บทที่ 11 เริ่มประลอง
เมื่อทุกคนมองขึ้นไปข้างบนท้องฟ้าที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็สีแดงฉานเหมือนกับอยู่ในนรกก็ไม่ปานก็ได้พบกับนกเพลิงขนาดมหึมา ที่ใหญ่พอที่จะสามารถครอบคลุมทั่วทั้งสนามประลองได้เลยทีเดียว
หลังจากที่นกเพลิงได้มาถึงตรงจุดกึ่งกลางของสนามประลองก็ได้มีคนทั้งหมด 3 คนะโลงมาจากหลังของนกเพลิงตัวนั้น มันก็คือคนที่ทุกคนทั่วทั้งสนามประลองเคยหัวเราะเยาะมาก่อนถูกต้องแล้ว มันก็คือ หลิว เฟ่ยหงส์ หุ่ย เฟิง และ หุ่ย เฟย นั่นเอง
เมื่อทั้งสามคนได้ลงมาจากข้างบนหลังของนกเพลิงฟีนิกซ์ กันทั้งหมดแล้ว นกเพลิงฟีนิกซ์ ก็ได้กลับไปดูแลสำนักไร้นามต่อ ตามคำสั่งของชิว เหวินเจี้ยน ที่เคยสั่งแก่นกเพลิงฟีนิกซ์ก่อนที่จะออกเดินทางมายังสนามประลอง
ท้องฟ้าก็เริ่มกลับมาสดใสเช่นเคยเมื่อนกเพลิงได้กลับไปยังสำนักไร้นามแล้ว
แต่ทว่าผู้คนทั่วทั้งสนามประลองกลับยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหนกันเพราะว่ายังใกับเหตุการที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้อยู่
เป็หลิว เฟ่ยหงส์ ที่ได้เดินตรงไปยังสถานที่ยืนยันชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันและได้กล่าวออกมาว่า “ข้ามาเพื่อประลอง สำนักไร้นามมารายงานตัวกันครบทั้ง3คน” หลิว เฟ่ยหงส์ได้ะโให้ทุกคนตื่นจากภวังค์
ทุกคนทั่วทั้งสนามประลองต่างหันมามองหลิว เฟ่ยหงส์ เป็ตาเดียว เนื่องจากมิกี้นี้ได้มีนกไฟขนาดมหึมาบินผ่านสนามประลองแต่ว่าพวกเขาไม่ทันได้เห็นทั้ง 3 คนะโลงมาจากนกตัวนั้นเพราะเกิดอาการตกตะลึงกันอยู่
เป็ชิง เชียง นั่นเองที่เคยมีเื่กับ หลิว เฟ่ยหงส์ มาก่อน ได้กล่าวว่า “เ้าจะเสียงดังเพื่อทำให้ทุกคนสนใจกันทำไมในเมื่อสำนักของเ้านั้นไม่สมควรที่จะได้ชื่อว่าเป็ 1ใน4สำนักใหญ่เลยด้วยซ้ำ”
มันก็จริงที่ว่าสำนักไร้นาม ไม่สมควรที่จะเป็4สำนักใหญ่ เนื่องจากความแข็งแกร่งของสำนักนั้นถดถอยลงเพราะประมุขคนเก่าได้ตายจากไปเมื่อไม่นานมานี้เองแต่โชคก็ยังเข้าข้างสำนักไร้นามอยู่ เพราะว่า ชิว เหวินเจี้ยน ที่ในตอนนี้ได้เป็คนช่วยให้สำนักนั้นแข็งแกร่งที่สุดในดินแดนเมฆาแห่งนี้
หลิวเฟ่ยหงส์ เพียงมองไปทาง ชิง เชียง เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรเขาก็หันมากล่าวกับ 2พี่น้องหุ่ยว่า “พวกท่านนั้นตัดสินใจกันได้หรือยังว่าจะให้ใครเป็คนลงสนามคนแรกส่วนข้านั้นจะขอลงเป็คนสุดท้ายเอง”
เป็หุ่ย เฟย ที่พูดขึ้นมาตอบ “ถ้าอย่างนั้น ให้ข้าลงเป็คนแรกได้หรือไม่ข้าอยากที่จะเริ่มประลองเร็วๆแล้ว”
เมื่อทั้ง3คนได้ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลิว เฟ่ยหงส์ ก็ได้ยื่นใบรายชื่อให้คณะกรรมการได้ทำการตรวจสอบ
ชิงเชียง ที่เห็น หลิว เฟ่ยหงส์ ไม่สนใจนั้น เขาก็ได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้ในใจเพื่อรอวันที่จะได้ประลองกับ หลิว เฟ่ยหงส์ และสังหารเขาทิ้งซะในสนามประลอง
“และแล้วทุกท่านก็ได้มาที่สนามประลองกันครบหมดแล้วตอนนี้ทางเราก็จะได้เริ่มสุ่มเลือกแต่ละสำนักขึ้นมาประลองบนเวทีแห่งนี้ได้เลย” เป็เสียงของ ประมุขแห่งสำนักเมฆา ชิง หานคง นั่นเอง
เมื่อทุกคนที่ได้ยินเสียงประกาศก็ได้เริ่มทยอยเข้ามาเพื่อรับชมงานประลองของ4สำนักใหญ่ในดินแดนเมฆา
ในเวลาต่อมาเสียงประกาศก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง “คู่แรก สำนักเมฆา ปะทะสำนักจันทรา และ สำนักเมฆา ปะทะ สำนักสุริยันทุกได้โปรดไปเตรียมตัวลงสนามกันให้เรียบร้อย”
หุ่ยเฟย ซึ่งที่อยากจะต่อสู้เต็มที่แล้ว ก็ได้ะโขึ้นไปข้างบนเวทีสนามประลองในทันทีส่วน หลิว เฟ่ยหงส์ และ หุ่ย เฟิง นั้น ก็เดินตามขึ้นมาทีหลังและได้นั่งลงข้างบนเวทีประลองเพราะว่าพวกเขานัดกันเอาไว้แล้วว่าจะลงเพียงแค่ทีละคนเท่านั้น
ส่วนทางด้านสำนักจันทรา พวกเขาลงมาพร้อมกันทีเดียว5คน และได้กล่าวออกมาว่า “พวกเ้านั้นเป็สำนักที่อ่อนแอที่สุดแต่กลับกล้าดูถูกสำนักของพวกเราอย่างนั้นหรือ”
หุ่ยเฟย จึงรีบกล่าวขึ้นมาแก้ตัวอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดความแค้นต่อกันโดยใช่เหตุ“ข้าขอโทษพวกท่านด้วยจริงๆคือพวกเรานัดกันเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะลงกันทีละคนเท่านั้นแต่พวกท่านจะลงมาทีละคนหรือพร้อมกันก็ได้ ข้าไม่ขัดข้องอยู่แล้วข้าแค่อยากจะบอกว่า พวกเราสำนักไร้นามนั้น ไม่ได้มีเจตนาดูถูกสำนักใดเลยทั้งสิ้น”
มีหรือที่สำนักจันทรา จะเชื่อว่าสำนักไร้นามนั้นจะลงมากันทีละคน เพราะว่าที่ผ่านมาสำนักไร้นามนั้นไม่เคยที่จะชนะสำนักไหนๆเลยแม้แต่รอบเดียว
ส่วนทางด้านของสำนักเมฆานั้น ก็ส่งลงมาเพียงแค่คนเดียวเช่นกัน นั่นก็คือ ชิง เชียง เพราะว่าลูกศิษย์ที่เก่งที่สุดของสำนักเมฆาในตอนนี้นั้นก็คือ ชิง เชียง นั่นเอง
เสียงประกาศก็ได้ดังขึ้นอีกรอบ“เริ่มการประลองได้!!!”
ลูกศิษย์ของสำนักจันทราก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวกันทั้ง5คน อย่างพร้อมเพรียง เพื่อเข้าไปล้อมคนของสำนักไร้นามทั้ง3คนอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่าก่อนที่สำนักจันทราจะทันได้ล้อมทั้ง3คนของสำนักไร้นามเอาไว้ พวกเขาก็ต้องหยุดชะงักลงเนื่องจาก ในสนามประลอง เหลือคู่ต่อสู้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!!
หลิวเฟ่ยหงส์ และ หุ่ย เฟิง หายไปโดยที่สำนักจันทรา ไม่ทันได้สังเกตุเห็นเลยแม้แต่น้อยนี่ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของพลัง
สำนักจันทราจึงเริ่มระมัดระวังตัวกันมากขึ้น
หุ่ยเฟย จึงได้ตอบกลับไปว่า “พวกเ้านั้นไม่จำเป็ที่จะต้องระแวงเกี่ยวกับ2คนนั้นหรอกเพราะว่าพวกเขาลงจากเวที ทิ้งข้ากันไปหมดแล้ว” หุ่ย เฟยได้แต่เศร้าใจที่ทั้ง2คนไม่รออยู่ดูการประลองของตนเองให้จบ
หุ่ยเฟย จึงรีบที่จะจบการประลองให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาได้กล่าวออกมาว่า “ข้าจะต้องขอโทษพวกท่านด้วยข้าจะต้องรีบไปแล้ว”
หุ่ยเฟย ได้หายไปจากสายตาของสำนักจันทราอีกคราหนึ่ง
คนของสำนักจันทราได้แต่กล่าวออกมาว่า“ถ้าหายไปกันซะหมดแล้วพวกข้าจะต่อสู้กับใครหละทีนี้”
แต่ทว่าเมื่อคนของสำนักจันทราได้กล่าวจบพวกเขาทุกคนก็วูบหลับลงไปกองกับพื้นพร้อมกันภายในเสี้ยววินาทีเท่านั้น
ถูกต้องเป็ หุ่ย เฟย ที่เข้าไปข้างหลังและสับต้นคอของศัตรูด้วยพลังบางส่วนเท่านั้นถ้าเกิดให้เขาออกเต็มแรงขึ้นมา คอของพวกสำนักจันทราน่าจะหลุดออกจากบ่ากันหมดแล้ว
เมื่อประมุขของสำนักจันทรา เห็นดังนั้นก็ถึงกับยืนขึ้นทันที และเขาก็ได้คิดในใจว่า ‘นี่มันเขตแดนก่อตั้งปฐีเป็ไปได้ยังไงที่สำนักไร้นาม จะมีลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งระดับนี้ได้ แต่ก็ไม่เป็ไรมันก็ยังเป็ได้แค่ระดับลูกศิษย์ธรรมดาของสำนักใหญ่ต่างๆเท่านั้น’
หลังจากที่หุ่ย เฟย ได้คว้าชัยชนะมาได้ ก็ได้มีเสียงประกาศดังขึ้นมา “สำนักไร้นามและสำนักเมฆาเป็ฝ่ายชนะ รอบต่อไป สำนักไร้นาม ปะทะกับ สำนักเมฆา ”