ไฟกะพริบวูบวาบตามจังหวะดนตรี
เสียงหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกันดังแข่งกับเบสหนัก ๆ ม่านหมอกเอนหลังพิงโซฟาหนัง มือหนึ่งถือแก้ว อีกมือพาดคอเพื่อนๆ อย่างสบายอารมณ์
“คืนนี้..ไม่สว่างห้ามกลับนะโว้ย”
เขาหันไปบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ไม่มีใครสั่ง ไม่มีใครมายุ่ง”
คำว่า ไม่มีใครมายุ่ง เพิ่งหลุดจากปากได้ไม่ถึงสามวินาที เงาดำสูงใหญ่ก็ทอดลงมาบดบังแสงไฟตรงหน้า
ม่านหมอกเงยหน้า สิ่งแรกที่เห็นคือชายร่างใหญ่ ในเสื้อเชิ้ตสีดำ ใบหน้าเข้ม ดวงตาคมกริบ…แบบที่ไม่ควรอยู่ในผับ
“คุณม่านหมอก” เสียงทุ้ม เรียบ ไม่มีอารมณ์
“คุณเมฆให้ผมมารับคุณกลับ”
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างประหลาด เพื่อน ๆ ของม่านหมอกมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่มีใครกล้าขวาง เพราะชื่อ คุณเมฆ คือคำสั่ง ที่พวกเขารู้กันดี แต่ม่านหมอกไม่ใช่คนฟังคำสั่งง่าย ๆ
“ใครนะ?”เขาหรี่ตา “ฉันไม่รู้จักนาย”
ชายร่างใหญ่พยักหน้าเบา ๆ “ไม่เป็ไร ผมรู้จักคุณก็พอ”
วินาทีถัดมาโลกของม่านหมอกก็หมุนคว้าง
“เฮ้ย! ปล่อยนะเว้ย!”
เสียงโวยวายดังลั่น เมื่อร่างบางถูกแบกขึ้นบ่าอย่างง่ายดาย ม่านหมอกทุบหลังคนแปลกหน้าไม่ยั้ง
“ฉันบอกให้ปล่อย!”
“นายไม่มีสิทธิ์แตะตัวฉันนะ!”
แทนเดินฝ่าผู้คนออกจากผับอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนแบกกระสอบข้าว ไม่ใช่คน
“ไอ้ลุงบ้า!” ม่านหมอกแหกปาก
“ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
ไม่มีใครกล้าช่วย ได้แต่ยืนมอง ส่งเสียงซุบซิบ แม้แต่เพื่อนๆ ของเขาที่นั่งดื่ม เพราะรู้ดีว่าม่านหมอก คือน้องชายผู้มีอิทธิพลที่นี่
จังหวะนั้นม่านหมอกเริ่มสงสัย คนของพี่ชาย ไม่มีใครกล้า แตะต้องตัวเขาแบบนี้มาก่อน
“แกเป็ใคร!”
“ฉันจะฟ้องพี่เมฆ!”
แทนหยุดเดินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะนำผ้าผืนหนึ่งขึ้นมาปิดปาก และข้อมือทั้งสองข้างของม่านหมอกเอาไว้แน่น
“อื้อ—!!”ม่านหมอกร้องเสียงหลง
แทนก้มลงกระซิบใกล้หูเสียงต่ำ จนชวนขนลุก “ถ้าคุณเงียบ”
“ผมจะไม่อุ้มคุณเหมือนเด็ก”
ม่านหมอกถลึงตา ในชีวิตนี้ ยังไม่เคยเจอใคร ไม่กลัวเขา และทำกับเขาน้องชายผู้มีอิทธิพลใหญ่ หรือที่ใครๆ เรียกกันว่าเ้าพ่อ ขนาดนี้มาก่อน
ม่านหมอก ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี เขาเพิ่งจบปริญญาโทจากคณะ ศิลปศาสตร์ รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเนียน แบบคนไม่เคยออกแดดจัดๆ เรือนผมสีเข้มยุ่งนิด ๆ สไตล์เกาหลี ที่มีทั้งชายหนุ่มหญิงสาวตามจีบไม่เว้นวัน
ดวงตาคมเรียวยาว แววตาซุกซน เหมือนเด็กที่พร้อมจะเถียงโลกทั้งใบ ซึ่งใครๆ ทั้งตระกูลก็ต่างสงสัยในชาติกำเนิด
ถึงเขาจะถูกภรรยาคนที่หนึ่งของพ่อ รับมาเป็บุตรบุญธรรม และถูกเลี้ยงดูโดยภรรยาคนที่สามของพ่อ ซึ่งเธอพึ่งคลอดลูกแต่ลูกตาย และยิ่งโต ม่านหมอกก็ยิ่งหน้าเหมือนแม่เลี้ยง ราวกับสายเืเดียวกัน
แทน หรือชื่อเต็มที่ไม่ค่อยมีใครกล้าเรียก ปรมินทร์ ชายหนุ่มวัย สามสิบปี เ้าของโรงเรียนฝึกบอดี้การ์ด และอดีต หน่วยซีล ที่ผ่านสนามจริงมาก
ชายหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง แผ่นหลังแข็งแรงเหมือนถูกหล่อจากเหล็ก ใบหน้าคมเข้มกรอบกรามชัด ดวงตานิ่ง แบบคนที่เคยชินกับการตัดสินใจเฉียบขาดในเสี้ยววินาทีได้ดี
เขาจำเป็ต้องรับงานฝึกฝนน้องชายเพื่อนรัก เพื่อตอบแทนที่เมฆช่วยเหลือเื่โรงเรียนฝึกของเขา ที่กำลังแย่
เสียงคลื่นซัดเบา ๆ ลมทะเลพัดเอากลิ่นเค็มเข้ามาในเรือข้ามเกาะ ม่านหมอกนั่งกอดเข่าอยู่เบาะหลัง มือยังถูกมัด ปากที่เพิ่งได้รับอิสรภาพ เมื่อตอนขึ้นเรือ แต่ไม่อาจเอ่ยคำใด เพราะกลัวถูกปิดโดยคำขู่ของอีกคน
“นี่มันที่ไหน!” เขาะโ
ขณะที่แทนจอดเรือ แล้วลงมาดึงตัวม่านหมองพร้อมแก้เชือกมัดให้เป็อิสระ เขาตอบเสียงเบา
“ศูนย์ฝึกบอดี้การ์ด”
ม่านหมอกมองไปรอบ ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีเพียงอาคารปูนเก่าๆ สนิมกินเหล็ก สนามฝึกที่หญ้าขึ้นรก กับเรือนพักอีกสองหลัง
“นี่มันบ้านผีสิงชัดๆ”
แทนพยักหน้า “เลิกใช้ไปแล้ว ก็น่าจะมีผีอยู่หลายตัว”
“แล้วพาฉันมาทำไม!”
“จะฆ่าฝังไว้ที่นี่เหรอ!”
แทนมองเด็กหนุ่มหน้าใส แม้วัยสามารถมีครอบครัวได้แล้ว ตรงหน้าด้วยสายตาแน่นิ่ง ก่อนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อกลับเข้ามาสู่หน้าที่
“ผมมีหน้าที่ฝึกคุณ”
“ฝึก!..ฝึกบ้านลุงสิ มัดมือ แถมลากมาที่เกาะร้าง ผู้คนก็ไม่มี ใครเชื่อก็กระบือแล้วละ!”
“นั่นสินะ..เมื่อกี้..ผมพึ่งบอกว่ามีผีอยู่หลายตัว..และกำลังจะมีผีตัวใหม่..ที่ปากร้าย น่า...”
“น่าอะไร?..นายไม่ฆ่าฉันหรอก..ถ้าจะทำ..คงทำไปนานแล้ว ไม่รอฟังฉันถามให้เหนื่อย”
“หึ! ฉลาดดีนี่..ผมไม่ฆ่าหรอก..เพราะคุณคือตัวเงินตัวทองของผม”
ม่านหมอกอ้าปากค้าง “ไอ้บ้า!”
แทนพูดจบไม่สนอีกคน เขาหันหลังทิ้งประโยคไว้เบา ๆ
“พี่ชายคุณ..ให้คุณกับผม”
“ั้แ่วันนี้…คุณเป็ความรับผิดชอบของผม”
“หมายความว่ายังไง..พี่เมฆจ้างนายมาทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ?”
ม่านหมอกพยายามเดินตาม ส่งเสียงถามไถ่ แต่แทนกลับไม่สนใจเอาแต่ขนกระเป๋า แล้วเดินตรงเข้าบ้านพัก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่ฝึกนักเรียนของเขา แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว
บ้านหลังเก่าบนเกาะเล็กๆ แต่ข้างในกลับสะอาดและดูดีราวรีรีสอร์ทหรู ม่านหมอกเดินเข้าข้างในอย่างกล้าๆ กลัว ก่อนจะมีเสียงของอีกคนดังขึ้น
“นั่งห้องของคุณ สามทุ่มไฟดับ ตี4ตื่นวิ่ง นั่นตารารางซ้อมของคุณ”
“ห่ะ..หา..” ม่านหมอกอ้าปากค้าง มองตามหลังแทนที่เดินออกไปข้างนอก “นี่..ลุง”
..................