ตอนที่ 19 ชายแปลกหน้า
....................................................................................................................................
ศึกแห่งศักดิ์ศรีเป็เพียงคำพูดที่สวยหรูเท่านั้นเพราะหลังจากที่นัดต่อสู้กันได้ไม่นาน หยางเจี่ยก็ได้ใช้เงินกว้านซื้อตัวสาวกภายนอกของสำนักจำนวนมากเพื่อให้มาช่วยเขาในการถล่มฝ่ายตรงข้ามให้ย่อยยับแม้ว่าหลินเชียวจะน่าสงสารและไม่มีเงินเหมือนหยางเจี่ยแต่เขาก็เป็คนที่มีอัธยาศัยดีและมีเพื่อนมากคนหนึ่งดังนั้นจึงมีผู้เล่นหลายคนที่ตัดสินใจมาช่วยเขา
พอฟงอวิ๋น ได้ยินแบบนี้เขาก็ตระหนักได้ว่าความขัดแย้งนี้รุนแรงมากเกินกว่าที่จะเลิกรากันได้อย่างง่ายดายเสียแล้ว
"คุณมาที่นี่เพื่อช่วย หลินเชียวใช่รึเปล่าเยี่ยมเลย! ถ้าพวกเขาไม่ปฏิบัติตามกฎแล้วพวกเราจะเข้าไปช่วยเหลือหลินเชียวทันทีตกลงกันแบบนี้นะ แล้วพวกเราต้องเอาชนะพวกนั้นเพื่อให้รู้เสียบ้างว่าพวกเราไม่มีใครจะกลั่นแกล้งง่ายๆ"จู่ๆตงฟางปุ๊ป้ายก็ถามฟงอวิ๋นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับพูดเองเออเองเป็ต่อยหอย
ฟงอวิ๋นเผยอรอยยิ้มอันขมขื่น เขาจะมีส่วนร่วมกับการต่อสู้ได้อย่างไรเพราะการเลือกช่วยข้างใดข้างหนึ่งจะก่อให้เกิดศัตรูขึ้นในภายภาคหน้าเท่านั้นและเนื่องจากการเพาะปลูกของเขายังต่ำกว่าคนอื่นๆมากนัก แต่เขาจะหลบออกไปได้อย่างไร
"เฮ้!...มันเริ่มแล้ว พวกนั้นไม่ปฏิบัติตามกฎไปๆๆพวกเราไปฆ่าพวกมันให้หมดเลย" ทันใดนั้นตงฟางปุ๊ป้ายก็ร้องะโออกมาดังๆพร้อมกับลุกขึ้นแล้ววิ่งไปทางสนามต่อสู้ทันที
ฟ้าวๆๆ..ฉึก..จู่ๆก็ปรากฏลูกธนูพุ่งมาจากด้านตรงข้ามกับจุดที่ ฟงอวิ๋นนั่งอยู่ มันพุ่งมาด้วยความรวดเร็วทะลวงเข้าตัดขั้วหัวใจของเขาย่างแม่นยำ
“อ๊ะ..กะ..เกิดอะไรขึ้น..ลูกธนูนี้มาจากไหนกัน..อ้า!..ฉะ..ฉัน..กะ..กำ..ลังจะ..ตะ.ตาย!”ฟงอวิ๋นเพ่งมองไปตามทางที่มาของลูกธนูก็พบผู้เล่นสวมฮุดปกปิดในหน้าคนหนึ่งกำลังลดมือที่ถือคันธนูลงเพื่อเตรียมยิงเป้าหมายต่อไป อย่างไม่ใยดีในความเป็ตายของเขาแม้เพียงนิดเดียว
ในความเป็จริงเป้าหมายของนักธนูผู้นั้นคือการแอบโจมตีตงฟางปุ๊ป้ายซึ่งตอนนั้นนั่งบดบังร่างของฟงอวิ๋นพอดี พอตงฟางปุ๊ป้ายขยับร่างออกจากจุดที่นั่งอยู่เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ลูกธนูจึงพลาดมาโดนฟงอวิ๋นแบบเหมาะเหม็งเลยทีเดียว...นี่เรียกว่าคราเคราะห์หลบไม่พ้นจริงๆ
ฟงอวิ๋นจึงสังเวยความตายด้วยเลเวล 1 ระดับด้วยเหตุฉะนี้
..................................................................................................................................................
วูบ!
ร่างของฟงอวิ๋นค่อยๆโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าในจุดเกิดของสำนักพยัคฆ์ัเขาตรวจสอบไอเทมในกระเป๋ามิติของตนสักพักเขาก็รู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่มีเพียงไอเทมระดับต่ำหายไป2-3 อย่างรวมทั้งสมุนไพรที่ซื้อมาหายไป 1 กองเท่านั้น โชคดีที่เมล็ดพฤกษาแปลกๆไม่หายไป
ปกติผู้เล่นที่เข้ามาเล่นเกมส์ใหม่จะมีจุดเกิดที่เมืองเสินหยางอันเป็เมืองเริ่มต้นแต่ถ้าผู้เล่นเข้าร่วมสำนัก นิกาย พรรค ค่ายหรือกิลด์ต่างๆแล้ว ผู้เล่นก็จะสามารถบันทึกจุดเกิดเพิ่มได้อีก1 จุดนั่นก็คือจุดเกิดภายในสำนัก นิกาย พรรค ค่ายหรือกิลด์นั่นเอง
ฟงอวิ๋นก็เช่นกันเขาได้บันทึกจุดเกิดในพื้นที่ของสำนักพยัคฆ์ัั้แ่เริ่มเข้าร่วมสำนักใหม่ๆจนถึงบัดนี้เขาจึงค่อยได้ใช้บริการจุดเกิดของสำนักเป็ครั้งแรก
ปัจจุบันฟงอวิ๋นกลับมาอยู่ในชั้นรวบรวมปราณระดับที่ 5 เหมือนเดิมดังนั้นสิ่งที่เขาเพียรพยายามพัฒนาเลเวลมาจนถึงชั้นรวบรวมปราณระดับที่ 6เมื่อไม่นานมานี้..ช่างสูญเปล่าจริงๆ
ทุกอย่างสูญหายไปกับสายลมเพียงเพราะความอยากรู้ อยากเห็นชั่วขณะ!
อ้า!..นี่คือความเ็ปของนักเล่นเกมส์!
ฟงอวิ๋นตัดสินใจไม่สนใจเื่การพิพาทระหว่างหลินเชียวกับหยางเจี่ยเขาเดินทางกลับกระท่อมหลังน้อยทันทีเพื่อปรับแต่งยาวิเศษสำหรับการเพิ่มพูนระดับของตนเองดีกว่าในตอนนี้
จากอาคารซึ่งเป็จุดเกิดของสำนักที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางของสำนักที่รายล้อมไปด้วยอาคารต่างๆมากมาย ฟงอวิ๋นตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามชายป่าและเดินมุ่งตรงไปยังลำธารเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ปลายสุดของเส้นทาง เพราะกระท่อมของเขาตั้งอยู่ที่ชั้นนอกสุดเขตแดนของสำนัก ริมชายป่าร้อยมายา ต้องเดินออกมาจากสำนักกว่า 3-4 กิโลเมตรเลยทีเดียว
เส้นทางนี้ต้องเดินลัดเลาะผ่านป่าโปร่งและลำธารเล็กๆน้อยๆหลายแห่ง
ระหว่างทางฟงอวิ๋นเงยศีรษะขึ้นเพ่งมองไปที่ดวงอาทิตย์อันร้อนแรงก่อนที่จะลดศีรษะลงเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้าและเดินเข้าไปนั่งพักใต้ต้นไม้ริมลำธารพร้อมกับหยิบกระติกน้ำดื่มออกมาจากกระเป๋ามิติ
ฟงอวิ๋นยกกระติกน้ำขึ้นดื่มด้วยความหิวกระหาย
ในขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางแ่เบาออกมาเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเ็ปและระโหยโรยแรง
ฟงอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจมีคนได้รับาเ็อยู่ใกล้ๆใช่หรือไม่!
ฟงอวิ๋นเดินตามเสียงร้องครวญครางไปทางเหนือสักพักหนึ่งเขาก็พบร่างของผู้ชายสูงอายุสวมชุดสีทองคนหนึ่งกำลังนอนบิดร่างไปมาเบาๆด้วยความเ็ปและส่งเสียงร้องครวญครางแ่เบาคล้ายคนใกล้ตายคนหนึ่ง
ใบหน้าดำคล้ำและมีเืไหลออกมาจากมุมปาก
ฟงอวิ๋นรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของชายชราที่ได้รับาเ็และเอาขวดหยกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ามิติของตนเองจากนั้นเขาจึงเปิดขวดหยกแล้วเทหยดน้ำสีขาวขุ่นดั่งนมสดใส่ปากของชายชรา
ขวดหยกขนาดเล็กที่ฟงอวิ๋นนำออกมาคือน้ำวิเศษแหล่งกำเนิดเก้า์ชั้นฟ้าและปฐีที่เจือจาง 1,000 เท่านั่นเองเพื่อช่วยชีวิตคนที่ใกล้จะตายเขาจำเป็ต้องใช้ยาวิเศษนี้แน่นอนเขาใช้เพียงแค่หนึ่งหยดเท่านั้นเพราะเขาเองก็ไม่ทราบว่ามันจะมีสรรพคุณและส่งผลกับคนที่าเ็อย่างไรบ้าง
หลังจากที่ฟงอวิ๋นป้อนหยดน้ำวิเศษใส่ปากของชายชราสักพัก
“อ้า..”ชายชราเริ่มรู้สึกตัวเล็กน้อยแต่จากนั้นไม่นานเขาก็สลบไปอีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนั้นฟงอวิ๋นจึงหยดน้ำยาวิเศษที่เจือจาง 1,000 เท่าให้ชายชราอีก 1หยด
“อ้า...จะ..เ้า..คือใคร”ชายชราเร่มฟื้นคืนสติก่อนจะส่งเสียงกระท่อนกระแท่นถามขึ้นมา พร้อมกับเพ่งมองใบหน้าของฟงอวิ๋นด้วยความสงสัย
“ข้าคือใคร...ท่านผู้าุโไม่ต้องสนใจหรอกผู้เยาว์เพียงเห็นว่าท่านได้รับาเ็จึงช่วยเหลือด้วยคุณธรรมเท่านั้นเอง”ฟงอวิ๋นตอบชายชรา เขาไม่อยากผูกพันกับคนอื่นๆมากนักโดยเฉพาะ NPC
ใช่ขายชราคนนี้เป็ NPC ระดับสูงแน่นอน เพราะฟงอวิ๋นไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของชายชราได้เลยถ้าเป็ NPC ระดับต่ำเขาสามารถรู้ชื่อและอาชีพของ NPC นั้นๆได้ แต่สำหรับชายชราคนนี่ แม้จะใช้คำสั่งตรวจสอบของระบบสิ่งที่เขาเห็นเกี่ยวกับชายชราในหน้าต่างของระบบก็คือ
ชายชราแปลกหน้าที่ใกล้ตาย (NPC )
"จะ..เ้าเป็ ... คะ..คน..ช่วย..ข้า...."ชายชราพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่มีพลังมากพอ จึงสามารถพูดได้เพียงไม่กี่คำ
"ใช่ ผู้เยาว์คือคนที่ช่วยชีวิตของผู้าุโตอนนี้ผู้เยาว์ขอแนะนำให้ผู้าุโค่อยๆฟื้นฟูความแข็งแรงเสียก่อนอย่ารีบพูดอะไรเลยผู้เยาว์ขอเตือนผู้าุโว่าการเจ็บป่วยของท่านเป็เื่ที่แปลกมากบางทีผู้เยาว์เองอาจจะไม่สามารถช่วยรักษาให้ผู้าุโได้..เฮ้อ” ฟงอวิ๋นรีบบอกให้ชายชราฟังถึงสถานการณ์ก่อนจะถอนหายใจ
แม้ว่าเขาจะสามารถใช้หยดน้ำวิเศษเพื่อช่วยรักษาชายชราได้แต่ั้แ่ที่ชายชราฟื้นตัวมาบ้างแล้วเขาก็ไม่เต็มใจที่จะมอบหยดน้ำวิเศษให้กับชายชราอีก
เขาไม่อยากเปิดเผยเื่หยดน้ำวิเศษให้ชายชรารู้!
ชายแปลกหน้า ที่เขาไม่รู้จักใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขารู้เกี่ยวกับหยดน้ำวิเศษนี้
"...ชะ..ช่วย..ขะ..ข้า..มะ..มอบ...ส..สมบัติ..ระ..ระ..ดับ....สะ...ให้.." ชายชราพูดด้วยเสียงสั่นเทาเขายกมือขึ้นพร้อมกับทำท่าทางบางสิ่งบางอย่างคล้ายจะล้วงบางสิ่งบางอย่างแต่ด้วยมือที่อ่อนแรงเขาจึงทำไม่สำเร็จ
"ถ้าผู้เยาว์ช่วยชีวิตผู้าุโ ท่านจะมอบสมบัติให้ใช่หรือไม่?" ฟงอวิ๋นพอที่จะเข้าใจความหมายของชายชราอยู่บ้าง
"ชะ..ใช่”ชายชราเมื่อเห็นว่าฟงอวิ๋นเข้าใจความหมายของเขาสีหน้าก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้างจนถึงตอนนี้สิ่งที่ชายชราสามารถพึ่งพาในการยื้อชีวิตของตนได้มีเพียงยาวิเศษของฟงอวิ๋นเท่านั้น
ชายชราสามารถวางเดินพันเพื่อเล่นการพนันชีวิตนี้กับฟงอวิ๋นได้เท่านั้นเพราะเขารู้ว่าอาการาเ็ของเขานั้นหนักหนาสาหัสปานใด ถ้าไม่ใช่สมบัติล้ำค่าแห่ง์และปฐีแล้วนับว่าเป็เื่ยากที่จะทำให้เขาฟื้นคืนชีวิตนี้ได้
ทำไมฟงอวิ๋นถึงสามารถทำให้เขาฟื้นคืนสติได้!
แน่นอน! เด็กน้อยเบื้องหน้านี้ต้องมีสมบัติแห่ง์และปฐีแน่นอน ชายชราคาดคิดเช่นนั้น
แต่มันคืออะไร? สิ่งนี้ชายชราไม่ทราบ
แน่นอนในอดีต ตอนที่ชายชรายังไม่าเ็สาหัสแบบนี้เด็กน้อยเบื้องหน้าเขาไม่สามารถนั่งและทำเฉยเมยกับเขาได้แบบนี้เด็กคนนี้คงตายไปแล้วกว่า 1,000 ครั้งและสมบัติวิเศษต้องอยู่ในความของเขานานแล้ว
“อะ..อ้า..ผู้กล้าหาญน้อย ชะ..ช่วยมอบยาวิเศษ..เพิ่มแก่เราผู้เฒ่าด้วย..”ชายชราส่งเสียงอ่อนโยนพร้อมกับเริ่มโปรยยิ้มด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวเขากำลังฝืนยิ้มแม้จะเ็ปเจียนตายเขาต้องสร้างความสนิทสนมกับเด็กน้อยเบื้องหน้าให้ได้ เพื่อยาวิเศษ
“ผู้เยาว์ขอโทษ..ผู้เยาว์ไม่มียาใดๆติดตัวเลย..ผู้เยาว์เสียใจจริงๆแต่ผู้เยาว์สามารถพาผู้าุโไปยังอาคารโอสถของสำนักเพื่อขอร้องให้ผู้าุโหม่าช่วยเหลือได้”ฟงอวิ๋นยังคงปฏิเสธ เขาไม่อาจยอมรับเื่หยดน้ำวิเศษได้เด็ดขาด
“ไม่ๆ ผะ..ผู้าุโหม่ามะ..ไม่ สะ..สามารถช่วยเราผะ..ผู้เฒ่าได้ มะ..มีเพียงยาวิเศษที่ผะ..ผู้กล้าหาญน้อยคะ..เคยมอบแก่เราผู้เฒ่าตะ..ตอนที่ใกล้จะสิ้นสะ..สติเท่านั้น!”ชายชรากล่ายังคงอ้อนวอนด้วยความมั่นใจว่าฟงอวิ๋นต้องมียาวิเศษแน่นอน
“อ้า..ไม่มีๆ”ฟงอวิ๋นสะดุ้งใรีบปล่อยร่างของชายชราทันที ชายชรารู้ได้ยังไงเื่หยดน้ำวิเศษเพราะตอนที่เขาใช้มันช่วยชีวิตชายชรานั้น ชายชราเริ่มไม่รู้สึกตัวแล้วนี่นา!
หมับ!
เมื่อตอนที่ฟงอวิ๋นปล่อยร่างของชายชรานั้นชายชราก็รีบรวบรวมพลังทั้งหมดยื่นมือซ้ายคว้าลำคอของฟงอวิ๋นทันทีพร้อมกับบีบเค้นลำคอเพื่อหวังสยบฟงอวิ๋นเอาไว้
“อ้า..อึก!ๆ..ปะ..ปล่อยนะ”ฟงอวิ๋นใช้มือทั้งสองข้างจับข้อมือของชายชราที่กำลังบีบเค้นลำคอของเขาเอาไว้
ฟงอวิ๋นพยายามจะดึงมือของชายชราออก!
แต่! ข้อมือของชายชราถึงกับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าเสียอีก!