ตอนที่ 7
เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่จอมพธู้าทำก็คือ การเปิดนิตยสารยี่ห้อมาดาม ซึ่งมีอยู่ในห้องนอนเพื่อค้นหาว่าใครกันหนอ คือผู้หญิงที่ชื่อ ‘บัว’ ทั้งที่ใจตนเองก็ไม่รู้ว่า้ารู้เพื่อคำตอบใด
‘อัมพุชินี...ชื่อของผู้หญิงคนนั้นดังออกจะตาย เธอไม่รู้จักเหรอ ว่าแต่เธอถามเราทำไม’
จอมพธูทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เมื่อถูกอานนท์ซัก หล่อนแก้เก้อ ‘ถามไปอย่างนั้นล่ะ’
แล้วก็เลยชวนคุยไปเื่อื่นเพื่อเบี่ยงประเด็น ไม่ให้ผิดสังเกต แต่ดูเหมือนอานนท์ซึ่งทันคนรู้จักนิสัยซึ่งกันและกันพอควร จึงแกล้งกระเซ้าลอยๆแต่มันก็ทำให้หล่อนรู้สึกเหมือนถูกโยนจากที่สูง แล้วแตกกระจายลงกับพื้นไม่มีชิ้นดี
‘เราว่าผู้หญิงคนนั้นอาจกำลังแอบคบกับคุณนามก็เป็ได้แต่ดูแล้วก็น่าจะเข้ากันได้ดีนะ ผู้หญิงเป็ถึงนางแบบชื่อดังส่วนผู้ชายก็เป็ช่างภาพหนุ่มอนาคตไกล แถมสายงานที่ทำอยู่ยังทำให้ใกล้ชิดกันได้บ่อยครั้ง เราว่าผู้หญิงอื่นคงหมดสิทธิ์ถ้าจะคิดไปเทียบรัศมีประชันกับผู้หญิงคนนั้น...เธอคิดเหมือนเราไหมจอม’
จอมพธูนึกเห็นด้วยกับประโยคนั้นเมื่อนิตยสารฉบับที่ถือในมือกางออกเป็รูปของผู้หญิงนางหนึ่งไม่นุ่งเสื้อผ้าอะไรเลยมีเพียงผ้าแพรเนื้อเบาสีชมพูกลีบกุหลาบพาดทับส่วนหน้าอก และเรือนกาย่ล่างปิดบังในสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย แต่มันก็เพียงทาบเป็เส้นขนาดกลางกันอุจาดตาส่วนที่เหลือเป็ผิวเนื้อขาวละเอียด ซึ่งนางแบบโพสต์ท่าได้ยั่วยวนอยู่บนกองผลเชอรี่ลูกโตสีม่วงอมน้ำตาลไหม้เผยความเซ็กซี่อย่างที่ใครเห็นก็คงลุ่มหลง
มันก็คงไม่แปลกถ้าคุณนามจะคบหากับหญิงผู้นั้น ตัวหล่อนนั่นสิแปลก ที่นึกอิจฉาหล่อนขึ้นมา!
กำลังนั่งเหม่อคิดอะไรเพลินๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น...จึงรีบลุกไปเปิด เมื่อเห็นว่าเป็บิดา ก็รีบพูดเอาใจ
“เป็ยังไงบ้างคะพ่อ...หายเหนื่อยหรือยังคะเมื่อครู่ตอนจอมกลับเข้าบ้าน เห็นน้าปองบอกว่าพ่อเอนหลังอยู่ในห้องนอนจอมเลยไม่อยากไปรบกวน”
คุณทรงกลดยิ้มอ่อนโยน “ขอพ่อเข้าไปนั่งคุยด้วยข้างในได้ไหม”
“พ่อมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะดูหน้าซีดเซียว”
คุณทรงกลดไม่อ้อมค้อม ั์ตาสีขุ่นซึ่งบ่งถึงความอ่อนล้า ครุ่นคิดมาตลอดคืน จ้องไปยังบุตรสาวคนโตมีคำถามที่เก็บกักนับไม่ถ้วนคงเพราะรู้สึกว่าเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ที่ท่านไม่อยู่บ้าน ไปสะสางงานบางอย่างที่ต่างจังหวัดเกิดอะไรขึ้นภายในบ้านบ้าง ข้อนี้จอมพธูคาดเดาความคิดของบิดาออกทันที
“เื่ของจันทร์กับผู้ชายคนนั้นจอมพอจะรู้อะไรบ้างไหม”
“รู้ก็เหมือนไม่รู้นั่นล่ะค่ะพ่อผู้ชายคนนั้นชื่อคุณโอม...จอมเองก็เพิ่งพบหน้าเมื่อวานเป็วันแรกรู้แค่ว่าที่บ้านเป็คนมีเงินไม่ใช่น้อยเพราะตอนนี้คุณโอมกำลังคิดจะเปิดห้องเสื้อที่เมืองไทยโดยชวนให้จันทร์ไปเป็ดีไซเนอร์ของที่นั่น”
“สองคนนั้นรู้จักกันมานานหรือยัง”
จอมพธูอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยไตร่ตรองในใจว่าควรจะพูดตามตรงหรือตอบเลี่ยง เพราะเกรงว่าถ้าพูดตามจริงที่เห็นคือน้องสาวคบกับฝ่ายชายไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำอาจทำให้ผู้เป็พ่อต้องวิตกกังวลมากขึ้น แต่จะพูดอย่างไรล่ะ...
“คุณโอมเป็เพื่อนของเพื่อนจันทร์ที่ชื่อยุค่ะพ่อ...อาจจะรู้จักกันมาก่อนหน้านั้นพอสมควรแล้วมั้งคะไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าตัดสินใจชักชวนจันทร์ไปทำงานด้วยหรอกค่ะเพราะใครๆก็รู้ว่างานออกแบบเสื้อผ้า จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย”
บิดาดูจะเบาใจลง...แต่ครู่เดียวรอยกังวลเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อค่อยๆถามประโยคถัดไป
“แล้วจันทร์กับผู้ชายคนนั้นเขาคบกันในฐานะอะไร”
คำถามที่จอมพธูไม่อาจตอบได้เมื่ออ้อมแอ้มอยู่นาน บิดาจึงเปลี่ยนจากคำถามเป็คำขอร้องโดยหวังให้หล่อนเป็สะพานที่ก้าวข้ามนำหลังคาคุ้มกันภัยจากหัวอกคนเป็พ่อเป็แม่ไปปกคุ้มความรัก
“พ่อเองก็แก่ปูนนี้ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลลูกสองคน แล้วก็แม่ของเราไปได้อีกนานแค่ไหนสิ่งหนึ่งที่พ่อยังนึกเป็ห่วงก็คือ เื่ครอบครัวของลูกสองคน อยากจะเห็นเรือน้อยของพ่อมีนายท้ายเรือพาเข้าฝั่งอย่างปลอดภัยแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝา”
คุณทรงกลดถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วกล่าวต่อ “จอมมีพี่น้องกันอยู่สองคนยังไงซะก็อย่าถือโทษโกรธน้องเลยนะ ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งน้องทำในสิ่งที่ลูกอาจไม่ชอบ ไม่พอใจไปบ้าง ถือซะว่าพ่อขอร้อง”
จอมพธูขมวดคิ้วเรียวโก่งเข้าหากันไม่รู้ถึงความหมายในสิ่งที่บิดากล่าว ความนัยนั้นคือสิ่งใด แต่ก็ไม่ได้ถามกลับยังคงตั้งใจฟังเสียงท่านซึ่งแ่เบาลงราวจะกระซิบ
“แม่ของลูกสองคนตอนนี้อาการน่าเป็ห่วง...พ่อไม่อยากให้แม่เขารู้เื่ราวอะไรก็แล้วแต่ที่มันทำให้ไม่สบายใจ ยังไงซะพ่อขอฝากจอมเื่นี้ด้วยนะ”
“ค่ะพ่อ...”
เมื่อเห็นลูกสาวรับคำคุณทรงกลดก็ลุกเดินออกจากห้อง ท่านเชื่องช้าลงมากเดินเนิบนาบราวกับร่างกายหมดแรงเพียงชั่วคืน หลังที่เคยตรง บัดนี้คู้ค้อมกว่าเก่าอาการเดินยืดตัวหดหายไปสิ้น แผ่นหลังของผู้ที่เคยโอบอุ้มหล่อนครั้งเป็เด็กชูสองแขนหมุนวนไปมา...มันหายไปอย่างเห็นได้ชัด
ดั่งแสงตะวันที่เคยส่องจ้าให้ความอบอุ่นกำลังเริ่มจมลงสู่ผืนพสุธาของวันก็ไม่ปาน...
........................................................