“แล้วพวกท่านขึ้นมาถึงเรือนชั้นห้าของข้าได้อย่างไร ในเมื่อองครักษ์ของข้าเฝ้าเวรยามหนาแน่นถึงเพียงนั้น?”
“ข้าก็เดินขึ้นมาตรง ๆ นี่แหละ ไม่เห็นจะมีผู้ใดมาขวาง ทำไมหรือ?”
รุ่ยอ๋องไร้ท่าทีสงสัยด้วยนิสัยถือตนของเขา ไม่เคยมีผู้ใดกล้าเข้ามาขวางทาง ทว่าแม่ทัพหรงเยว่กลับนิ่งงันไป ขมวดคิ้วมุ่นคล้ายกับว่าจะนึกเื่สำคัญออก “ช้าก่อน... ข้าเพิ่งจำได้จริง ๆ เหตุใดการคุ้มกันของหอหงเหมยจึงหละหลวมเพียงนั้น ทั้งที่องครักษ์ของเ้าแทบจะถวายหัวให้นายหญิงใหญ่ หากมีผู้ใดแปลกปลอมเข้ามาแม้เพียงก้าวเดียว พวกเขาต้องกรูกันมาล้อมจับพวกข้าที่กำลังเมามายไร้สติเพราะยาปลุกกำหนัดไปแล้ว”
พอนึกถึงความผิดปกติที่ดูอย่างไรก็ไม่เป็ธรรมชาตินี้ หว่านฉิงก็ถึงกับกัดฟันกรอด
“เป็ฝีมือเทพนั่น... ไอ้เทพบ้าตัณหา!” นางสบถลอดไรฟัน พลางด่ากราดสิ่งลี้ลับที่บงการชีวิตนาง หากไม่ติดว่าค่ำคืนนั้นนางเจ็บเจียนตาย เพราะต้องรับของใหญ่ถึงสาม! นางย่อมนึกขอบคุณมันอยู่ลึก ๆ
[ระบบไม่ได้ทำอะไรมาก เพียงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้องค์ชายจิ่งเหยียนเล็กน้อย ระบบไม่สามารถแตะต้องตัวละครหลักได้โดยตรง เื่เบิกทางองครักษ์ก็ช่วยโฮสต์ทั้งนั้น ระบบเป็ผู้ช่วยเหลือเสมอ!]
[ติ๊ด! เปิดโหมดอำมหิต: เรียกคะแนนสงสารจากตัวละครเอก เพื่อความอยู่รอดของโฮสต์นะขอรับ!]
สิ้นเสียงระบบ ร่างระหงของหว่านฉิงก็ถูกแรงลึกลับกระแทกจนปลิวตกจากเตียงลงไปกองกับพื้นดื้อ ๆ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของบุรุษทั้งสาม โดยเฉพาะเยี่ยนเฉิงที่อยู่ใกล้นางที่สุดแต่กลับคว้าตัวไว้ไม่ทัน
นางโอดครวญอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป หรงเยว่ชักดาบออกมาครึ่งฝัก ั์ตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่เห็นสตรีตรงหน้าถูกทำร้ายโดยไม่อาจปกป้อง
“มีบางอย่าง... อยู่ในห้องนี้...” เขามองไปรอบ ๆ โดยสัญชาตญาณ เช่นเดียวกับรุ่ยอ๋องและเสนาบดีหนุ่มที่เป็ทั้งบุ๋นและบู๊
รุ่ยอ๋องตวาดกร้าว “บังอาจทำร้ายคนของข้า! จะจับตัวมันมาสับเป็หมื่นชิ้น แก้แค้นแทนเ้าให้ได้!”
หว่านฉิงน้ำตาคลอเบ้า ร่างกายที่อ่อนแอลงอย่างรวดเร็วทำให้เสียงเล็ก ๆ ของนางสั่นเครือ
“ข้าเหนื่อยเหลือเกิน...” นางพยายามพยุงตัวขึ้นกลับไปนั่งบนเตียงอย่างยากลำบาก “อีกไม่นานข้าก็ต้องจากโลกนี้ไปแล้ว... พวกท่านไม่ต้องลำบากพิจารณาข้าไปเป็ฮูหยินของพวกท่านหรอกเ้าค่ะ”
คำพูดตัดพ้อที่แฝงไปด้วยความตายทำให้หัวใจของบุรุษทั้งสามกระตุกวูบ พวกเขาบดกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ความเย่อหยิ่งที่มีมลายหายไปสิ้น
รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับความระทมทุกข์ เมื่อหว่านฉิงรู้สึกถึงความเหน็บหนาวไปทั่วกาย ราวกับถูกฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง แม้นางจะซุกตัวนอนในอ้อมอกอุ่นตลอดคืน
ร่างระหงสั่นเทาอย่างรุนแรงจนฟูกหนานุ่มะเืตาม ภายใต้แสงตะวันสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ผิวที่เคยขาวนวลบัดนี้กลายเป็ขาวซีดไร้สีเื หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมตามไรผม
“ต้องไป... งานประมูล... ข้าจะไปงานประมูล...” นางพยายามเค้นเสียงลอดไรฟันที่กระทบกันดังกึกๆ เยี่ยนเฉิงคลุกคลีอยู่กับนาง พลันคว้านางเข้าไปกอด นางได้กลิ่นหอมสะอาดของบัณฑิตหนุ่ม ตามด้วยกลิ่นที่เย้ายวนใจเป็อย่างมาก เหมือนพวกหนุ่มเพลย์บอยในไนต์คลับ คงเป็กลิ่นของท่านอ๋อง
“เ้าไม่ไหวแล้วหว่านฉิง อย่าฝืนเลย ข้าจะไปจัดการให้เอง เ้าอยากได้สิ่งใด เพียงบอกข้ามาคำเดียว” รุ่ยอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเวทนา เขามองดูโฉมงามที่บัดนี้เปราะบางราวกับแก้วร้าวที่จวนจะแตกสลาย เรียวปากงามสั่นระริก ก่อนที่นางจะสำลักไอจนอาเจียนออกมาเป็โลหิตสีเข้ม
“หมอ ๆ หมออยู่ไหน!?” หรงเยว่ที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่นไปเรียกหมอหญิงให้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ท่านหมอวางยาไว้บนโต๊ะด้วยท่าทางหนักใจแล้วออกไป เมื่อไม่มีถอนพิษ นายหญิงก็ต้องอดทนเช่นทุกวันที่นางอดทนกับมันมาโดยตลอด
ความเ็ปเสียดแทงลึกถึงกระดูกจนสติที่เริ่มพร่าเลือน หว่านฉิงพึมพำแ่เบาในลำคอด้วยความสิ้นหวัง
“ขอยาแก้ปวดหน่อยไม่ได้หรือ? ท่านระบบ... ท่านเป็เทพผู้มีเมตตา ข้าจะไม่ด่าท่านอีกแล้ว” นางซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของหรงเหย่ เขาบรรจงลูบไรผมงามเบา ๆ ด้วยแววตาเวทนา หลังจากที่รุ่ยอ๋องลุกไปหยิบถ้วยยาวางบนโต๊ะข้างหัวเตียง หมอหญิงกล่าวว่าจะต้องรอให้นายหญิงหยุดอาเจียนเสียก่อนค่อยป้อนยา
[ติ๊ด! ร้านค้าปิดทำการชั่วคราวขอรับ วันนี้เป็วันหยุดราชการ เนื่องจากเทศกาลโคมไฟใกล้เข้ามาแล้ว ท่านอ๋องหยุด ท่านแม่ทัพหยุด ท่านเสนาบดีก็หยุด... ร้านค้าของระบบก็ต้องหยุดสิขอรับ!]
“ไอ้...!” หว่านฉิงสบถออกมา นางแหวอยู่ในใจ ‘วันหยุดอะไรอีกวะ!’
[แต่ถ้าโฮสต์้าจริง ๆ ระบบมีข้อเสนอพิเศษ... ยาแก้ปวดหนึ่งเม็ด แลกเปลี่ยนกับ ‘กิจกรรมเร่าร้อนกระชับมิตร’ กับเมนโปรด ภารกิจนี้สำคัญเป็อย่างมาก เพื่อเพิ่มคะแนนความหลงใหลของตัวละครเอกนะขอรับ]
หญิงสาวที่เมื่อครู่ยังไร้เรี่ยวแรงเจียนสิ้นสติ อยู่ดี ๆ กลับมีแววตาเกรี้ยวกราดราวกับเป็คนละคน แม้บุรุษทั้งสามจะเห็นนางคุยกับอากาศ ทว่าคนที่โอบกอดนางอยู่อย่างหรงเยว่กลับรู้สึกเสียวสันหลังประหนึ่งโดนนางด่าทออยู่ก็มิปาน
“แกบ้าไปแล้วรึไง! สภาพฉันร่อแร่จนจะหายใจไม่ไหวอยู่แล้ว แกยังจะให้ฉันทำกิจกรรมเร่าร้อนเพื่อแลกยาแก้ปวดเนี่ยนะ! ไม่คิดว่าฉันจะตายก่อนได้ไปงานประมูลหรือไงไอ้ระบบโง่!”
[ไม่เอาก็ไม่ว่านะขอรับ ระบบไม่บังคับ...]
“ฉันโกรธจนจะเป็บ้าตายอยู่แล้ว! ให้ตายสิ ฉันต้องทำยังไง!?”
[ทำเื่นั้นไงขอรับโฮสต์ นั่นเมนโปรดของโฮสต์เลยนะ โธ่... ในโลกของโฮสต์ โฮสต์ก็ทำงานปางตายเพื่อแลกกระดาษโง่ ๆ ที่แปะติดหน้าตาของพวกเขามานะขอรับ]
หว่านฉิงกรีดร้องลั่นอยู่ในใจ พลางตวัดสายตามองบุรุษทั้งสามที่ยังคงเบียดเสียดกันอยู่บนเตียงของนาง แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดลุ้นระทึก
“ท่านเทพ... ว่าอย่างไรบ้างหรือ? เจี่ยเจีย” เยี่ยนเฉิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลทว่าคาดหวัง คล้ายกับว่าเขาแว่วเสียงบางอย่าง เช่นเดียวกับพี่ชายทั้งสอง
หว่านฉิงหลับตาลงแน่น แต่ละคนล้วนเป็อาหารตาชั้นเลิศที่นางเคยคลั่งไคล้ แต่ในสถานการณ์ที่ความตายจ่อคอหอยเช่นนี้...
นางออกแรงผลักแผงอกแกร่งที่โอบกอดนาง ฝืนสังขารที่สั่นเทาพยายามจะลุก โดยมิยอมปริปากคุยกับผู้ใด ตาจ้องเขม็งไปยังประตูห้อง ะโใส่เ้าระบบบ้าตัณหาเสียงดังลั่น
“ฉันไม่ง้อแกหรอก!”
สิ้นคำประกาศกร้าว เสียงสัญญาณเตือนภัยกลับแผดก้องอย่างน่ากลัวกว่าครั้งใด พลันรอบเตียงกว้างกลับปรากฏกำแพงล่องหนประหนึ่งกระจกใสที่มองไม่เห็น มันปิดกั้นนางและบุรุษทั้งสามออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง หว่านฉิงยกมือขึ้นทุบอากาศอย่างลนลาน ขณะที่บุรุษอีกสองคนได้แต่ยกมือขึ้นแตะมันเบา ๆ ด้วยสีหน้าฉงน
“นี่มันเื่อะไร?”
บุรุษทั้งสามมองหน้ากันพลางพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ประหลาดในหัว รุ่ยอ๋องคว้าหมับเข้าที่ข้อมือนางเพื่อฉุดรั้ง ไม่ให้นางทุบตีกำแพงโปร่งใสจนเจ็บตัวไปมากกว่านี้
“เ้าใจเย็น ๆ ก่อน หว่านหวาน”
หรงเยว่พยายามปลอบประโลมหญิงสาวผู้มีสีหน้าสิ้นหวัง ยามถูกกักขังอยู่ในพื้นที่เหนือธรรมชาติที่ไร้ทางออก ขณะที่พวกเขากลับทำเพียงลองยกมือขึ้นแตะกำแพงนั้นด้วยปลายนิ้วเบา ๆ สีหน้าฉายแววประหลาดใจระคนตื่นเต้น มิได้แสดงความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย
รุ่ยอ๋องครุ่นคิดว่าหากใช้ดาบฟันลงไปแรง ๆ ก็น่าจะลองดูได้ ทว่าเขากลับเฝ้าดูสถานการณ์ ด้วยลึก ๆ ในใจคิดว่าเทพที่นางอ้างถึงนั้นไม่น่าจะทำอันตรายนาง ไม่แน่ว่าอาจเป็ภูตผีสักตัวก็ได้ มันคงกักขังนางด้วยเหตุผลบางประการ
[10... 9... 8... เลือกได้หรือยังขอรับโฮสต์? ระบบจะปิดการเจรจาแล้วนะขอรับ!]
หว่านฉิงขบกรามแน่น ั์ตาสั่นระริกมองไปยังเสือร้ายทั้งสามที่รายล้อมอยู่บนเตียง ก่อนจะโถมกายเข้าหาหนึ่งในบุรุษเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว...