“ข้าคงทำอย่างที่เ้าพูดไม่ได้ ต่อให้ชายผู้นี้จะเป็ทหารของแคว้นศัตรูแต่เมื่อข้าพบเขาแล้ว ข้าก็ต้องรักษาจะปล่อยให้คนผู้นี้ตายต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร ข้าในฐานะแพทย์หญิงผู้หนึ่งจักต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด”ไม่ว่าเปล่า แต่นางกลับช่วยพยุงร่างหนาที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้าอย่าทุลักทุเล จนเสี่ยวหลานทนไม่ไว้ต้องรีบเข้ามาช่วยเ้านายพยุงร่างคนาเ็เข้าไปในกระโจมที่พักขององค์หญิง ซึ่งนางก็ไม่เห็นด้วยนักแต่ก็ขัดพระบัญชาไม่ได้
“ให้เขาพักที่นี่จะดีเหรอเพคะ”เสี่ยวหลานเอ่ยขัดเมื่อมองเห็นถึงความไม่เหมาะสมและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับองค์หญิงของนาง
“ก็เ้าพูดเองว่าคนผู้นี้อาจเป็คนต่างแคว้น หรือพวกสายลับ หากข้าพาเขาไปรักษาในกระโจมคนป่วยไม่แคล้วคงถูกเหล่าทหารฆ่าตาย แล้วข้าจะพาเขามารักษาเพื่ออะไร”องค์หญิงเย่วซินคิดทบทวนแล้วกระโจมของนางคงปลอดภัยที่สุดเพราะไม่มีทหารหรือสายตรวจกล้าเข้ามาตรวจค้น
“แต่พระองค์อาจได้รับอันตราย”เสี่ยวหลานยังคงเป็ห่วงเ้านายของตน
”อย่าห่วงเลย หากข้าช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งแล้วเขายังจะทำร้ายข้า ก็ให้ถือว่าเป็คราวเคราะห์ของข้าเถิด”
“แต่ว่า”
“เ้าเอาเวลาที่มาเป็ห่วงข้าไปรีบเตรียมสมุนไพรเถิด ก่อนที่ชายผู้นี้จะทนผิดาแไม่ไหวแล้วสิ้นใจไปเสียก่อน แล้วสิ่งที่ข้าทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า”เย่วซินหันไปหยิบกระดาษและพู่กันจดรายชื่อสมุนไพรที่้าปรุงยารักษาส่งให้นางกำนัลคนสนิทของตน ก่อนจะเดินไปยังร่างสูงใหญ่ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง จัดการเปิดเสื้อคลุมสีดำขึ้นมองไปตามแผ่นอกที่ตึงแน่นไปด้วยกล้ามกล้ามเนื้อราวกับคนที่ได้ผ่านการฝึกฝนร่างกายมาเป็อย่างดี สองแก้มนวลขึ้นริ้วแดงอย่างไม่รู้ตัว ด้วยตัวนางที่เป็หมอใช่ว่าจะไม่เคยเห็นแผ่นอกของบุรุษมาก่อน ยิ่งเหล่าทหารกล้าด้วยแล้ว แต่ทำไมบุรุษตรงหน้านี้จึงทำให้นางรู้สึกใจสั่นอย่างที่ไม่ควรจะเป็ เย่วซินรีบส่ายหน้าให้กับความคิดของตนก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับาแที่เขียวช้ำจนน่ากลัว
“แผลถูกธนูมีพิษ”เย่วซินพูดกับตนเองและหยิบเม็ดยาสลายพิษที่ปรุงขึ้นด้วยตนเองใส่ปากร่างที่ยังคงหมดสติ
”ท่านโชคดีนะที่เจอข้า ไม่อย่างนั้นคงได้ก้าวขาข้างหนึ่งไปพบยมบาลเสียแล้ว”องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเว่ยพูดกับคนาเ็ที่ไร้สติไม่แม้แต่จะได้ยินคำพูดของนาง
“ได้แล้วเพคะองค์หญิง”เสี่ยวหลานที่พึ่งกลับจากการไปเอาสมุนไพรรีบนำมาให้นายของตน
“คนผู้นี้ได้รับพิษเ้าต้องช่วยข้า”เย่วซินหันมาบอกนางกำนัลของตนก่อนจะช่วยกันปรุงยาสมานแผล และนำมาปิดาแที่ดูจะเขียวคล้ำกว่าเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนมาก และมอบหมายให้เสี่ยวหลานไปต้มยาตามที่นางจัดให้เพื่อป้อนให้คนป่วย
ผ่านไปหลายชั่วยามร่างสูงที่นอนหมดสติก็ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้น ดวงตาคู่คมมองสำรวจไปยังรอบกายของตนก่อนจะพบว่าเวลานี้เขาอยู่ในกระโจมแห่งหนึ่งและข้างกายเขามีหญิงสาวผู้หนึ่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียงที่เขานอนพักรักษาตัวอยู่
“ท่านฟื้นแล้ว”เย่วซินรู้สึกตัวตื่นเมื่อคนที่นางเฝ้าดูอาการอยู่หลายชั่วยามจนเผลอหลับไปฟื้นขึ้นมา
“เ้าเป็ใคร”ร่างสูงเอ่ยถามด้วยเสียงทรงพลัง น้ำเสียงดูน่ายำเกรงมากกว่าที่คนป่วยจะเอ่ยใช้กับผู้มีพระคุณเช่นนาง
“ข้าคือคนที่รักษาท่าน”องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเว่ยตอบกลับด้วยเสียงแข็ง ย่างไม่พอใจเช่นกัน
“ข้าต้องขอบใจแม่นาง”เมื่อรู้ว่าโฉมสะคราญตรงหน้าคือผู้มีพระคุณและเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจของนางเขาจึงใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลขึ้น
“ไม่เป็ไร มันเป็หน้าที่ของข้า”
“แม่นางเป็หมออย่างนั้นเหรอ”ร่างสูงถามอย่างสงสัย เมื่อไม่คิดว่าจะพบเจอหมอหญิงที่มีรูปโฉมงดงามเยี่ยงนี้
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”คนที่ไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนเอ่ยตอบอย่างขอไปที เนื่องด้วยไม่อยากให้คนตรงหน้าสอบถามให้มากความ
“แล้วพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด”
“ชายแดนแคว้นเว่ย”คำตอบของหญิงสาวตรงหน้าทำให้หัวคิ้วของคนป่วยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
‘นี่เขากลบหนีจนเข้ามาถึงชายเดินแคว้นเว่ยเลยหรือ และยังให้คนของแคว้นศัตรูช่วยรักษาอีก’เมื่อเห็นถึงความไม่ปลอดภัยร่างสูงจึงฝืนร่างกายที่ยังคงอ่อนแรงเพื่อลุกขึ้น
“ท่านจะทำอะไร”เย่วซินรีบลุกไปประคองร่างคนป่วยที่ไม่รู้จักเจียมตน ที่พยายามลุกขึ้นทั้งที่ร่างกายยังคงอ่อนแรง
“ข้าจะไปจากที่นี่”ร่างสูงหันกับมาบอกกับหญิงสาวด้วยโทสะ เมื่อยามนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประคองเขาแต่นางกลับผลักร่างของเขาให้กลับลงไปนอนที่เตียงนอนอีกครั้ง
“ท่านยังไปจากที่นี่ไม่ได้ หากยังไม่อยากตาย แผลของท่านถูกธนูอาบยาพิษ ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนกระดูก ข้าจึงให้ยาสลายพิษและยาขับพิษแก่ท่าน แต่ถ้าท่านดื้อรั้นจะไปตอนนี้ไม่เพียงแต่พิษในร่างกายจะกระจายไปทั่วร่าง แต่แม้แต่ร่างกายท่านก็จะไม่คงเหลือสภาพเดิมให้แม้แต่ครอบครัวได้จดจำ”นางมิได้ข่มขู่ แต่พิษที่เขาได้รับนั้นรุนแรงมากกว่าทุกพิษที่นางเคยพบเจอพิษนี้จะกระจายไปทั่วร่างหากขยับเขยื้อนตัวและเมื่อถึงเวลานั้นแล้วพิษจะกัดกร่อนร่างกายจนเน่าแฟะแทบจำใบหน้าเดิมไม่ได้
“นานแค่ไหน”เมื่อได้ฟังร่างบางตรงหน้าบอกกอรปกับร่างกายของเขาที่ดูจะทรุดลงทันทีที่ขยับร่างกายเขาจึงจำยอมต้องทำตามที่นางบอก
“อย่างเร็วก็เจ็ดราตรี”เย่วซินคำนวณเวลาที่ชายตรงหน้าต้องรับยา และด้วยร่างกายเขาที่แข็งแรงอยู่เป็ทุนเดิมคงฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
“ข้าจะอยู่ที่นี่ให้เ้ารักษา แต่ว่า”
“เื่ของท่านจะเป็ความลับ”นางกล่าวเพราะเข้าใจถึงความกังวลของอีกฝ่ายดี จากการที่นางได้พูดคุยด้วยแล้วดูท่าชายผู้นี้จะไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ อาจจะมีตำแหน่งใหญ่โต ของแคว้นจ้าวก็เป็ได้
“ขอบใจแม่นางมาก บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”เขายกมือขึ้นคำนับให้แก่นางผู้มีพระคุณ โดยหญิงสาวหารู้ไม่ว่ามือคู่นี้หาได้เคยยกขึ้นคำนับใครนอกจากพระบิดาและพระมารดาของตน
“ข้าไม่เคยถือเอาเื่ช่วยชีวิตคนมาเป็บุญคุณ ท่านพักผ่อนเถิดจะได้ฟื้นตัวได้เร็ว”เย่วชินจัดการดึงรั้งผ้าห่มมาปกปิดร่างกายคนป่วยที่้ามีแค่ผ้าพันแผลพันไว้เท่านั้นเพราะกลัวว่าเขาจะรู้สึกหนาวเนื่องจากพิษไข้ที่กำลังเล่นงานอยู่ตอนนี้
มุมปากของคนยิ้มยากยกขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว แม่นางคนนี้ทำให้เขาสนใจและประทับใจในเวลาเดียวกัน หญิงสาวที่มีรูปโฉมงามล่มเมืองแต่กลับเชี่ยวชาญด้านการแพทย์อีกทั้งกริยางดงามราวกับถูกสั่งสอนมาเป็อย่างดี แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว แต่จิตใจนับว่างดงามยิ่งนัก เขาคิดว่านางคงดูออกถึงลักษณะท่าทางที่ไม่ธรรมดาของเขา นางอาจจะดูออกด้วยซ้ำว่าเขาไม่ใช่สามัญชนธรรมดาแต่กลับเลือกที่จะช่วยชีวิตและช่วยปิดบังเื่ของเขาอีก แม่นางผู้นี้ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับสตรีใดมาก่อน