เกือบหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
เฉินเฟยหลงไม่ติดต่อมา
ทั้งที่มีคัฟลิงก์ของเขาอยู่ในมือ
น่านฟ้ามองนามบัตรสีดำในลิ้นชักโต๊ะทำงานเงียบๆ
จนเริ่มคิดว่าหรืออีกฝ่ายไม่ได้สนใจจะติดต่อกลับมาั้แ่แรก
แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจอะไร
โอกาสนั้นก็มาถึงก่อน
่เที่ยงวัน
ภายในภัตตาคารหรูใจกลางเมือง
น่านฟ้ากำลังรับประทานอาหารกับคู่ค้ารายสำคัญ
จู่ ๆประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก
ชายร่างสูงในสูทสีดำเดินเข้ามา
ทันทีที่เห็นว่าใคร
คู่ค้าฝั่งตรงข้ามก็ถึงกับชะงัก
"โอ้ ขอโทษครับผมคงเข้าผิดห้อง"
เฉินเฟยหลง
น่านฟ้ามองอีกฝ่ายนิ่งๆ คนระดับนี้ไม่มีทางเข้าผิดห้องแน่นอน
เฟยหลงทำเหมือนเพิ่งเห็นเขา
"คุณน่านฟ้า ไม่คิดว่าจะเจอกันโดยบังเอิญ"
"สวัสดีครับ" น่านฟ้าตอบกลับเรียบๆ
เฟยหลงพยักหน้าก่อนเอ่ยต่อ
"จริงสิ ผมมีของจะคืนคุณ
วันนั้นคนขับรถเจอคัฟลิงก์ของคุณบนรถ
ผมกำลังคิดว่าจะส่งคืนยังไงดี"
ในที่สุดก็เข้าเื่เสียทีน่านฟ้ายิ้มบาง ๆ
"เกรงใจเปล่า ๆ ครับของแค่นั้นเอง
เอาเป็ว่า...เดี๋ยวผมเลี้ยงอาหารคุณเฉินสักมื้อดีกว่า
ถือเป็การขอบคุณที่ช่วยผมไว้วันนั้น"
เฟยหลงสบตาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย
"ได้ครับ ผมจะรอ"
"แล้วผมจะติดต่อไป"
"ครับ"
เฟยหลงพยักหน้าก่อนหันหลังเดินออกจากห้อง
ทันทีที่ประตูปิดลงคู่ค้าฝั่งตรงข้ามก็หัวเราะแห้ง ๆ
"คุณน่าน...ดูเหมือนคุณจะรู้จักคุณเฉินดีพอสมควรเลยนะครับ"
น่านฟ้ายกแก้วน้ำขึ้นจิบก่อนตอบเรียบ ๆ
"เพิ่งเจอกันไม่นานครับ"
แต่ดูเหมือนจากนี้คงได้เจอกันอีก
ค่ำวันถัดมา
บนชั้นรูฟท็อปของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ
แสงไฟจากตึกสูงส่องประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งเมือง
บรรยากาศเงียบสงบและเป็ส่วนตัวเพราะน่านฟ้าปิดพื้นที่ทั้งหมดไว้สำหรับค่ำคืนนี้
หากเป็คู่รักที่มานั่งดินเนอร์กัน
คงเป็ภาพที่โรแมนติกไม่น้อย
น่าเสียดายที่คนบนโต๊ะไม่ได้คิดแบบนั้น
เฟยหลงนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งส่วนน่านฟ้านั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบรรยากาศ
ระหว่างทั้งคู่ดูเหมือนกำลังประชุมธุรกิจมากกว่าร่วมรัยประทานอาหาร
ไม่ไกลนักรินดาและอาเฉิงนั่งอยู่อีกมุมของพื้นที่
ปล่อยให้เ้านายทั้งสองคุยกันตามลำพัง
เฟยหลงเป็ฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน
เขาวางกล่องกำมะหยี่สีดำลงบนโต๊ะ
"นี่ครับคัฟลิงก์ของคุณ"
น่านฟ้ารับมาเปิดดูเพียงแวบเดียวก่อน
วางลงข้างตัวราวกับไม่ใช่ของสำคัญอะไร
เฟยหลงมองภาพนั้นเงียบๆ คนที่ใส่ใจรายละเอียดอย่างน่านฟ้า
ไม่มีทางทำของชิ้นนี้หล่นโดยไม่รู้ตัว
ดูเหมือนเขาจะเดาไม่ผิดจริงๆ น่านฟ้าหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาส่งให้อีกฝ่าย
"พอดีเห็นว่าการนัดคุณเฉินค่อนข้างลำบาก
เลยนำมาให้ด้วยตัวเองครับนี่เป็เอกสารโครงการรร่วม
ทุนสำหรับคอมเพล็กซ์แห่งใหม่ผมคิดว่าทางเราอยาก
นำเสนอให้คุณเฉินพิจารณาครับ”
เฟยหลงเปิดอ่านผ่านๆ เพียงไม่กี่หน้า ก่อนปิดแฟ้มลง
"ถ้าโครงการนี้คุณน่านฟ้ารับผิดชอบเองผมก็ยินดีครับ"
น่านฟ้าพยักหน้ารับแม้สีหน้าจะเรียบนิ่งแต่ในใจกลับยกยิ้ม
ติดเบ็ดแล้ว
ขณะที่เฟยหลงเองก็ยกแก้วขึ้นจิบช้าๆราวกับไม่ได้สังเกตอะไร
"จริงสิ ่นี้คุณน่านเนื้อหอมมากนะครับ"
น่านฟ้าเลิกคิ้ว
"ครับ?"
"เห็นข่าวกับสาว ๆ บ่อยพอสมควร
คนล่าสุดที่วางยาคุณก็เป็ถึงนางแบบสาวระดับประเทศ
ไม่ทราบว่าตอนนี้มีแฟนหรือยังครับ"
น่านฟ้าชะงักเล็กน้อยก่อนตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ
"ข่าวก็คือข่าวครับผมก็เหมือนคุณเฉินนั่นแหละเห็นมีข่าวไม่แพ้กัน"
เฟยหลงหัวเราะเบาๆ
"งั้นผมถือว่าคุณโสดละกัน
แล้วคุณชอบผู้หญิงแบบไหนหรือครับ"
คราวนี้น่านฟ้าถึงกับวางช้อนลง
"อันนี้จะไม่ส่วนตัวไปหน่อยหรือครับ"
"ขอโทษครับ ผมนึกว่าเราสนิทกันพอสมควรแล้วถ้าไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็ไร"
น่านฟ้าจ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบสั้น ๆ
"ผู้หญิงเก่งครับ ทำงานเก่ง ดูแลคนอื่นได้แล้วก็ดูแลตัวเองได้"
เฟยหลงพยักหน้าช้าๆ ก่อนสายตาจะเหลือบไปอีกมุมหนึ่งของรูฟท็อป
ขณะเดียวกับที่รินดากำลังถอนหายใจใส่อาเฉิงพอดี
"คุณไม่ทานอะไรหน่อยหรอคะ" รินดาถาม
"ไม่ครับ" อาเฉิงตอบทันที
"ปกติชีวิตคุณน่าเบื่อขนาดนี้เลยหรอคะ"
“ผมมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้นายครับไม่ได้มานั่งทานข้าว"
รินดามองหน้าอีกฝ่ายอย่างเหลือเชื่อ
"เ้านายคุณนั่งอยู่แค่นี้เอง นั่งตัวแข็ง
หน้าตึง มองซ้ายมองขวาแบบนี้ ฉันนี่แหละกินข้าวไม่ลง"
อาเฉิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบกลับสั้น ๆ
"ครับ"
รินดาหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง
"คุยด้วยยากจริง ๆ"
"ครับ"
น่านฟ้าเหลือบมองไปทางนั้นเป็ระยะ
ภาพนั้นทำให้เฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
คนที่บอกว่าเป็แค่เลขา
แต่กลับได้รับความสนใจมากกว่าคู่ร่วมโต๊ะเสียอีก
มุมปากของเฟยหลงยกขึ้นนิด ๆ น่าสนใจจริง ๆ
มื้ออาหารค่ำที่น่าอึดอัดดำเนินมาจนเกือบจบ
วิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนยังคงสวยงามไม่ต่างจากตอนเริ่มต้นเฟยหลงวางแก้วในมือลง
ก่อนเอ่ยขึ้นราวกับนึกอะไรได้
"จริงสิ" น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมอง
"ครับ?"
"ผมมีรายละเอียดบางส่วนของโครงการที่ยัง
ไม่ได้คุยถ้าคุณไม่รีบกลับ
ลงไปคุยต่อข้างล่างสักหน่อยไหมครับ"
น่านฟ้านิ่งไปเล็กน้อย
ข้างล่างที่ว่าคือเลานจ์และผับหรูในเครือเฉินกรุ๊ป
ซึ่งอยู่ภายในโรงแรมแห่งนี้
รินดาเงยหน้าขึ้นทันที
ก่อนเหลือบมองเ้านายของตัวเอง
ส่วนอาเฉิงยังคงสีหน้าเรียบเฉย
เหมือนกับไม่แปลกใจกับคำชวนนี้แม้แต่น้อย
"ตอนนี้เลยหรือครับ"
"ครับ" เฟยหลงตอบสั้น ๆ
"ใช้เวลาไม่นาน"
น่านฟ้ามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
"ก็ได้ครับ"
มุมปากของเฟยหลงยกขึ้นเล็กน้อยแทบมองไม่ออก
"ดีครับ"
รินดามองภาพนั้นสลับไปมา
ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา
โทรศัพท์ของน่านฟ้าก็สั่นเบาๆ
"นี่เรียกชวนเหรอ รินว่าเรียกชวนแกมบังคับมากกว่า"
น่านฟ้าเหลือบอ่านข้อความ
ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงตามเดิม
โดยไม่คิดจะตอบกลับ เพราะเขาเห็นด้วยทุกคำ