บทที่ 25 จุดผิดปกติ
"เฉินชวน!"
พอเดินออกจากอาคารฝ่ายวิชาการ เฉินชวนก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน
เสียงนั้นค่อนข้างคุ้นหู เฉินชวนหันกลับไปดู และก็เป็อย่างที่คิด คนที่เรียกเขาไม่ใช่ใครอื่น
เป็คนที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เทียนเฉวียนคลับ อย่างอวี๋ซิ่งเฟิงนั่นเอง
อวี๋ซิ่งเฟิงมีสีหน้าตื่นเต้น วิ่งเหยาะ ๆ มาที่ข้างกายเฉินชวน
"ได้ยินว่านายย้ายมาคณะนักรบแล้วเหรอ?"
เฉินชวนพยักหน้า "เพิ่งทำเื่เสร็จ"
“งั้นต่อไปเราก็เป็เพื่อนร่วมคณะกันแล้วสิ ไป ฉันเลี้ยงข้าวเอง!”
อวี๋ซิ่งเฟิงแสดงท่าทีกระตือรือร้นมาก
หลังจากประลองกับเฉินชวนที่เทียนเฉวียนคลับวันนั้น เขาก็รู้ว่าเฉินชวนไม่ใช่ปลาในบ่อธรรมดา อนาคตต้องไปได้ไกลแน่นอนนั่นจึงเป็เหตุที่เขาอยากสนิทกับเฉินชวนก่อน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
และความจริงก็พิสูจน์ให้เห็น ว่าสายตาเขามองคนไม่ผิด เพียงไม่กี่วันผ่านไป เฉินชวนก็สามารถเอาชนะจางซิวไห่ได้แล้ว
ซึ่งอีกฝ่ายคือหนึ่งในสามสิบอันดับแรกของคณะนักรบ! ตอนที่ได้ยินข่าวนี้ อวี๋ซิ่งเฟิงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง และยิ่งทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่ขึ้นว่าจะต้องสนิทกับเฉินชวนให้มากขึ้น
วันนี้เมื่อได้ยินว่าเฉินชวนไปที่ฝ่ายวิชาการ เขาจึงรีบร้อนมาพบ หวังจะตีเหล็กตอนร้อน หวังฉวยโอกาสกระชับมิตรให้แน่นแฟ้น ด้านเฉินชวนเองก็มีเื่อยากถามอวี๋ซิ่งเฟิงพอดี จึงตอบตกลงทันที
ดูเหมือนว่าอวี๋ซิ่งเฟิงจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก สถานที่ที่เขาพาเฉินชวนมาเลี้ยง เป็โรงน้ำชาที่เงียบสงบและหรูหราพอเข้าไปในโรงน้ำชา หญิงสาวในชุดกี่เพ้าก็เข้ามาชงชาให้หนึ่งกา ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ
นอกหน้าต่างมีต้นไผ่ปลูกไว้มากมายเสียงกู่เจิงดังแว่วในอากาศอย่างเบา ๆเสียงกู่เจิงราวกับสายลม ค่อย ๆ พัดผ่านป่าไผ่ ทำให้จิตใจสงบสุขทั้งสองคนนั่งดื่มชาและพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ
อวี๋ซิ่งเฟิงมีนิสัยเปิดเผยร่าเริง ส่วนเฉินชวนแม้จะไม่ชอบเข้าสังคม แต่ก็ไม่ได้เป็คนเงียบขรึมไร้อารมณ์ ไม่นานบรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น
พลันเฉินชวนเปลี่ยนหัวข้อสนทนามาที่การประเมินประจำปีของคณะนักรบอย่างรวดเร็ว และสอบถามเกี่ยวกับการประเมิน อวี๋ซิ่งเฟิงอยู่ในคณะนักรบมากว่าสองปี จึงเข้าใจเื่การประเมินเป็อย่างดี เขารีบเล่าให้ฟังทันที
"มหาวิทยาลัยไห่อันเป็มหาวิทยาลัยรวม การประเมินประจำปีของคณะนักรบไม่ได้เข้มงวดมากนัก"
“ถ้าไม่ี้เีเกินไป ส่วนใหญ่ก็ผ่านกันหมด”
"ได้ยินว่าโดยเฉลี่ยสองสามปี ถึงจะมีนักศึกษาถูกเชิญให้ลาออกหนึ่งคน"
เฉินชวนถามว่า "การประเมินนี่มีรูปแบบยังไง?"
เมื่อพูดถึงเื่นี้ อวี๋ซิ่งเฟิงแสดงสีหน้าลึกลับ แล้วพูดว่า
"นายเคยได้ยินเื่จุดผิดปกติไหม?"
เฉินชวนส่ายหน้า
เมื่อเห็นดังนั้น อวี๋ซิ่งเฟิงจึงรีบอธิบาย พูดตามหลักการแล้ว จุดผิดปกติที่จริงก็คือการรุกรานของต่างมิติในรูปแบบหนึ่ง การรุกรานของต่างมิติเป็การเชื่อมต่อชั่วคราวระหว่างมิติของเผ่าพันธุ์ต่างมิติกับโลกนี้ ทำให้เกิดประตูมิติชั่วคราว เพื่อให้กองทัพเคลื่อนผ่านมารุกราน
ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่ได้คงอยู่เป็เวลานาน สั้นที่สุดคือไม่กี่ชั่วโมง นานที่สุดคือสิบวันครึ่งเดือนถึงแม้สหพันธ์จะไม่จัดการอะไร ไม่นานมันก็จะหายไปเองอย่างไรก็ตาม จุดผิดปกตินี้แตกต่างออกไป
มันเป็ประตูมิติถาวร!
หากไม่ดำเนินการปิดมัน มันจะไม่มีวันหายไปจุดผิดปกติมีทั้งที่ถูกสร้างขึ้นและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจุดผิดปกติประเภทแรกโดยปกติแล้วเป็การสร้างโดยเจตนาของเผ่าพันธุ์ต่างมิติ เมื่อสำเร็จ พวกมันก็จะสามารถสร้างฐานที่มั่นล่วงหน้าในโลกนี้ได้
สามารถส่งกองทัพเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อสู้กับกองกำลังป้องกันหากราบรื่น อาจถึงขั้นยึดครองดินแดนส่วนหนึ่งได้ด้วย
ปัจจุบันนี้ มีบางพื้นที่ในเขตแดนของสหพันธ์ที่ถูกเผ่าพันธุ์ต่างมิติยึดครองอยู่ มันเหมือนกับโรคสะเก็ดเงินที่ทำให้กองกำลังป้องกันปวดหัวมาก
ส่วนจุดผิดปกติทางธรรมชาติประเภทที่สองนั้นค่อนข้างพิเศษจุดผิดปกติประเภทนี้มักเกิดจากการแกว่งไหวของมิติที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มักเชื่อมต่อกับมิติแปลก ๆ
ในนั้นมีทั้งมิติที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรต่างมิติที่ดุร้าย ซึ่งมีระดับอันตรายสูงมาก และยังมีประเภทที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอยู่เลย แต่มีผลลัพธ์ที่แปลกประหลาด
สำหรับจุดผิดปกติประเภทหลังนี้ หลังจากที่สหพันธ์สำรวจอย่างละเอียดแล้ว ก็จะควบคุมมันไว้และใช้ประโยชน์ตามคุณสมบัติต่าง ๆ
ในกระบวนการพัฒนาศิลปะการต่อสู้ของสหพันธ์ จุดผิดปกติประเภทนี้มีบทบาทไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากฟังอวี๋ซิ่งเฟิงเล่าจบ เฉินชวนก็ทึ่งมาก
"นายหมายความว่า การทดสอบของมหาวิทยาลัยเกี่ยวข้องกับจุดผิดปกติเหรอ?"
"ถูกต้อง"
อวี๋ซิ่งเฟิงหัวเราะคิก ๆ
"จริง ๆ แล้ว มหาวิทยาลัยไห่อันควบคุมจุดผิดปกติขนาดเล็กแห่งหนึ่งอยู่ พวกเราเรียกมันว่าหอกระดูกั!"
"หอกระดูกัมีทั้งหมด 9 ชั้น แต่ละชั้นมีสัตว์อสูรต่างมิติที่ดุร้ายอาศัยอยู่จำนวนมาก!"
"สัตว์อสูรต่างมิติพวกนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริง ๆ แม้จะถูกฆ่าตาย ครั้งต่อไปที่เข้าไปก็จะปรากฏขึ้นมาใหม่อีก!"
"ด้วยคุณสมบัติพิเศษนี้ หอกระดูกัจึงถูกมหาวิทยาลัยไห่อันใช้เป็สถานที่ทดสอบมาตลอด!"
"นักศึกษาที่ปีนขึ้นไปได้สูงเท่าไรในหอกระดูกั ผลการเรียนก็จะยิ่งดีเท่านั้น!"
เฉินชวนรู้สึกใไม่น้อย
เขาเคยคิดว่าการทดสอบประจำปีของคณะนักรบจะเป็การประลองระหว่างนักศึกษาด้วยกัน หรือไม่ก็ให้อาจารย์ออกมือทดสอบ ไม่คิดว่าจะเป็รูปแบบนี้!
อวี๋ซิ่งเฟิงยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งอึก แล้วพูดต่อว่า
"ตามกฎที่ผ่านมา นักศึกษาที่ได้อันดับ 1-3 ในการทดสอบประจำปีจะได้รับรางวัลจากมหาวิทยาลัย"
"ฉันได้ยินว่ารางวัลปีนี้ค่อนข้างเยอะเลยนะ"
"รางวัลที่หนึ่งคือยาชำระพลัง 12 เม็ด พร้อมเงินรางวัล 50,000 เหรียญดารา"
"รางวัลที่สองคือยาชำระพลัง 8 เม็ด พร้อมเงินรางวัล 30,000 เหรียญดารา"
"แม้แต่รางวัลที่สามยังได้รับยาชำระพลัง 5 เม็ด และเงินรางวัล 10,000 เหรียญดาราเลย!"
ดวงตาของเฉินชวนเป็ประกายทันทีเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับยาชำระพลังชนิดนี้มาก่อน มีการกล่าวว่าหลังจากกินยานี้แล้ว จะช่วยเสริมสร้างสภาพร่างกาย แม้แต่กับนักรบระดับ 3, 4 ก็ยังได้ผล
ที่สำคัญกว่านั้น ยาชนิดนี้ไม่มีผลข้างเคียงไม่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพ ไม่เหมือนยากระตุ้นบางชนิด ที่แม้ผลลัพธ์จะดี แต่กลับทำลายศักยภาพระยะยาวหากใช้ยาแบบนั้นแล้วในอนาคตเจอกับปัญหาด้านการพัฒนา ก็แทบจะไม่มีโอกาสจะทะลวงผ่านไปได้อีกเลย
ยาประเภทนั้นคือการแลกศักยภาพในอนาคตเพื่อพลังในปัจจุบัน ไม่ต่างอะไรจากการดื่มยาพิษเพื่อดับความกระหาย จ้าวอวี่ที่เขาเคยพบในเทียนเฉวียนคลับก็ใช้ยาประเภทนั้นเพื่อการเพิ่มพลังอย่างฝืนธรรมชาติ
เมื่อเทียบกันแล้ว ยาชำระพลังดีกว่ามากอย่างไม่ต้องสงสัยหากต้องพูดถึงข้อบกพร่อง คือมันง่ายที่จะเกิดอาการดื้อยาคนหนึ่งคนสามารถกินยาชำระพลังได้มากที่สุด 12 เม็ด หลังจากนั้นต่อให้กินไปเพิ่มก็ไม่มีผลแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ยาชำระพลังก็ยังคงเป็ที่้าอย่างมาก
นักรบจำนวนไม่น้อยต่างหวังจะได้มีโอกาสมัน เพียงแต่ราคาสูงลิ่ว
เม็ดยาหนึ่งเม็ด ราคาตลาดสูงถึง 5,000 เหรียญดารา ซึ่งเท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือนของพนักงานออฟฟิศทั่วไป ครอบครัวธรรมดาไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายนี้ได้
"หนึ่งขวดยาชำระพลังมีมูลค่า 60,000 เหรียญดารา!"
"บวกกับเงินรางวัล รางวัลของที่หนึ่งจึงมีมูลค่าสูงถึง 110,000 เหรียญดารา!"
"มหาวิทยาลัยไห่อันช่างใจใหญ่จริง ๆ!"
เฉินชวนดวงตาเป็ประกายวูบ
ไม่ต้องพูดถึงเม็ดยา แค่เงินรางวัล 50,000 เหรียญดารา ก็ถือว่าเย้ายวนอย่างมากแล้ว
ถ้าหากได้รับ 50,000 เหรียญดารานี้ เขาก็ไม่ต้องกังวลเื่ค่าเนื้อสัตว์ที่จำเป็สำหรับการฝึกฝนวิชาลมปราณกลืนวาฬไปอีกหลายเดือน
แถมยังสามารถซื้อเนื้อสัตว์อสูร เพื่อเร่งความเร็วในการฝึกฝนได้ด้วย ขณะที่เฉินชวนกำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีข้อความปรากฏขึ้นตรงหน้า
"วินัยคือการแสวงหาความก้าวหน้า ในฐานะนักรบ ต้องกล้าที่จะชิงความเป็เลิศ!"
[จ้าวแห่งความเป็เลิศ: คว้าอันดับหนึ่งในการสอบประจำปีของมหาวิทยาลัยไห่อันเมื่อทำสำเร็จจะได้รับ 1,000 แต้มวินัยความคืบหน้าปัจจุบัน: 0/1]
เฉินชวนชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยินดีจนแทบกลั้นไม่อยู่ มีความสำเร็จใหม่อีกแล้ว!และยังมีรางวัลถึง 1,000 แต้มวินัย! ไม่ต้องคิดมาก เฉินชวนก็ตัดสินใจในทันที การประเมินครั้งนี้เขาจะต้องคว้าอันดับหนึ่งให้ได้!