ตอนที่143 ปะทะที่แนวป่า
ทั้งหมดยังคงเดินต่อไปไม่ช้าไม่เร็วระหว่างทางนอกจากเห็ดระเบิดพิษก็ไม่มีสิ่งอื่นอีกยกเว้นซอมบี้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆแต่ยิ่งเข้าไปลึกมาเท่าไหร่หมอกก็ที่พื้นดินก็น้อยลงเรื่อยส่วนด้านบนหมอกก็ยังปกคุมอยู่เช่นเดิม
ในระหว่างนั้นกลุ่มเจ้าหน้าที่ก็สั่งสังเกตุเห็นสิ่งที่หน้าจงสัยบางอย่าง
“ท่านประธาน มีรอยเลือดอยู่ตรงนี้”
“รอยเลือด?”
ไนเรลเดินไปดูรอยเลือดที่เจ้าหน้าที่คนนั้นบอกปกติแล้วเจอรอยเลือดที่นี่ก็ไม่น่าแปลก เพราะมีซอมบี้อยู่จำนวนมากบางที่พวกมันเดินไปมาอาจจะมีเลือดหยดไปตามทางที่เดินก็ได้
แต่รอยเลือดนี้มันต่างออกไป เพราะมันเป็นสีแดง
ไนเรลไม่ได้ชื้อสัมผัส แต่แค่มองดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เลือดของซอมบี้ถ้าไม่ใส่สัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงก็เป็นมนุษย์อย่างแน่นอน
แต่ดูแล้วน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่าเพราะเขาเจอกับรอยเท้าจำนวนมาก
“ดูจากรอยที่กดลงไปบนดิน ขนาดและรอยรองเท้าแล้วพวกเขาน่าจะเป็นกลุ่มทหารหรืออะไรทำนองนั้น” หนึ่งในเจ้าหน้าที่กล่าวออกมา
“นายชื่ออะไร” ไนเรลลุกขึ้นยืนและหันไปถาม
“ผมชื่อ เบรนครับ”
“นายรู้ได้ยังไงว่ารอยพวกนี้เป็นทหาร”
“ผมเคยเป็นนายพรานมาที่หมู่บ้านในชนบทมาก่อนจึงพอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้างส่วนรอยเท้าพวกนี้มันเหมือนกับรอยรองเท้าทหารใส่เพราะผมก็ใส่รองเท้าแบบนี้”กล่าวจบชายหนุ่มก็ชี้ไปที่รอยรองเท้าของตัวเอง
ไนเรลได้ยินดังนั้นก็คิดสักพักก่อนที่จะให้พวกเขาเดินทางกันต่อ
“พี่มีคนมาที่นี่ก่อนเราอย่างงั้นหรือ”
“น่าจะใช่ แต่คงจะพึ่งผ่านที่นี่ไปไม่นานนักดังนั้นพวกเราคงต้องเร่งเดินทางกันหน่อย”
เดินมาได้ระยะทาง 50กิโลเมตรเวลาก็ร่วงเลยไปเกือบเที่ยงแล้วทุกคนจึงหยุดพักกันสักครู่ที่บ้านร้างแห่งหนึ่งจัดการธุระส่วนตัวของใครของมันจากนั้นออกเดินทางต่อไม่นานพ้นรอบนอกของหุบเขามาแล้ว
หลังจากเขามาถึงจุดที่ไนเรลเรียกว่าด้านในหุบเขามันก็มีโรงแรมและเศษซากอาคารจำนวนหนึ่งตรงนี้ไม่มีหมอกพิษเพราะส่วนใหญ่ถูกต้นไม้กลายพันธุ์ที่ยังเหลือรอดขวางกันพวกมันไว้ส่วนพืชพวกนี้ทำได้อย่างไรก็ไม่มีใครรู้
ทันใดนั้นเองที่พวกก็สังเกตเห็นกลุ่มคนไม่ทราบที่มาพากันนั่งพักอยู่ในกองกำลังมีมนุษย์ชั้นสูงระดับสีเขียว อยู่ด้วยถึง 4 คน
กองกำลังที่มีมนุษย์ชั้นสูงมากถึงขนาดนี้คงมีไม่มากแต่ไม่ต้องให้ไนเรลเดาเพราะที่อุปกรณ์ กล่องยุทโธปกรณ์และแม้แต่เสื้อของพวกเขาก็มีโลโกติดอยู่เด่นหรา
“พาราซัส” ไนเรลพูดคำนี้ออกมาคนของกองกำลังพาราซัสก็จำไนเรลได้เช่นกัน
“ไนเรล...เดี๋ยวมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
คนของพาราซัสที่อยู่แนวป่ามีเกือบ 100คนชักอาวุธออกมาทันทีพร้อมกับที่ฝ่ายไนเรลที่อยู่บริเวณอาคารและโรงแรมก็เตรียมพร้อมเช่นกัน
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ยังคงไม่ได้เตรียมตัวหรือหย้บปืนจ่อไปที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นก้คือไนเรลสำหรับเขาพวกระดับสีเขียวก็ไม่ต่างจากสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 2เพียงแต่ต้องออกแรงฆ่ามากกว่าก็แค่นั้น
แต่แล้วเสียงกดปุ่มและกดปุ่มของเครื่องจักรก็ทำงานมันคือหุ่นยนต์สี่ขาที่ติดตั้งปืนใหญ่พลังงานE2 ไว้บนหลังและมีปืนกลอีกจำนวนหนึ่งขนาบทั้งสองข้างของตัวหุ่นยนต์
พวกมันมีด้วยกันสองตัว นั้นหมายถึงปืนใหญ่พลังงานE2 สองกระบอกที่หันมาหาชายหนุ่ม
ตูม!เสียงของปืนใหญ่พลังงานหนึ่งในสองกระบอกยิงใส่ไนเรลบริเวณที่เขายืนอยู่ถึงกับเกิดคลื่นกระแทกพัดคนอื่นๆ กระเด็นถอยหลังไปนิเรียอยู่ใกล้พอสมควรแต่นอกจากฝุ่นตามตัวแล้วก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน และทันทีที่พวกเงยหน้าก็ต้องตะลึงเพราะไนเรลยังยืนอยู่ที่เดิมไม่เป็นอะไรเลย
ไม่สิต้องบอกว่าเป็นเพราะเสื้อผ้าของเขาตั้งแต่แขนเสื้อขาดหายไปเหลือแต่แขนขวาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ยืนออกไปข้างหน้ามีควันที่เกิดจากความร้อนสูงของพลังงานที่ยิงอกมาจากปืนใหญ่พลังงานเมื่อสักครู่
และที่ทุกคนตะลึงก็คือไนเรลสามารถใช้เพียงมือเดียวก็สามารถป้องกันพลังงานที่ยิงมาจากปืนใหญ่พลังงานได้
ยังไม่ทันที่คนอื่น ๆจะได้ตอบสนองไนเรลก็หายตัวไปอยู่ข้างหลังของหนึ่งในมนุษย์ชั้นสูงสีเขียวของฝั่งตรงข้ามที่สั่งให้ปืนใหญ่พลังงานยิงเขาเมื่อสักครู่แล้ว
“ระวัง”มนุษย์ชั้นสูงที่คาบบุหรี่ท่าทางป่าเถื่อนเตือนพวกของตนเองพร้อมใช้กระบอกในมือทุบไปที่ไนเรล
ดูเหมือนว่ามนุษย์ชั้นสูงผู้คาบบุหรี่ไว้ในปากจะมีความสามารถด้านพละกำลัง แต่มันก็ไม่ทันการแล้ว ไนเรลจับไปที่หัวของมนุษย์ชั้นสูงระดับ 4ที่เป็นเป้าหมายของเขา
มนุษย์ชั้นสูงผู้นั้นรับรู้ได้ถึงความร้อนจากมือของไนเรลที่จับหัวของตัวเองก็รับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวภายในจิตใจและจากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับลงไปเพราะไนเรลจับหัวของมันกระแทกกับปืนใหญ่ตกตายไปในครั้งเดียวแม้แต่ความสามารถของมันก็ใช้ไม่ทัน
ส่วนกระบอกเหล็กยักษ์ที่กำลังจะโดนตัวของไนเรลก็ได้นิเรียที่ชักปืนออกมาดังคาวบอยสาวยิงไปที่กระบอกจนมันเปลี่ยนทิศทางไปจากตัวของไนเรลกระแทกกับพื้นดินด้านข้าง
มนุษย์ชั้นสูงผู้คาบบุหรี่ไว้ในปากรีบดึงกระบองเหล็กขึ้นมากันตัวเองแต่นิเรียจะสังเกตไม่เห็นถึงการกระทำของพวกมันได้อย่างไร
เธอไม่ได้ยิ่งไปที่ตัวมันแต่ยิงไปที่แขนข้างที่จับกระบอกเหล็กแหลกไม่เหลือซาก กระบอกเหล็กหล่นลงแต่ขณะที่เธอจะยิงปลิดชีพมนุษย์ชั้นสูงระดับสีเขียวอีกสองคนก็ลงมือแล้วเช่นกันและไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นพวกประเภทพลังจิตใจ
เพียงหนึ่งการมองภาพตรงหน้าของนิเรียก็หายไปอยู่ในความมืดเธอมองไม่เห็นอะไร พร้อมกับที่ร่างกายอ่อนแรง
ชารอนและเจคอบรีบเข้าไปช่วยคุ้มกันนิเรียถอยมาหลบที่อาคารหลังหนึ่งเมสันก็ลงมือแล้วเช่นกันชุดสูท เกราะรบ M2รุ่นปรับแต่งตรงเข้าหาคนของกองกำลังพาราซัส ฆ่าคนของพาราซัสไปถึงสองคนทางพาราซัสก็ตอบโต้ด้วยชุดสูทและลูกปืนเช่นกัน
เจ้าหน้าที่ทั้ง 10ซึ่งก็ถือว่าเป็นมนุษย์ชั้นสูงระดับสีน้ำตาลก็ได้แสดงพลังของตัวเองทั้งความสามารถควบคุมพลังธาตุและสนับสนุนเข้าต่อสู้ไม่มีถอย
ทุกสิ่งเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นตั้งแต่ไนเรลโดนยิงและใช้ความสามารถอมนุษย์[กิ่งก่ายักษ์ B] ร่วมกับความสามารถที่พึ่งได้มาใหม่นั้นก็คือความสามารถ[เกราะดำ A] ของปูยักษ์ทมิฬระดับ 5ที่ได้มาเมื่อเมื่อไม่นานมานี้
ซึ่งไนเรลก็ยังไม่ได้ทดสอบมันจึงใช้ความสามารถ[เกราะดำ A] จนเกล็ดตามผิวหนังของเขาที่เกิดจากความสามารถอมนุษย์กลายเป็นชิ้นส่วนเกราะเล็กๆ นับไม่ถ้วนปกป้องร่างกายของเขา
และนี้ก็เป็นสาเหตุที่เขากล้ารับพลังงานที่ปืนใหญ่พลังงานยิงมา
ส่วนที่ว่าเขาไปโผล่ด้านหลังของมนุษย์ชั้นสูงคนนั้นในชั่วพริบตาก็คือเข้าใช้ความสามารถ[จิตเคลื่อนย้าย S] จึงลงมือได้อย่างรวดเร็ว
และในตอนนี้ก็เช่นกันไนเรลตรงเข้าหาปืนใหญ่พลังงานอีกกระบอกที่พยายามยิงเขาโดยคนของพาราซัสซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปืนใหญ่พลังงานอีกกระบอก
แต่พลังของปืนใหญ่ก็ไม่สามารถทำอะไรไนเรลได้
มนุษย์ชั้นสูงระดับสีเขียวอีกคนที่ตอนนี้ยืนคุ้มกันมนุษย์ชั้นสูงผู้ใช้พลังจิตอยู่นั้นก็ลงมือมือ
มันต่อยไปในอากาศหนึ่งหมัดก็มีคลื่นพลังงานเข้าหาไนเรลหนึ่งหมัดเร็วจนน่ากลัว ดูเหมือนว่ามนุษย์ชั้นสูงคนสุดท้ายนี้จะมีความสามารถประเภทลึกลับ
ไนเรลรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากหมัดว่างเปล่านั้นต่อยใส่เขาแต่มันก็เท่านั้น เพราะความเจ็บนี้มันช่างเล็กน้อยมากนัก
“ไปตายซะ”ไนเรลหายตัวไปอย่างรวดเร็วไปปรากฏอยู่หน้าของมนุษย์ชั้นสูงผู้มีความสามารถพลังจิตจากนั้นก็ใช้สองนิ้วจิ้มไปที่ตาพร้อมกับความสามารถ[นิ้วเหล็กในพิษ A] สังหารอีกหนึ่งมนุษย์ชั้นสูงตกตายลงไปโดยตรง
และนั้นก็ทำให้นิเรียหลุดพ้นจากความสามารถของมนุษย์ชั้นสูงพลังจิตถ้าช้าอีกเพียงนิดเดียวบางที่เธออาจจะไม่หายใจแล้วก็ได้เพราะตอนที่เธอถูกมองภาพทุกอย่างก็ตัดไปและนั้นรวมถึงการทำงานของอวัยวะต่าง ๆที่ค่อย ๆ หยุดทำงานลงไปชั่วคราวด้วย
นิเรียสูดหายใจดังเฮือกราวกับจะขาดใจแต่ทุกอย่างก็ไม่มีเวลาให้เธอได้คิดนานรีบยกปืนฆ่าคนที่ควบคุมปืนใหญ่พลังงานตกตายทันทีจากนั้นก็ยิงใส่ปืนใหญ่พลังงานบริเวณที่แกนพลังงานที่มีแก่นพลังงานอยู่
เธอยิงใส่ได้อย่างแม่นยำไม่มีคลาดเคลื่อน
ถ้าจะบอกว่าคนที่สร้างปืนใหญ่พลังงานคือคนที่รู้โครงสร้างและแบบแปลนมากที่สุดถ้านั้นนิเรียก็คือคนที่สองที่รู้จุดอ่อนของปืนใหญ่พลังงานดีที่สุดเพราะที่ผ่านมาตอนอยู่ภายในกองทัพเธอแทบจะอยู่กับปืนใหญ่พลังงานตลอดเวลาและยังใช้มือของตัวเองกดยิงใส่ทั้งสัตว์กลายพันธุ์แล้วซอมบี้ระดับสูงตกตายไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว
ปืนใหญ่พลังงานระเบิดสร้างความเสียหายให่กับคนของพาราซัสที่เหลือรอดอยู่พวกมันต่างพากันถอยหลบหลังต้นไม้แนวป่าเพื่อตั้งหลักกันอีกครั้งทันที เพราะถ้าขืนยังอยู่ในที่โล่ง ๆคงโดนนิเรียเก็บหมดอย่างแน่นอน
มนุษย์ชั้นสูงอีกสองคนก็ถอยตามไปด้วยตอนนี้พาราซัสเหลือคนอยู่แค่70 กว่าคน ในการปะทะแค่กี่นาทีคนของมันตายไปเกือบ ๆ 30 คน
ทางฝั่งของไนเรลที่เห็นว่าพวกพาราซัสถอยไปหลบในป่าก็ไม่ได้ตามเข้าไปทันทีเพราะไนเรลกับยกมือห้ามไว้
“พี่ชายเอาไงต่อ บุกไปฆ่ามันเลยไหม”
“ใช่นายกลัวอะไรด้วยพลังของนายคงฆ่าพวกมันทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวยังจะรออะไรอีก” เมสันกล่าว
“ไม่ต้องรีบ รออีกสักพัก”
“ทำไมต้องรอ...เดี๋ยวก่อนป่าข้างหน้าหรือว่าพวกฝูงลิงบาบูนกลายพันธุ์ที่ท่านไนเรลเคยพูดถึง”ชารอนที่นึกถึงคำพูดไนเรลที่เคยอธิบายสิ่งที่ต้องระวังในเส้นทางที่กำลังไปให้ฟัง
พอสิ้นเสียงของเธอในป่าก็เหมือนมีฝูงสัตว์ขนาดใหญ่ตรงมาที่คนของพาราซัสเกิดการยิงกันอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้นสักพักก็สิ้นเสียงปืนคนของพาราซัสวิ่งหนีตายออกมาทางฝั่งของไนเรลซึ่งพวกมันก็หนีไปได้ไม่กี่ก้าวก็โดนไนเรลและคนอื่นๆ เก็บหมด
หลังจากสิ้นเสียงกรีดร้องก็มีลิงบาบูนนับพันนับหมื่นออกจากป่าตรงมาที่พวกเขา
ทุกคนพากันจับอาวุธแน่นไม่ยอมปล่อยนิเรียรีโหลดลูกกระสุนใหม่อย่างชำนาญรอบตัวของชารอนเต็มไปด้วยหมอกพิษที่ลอยออกมาจากความสามารถ [สัมผัสพิษ D] ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถของเธอพัฒนาเป็นระดับ D ได้เพราะยายกระดับที่เธอสร้างขึ้นมา
เจคอบเองมือหนึ่งก็ถือปืนเรียวกันไว้ในมือแน่นอีกข้างถือมีดสั้นระดับ 4 ไว้ ถึงหนุ่มน้อยจะเป็นแค่รัดับสีน้ำตาลแต่ก็ไม่แสดงความกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย
“ใครที่ไม่ไหวหลบอยู่ในอาคารหลังนี้ไปก่อนส่วนคนอื่น ๆ ช่วยกันฆ่าฝูงลิงบาบูนพวกนี้ อย่างน้อยก็น่าจะได้แก่นพลังงานระดับ 3และ 4 จำนวนมากอย่างแน่นอน”
และแน่นอนคนที่ไนเรลบอกก็คือเจ้าหน้าที่ 10คนที่ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ชั้นสูง แต่ก็ไม่ได้ถนัดต่อสู้โดยตรง
ทุกคนมองฝูงลิงก็รู้ว่ามันคือโอกาสในการเก็บเกี่ยวแกนพลังงานและยิ่งมีไนเรลเข้าร่วมด้วยแล้ว จึงไม่มีใครคิดอยากจะพลาดโอกาสนี้
คนทั้งหมดเชื่อว่าไนเรลไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาตายอย่างแน่นอนแต่ถ้าพวกเขาถอยเข้าไปหลบในอาคารนั้นและคือความตาย
เพราะใครจะรู้ว่าหลบที่ตัวอาคารฝูงลิงจะไม่เข้ามาโจมตีสู้พวกเขาอยู่ใกล้ ๆ ไนเรลยังจะตีซะกว่า
เมื่อไนเรลเห็นว่าคนอื่น ๆไม่มีใครถอยกลับไปก็พยักหน้าให้และหยิบของในเงาออกมามันคือดาบที่เหมือนกับดาบคู่เขางูแต่ในครั้งนี้มันสร้างมาจากโลหะพิภพที่ได้มาจากกางเขนมนุษย์ซึ่งก็คือของเล่นใหม่ที่ไนเรลเคยพูดกับนิเรียตอนมาจากเมืองย่อย 101
ไนเรลตั้งชื่อให้มันว่า “ดาบดำ”เพราะสีที่ดำราวกับน้ำหมึกของมัน
“ลงมือ”