมาแล้วเรียกว่าเื่นี้เป็ตำนานของเกาะนี้เลยก็ว่าได้สมัยนั้นแกยังเป็หนุ่มรุ่นๆอยู่ที่เกาะแห่งนี้ยังไม่ค่อยมีความเจริญนักชาวบ้านก็มีแต่อาชีพทำประมงหาปูหาปลาไปขายในตัวจังหวัด
ตัวลุงก่ำเองแกก็หาเงินได้น้อยก็เลยคิดว่าไปหางานในตัวจังหวัดแกเลยขึ้นฝั่งไปทำงานในตัวจังหวัดเพื่อหาเงินมาสักก้อนหนึ่งมาทำทุนใน่นั้นแกไปทำงานก่อสร้างนาน 3-4 ปีเห็นจะได้พอได้เงินมากพอที่จะทำทุนแกก็กลับมาปลูกบ้านทำสวนยางในที่ดินของแกแล้วก็หาปูหาปลาขายไปด้วย
มีอยู่วันหนึ่งลุงก่ำแกไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนสนิทของแกชื่อมิ่งผมขอเรียกแกว่าลุงมิ่งแล้วกันนะครับทั้งสองคนก็คุยกันสัพเพเหระไปเรื่อยและเริ่มกรึ่มๆจากฤทธิ์สุรา40ดีกรีทันทีนั้นลุงก่ำแกก็พูดขึ้นว่า
“ไอ้มิ่งข้าว่าปลาแถวนี้ไม่ค่อยชุมเหมือนแต่ก่อนเลยว่ะต้องเอาเรือออกไปไกลกว่าจะได้ตัวใหญ่ๆมาขาย”
“เออปลามันน้อยลงเลยต้องออกไปไกลหน่อยอีกอย่างตอนนี้นายทุนก็เริ่มเข้ามาทำรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันแล้วชาวบ้านก็พอมีงานทำเลยไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ไม่ได้หาปลาก็มาทำงานที่รีสอร์ทหรือไม่ก็ขายของให้นักท่องเที่ยว”
ลุงมิ่งเกลอสนิทตอบกลับด้านลุงก่ำก็กระดกเหล้าเข้าปากแล้วจึงเอ่ยต่อว่า
“ไอ้มิ่งข้าว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปตกหมึกทางหาดท้ายเกาะฝั่งกระโน้นสะหน่อยข้าไม่เห็นมีคนไปหาปูหาปลาแถวนั้นเลยท่าทางจะมีทั้งกุ้งหอยปูปลาชุกชุมแน่ๆ ฮ่าๆ”
พอลุงมิ่งได้ฟังแบบนั้นก็ทำตาโตสะดุ้งใเหล้าที่กำลังกระดกลงคอพุ่งออกจากปาก พร้อมกับละลำละลักบอกลุงก่ำออกไปว่า