รุ่งสางของวันใหม่ไม่ได้นำพาความสงบมาสู่ราชสำนักแคว้นหลิน ฮ่องเต้ทรงพยายามซื้อเวลาและรักษาหน้าด้วยการประกาศจัดงานประลองยุทธ์และเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นจ้าวอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ หวังจะใช้ความรื่นเริงบังหน้าความตึงเครียดที่คุกรุ่น แต่แผนการถ่วงเวลาของพระองค์กลับถูกท้าทายจากบุคคลที่คาดไม่ถึง
ในลานประลองที่จัดขึ้นอย่างโอ่อ่า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงดนตรีบรรเลง องค์หญิงจือหลิงในชุดฝึกยุทธ์ทะมัดทะแมง ก้าวขึ้นสู่ลานประลองอย่างสง่างาม สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนที่อยู่ในที่นั้น รวมทั้งฮ่องเต้พระบิดาและหมีขาว
"เสด็จพ่อ" องค์หญิงตรัสด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นแต่แฝงแววประชดประชัน "ในเมื่อเรามีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือน หม่อมฉันในฐานะองค์หญิงแห่งแคว้นหลิน ก็ใคร่จะขอร่วมทดสอบฝีมือกับเหล่าทหารกล้าของแคว้นจ้าว เพื่อเป็เกียรติแก่งานเลี้ยงในครั้งนี้เพคะ"
ฮ่องเต้ถึงกับอ้าพระโอษฐ์ค้าง แต่ยังไม่ทันจะได้ทัดทาน องค์หญิงก็ทรงหันไปเผชิญหน้ากับทหารนายหนึ่งของแคว้นจ้าวที่ขึ้นมาบนลานแล้ว เพลงกระบี่อ่อนช้อยแต่แฝงความเฉียบคมถูกร่ายรำออกมาจากพระหัตถ์เล็กๆ นั้น ทุกท่วงท่าสง่างามแต่ทรงพลัง สามารถปะมือกับทหารชายร่างกำยำได้อย่างไม่เสียเปรียบ ปรากฏว่าองค์หญิงจือหลิงได้แอบลักลอบฝึกฝนวรยุทธ์กับอาจารย์เฒ่าท่านหนึ่งบนหุบเขานอกเมืองมาั้แ่ทรงพระเยาว์ แม้ฝีมือจะไม่อาจเทียบชั้นยอดฝีมือ แต่ก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนต้องทึ่งในความสามารถที่ซ่อนเร้นนี้
การประลองดำเนินไปหลายคู่ จนกระทั่งงานเลี้ยงใน่ค่ำ องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นจ้าว ผู้มีพระชันษายี่สิบปี หลังจากดื่มสุราไปหลายจอกก็เริ่มแสดงความโอหังออกมา พระองค์ทรงตบโต๊ะเสียงดัง มองกราดไปทั่วท้องพระโรง
"แคว้นหลินช่างอ่อนแอยิ่งนัก! ฮ่องเต้หลิน ท่านจะตอบข้าได้หรือยังเื่การหมั้นหมายระหว่างข้ากับธิดาของท่าน! หรือว่าท่านคิดจะยื้อเวลาไปเรื่อยๆ!" องค์ชายจ้าวตวาดลั่น ก่อนจะหัวเราะเยาะ "เอาอย่างนี้เป็ไร! เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ข้าขอท้าประลองกับผู้ที่เก่งกาจที่สุดในแคว้นหลิน หากข้าชนะ ท่านต้องกำหนดวันหมั้นหมายมาทันที!"
บรรยากาศในงานเลี้ยงพลันเงียบกริบ ฮ่องเต้หลินทรงพระพักตร์แดงก่ำด้วยความขุ่นเคืองและอับอาย เหล่าขุนนางต่างก้มหน้าไม่กล้าสบพระเนตรองค์ชายจ้าวผู้กร่างเกรี้ยว
ในขณะที่ทุกคนกำลังอึดอัดใจนั้นเอง ร่างเล็กๆ ในชุดแม่ทัพพยัคฆ์อัศนีก็ก้าวออกมาอย่างสงบนิ่ง
"ข้า หมีขาว แม่ทัพพยัคฆ์อัศนีแห่งแคว้นหลิน ขอรับคำท้าขององค์ชาย" หมีขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แต่ข้าจะขอสู้ด้วยมือเปล่า"
คำประกาศของนางสร้างความฮือฮาไปทั่วบริเวณ การสู้ด้วยมือเปล่ากับคู่ต่อสู้ที่ใช้อาวุธและมีตำแหน่งสูงถึงองค์ชายรัชทายาท ถือเป็การดูแคลนอย่างยิ่ง องค์ชายจ้าวเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและความโกรธ
"ดี! เ้าเด็กเมื่อวานซืน! กล้าดีอย่างไรมาดูแคลนข้า! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เ้ารู้สำนึก!" องค์ชายจ้าวคำรามลั่น กระชากดาบสองมือขนาดใหญ่ออกมาจากฝัก
การประลองย้ายจากท้องพระโรงไปยังลานกว้างหน้าพระตำหนัก ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่ส่องสว่าง องค์ชายจ้าวในมือถือดาบสองมือ ร่ายรำเพลงดาบตระกูลจ้าวอันดุดันและหนักหน่วง ทุกกระบวนท่าเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง เสียงดาบแหวกอากาศดังหวีดหวิว แต่หมีขาวผู้ต่อสู้ด้วยมือเปล่ากลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวภูตพราย นางหลบหลีกคมดาบที่ฟาดฟันเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียด ขณะเดียวกันก็หาจังหวะตอบโต้ด้วยหมัดและเท้าที่หนักหน่วงเกินตัว
องค์ชายจ้าวเริ่มหงุดหงิดที่ไม่อาจทำอะไรคู่ต่อสู้ตัวเล็กได้เลย เขาเร่งพลังโจมตีให้รุนแรงขึ้น แต่ยิ่งบุ่มบ่ามก็ยิ่งเผยช่องว่าง หมีขาวรอคอยจังหวะนั้นอย่างใจเย็น เมื่อองค์ชายจ้าวเงื้อดาบขึ้นสูงหมายจะฟันลงมาอย่างสุดกำลัง หมีขาวก็สืบเท้าเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว หมัดเล็กๆ แต่หนักหน่วงราวค้อนเหล็กพุ่งเข้าใส่บริเวณซี่โครงขององค์ชายจ้าวอย่างจัง
อั่ก! องค์ชายจ้าวถึงกับตัวงอด้วยความเ็ป ดาบในมือหลุดร่วงลงพื้น ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งหลัก เท้าของหมีขาวก็ส่งร่างของเขาให้ลอยละลิ่ว!
โครม!
ร่างขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นจ้าวตกกระแทกพื้นลานประลองอย่างแรง หมดสภาพด้วยความจุกและความอับอาย เหล่าทหารและขุนนางแคว้นจ้าวรีบกรูเข้าไปประคองนายของตนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากฝ่ายแคว้นหลินจะดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ฮ่องเต้หลินแม้จะทรงตกพระทัยกับการกระทำของพระธิดาและการประลองอันดุเดือด แต่ลึกๆ แล้วก็ทรงรู้สึกโล่งพระทัยและพอพระทัยอยู่ไม่น้อย
รุ่งเช้าวันต่อมา ขบวนคณะทูตของแคว้นจ้าวก็รีบรุดออกจากเมืองหลวงของแคว้นหลินไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นจ้าวผู้พ่ายแพ้และอับอายอย่างที่สุด ไม่กล้าที่จะเอ่ยถึงเื่การหมั้นหมายอีกแม้แต่คำเดียว พายุการเมืองที่ตั้งเค้ามาอีกครั้งจึงสงบลงไปอีกคราด้วยฝีมือของแม่ทัพหญิงร่างเล็ก