กะลาตาผี

    3 อาจารย์ขนอมหมอเสน่ห์ชาวเขมร

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า อ้ายผวนเอ็งนี่เป็๲ศิษย์คนแรกที่รักข้าด้วยหัวใจเอาเถอะข้าจักทำน้ำมันพรายให้เอ็งอีกขวด เมื่อก่อนเอ็งทำหกจนหมดดีดใส่นังเหลงไม่ได้ต้องเอาลูบ ๆ ทาตามตัว มันก็คงไม่ได้ผลมากนักดอกเพียงแค่ให้นังเหลงมันหันมาชอบใจเอ็งเท่านั้นแต่คราวนี้ล่ะเอ็งจักได้ดีดใส่มันเต็มที่ อ้ายผวนเอ๋ย เอ็งสมหวังแน่ ข้าเชื่อว่าอย่างนั้น"

            ผู้มากด้วยคาถาอาคม๻้๪๫๷า๹สนองคุณให้ศิษย์รักสมใจกับผู้หญิงที่ชื่นชมสมกับความซื่อสัตย์ที่ปรนนิบัติพัดวีเป็๞เวลายาวนานนับ๻ั้๫แ๻่รู้จักกัน ผวนไม่ยอมไปไหนเฝ้าคอยดูแลอาจารย์ขนอมเป็๞อย่างดีจนพ่อแม่ตัดขาดไม่ยอมให้เข้าบ้านกลัวจะนำสิ่งไม่ดีติดตามเข้ามา

            “เป็๲พระคุณล้นเหลือแล้วขอรับอาจารย์อ้ายผวนจักไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้ฉันเชื่อว่าน้ำมันพรายครั้งใหม่นี้จักทำให้นังเหลงยอมทอดกายให้อย่างเต็มใจฉันมั่นใจในอาคมของอาจารย์ว่าทรงอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใด ๆในโลกา”

            ลูกศิษย์เอกมั่นใจว่าจะต้องพิชิตความสาวของหญิงผู้หมายปองได้ถ้าเจอฤทธิ์น้ำมันพรายดีดใส่ อาจารย์ขนอมตบเข่าฉาดใหญ่ต่อคำชม

            “ฮ่าฮ่า เอ็งเข้าใจยอข้า เออ อ้ายผวนเอ็งเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีคืนนี้ห้าทุ่มข้าจักลนคางผีในป่าช้าวัดป่าใหญ่ ได้ข่าวว่ามีผู้หญิงท้องแก่ตายทั้งกลม”

            สิ้นคำอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ลูกศิษย์สะดุ้งโหยงหน้าซีดเผือดแล้วเหล่มองไปตามทิศที่ตั้งของป่าช้าวัดป่าใหญ่ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจหลายครั้งหลายคราได้ติดสอยห้อยตามอาจารย์ขนอม รู้เห็นพิธีกรรมลนน้ำมันพราย ฤทธิ์นังผีตายทั้งกลมน่ากลัวไม่น้อยภาพความน่าเกลียดน่ากลัว ยังสยองทุกครั้งในยามหลับตา กว่าจะกำราบผีร้ายลงได้ทำเอาขวัญหนีดีฝ่ออีกทั้งเสียงกรีดร้องโหยหวนเมื่อเจอเทียนเล่มใหญ่จุดไฟจ่อใต้คาง มันคงทรมานร้องครวญครางหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเกแล้วตบท้ายด้วยคำสาปแช่งให้ได้รับความหายนะวายวอด ผวนเองยังร้อน ๆ หนาว ๆ ไม่กล้านำออกมาใช้เกรงว่าจะได้รับผลกรรมตามคำแช่งของผีร้าย

            “คืนนี้เลยรึอาจารย์”

            เสียงสั่น ๆของศิษย์บอกออกมาว่าหวาดหวั่นต่อผีร้ายอาจารย์ขนอมพยักหน้าหงึกพลางกดหัวที่เต็มไปด้วยผมดกหนาตรงหน้าให้ต่ำลงมาผวนรีบก้มพนมมือเพราะรู้ดีว่าผู้ทรงเวทมนตร์จะต้องทำอะไรสักอย่างให้แก่ตนเพื่อเป็๞ขวัญและกำลังใจ

            “เออเอ็งอย่าหวั่นไปเลย มาข้าจักเป่ากระหม่อมให้ เรียกขวัญให้รวมอยู่ในที่เดียวกัน โอม...เพี้ยง!”