คำพูดที่ตามมาของฉินตงเฉียง ทำให้หลิวชุนฮวาตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม หากจิ่งเจี้ยนกั๋วถูกจับตัวไปเพราะเื่นี้ แล้วใครจะเลี้ยงดูเธอในภายหน้า? เธอไม่อยากทำงานในไร่นาเหมือนหญิงวัยกลางคนในหมู่บ้าน!
เธอจึงหันไปมองจิ่งเยี่ยนกุย แล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย พ่อลูกจะไปถือโกรธข้ามคืนได้ยังไงกัน เื่ครั้งนี้มันเป็แค่ความเข้าใจผิด ยกโทษให้พ่อเถอะนะ! เดี๋ยวพอกลับบ้านกับแม่ แม่จะซื้อเนื้อให้ครึ่งจินให้แกบำรุงร่างกายดีๆ !”
เดิมทีเธอตั้งใจจะพูดว่าหนึ่งจิน แต่ก็รู้สึกว่ามันมากเกินไป จิ่งเยี่ยนกุยไม่คู่ควร คำพูดที่ออกจากปากจึงเหลือแค่ครึ่งจิน
จิ่งเยี่ยนกุยหาได้สนใจเธอไม่ แต่กลับหันไปพูดกับฉินตงเฉียงว่า “ขอให้ท่านผู้ใหญ่บ้านเป็ผู้ตัดสินความยุติธรรมด้วยค่ะ!”
หลิวชุนฮวารีบร้อน “เยี่ยนกุย ลูกจะไปคล้อยตามคนนอกเพื่อมากลั่นแกล้งพ่อทำไม? ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ป่านนี้ลูกก็คงอดตายไปนานแล้ว การที่ลูกทำแบบนี้ถือว่าเป็คนอกตัญญู!”
ฉินตงเฉียงมองหลิวชุนฮวาอย่างเ็า “การกระทำของคุณเข้าข่ายขัดขวางกระบวนการยุติธรรมแล้ว ถ้ายังดื้อรั้นแบบนี้ต่อไป มีแต่จะทำให้เื่ใหญ่ขึ้นไปอีก!”
การทำให้เื่ใหญ่ขึ้นในความหมายของเขาก็คือ การส่งเื่ให้ทางการ ให้ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการหลิวชุนฮวา คำพูดนี้ของเขากระแทกกระทั้นคนอย่างหลิวชุนฮวาหนักทีเดียว
เมื่อจิ่งเยี่ยนกุยได้ยินคำพูดของฉินตงเฉียงกลับอยากจะหัวเราะ ท่านผู้ใหญ่บ้านคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ
สีหน้าของหลิวชุนฮวาดูหวาดหวั่นและไม่มั่นใจ เธอไม่กล้าพูดอะไรกับจิ่งเยี่ยนกุยอีก จึงหันไปโวยวายใส่จิ่งเจี้ยนกั๋วแทน ด่าเขาว่าโง่เขลาเบาปัญญา
ทั้งคู่แต่งงานกันมาหลายปี ต่างก็รู้ไส้รู้พุงกันดี จิ่งเจี้ยนกั๋วเข้าใจความหมายของหลิวชุนฮวา เขาจึงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ หวังว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะกลับมาเป็เด็กดีว่านอนสอนง่ายเหมือนเมื่อก่อน
ทั้งสองแสดงละครอยู่สักพัก แต่ใช่ว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะใส่ใจ กลับเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฉินตงเฉียงฟัง ส่วนฉินตงเฉียงก็จดทุกอย่างไว้อย่างละเอียด
ทางฝั่งนั้นทั้งแสดงละครและคอยสังเกตการณ์ทุกการเคลื่อนไหวของฝั่งนี้ เมื่อสองสามีภรรยาเห็นว่าการแสดงของตนไม่ได้ผลตามที่้า และเห็นว่าฉินตงเฉียงยืนกรานที่จะดำเนินคดีเื่นี้จริงๆ จังๆ หลิวชุนฮวาก็ร้อนใจขึ้นมา “เยี่ยนกุย ลูก้าอะไรกันแน่? ลูกอยากให้พ่อคุกเข่ากราบแทบเท้าลูกเลยใช่ไหมถึงจะยอมเลิกรา?”
จิ่งเยี่ยนกุยที่ไม่ได้ให้การตอบสนองอะไรกับหลิวชุนฮวาเลยั้แ่ลงมาจากบ้าน มองเธอแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ว่าหนูอยากจะยอมหรือไม่ยอม แต่เป็พวกคุณมากกว่าที่จะยอมให้หนูมีทางเลือกหรือเปล่า แม่ หนูขอเรียกว่าแม่ก่อนนะ แท้จริงแล้วเื่นี้มันเป็มายังไง แม่ก็รู้ และหนูก็รู้”
หลิวชุนฮวามองดวงตาที่เ็าของจิ่งเยี่ยนกุยแล้วก็ใจหาย จนรู้สึกว่าเื่นี้เกินกว่าที่เธอจะควบคุมได้โดยสิ้นเชิง เธอกล่าวเสียงสะอื้น “เยี่ยนกุย ใครไปพูดอะไรกับลูกหรือเปล่า? ลูกเป็ลูกสาวแท้ๆ ของแม่นะ ลูกเป็แก้วตาดวงใจของแม่!”
“ลูกเป็พี่คนโตของบ้าน ถึงแม้ว่าแม่จะเข้มงวดกับลูกมากไปหน่อย แต่จริงๆ แล้วลูกคือคนที่แม่รักที่สุดนะ!”
จิ่งเยี่ยนกุยแกล้งทำสีหน้าหวั่นไหวแล้วพร่ำต่อว่า “เมื่อก่อนหนูเชื่อที่แม่พูด แต่นับั้แ่วันนี้ไปหนูจะไม่เชื่ออีก เมื่อกี้หนูได้คุยกับย่าแล้ว เพื่อไม่ให้หนูถือสาหาความกับเื่ในครั้งนี้ หนูมีเงื่อนไขสองข้อ ถ้าพวกคุณตกลง เื่นี้ก็จบ”
“แต่ถ้าไม่ตกลง ถึงแม้ว่าพวกคุณจะด่าว่าหนูเป็คนอกตัญญู เนรคุณ หนูก็ไม่สนใจ แต่เพื่อที่จะมีชีวิตรอด หนูยอมหักกับพวกคุณ!”
หลิวชุนฮวาหันไปมองหยางหว่านซิ่วด้วยสีหน้าฉงน ก่อนที่หยางหว่านซิ่วจะพูดถึงข้อเสนอสองข้อของจิ่งเยี่ยนกุย แต่ยังไม่ทันพูดจบ หลิวชุนฮวาก็โวยวายขึ้นมาว่า “อย่างนี้มันไม่ได้! เยี่ยนกุยจะไปคู่ควรกับบ้านตระกูลฟางได้ยังไง เื่แต่งงานนี้ฉันไม่ยอม!”
“แถมยังให้เยี่ยนกุยไปอยู่ที่บ้านเก่า เห็นได้ชัดว่าเป็การแยกครอบครัว! แบบนี้คนนอกที่ไม่รู้เื่จะคิดว่าเราทรมานลูก เื่นี้ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!”
ถ้าเธอตกลงแล้ว ต่อไปใครจะทำงานบ้านให้ตระกูลจิ่ง? แล้วใครจะลงใต้ไปทำงานหาเงินให้เธอใช้?
ครั้นเจียงอี่โหลวได้ยินเงื่อนไขของจิ่งเยี่ยนกุยที่มีเื่ของการหมั้นกับฟางเสียนจือด้วย เธอก็รู้สึกอัดอั้นใจมาก ไม่คิดเลยว่าตอนที่เธอไม่อยู่ข้างบน ลูกชายของเธอได้ขายตัวเองออกไปเสียแล้ว?
เธออดไม่ได้ที่จะมองฟางเสียนจือด้วยความขุ่นเคือง แต่เขากลับพยักหน้าให้เธอเบาๆ ว่านี่เป็สิ่งที่เขาตกลงแล้ว ทำเอาเธอแทบอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก! เ้าลูกชายแสนโง่!
จิ่งเยี่ยนกุยมองหลิวชุนฮวาตรงๆ แล้วพูดว่า “พวกคุณทรมานหนูหรือเปล่า พวกคุณก็รู้แก่ใจ ต้องให้หนูเอาเื่ที่พวกคุณเคยทำกับหนูมาพูดต่อหน้าคนอื่นเลยหรือยังไง? ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แค่เื่าแวันนี้ ห้องที่หนูอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ต่างกับเล้าหมู แล้วไหนจะงานทุกอย่างในบ้านตระกูลจิ่งที่ต้องทำคนเดียวอีก!”
“มีเื่ไหนที่พวกคุณไม่ทำร้ายหนูบ้าง? จิ่งเสี่ยวเยวี่ยเด็กกว่าหนูแค่ปีเดียว คนทั้งหมู่บ้านเป็พยานได้ว่าไม่เคยมีใครเห็นเธอทำงานในไร่นา! แล้วจิ่งชิวหงล่ะ ปีนี้ก็อายุสิบสี่แล้ว ปกติทำอะไรบ้าง?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอก็ยื่นมือที่เต็มไปด้วยิัด้านหนาออกมา ในดวงตาฉายแววเ็าและแข็งกร้าว “แล้วแม่ล่ะ กล้าเอามือออกมาให้คนอื่นดูไหม?”
หลิวชุนฮวารีบเอามือซ่อนไว้ด้านหลัง หลังจากแต่งงานกับจิ่งเจี้ยนกั๋วแล้ว เธอก็ไม่เคยทำงานในไร่นาอีกเลย ปกติก็ให้จิ่งเยี่ยนกุยทำงานหนักเหมือนทาส ขนาดถ้วยชามก็ไม่ค่อยได้ล้างสักครั้ง
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะเยาะ “ไม่กล้าเหรอ? ถ้าอย่างนั้นหนูจะบอกให้ทุกคนรู้เอง ว่างานในบ้านทุกอย่างก็เป็หน้าที่ของหนูทั้งหมด ซักผ้า หุงข้าว กวาดบ้าน ล้างถ้วยชาม คือสิ่งที่หนูต้องทำทุกวัน ถ้าเป็่ที่ไม่มีงานในไร่นาก็ดีหน่อย แต่ถ้าเป็่ที่ต้องทำไร่นา หนูต้องทำงานในไร่นาให้เสร็จก่อนถึงจะมาทำงานบ้านได้ ทุกวันต้องทำจนกว่าจะเสร็จถึงจะได้นอน”
หลิวชุนฮวาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ลูกเป็พี่คนโต ทำงานหนักนิดหน่อยก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร บ้านอื่นเขาก็เป็กันแบบนี้ทั้งนั้นไม่ใช่หรือยังไง?”
“ใช่ค่ะ เมื่อก่อนหนูก็คิดแบบนี้” จิ่งเยี่ยนกุยพูดพลางมองเธอ “แต่แม่ของคนอื่นเขาจะปกป้องดูแลลูก แล้วแม่ล่ะ?”
หลิวชุนฮวา “…”
หยางหว่านซิ่วทนฟังต่อไปไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “เื่นี้ฉันตกลงแล้ว ถ้าพวกแกสองผัวเมียไม่ยินยอม ก็ให้เยี่ยนกุยเอาเื่จับพวกแกไปเข้าคุกให้หมด จะได้ไม่ต้องมาทำขายหน้าให้คนในหมู่บ้าน!”
หลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วต่างมองหน้ากัน จิ่งเยี่ยนกุยในวันนี้ไม่ใช่คนคนที่พวกเขาจะบังคับได้แล้ว ช่างเป็ความรู้สึกที่ไม่ดีเอาซะเลย! แต่ตอนนี้ถ้าไม่ยอมทำตามเงื่อนไขของจิ่งเยี่ยนกุย เกรงว่าคงมีแต่จะมีปัญหา
หลิวชุนฮวาหัวไว คิดว่าเื่นี้ยอมตกลงไปก่อน รอให้ผู้ใหญ่บ้านออกไปแล้ว ทุกอย่างก็ต้องเป็ไปตามที่เธอ้าอยู่ดี! เธอยังไม่เชื่อหรอกว่าจิ่งเยี่ยนกุยที่แขนขาเล็กๆ แบบนั้นจะมาสู้ขาใหญ่ๆ ของเธอได้!
เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น “เยี่ยนกุย แม่ไม่คิดเลยว่าลูกจะคิดกับแม่แบบนี้! แต่พอลองคิดดูแล้ว เมื่อก่อนแม่ก็ละเลยหน้าที่จริงๆ ตอนนี้แม่ขอโทษนะ เงื่อนไขที่ลูกพูดมาแม่ตกลงหมดเลย ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอ!”
เมื่อหลิวชุนฮวาตกลงแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยก็ต้องไม่เอาผิดทั้งสองคนตามที่สัญญาไว้ ฉินตงเฉียงรู้สึกจนปัญญากับการตัดสินใจของจิ่งเยี่ยนกุย ถึงขั้นรู้สึกผิดหวังที่เธอไม่เข้มงวด แต่ในเมื่อเธอเลือกแล้วเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ จึงเตรียมตัวจะลุกจากไป