บทที่ 23 เรื่องราวในอดีต 8
ทางอัครเดชเขาได้ทราบว่ากลิ่นแก้วตกบันไดเขารีบมาดูเธอทั้งที บ่าวมารายงานว่าเห็นกลิ่นแก้วนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นและเห็นทับทิมยืนอยู่บนบันไดขั้นบนสุดตอนนั้น เขาโกรธมากอยากจะฆ่าทับทิมให้ตาย แต่เธอมาร่ำร้องกล่าวขอโทษขอโพยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจเธอมีปากมีเสียงกับท่านหญิงและท่านหญิงเกิดหน้ามืดร่วงลงไปเองเธอพยายามจะช่วยแล้วแต่ไม่สำเร็จ เขาไม่อยากคิดอะไรมากจึงลงโทษทับทิมโดยการสั่งขังไว้ในห้องตลอดหลังสัปดาห์ และหันกลับมาสนใจอาการของกลิ่นแก้วต่อ หมอฝรั่งที่ดีที่สุดในสมัยนั้นถูกเรียกตัวมาดูอาการกลิ่นแก้วและลูก ชายหนุ่มขอร้องย้ำๆ ว่าอย่างไรเสียขอให้ช่วยชีวิตแม่ก่อนลูกจะเป็นอย่างไรเขาไม่ว่าขอเพียงแค่กลิ่นแก้วกลับมา กลับมาอยู่กับเขาเป็นพอ แล้วก็เป็นดังคำขอหลังจากที่ห่อฝรั่งหาทางรักษากลิ่นแก้วอยู่หลายวันเขาก็สามารถรักษาชีวิตของกลิ่นแก้วให้รอดปลอดภัยได้โดยที่เธอเสียลูกไป อัครเดชเฝ้าคอยดูแลหญิงสาวไม่ห่างไกลแม้เพียงนาทีเขาไม่ยอมกินไม่ยอมนอนเฝ้าแต่มองหน้าเธอพร่ำว่ารักเธออยู่อย่างนั้นขอให้เธอกลับมาอยู่กับเขา เขาจะดูแลเธอให้ดีกว่าเดิมตลอดการภาวนาหลายวันในที่สุดกลิ่นแก้วก็ฟื้น ทันทีที่เธอฟื้น เธอรีบสัมผัสหน้าท้องตัวเองแล้วเมื่อเธอรู้สึกว่าท้องเธอเล็กลงไปเธอแทบจะขาดรอนบัดเดี๋ยวนั้น“ลูกไปแล้ว เขาไปสบายแล้วน้องอย่าเสียใจไปเลย นับแต่นี้ต่อไปพี่สัญญาพี่จะดูแลน้องให้ดีกว่าเดิมเขาจะได้กลับมาอยู่กับเราอีกครั้ง”“กรี๊ดดดด….เพราะท่าน….เพราะท่านคนเดียว ถึงทำให้ลูกข้าตาย..ฮืออ…ท่านมันเลว…กรี๊ด…ท่านมันเข้าตะกอนออกไปอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!!” กลิ่นแก้วทั้งกรี๊ดทั้งร้องไห้โวยวาย“กลิ่นแก้วน้องใจเย็นก่อนเถอะนะ”“ท่านจะให้ข้าจะเย็นได้อย่างไรลูกตาย…ฮือ…เพราะท่าน…ฮือ…หากท่านไม่นำสองแม่ลูกสาระเลวนั่นเข้ามาในบ้านลูกข้าก็คงไม่ตาย ออกไปออกไปเดี๋ยวนี้!!!”อัครเดชพยายามจะปลอบให้หญิงสาวสงบลงแต่ดูเหมือนยิ่งปลอบเธอก็เหมือนจะยิ่งอาละวาด อัครเดชต้องล่าถอยเพราะเห็นว่าระหว่างขาของเธอเริ่มมีเลือดไหลออกมาอีกแล้วกลิ่นแก้วเลือกเห็นเสื้อที่ปักลายดอกไม้เล็กๆ ที่เธอเตรียมเอาไว้ให้ลูกเธอคว้ามันขึ้นมากอด“ลูกจ๋าทำไมทิ้งแม่ไป กลับมาอยู่กับแม่เถอะนะ แม่รักลูก…ฮือ…แม่รักลูก…ฮือ…”หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นไม่ยอมออกจากห้องไม่ยอมกินข้าวกินปลาอะไร ผ่านมา 2 3 วันยิ่งทำให้อัครเดชเป็นห่วงเขาให้บัวคอยดูแลเธออยู่ห่างๆ พยายามจะหว่านล้อมให้กลิ่นแก้วยอมกินข้าวยอมทำอะไรบ้างนอกจากกอดเสื้อลูกตัวเองร้องไห้“ท่านหญิงเจ้าขาได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ ลูกของท่านหญิงจากไปแล้วท่านหญิงก็อย่าจากไปอีกคนเลยนะเจ้าคะ ยอมกินสักหน่อยเธอเจ้าค่ะ ท่านหญิงจะได้มีแรงไปจัดการแม่ลูกสาระเลวนั่น”กลิ่นแก้วได้ฟังแล้วเธอคิดตาม เธอจะมานอนร้องไห้อยู่อย่างนี้ไม่ได้มันฆ่าลูกเธอเธอจะฆ่ามัน ฆ่ามันให้ตายอย่างทรมานให้สมกับที่เธอต้องสูญเสียลูกที่เธอรักไป ลูกรักรอแม่หน่อยหลังจากแม่จัดการมันแล้วแม่จะรีบตามลูกไปกลิ่นแก้วยอมหยิบอาหารตรงหน้าเข้าปาก ลิ้นเธอแทบจะไม่รับรู้ถึงรสอาหารเธอรับรู้เพียงแค่น้ำตาและความเจ็บปวดในตอนนี้วันต่อมากลิ่นแก้วเดินออกจากห้องเห็นทับทิมและอัครเดชกำลังนั่งกินข้าวคุยกัน มันสร้างความโกรธให้เธอมากขึ้นอีก“น้องจากห้องแล้วพี่ดีใจเหลือเกิน” อัครเดชรวบตัวกลิ่นแก้วมากอดหญิงสาวเบี่ยงหน้าหนี ถึงไม่อยากเห็นหน้าเขาแต่เธอก็ยังอุตส่าห์ยกมือขึ้นกอดตอบเขาเพราะรู้ว่าทำแบบนี้ ทับทิมต้องสึกเจ็บช้ำน้ำใจบ้าง“ข้าขอโทษที่แสดงกิริยาไม่ดีต่อท่าน” กลิ่นแก้วพูดพร้อมมองหน้าเขาอย่างอ้อนๆ“ไม่เป็นไรหรอกพี่รู้ว่าน้องเสียใจ”“เช่นนั้นคืนนี้อยู่กับข้าได้หรือไม่ ข้าไม่อยากอยู่คนเดียว” กลิ่นแก้วยิ้มพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนทางอัครเดชก็ดีอกดีใจที่หญิงสาวแสดงกิริยาออดอ้อนตนเช่นนี้ วันนี้เขาแทบจะไม่อยากออกไปดูงานอยากอยู่กับเธอทั้งวันทั้งคืน ก่อนออกไปทำงานชายหนุ่มกอดประคองกลิ่นแก้วไปตลอด ซึ่งครั้งนี้หญิงสาวก็ยอมปล่อยให้เขากอดผิดวิสัยทับทิมและกลิ่นแก้วมองอัครเดชรับสายตาไป กลิ่นแก้วหันกลับมามอง ทางทับทิมแล้วยิ้ม“ฆ่าคนตายทั้งคนแต่มึงกลับยิ้มหน้าระรื่น”“ฆ่าไอ้มารหัวขนนั่นแล้วยังไง ท่านไม่เห็นจะลงโทษอะไรข้าเลย แถมท่านยังพยายามมีลูกกับข้าด้วย”“นอกจากจิตใจต่ำทราม ฆ่าคนได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้วยังตอแหลเก่งด้วยนะมึง ตระกูลท่านไม่มีทางยอมทายาทกับคนชั้นต่ำแบบมึงหรอก”“อีกลิ่นแก้ว”“อีชั้นต่ำ”เพียะ ทับทิมตบกลิ่นแก้วจนเลือกออกมุมปาก“มึงอยากทำอะไรมึงก็ทำเถอะ ทำให้พอใจก่อนที่มึงจะไม่มีโอกาสได้ทำ”กลิ่นแก้วเดินกลับเข้าห้องเธอยกเสื้อลูกขึ้นมากอดอีกครั้ง“ลูกจ๋า มันจะได้ชดใช้สิ่งที่มันทำกับลูกแล้ว นางบัวเอาของพวกนี้ไปขายแล้วนำเงินทั้งหมดไปแจกให้เด็ก ยากไร้รวมถึงผู้ป่วยอนาถา กลิ่นแก้วยกเครื่องเพชรเครื่องทอง รวมถึงผ้าไหมราคาแพงๆ หลายชิ้นออกมา”“ท่านหญิงเจ้าขาแต่นี่มันเป็น ของล้ำค่าของท่านหญิงเลยนะเจ้าคะ หากนำไปขายข้าว่ามันไม่ดี”“ไม่ ข้าใช้มันอีกแล้ว จงนำของพวกนี้ไปขายและนำเงินไปให้คนพวกนั้นเสียและหลังจากนั้นเงินส่วนหนึ่งเอาไป…. " กลิ่นแก้วมเล่าแผนการของเธอให้บัวฟัง บัวฟังแล้วก็ตกใจไม่คิดว่าท่านหญิงของเธอจะคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้แต่อย่างว่าแหละหมาจนตอกมันทำได้ทุกอย่าง เธอไม่ได้ขับเพราะเห็นว่าเป็นการดีแล้วที่กำจัดสองแม่ลูกนั่นออกไปเสียหลังจากนั้นเธอไปหาสามีเธอที่โรงพลอยขอร้องให้สามีพาไปที่บ้าน เพื่อบอกข่าวร้ายต่อพ่อและแม่กลิ่นแก้วคุยกับพ่อกับแม่อยู่นานจนมืดค่ำ“ลูกจ๋านี่มันก็ค่ำแล้วนะ ลูกกลับได้แล้ว” คนเป็นแม่ลูกเตือนกลิ่นแก้วคานเข้าไปอยู่ระหว่างพ่อและแม่ เธอก้มลงกราบเท้าพ่อและแม่“คุณพ่อขาคุณแม่ขาลูกลาแล้วนะเจ้าคะ คุณพ่อคุณแม่รักษาสุขภาพให้ดีด้วยนะเจ้าคะ ลูกรักคุณพ่อคุณแม่มาก" กลิ่นแก้วเข้ากอดพ่อและแม่แน่นและนาน นานจนผู้เป็นพ่อและแม่ต้องดันลูกออก“พ่อกับแม่ก็รักลูกมากเช่นกัน ลูกต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะและรีบมีหลานให้พ่อให้แม่อุ้มเสียที”กลิ่นแก้วไม่ตอบเธอเพียงแค่ยิ้มเท่านั้นหลังจากนั้นกลิ่นแก้วและอัครเดชเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านทั้งสองเห็นว่าบ้านมันเงียบกว่าปกติเล็กน้อย“หากคืนนี้ท่านจะนอนกับข้าไปบอกทับทิมหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่านางจะรอ”“จ๊ะ” เขายิ้มและเดินไปทางห้องทับทิมทันทีที่อัครเดชหันหลังสายตาของกลิ่นแก้วเปลี่ยนไป จากนิ่งๆ เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนเป็นร้ายกาจและสะใจอย่างเห็นได้ชัดเธอมองตามแผ่นหลังของอัครเดช และเมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายของอัครเดชเธอก็รู้ทันทีว่าแผลของเธอสำเร็จแล้ว“พวกมึงทำอันใดในบ้านกู!!”“ไม่ใช่นะเจ้าคะมันข่มขืนฆ่าข้าไม่ได้ยอม” ทับทิมในสภาพเปลือยเปล่าหลังจากเสร็จภารกิจสวาดซึ่งเธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจนั่งคุกเข่าขอโทษ“โจรขโมยที่ไหนจะเข้ามาในบ้านกูได้ข้าไม่ใช่มึงพาเข้ามา“ใช่เจ้าค่ะ ข้ารู้มาสักพักแล้วว่านางมีสัมพันธ์กับชายอื่นนอกจากท่าน แต่ข้าแค่ไม่อยากพูดเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของนาง แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วข้าคงจะมีพูดไม่ได้ ท่านพี่คะนางมีสัมพันธ์กับชายอื่นมากหน้าหลายตา บ่าวไพร่ในเรือนก็รู้กันทั้งนั้นเวลานางไปซ้อมรำนางมักจะถึงเนื้อถึงตัวชายอื่นเสนอ หายท่านไม่เชื่อท่านเรียกบ่าวมาถามก็ได้”“ไม่ใช่นะเจ้าคะท่านหญิงใส่ความข้า”“นอกจากนั้นนางยังเป็นคนทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง บ่าวของข้าเคยได้ยินแม่นางบอกว่าจะให้นางขึ้นเป็นใหญ่แทนข้าและเมื่อถึงวันนั้นนางจะเอาเท้ายันหน้าข้า และครั้งล่าสุดข้า...ข้า...ฮือ…” น้ำตาที่ไหลรินออกมานี้เป็นของจริงเมื่อพูดถึงลูกทีไรเธอเจ็บปวดใจทุกครั้ง “ทับทิมหวังฆ่าข้าโดยผลักข้าตกบันได จนเป็นสาเหตุให้ถ้าแท้งลูก”อัครเดชได้ฟังแล้วเขาโกรธจนตัวสั่นทั้งเรื่องที่ตัวเองถูกสวมเขาและเรื่องลูก“ใครอยู่แถวนี้มาเอาหญิงโฉดชายชั่ว คู่นี้ไปไว้ในคุก! กูจะตัดสินโทษมัน”“น้องกลับไปก่อนเถอะนะ พี่จะจัดการหญิงโฉดนี้ให้เอง”กลิ่นแก้วกลับเข้าห้อง พร้อมกับหยิบเสื้อลูกมากอด“ลูกจ๋าแม่ทำสำเร็จแล้ว อีชั่วนั่นมันกำลังจะโดนลงโทษ”ผ่านไปนานหลายชั่วโมงนางบัวเข้ามารายงานว่าคุณท่านสั่งประหาร นางทับทิมหลังจากที่นางทับทิมโดนซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายหลายชั่วโมง ส่วนแม่มันและวงดนตรีถูกขับไล่ออกจากบ้านโดยไม่ให้สมบัติติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียวหลังจากได้รับรายงานจากนางบัวสักพักหนึ่งกลิ่นแก้วเดินลงไปข้างล่างไปหานางทับทิม เธอมองนางทับทิมในสภาพสะบักสะบอมไม่เหลือเค้าโครงความงดงามเหมือนแต่ก่อน เธอเห็นนางทับทิมเงยหน้าขึ้นมองเธอยิ้ม เธอเก็บกุญแจเปิดประตูกรงขังตรงกันข้ามซึ่งขังชายที่เธอให้มาข่มขืนทับทิม ซึ่งมีสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างจากทับทิมเลยกลิ่นแก้วปลดกุญแจมือกุญแจเท้าให้พร้อมกับยื่นก้อนทองให้สองสามก้อนและยาสมานแผลอย่างดี“รีบไปซะ”"ขอบพระคุณท่านหญิงมากขอรับ"จากนั้นเธอจึงเดินเข้าไปหาทับทิมแล้วก็เป็นดังที่ทับทิมเคยทำให้เธอและเวทิศเห็นในวันต่อมาทับทิมในสภาพสะบักสะบอมถูกนำมาไว้หน้าเมืองพร้อมกับมีผู้คนป่าวประกาศกันให้ทั่วถึงความผิดของทับทิม ทับทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นมองหาใครก็ตามที่จะช่วยเธอแต่ไม่มีเลยเธอมองไปทางอัครเดชเขาก็ไม่แม้แต่จะมองเธอ เธอมองไปที่กลิ่นแก้วเธอก็เห็นแต่แววตาสะใจที่เธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เธอมองหาแม่และวงดนตรีที่เธออยู่ด้วยมาตลอดแต่ไม่มีวี่แวว ทับทิมรู้ว่าตนเองไม่รอดแน่จึงหันมาจ้องหน้ากลิ่นแก้วเธอจะจดจำใบหน้านี้เอาไว้ไม่ว่า ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติกูก็จะรอรอเพื่อแก้แค้นหญิงชั่วผู้นี้ทุกชาติไป เธอมองไปทางอัครเดช ท่านพี่ชาตินี้ข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองไม่ได้แต่หากชาติหน้าหรือชาติไหน ข้าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้และเราจะได้กลับมารักกันเหมือนเช่นเดิม หลังจากนั้นเพชฌฆาตเริ่มไล่รำดาบข้างๆ ตัวเธอและฟันคอประหาร ทับทิมท่ามกลางเสียงบ่นด่าของชาวบ้านทั้งหลายที่สาปแช่งหญิงชั่วที่คิดคบชู้สู่ชายซ้ำยังทำร้ายคนท้องหลังจากการประหารสิ้นสุด ทุกคนทยอยกันกลับมีเพียงแค่กลิ่นแก้วเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ที่เดิมเธอมองหัวของทับทิมที่โดนเสียบประจานเอาไว้ตรงนั้น“น้องจะอยู่ตรงนี้ไปใย ไม่มีอะไรน่ามองเลย”“เอาหัวนางรมมาได้หรือไม่เจ้าคะ ถึงนางจะทำผิดแต่นางก็ได้รับโทษไปแล้วหลังการตายของนางนางไม่ควร ด้รับความอัปยศอีกต่อไป” กลิ่นแก้วพูดขึ้นมาลอยๆ ถึงเธอจะโกรธเกลียดทับทิมแค่ไหนแต่จิตใจดีที่มีเมตตาสงสารของเธอหลังจากเห็นหญิงชั่วได้รับผลกรรมไปแล้ว เธอก็ไม่อยากให้ทับทิมได้รับความอัปยศอีกต่อไปอัครเดชยอมทำตามที่กลิ่นแก้วขอเขาให้คนนำหัวของทับทิมลงมา“ข้ายากนำข้าวของ ของนางรวมถึงหัวนี่ไปทำพิธีแล้วฝังเอาไว้ที่คุ้มของท่านให้นางได้อยู่รักและรับใช้ท่านตลอดไป”“ตามใจน้องเถอะ” กลิ่นแก้วให้คนไปทำบุญและนำข้าวของของทับทิมที่สามีเธอเป็นคนให้ฝังลงในหีบท้ายคุ้ม“นี่คือสำหรับที่มึงทำให้ลูกกูตายชีวิตแลกด้วยชีวิต” เธอกับหีบก่อนลงดินกลิ่นแก้วกลับมานั่งเขียนจดหมายในระหว่างที่เธอให้นางบัวไปนำผ้าที่เธอทอเอาไว้สำหรับห่มให้ลูกขึ้นมาให้“บัวข้าขอบคุณมากที่คอยดูแลข้ามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย” กลิ่นแก้วถอนกำไรทองคำที่เธอสวมอยู่ให้บัว “นี่คือของตอบแทน”“ท่านหญิงเจ้าขาใย ท่านหญิงจึงพูดเช่นนี้ละเจ้าคะ ข้ากลัวนะเจ้าคะ“ไม่มีอะไรหรอกข้าแค่อยากขอบคุณเจ้าไปเถอะมีการมีงานอะไรก็ทำให้เรียบร้อยเสีย”“เจ้าค่ะ”หลังจากบัวออกไป ในห้องมีเพียงกลิ่นแก้วลำพังเธอกวาดสายตามองไปรอบห้องจดจำวันคืนกับสามีเธอ ที่เธอทั้งรักทั้งชังเขา เขาเป็นคนทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้แต่ทำไมใจเธอกลับรักเขาลงไปได้เสียอย่างนั้นเธอลูบเตียงที่เธอมอบกายมอบใจให้แก่เขา“ข้าทั้งรักทั้งชังท่าน นับแต่นี้ต่อไปท่านจะเสวยสุขจะทำอะไรกับใครก็เรื่องของท่าน”กลิ่นแก้วใช้ผ้าที่เธอตั้งใจทอเอาไว้ห่มนอนให้ลูกขึ้นไปผูกคอ คือบ้านขณะที่หญิงสาวกำลังจะสิ้นลมเธอไม่แม้แต่จะร้องไห้หรือจะดิ้นรนให้หลุดจากบ่วงเธอเหนื่อยแล้วกับการมีชีวิตของชดใช้ให้ทับทิมด้วยชีวิตเหมือนที่ทับทิมชดใช้ให้กับลูกในท้องเธอด้วยชีวิตเช่นกันได้เวลาอาหารอัครเดชนั่งรอกลิ่นแก้วกินอาหารนานแล้วไม่เห็นกลิ่นแก้วจะมาเสียที เขาจึงไปตามเธอในห้อง ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกใจเขาเหมือนจะขาดลงตรงนั้น“กลิ่นแก้ว!! น้องทำแบบนี้ทำไม…ฮือ…น้องทำแบบนี้ทำไม”อัครเดชเข้าไปกอดร่างไร้วิญญาณของกลิ่นแก้ว เขาถามร่างไร้วิญญาณของเธอซ้ำไปซ้ำมาว่าเธอทำแบบนี้ทำไมพิธีศพของกลิ่นแก้วถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของเธอ โดยมีอัครเดชเป็นเจ้าภาพเขาเหมือนร่างคนไร้วิญญาณซูบผอมเพราะความรู้สึกผิดในมือของเขาถือซองจดหมายที่กลิ่นแก้วเขียนเอาไว้ให้เนื้อความในจดหมายข้าเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดเอง ข้าเป็นคนใส่ร้ายทับทิมว่านางคบชู้สู่ชายทั้งนางไม่ได้ทำหรอกหากแต่เรื่องที่นางฆ่าลูกของข้ามันเป็นเรื่องจริง ข้าเกลียดนางแค้นนางมาก ข้าจึงออกอุบายนี้ขึ้นมาให้นางตายด้วยน้ำมือของท่านชายที่นางรัก ข้าคิดว่าท่านคงรู้สึกผิดกับเรื่องนี้มันก็สมควรแล้วที่ท่านจะรู้สึกเช่นนี้ในเมื่อท่านเป็นคนทำลายชีวิตข้าเป็นคนฆ่าลูกของตัวเองท่านจะรู้สึกเช่นนี้มันก็ไม่ผิดหรอก ทรัพย์สมบัติของข้าทั้งหมดข้าขอยกให้กับการแพทย์ ให้เขานำไปช่วยผู้ป่วยยากไร้รวมถึงเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งเผื่อว่าการบริจาคครั้งนี้มันจะช่วยลบล้างความผิดของข้าได้บ้าง ข้าของฝากท่านดูแลพ่อและแม่ขอข้าด้วย และมีเรื่องสุดท้ายที่ถ้าอยากจะพูดข้าอยากพูดมันนานแต่ไม่เคยได้มีโอกาสสักที…ข้ารักท่านหลังจากเมียตายอัครเดชทำตามความต้องการของกลิ่นแก้วทุกอย่างเขา เขายกกิจการของเขาให้กับน้องชายและนำเงินทั้งหมดที่เขามีนำมาทุ่มให้กับการแพทย์ตามที่กลิ่นแก้วต้องการเขาพยายามทำงานให้หนักทุกวันเพื่อจะได้หลงลืมความเจ็บปวดที่ตัวเองทำลายชีวิตผู้หญิงถึงสองคนและลูกน้อยของตัวเองที่กำลังจะเกิดมา การทำงานที่หนักหน่วงเกินไปทำให้สภาพร่างกายของเขาทรุดโทรมอย่างเร็วจนในที่สุดเขาก็จากไป ในมือของเขากำแหวนแต่งงานของตัวเองและกลิ่นแก้วเอาไว้เสมอ ในวาระสุดท้ายก่อนเขาจะหมดลมเขายิ้มแล้วภาวนาว่าตัวเองจะได้เจอกลิ่นแก้วและลูกน้อยของตัวเองบทนี้ผ่านมาบทบรรยายยาวมาก ทุกคนเบื่อมั้ย เราไม่อยากใส่บทพูดเข้าไปเยอะๆ เพราะว่ากลัวเรื่องย้อนอดีตกลัวมันจะยาวเกิน 10 ตอน ขึ้นมาจริงๆ ถ้าหากมันทำให้ทุกคนเบื่อก็ขอโทษด้วยนะ