เวลาผ่านไปจนพระอาทิตย์ตกดิน ความมืดที่เงียบสงัดมาเยือน พวกก๊อบลินที่ถูกจับมาใช้งานถูกพาเข้าไปขังในกรงพวกมันทั้งเหนื่อยล้าและเ็ป ส่วนพวกอัศวินก็กินอาหารอย่างสบายใจโดยไม่แยแสพวกก๊อบลินเลยสักนิดพวกมันได้แต่มองพวกอัศวินทานอาหาร
" ทำไมอยากจะกินเหรอ? เอาสิ ยื่นแขนมาเอาสิ " อัศวินคนหนึ่งเอาอาหารมาวางหน้ากรง ก๊อบลิยพยายามยื่นมือออกมาเพื่อคว้าอาหารแต่อาหารก็ถูกดึงกลับ" ยื่นมาซี่ยื่นมาอยากกินก็หยิบให้ถึงสิ " พวกอัศวินต่างหัวเราะเยาะพวกก๊อบลินจนสุดท้ายพวกมันก็เหนื่อยจนต้องนอนเพื่อให้ลืมความหิว หลังจากที่พวกอัศวินทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายกันพักผ่อนส่วนพวกที่ต้องเฝ้ายามก็ขึ้นไปประจำการที่หอเฝ้ายาม
" จะเฝ้าไปทำไมกันน้าที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรแปลกๆมาเลย " อัศวินคนหนึ่งพูด" แต่พวกที่ออกไปตามก๊อบลินที่หนีไปก็ยังไม่กลับมาเลยนะ " อัศวินอีกคนหนึ่งพูด" คงไปเจอหมูป่าแล้วกำลังย่างกินอยู่ล่ะมั้ง แค่ก๊อบลินตัวเดียวทำอะไรไม่ได้หรอก ดีไม่ดีคงโดนรุมอัดจนตายไปแล้วล่ะมั้ง "" เฮ้อ แบบนี้ก็ต้องไปหาจับพวกมันมาอีกสิเนี่ยไม่ทนมือเอาซะเลยน้าพวกก๊อบลินเนี่ย " เวลาผ่านไปเข้าสู่ช่วงดึก พวกอัศวินที่เฝ้ายามเริ่มหิวขึ้นมา" แต่ชั้นหิวว่ะ ไปหาอะไรกินได้มะ? " " เหมือนที่เต๊นท์ครัวจะเหลือขนมปังเหลืออยู่นะ "" ต้องเอาของเหลือมากินเหรอเนี่ย เอ้อ ยังดีกว่าไม่มีกินฟะ "" หยิบมาเผื่อชั้นด้วยนะ "" ไปหยิบเองสิเฟ้ย " อัศวินที่หิวโหยเดินไปที่เต๊นท์ครัวเพื่อหยิบขนมปังที่เหลือจากมื้อเย็น ถึงในครัวจะมีวัตถุดิบอยู่เยอะแต่เขาก็ขี้เกียจทำอาหาร " เฮ้อ มีแต่ขนมปังชืดๆ พวกหมู่บ้านนั่นมันไม่มีเครื่องปรุงอะไรมาให้เลยรึไงนะ ทั้งๆที่อยู่กันสุขสบายแท้ๆ " อัศวินคนนั้นบ่นเรื่องอาหารซึ่งเสบียงที่พวกเขาไปเอามานั้นเป็นของหมู่บ้านใกล้ๆ เขากินไปแล้วดื่มน้ำตามจังหวะที่เงยหน้าดื่มน้ำเขาก็มอไปงบนฟ้าซึ่งวันนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงเขาจึงได้เห็นพระจันทร์ดวงกลมโต ทว่าในตอนนั้นเขาก็ได้เห็นเงาเล็กปรากฎขึ้นระหว่างที่มองดวงจันทร์ ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงขยี้ตาไปหนึ่งครั้ง แต่พอมองดูอีกครั้งเงานั่นกลับใหญ่ขึ้นและดูเหมือนว่ามันกำลังตรงมาที่ค่าย อัศวินคนนั้นตกใจมากจึงวิ่งกลับไปหาเพื่อนของเขา เขาพยายามจะตะโกนเรียกจากฐานของหอ" แล้วขนมปังชั้นล่ะ? " อัศวินอีกคนพูด " ม..ม...ม....ม " เพื่อนของเขาพูดติดอ่างเพราะความตื่นตระหนก" ม อะไรฟะ ไม่มีหรือไม่ได้เอามา? "" ม...มังกร!! " ทันทีที่อัศวินคนนั้นพูดก็มีมังกรตัวใหญ่บินลงมาที่กลางค่ายของพวกเขาและคำรามเสียงดังลั่นทำเอาพวกอัศวินที่กำลังหลับอยู่สะดุ้งตื่นและออกมาจากเต๊นท์ที่พักส่วนพวกก๊อบลินก็สะดุ้งตื่นจากเสียงคำราม พวกมันมาเกาะที่กรงแล้วมองไปที่มังกรตั้วนั้น ร่างกายของมังกรตัวนั้นมีสึดำทมึนมันใช้กรงเล็บตะปบใส่หอเฝ้ายามจนพังแล้วบีบอัศวินที่อยู่บนนั้นจนตายก่อนที่จะเหยัยบอีกคนที่อยู่ด้านล่าง" อะไรน่ะ!? " พวกอัศวินที่นอนอยู่ในเต๊นท์วิ่งออกมาดู เมื่อออกมาพวกเขาก็เห็นมังกรตัวใหญ่อยู่ตรงหน้า มันใช้หางฟาดใส่เต๊นท์ที่พักอย่างแรงทำให้พวกอัศวินที่อยู่ด้านในถูกหางฟาดจนตาย" มังกรนี่มันอะไรกัน!? ไม่เคยมีใครบอกนี่ว่าแถวนี้มีพวกนี้ด้วยน่ะ!! " พวกอัศวินพูด" อย่าพึ่งตกใจไปเอาหอกมา!! " พวกอัศวินหยิบหอกมาปาใส่มังกรแต่ก็ไม่ระคายผิวของมันเลยแม้แต่น้อย จากนั้นมันก็ลากหางกวาดไปตามพื้นตวัดเอาพวกอัศวินบางคนขึ้นมาแล้วมันก็กัดพวกนั้นจนตายคาปาก พวกอัศวินที่เหลือรอดเริ่มแตกตื่นแล้วพากันวิ่งหนีแต่มังกรตัวนั้นสยายปีกแล้วกระพือให้เกิดลมบนพื้นทำให้พวกอัศวินที่วิ่งหนีกระเด็นไปชนข้าวของหรือล้มสุดท้ายมังกรตัวนั้นก็ไล่เหยียบจนอัศวินทุกคนตายหมดและค่ายพังไปกว่าครึ่ง แล้วมังกรตัวนั้นก็เดินมาที่กรงขังพวกก๊อบลิน พวกมันยื่นสั่นเพราะความกลัวและพวกมันไม่เคยเห็นมังกรมาก่อน แล้วทันใดนั้นร่างของมังกรตัวนั้นก็ตัวหดเล็กลง
" เฮ่อ...เฮ่อ เหนื่อยเป็นบ้าเลย โซเฟีย ชั้นแปลงได้นานกี่นาที? " เร็กซ์ถาม" 2 นาที 23 วินาทีค่ะ ถือว่าใช้ได้สำหรับครั้งแรกนะคะ " โซเฟียคอยนับเวลาให้ เพราะสกิลมารที่เร็กซ์สร้างเป็นอันแรกก็คือการแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ตามที่เขาคิด ซึ่งมังกรที่เร็กซ์แปลงไปนั้นโซเฟียไม่เคยเห็นมาก่อนเพราะมันเป็นมังกรที่เร็กซ์จินตนาการขึ้นมา" ยังไม่สามนาทียังเหนื่อยขนาดนี้....ถ้าพ่นไฟได้คงจัดการได้เร็วกว่านี้ "" ถ้าอยากทำแบบนั้นได้ก็แปลงเป็นตัวที่มันพ่นไฟได้สิคะ "" ชั้นคิดว่ามันพ่นได้ทุกตัวซะอีก " เมื่อเห็นเขาที่อยู่บนศรีษะของโซเฟียทำให้พวกก๊อบลินได้รู้ว่าทั้งสองคนเป็นปิศาจ" พ.....พวกเจ้าเป็นปิศาจแบบไหนกันน่ะ? พวกข้าไม่เคยเห็นเลย " พวกก๊อบลินถาม" อ้า เกือบลืมเลยต้องปล่อยพวกนี้ก่อนสินะ เอ้า ออกมาได้แล้ว " เร็กซ์ดึงกุญแจที่ล๊อคอยู่จนพัง พวกก๊อบลินดีใจมากที่ได้ออกมาจากกรงขัง พวกมันถูกจับมาใช้งานอยู่ 3 ปีแล้ว" มังกรตัวเมื่อกี้เป็นเจ้าเหรอ? พวกข้าไม่เคยเห็นปิศาจที่แปลงร่างได้มาก่อนเลย " ก๊อบลินพูด" ระวังคำพูดของพวกเจ้าหน่อย ท่านคนนี้คือท่านจอมปิศาจนะ " โซเฟียพูด" จ....จอมปิศาจเหรอ? "
หลังจากที่ช่วยพวกก๊อบลินออกมาได้แล้วเร็กซ์ก็เล่าให้ฟังว่าเขาได้ไปเจอกับเพื่อนของพวกมันและได้รับคำขอที่จะช่วยเหลือพวกมันเอาไว้แล้วตามมาช่วย พวกก๊อบลินเสียใจมากที่เพื่อนของมันหนีไปไม่รอดและเร็กซ์ยังได้รู้อีกว่าก๊อบลินในเกาะทางใต้นี้ไม่เหลืออีกแล้วเพราะส่วนใหญ่โดนจับใช่งานอยู่ในค่ายอื่น แล้วพวกก๊อบลินก็ต้องการที่จะตอบแทนเร็กซ์ที่ช่วยพวกมันออกมาเร็กซ์จึงของให้ช่วยขนของๆพวกอัศวินในค่ายไปเท่าที่จะทำได้
" ท่านเร็กซ์จะเอาของพวกนี้ไปทำไมเหรอคะ? " โซเฟียถาม เพราะเธอไม่เห็นความจำเป็นว่าจะเอาของพวกนั้นไปทำไม" ถึงจะเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้มากแต่ของทุกอย่างย่อมมีประโยชน์แค่จะจำเป็นต้องใช้ตอนไหนเท่านั้น " เร็กซ์พูด" แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าสกิลมารอันแรกที่ท่านสร้างจะเป็นการแปลงร่าง "" อา ก็ไม่รู้นี่นาว่าจะเจอศัตรูแบบไหน การแปลงร่างนี่แหล่ะทำให้สามารถรับมือได้มากที่สุด หวังว่าคงแปลงได้นานกว่านี้นะ "" ถ้าเขาของท่านยาวขึ้นสกิลมารก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นค่ะ "" .......ตอนที่ชั้นฆ่าอัศวินพวกนั้น ชั้นไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งๆที่มันเป็นการฆ่าคนแต่ตอนนั้นชั้นรู้สึกเหมือนกับ...บี้แมลงตัวหนึ่งเท่านั้น ชั้นคงละทิ้งหัวใจของมนุษย์ไปแล้วสินะ "
เร็กซ์ไม่รู้สึกอะไรนอกจากความสะใจที่ได้จัดการอัศวินพวกนั้น หากเป็นเขาตอนที่อยู่โลกมนุษย์คงไม่กล้าทำร้ายใครอย่างแน่นอน นี่อาจเป็นผลจากการที่เปลี่ยนเป็นปิศาจก็ได้
" โซเฟียนี่คืออะไรน่ะ? " เร็กซ์เห็นม้วนกระดาษม้วนใหญ่รวมอยู่ในกองสัมภาระ เมื่อกางออกดูก็พบว่ามันเป็นแผนที่" นั่นคงเป็นแผนที่ของอาณาจักรทางใต้นี้ค่ะ " โซเฟียพูด" อาณาจักรทางใต้งั้นเหรอ? "" ค่ะ อาณาจักรนี้ชื่อว่า เซาท์เอจตั้งอยู่บนเกาะค่ะ เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเกาะทั้งหมดที่มีอยู่ 7 เกาะ "" 7 เกาะงั้นเหรอ? หรือว่าจะมีอยู่ 7 อาณาจักรด้วย "" ใช่แล้วล่ะค่ะ จากที่ดูรู้สึกว่ายังไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีพื้นที่ที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึงอยู่ "" เช่นที่ไหนบ้างล่ะ? "" ไม่ทราบค่ะเพราะข้าอ่านอักษรของมนุษย์ไม่ออกจึงไม่ทราบว่าพวกมันไปเจอที่ไหนมาแล้วบ้าง "" งั้นพวกอัศวินนี่ก็ทำแผนที่ไส่งไปให้อาณาจักรด้วยสินะ ถ้างั้นช้นจะทำต่อให้เอง....แต่อยากจะอ่านตัวหนังสือพวกนี้ได้จังน้า "
เวลาผ่านไปสักพักพวกก๊อบลินก็ขนของจนเสร็จ พวกมันเอาสัตว์ที่ฝึกติดกับรถลากเพื่อขนสัมภาระไปด้วย
" ท่านจอมปิศาจขนของทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ " ก๊อบลินตัวหนึ่งมารายงาน แต่เร็กซ์ก็หลับอยู่การใช้สกิลมารทำให้เขาเหนื่อยมาก" ท่านสั่งไว้ก่อนที่จะหลับ ท่านบอกว่าให้พวกเจ้าขนของไปยังที่ๆพวกเจ้าคิดว่าปลอดภัยที่สุดเพื่อตั้งฐานน่ะ " โซเฟียพูด" ตั้งฐานเหรอครับ? "
เช้าวันต่อมา ณ อาณาจักรส่วนกลางแกรนด์เซนทรัล ที่นี่เป็นเมืองหลวงหลักของพวกมนุษย์โดยมีมหาวิหารเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าไปในมหาวิหาร ผมของเธอมีสีแดงร่างสูงสง่าผิวขาวนวลและเธอใส่ชุดอัศวินสีขาว เธอเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่งที่มีรูปปั้นเทพสวรรค์ขนาดใหญ่อยู่ หญิงสาวนั่งลงคุกเข่าตรงหน้ารูปปั้น
" ท่านมิคาเอล ข้ามาตามที่ท่านเรียกแล้วค่ะ " หญิงสาวพูด ทันใดนั้นรูปปั้นก็ส่องแสง" ขอบใจที่มานะลูน่า " มีเสียงพูดดังออกมาจากรูปปั้น" ท่านบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับข้าเหรอคะ? "" ถูกต้อง เมื่อวานนี้เจ้าได้เห็นลำแสงที่พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าแล้วสินะ? "" ค่ะ ข้าสัมผัสอะไรจากลำแสงที่เห็นนั่นไม่ได้เลย ท่านมิคาเองพอจะทราบอะไรบ้างมั้ยคะ? "" ลำแสงนั่นเป็นแสงแห่งการกำเนิด และอาจจะนำมาซึ่งสงคราม "" ส...สงครามเหรอคะ? "" ลำแสงนั่นมีพลังของความมืด...เป็นพลังของจอมปิศาจ "" จอมปิศาจเหรอคะ? เป็นไปไม่ได้ก็ข้าสังหารมันกับมือเองนี่คะ "" ความชั่วร้ายนั้นไม่ตายง่ายๆหรอกนะลูน่า มันยังกลับมาได้ทุกเมื่อหากยังไม่ถูกทำลายจนสิ้น "" จะบอกว่า....มีจอมปิศาจคนใหม่เหรอคะ? "" พวกปิศาจที่แตกพ่ายไปก็มีไม่น้อย ปิศาจที่ร้ายกาจบางตัวก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นตัวใดตัวหนึ่งในพวกมันก็ได้ "" ....ถ้ามีปิศาจที่ได้รับพลังที่แข็งแกร่งถึงขนาดมีลำแสงพุ่งขึ้นเสียดฟ้าขนาดนั้นทำไมข้าถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะคะ หรือว่ามันจะพึ่งกำเนิดมา ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะรีบกำจักซะ "" ขอโทษที่ข้าช่วยเหลือเจ้าไม่ได้ เพราะมันมีพลังบางอย่างปกป้องอยู่ แต่เจ้าจงค้นหาเถิดการตัดไฟนั้นควรตัดตั้งแต่ต้นลมหากยิ่งปล่อยไว้นานไฟนั้นจะลุกลามเกินกว่าจะดับได้ "" ค่ะ ข้าจะค้นหามันให้เจอแล้วจัดการซะ " จากนั้นแสงที่รูปปั้นก็หายไป ลูน่าลุกขึ้นมา" จอมปิศาจที่กำเนิดใหม่งั้นเหรอ ก็แค่วิญญาณที่กลับมาเกิดใหม่เท่านั้นข้าจะสังหารเจ้าอีกรอบก็ได้ เจ้าจอมปิศาจ " ลูน่าคิด แววตาของเธอก็เปลี่ยนไป ความโกรธแค้นต่อพวกปิศาจของเธอลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
อีกด้านหนึ่งในป่าห่างไกลจากค่ายของมนุษย์ที่โดนเร็กซ์ทำลายไปที่นั่นมีหน้าผาและป่ารกทึบรวมทั้งมีลำธารไหลผ่าน พวกก๊อบลินได้เลือกที่นี่เป็นทำเลในการตั้งฐานพวกมันใช้ผ้าจากเต๊นท์ของมนุษย์มาสร้างเป็นที่พักให้กับเร็กซ์แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาเกือบเที่ยงวัน
" ฮ้าว....หลับสบายดีจัง " เร็กซ์พูด เขามองไปรอบๆแล้วเห็นโซเฟียนั่งอยู่ข้าง" ตื่นแล้วเหรอคะท่านเร็กซ์ " โซเฟียพูด" โซเฟีย อย่าบอกนะว่าเธอนั่งเฝ้าชั้นอยู่ตลอดน่ะ? "" ก็ข้ามีหน้าที่ต้องคอยดูแลท่านนี่คะ "" ไม่ต้องตามติดขนาดนั้นก็ได้ ว่าแต่พวกเราอยู่ที่ไหนเนี่ย? " เร็กซ์นอนอยู่บนเตียงที่พวกก๊อบลินสร้างให้ และเขาได้เห็นว่าสัมภาระที่เป็นเอกสารถูกวางอยู่ในเต๊นท์" ฐานที่มั่นที่ท่านบอกให้สร้างยังไงล่ะคะ "" ฐานที่มั่นงั้นเหรอ? อ้อ ชั้นบอกไว้นี่นะ ไหนดูสิว่าเป็นยังไง " เร็กซ์เดินออกมาจากเต๊นท์ก็พบว่าข้าวของที่เอามาจากค่ายของพวกอัศวินไปถูกจัดเก็บไว้อย่างดี และเขาก็ได้เห็นรอบๆ" เลือกพื้นที่ได้ดีนี่นา " เร็กซ์พูด" ท่านจอมปิศาจตื่นแล้วเหรอครับ? " พวกก๊อบลินวิ่งเข้ามาหาเร็กซ์" อา เหนื่อยกันหน่อยนะพวกนาย ถึงจะบอกว่าให้หาทำเลแต่ก็ไม่ได้ให้ทำทั้งคืนนะ "" ไม่หรอกครับ นี่ยังเทียบกับการช่วยเหลือที่ท่านช่วยพวกเราออกมาไม่ได้หรอกนะครับ ถึงพวกเราจะไม่มีความสามารถด้านการต่อสู้แต่ก็จะขอรับใช้ท่านไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ครับ " พวกก๊อบลินคุกเข่าลงตรงหน้าเร็กซ์" ในที่สุดก็ได้ผู้ติดตามกลุ่มแรกแล้วนะคะ ท่านเร็กซ์ " โซเฟียพูด" เริ่มก้าวแรก แล้วล่ะนะ " เร็กซ์พูด
To be continue...