ตอนที่ 26 รักร้าย ยัยรุ่นน้อง
“มิกกี้พี่มีข่าวร้ายจะบอก? พี่จะไม่ได้ไปรับเราที่โรงเรียนเหมือนทุกวันแล้วนะ เพราะพี่ต้องบินไปอเมริกา 1 เดือนเต็ม เที่ยวบินครั้งนี้ต้องไปศึกษาดูงานธุรกิจของต่างชาติเพื่อจะเราจะนำมาพัฒนาธุรกิจของเรา ข่าวร้ายไปกว่านั้นก็คือ ป๋า กับ ม๋า ก็จะบินไปด้วย เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครอยู่บ้านเลย แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะมีบอดี้การ์ด ดูแลดูห่างๆ ”
พี่เมย์นี่หันหน้าไปพูดกับมิกกี้พรางก็ลูบหัวของน้องสาวอย่างอาไรอาวรณ์
“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่เมย์ มิกกี้โตแล้วนะ มิกกี้ดูแลตัวเองได้น่ะพี่ สบายใจได้หายห่วง”
มิกกี้พูดด้วยความมั่นใจ บนใบหน้าแน่วแน่ในสายคู่นั้นของเขา
“จ้า พี่เชื่อจ๊ะ......แต่พี่จะอดคิดถึงน้องสาวแสนแสบของพี่ได้ไหมละเนี่ย”
พี่เมย์พูดลากเสียงยาวอย่างทะเล้น
แล้วทั้งสองก็เดินเข้าบ้านหลังใหญ่ไปด้วยกัน
“เราจะบินกันเย็นนี้น่ะ? เก็บของขึ้นรถด้วย?”
เสียงปะป๋า สั่งลูกน้องให้ขนสำภาระขึ้นรถ
เขาไม่วายที่จะอดคิดถึงครอบครัวไม่ได้ ทันทีที่ได้ยินเสียงป๋า มิกกี้รีบวิ่งโผล่เข้าไปะโกอดปะป๋าทันที ด้วยความคิดถึง ปะป๋าลูบหัวของมิกกี้เบาๆ อย่างประโลม
“อดทนนะมิกกี้ แล้ววันหนึ่งลูกก็จะเข้าใจ”
ปะป๋าพูดกับมิกกี้แค่ประโยคสั้นๆ แม้เขาจะเด็กเกินไปที่จะรับรู้เื่ราวบางอย่างที่ครอบครัวของเขาทำ
ธุรกิจ แต่เขาก็เข้าใจดีว่าที่บ้านของเขากำลังสอนบทเรียนราคาแพง ให้เขาอยู่ ป๋าเคยบอกเขาว่า ทุกอย่างบนโลกมันคือการแข่งขัน ไม่มีสิ่งไหนเลยที่จะไม่แข่งขันกัน แม้นในโลกธุรกิจก็ด้วย เมื่อใดที่เราอยู่กับที่ไม่พัฒนา คู่แข่งของเรา เขาก็ได้ล้ำหน้าเราไปอีกหนึ่งขั้นแล้ว ป๋าเคยพูดเอาไว้
“ป๋า ม๋า กับพี่เมย์ เราต้องไปแล้ว มีอะไรคุยกันในไลน์นะมิกกี้ ลูกสาวแสนแสบของป๋า หึ?”
ป๋าจูบผมของลูกสาวแสนแสบเบาๆ ก่อนจะแกะมือมิกกี้ออกแล้วเดินขึ้นตู้คันหรูออกไป
ความโดดเดี่ยวมันไม่ได้น่ากลัวหรอกน่ะ เพียงแค่เราไม่คุ้นชินกับมันก็เท่านั้นเอง เราก็แค่ยอมรับมันเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตให้ได้ก็เท่านั้น ป๋าเคยสอนมิกกี้ไว้ ตอนนี้เขากำลังนึกหวนคิดถึงคำสอนของปะป๋า
แต่ก็ไม่วายที่จะฉุกคิดได้ว่า เขาคุยไลน์ค้างไว้กับรุ่นพี่ มิกกี้รีบควักเอามือถือขึ้นมาแล้วเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ทันที
เขารู้สึกกระวนกระวายใจไม่น้อย ไม่ได้ตอบข้อความรุ่นพี่ ทันทีที่มีเสียงไฟปรากฏบนหน้าจอ เขารีบกุลีกุจอกดเข้าไลน์ ทันที
พี่แอมมี่ : คืนนี้พี่ว่าง มาหาพี่ได้นะ?
ข้อความที่ยังไม่ถูกอ่าน ทันทีที่สายตาของเขาเห็นมิกกี้ก็กวาดสายตาไล่อ่าน มิกกี้รีบพิมพ์ตอบกลับรุ่นพี่ทันทีอย่างไม่รีรอ
มิกกี้ : พี่ส่งที่อยู่มาได้ไหม เดี่ยวมิกกี้ออกไปหา
(ส่งข้อความ)
ทันทีที่เขาพิมพ์ข้อความตอบกลับ จนเวลาผ่านไปแล้วผ่านไปเล่า เขาได้แต่เฝ้ารอใครบางคนตอบกลับมา แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวเลยแม้น้อยนิด มีแต่ความเงียบที่มันกำลังส่งเสียงดังก้องกังวานเต็มหูของเขา ใบหน้าเหงาง้อยปนความผิดหวังก็เผยขึ้นบนใบหน้าของเขา
และแล้ว
ข้อความไลน์
ส้มหวาน : มิกกี้แกอยู่บ้านไหม ฉันขอไปนอนด้วยคน?
มิกกี้ฉีกยิ้มด้วยความดีใจ แต่เสียงไลน์นั้นกลับไม่ใช่รุ่นพี่ แต่เป็ยัยส้มหวานเพื่อนสนิทของเขาเอง
มิกกี้ : ใช่ฉันอยู่บ้าน ได้ซิ ตอนนี้แกอยู่ไหน?
ส้มหวาน : ฉันอยู่หน้าบ้านแก
มิกกี้ : รอแป๊ปนะแก ฉันกำลังลงไปหา
มิกกี้วางมือถือลงข้างเตียงแล้วเขาก็รีบะโออกจากฟูกนอนลุกไปหาเพื่อนสาวที่รออยู่หน้าบ้านทันที
เขาเดินตามทางเดินที่เรียงรายด้วยก้อนอิฐสีแดงที่ถูดจัดตกแต่งอย่างสวยงาม ข้างๆ มีแสงไฟส่องสว่างกระจ่างอย่างชัดเจน เขามองเห็นเงาตะคุ่มๆ เล็กๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่
“มิกกี้ ..........?” น้ำเสียงของส้มหวานเรียกชื่อเขาทันที ที่เห็นเพื่อนของตัวเองกำลังเดินออกมาหา
มิกกี้จึงกดปุ่มสวิตช์เปิดประตูบ้านออก เขามองไปที่ส้มหวานก่อนจะพูดขึ้นว่า
“เข้ามาในบ้านก่อนแก”
แล้วส้มหวานจึงเดินเข้ามาในบ้าน มิกกี้จึงกดสวิตซ์เลื่อนบานประตูปิดลง
ทั้งสองเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกัน ก่อนที่มิกกี้จะกล่าวว่า
“มีเื่อะไรหรือเปล่าแก” มิกกี้ถามเพื่อนสาวด้วยความสงสัย
“ฉันมีปัญหากับที่บ้านนิดหน่อยแก เลยหนีออกมาจากบ้าน กะว่าให้ฉันใจเย็นลงกว่านี้ก่อน ฉันจึงจะกลับไป”
“เอ่อๆ ฉันเข้าใจแก แกอยากอยู่ที่นี้กี่วันก็แล้วแต่แกนะ ตามสบาย ส่วนเสื้อผ้าฉันแกก็น่าจะใส่ได้เพราะขนาดตัวแกก็พอๆ กับฉัน ตามสบายเลยนะ”
มิกกี้บอกส้มหวานก่อนที่เขาจะล้มตัวนอนลงบนเตียงนอน
“ขอบใจนะแก” แล้วส้มหวานก็คว้านหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก่อนเดินไปอาบน้ำ
เราจะอยู่ด้วยกันทุกวันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด...........................บอกไรท์ที