บทที่ 35: จุดจบของจั่วซี
ขณะนี้ ชายที่มีแผลเป็นบนใบหน้าได้วางตัวจั่วซีลงบนโซฟาที่แม้ว่าจะชำรุด แต่ก็ยังค่อนข้างสะอาด
ผู้หญิงคนนี้ยังคงสลบไสลอยู่ ทั้งที่ใช้ยาไปเพียงนิดเดียว แต่จั่วซีกลับยังไม่ฟื้น
ขณะนั้น ชายคนนั้นได้สั่งให้ชายอีกคนที่ดูผอมกว่าออกไปเฝ้าด้านนอก ส่วนเขากับชายที่มีแผลเป็นอยู่ในโกดัง
หลังจากนั้นไม่นาน ชายคนนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า "เฮ้ นายไปปลุกผู้หญิงโง่คนนี้ซะ"
ชายที่มีแผลเป็นเดินเข้ามาหยิบถังน้ำเย็นที่เตรียมไว้บนโต๊ะ แล้วสาดลงบนตัวจั่วซีทันที จั่วซีเหมือนจะตกใจจากความเย็นของน้ำ จึงตื่นขึ้นมา
เธอลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นชายร่างกายแข็งแรงสองคนอยู่ตรงหน้า ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปหมด พูดก็ไม่ชัดเจน "พะ...พวกนายสองคน...เป็นใคร...ที่นี่คือที่ไหน แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่?"
"ตื่นแล้วก็ดี" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและน่ากลัว "ฉันกลัวจริง ๆ ว่าคุณจะไม่ตื่นขึ้นมาเสียอีก"
จั่วซีพยายามนึกย้อนเหตุการณ์ของคืนนี้ ที่เธอนอนหลับไปหลังจากทนความอึดอัดจากการนอนไม่หลับมานาน แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย
เธอใช้มือทั้งสองทุบหัวตัวเองอย่างแรง พยายามนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น แต่...ก็ยังนึกไม่ออก
ไม่ใช่ ทุกสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้มันต้องเป็นความฝันแน่ๆ
เธอจะมาอยู่ในที่พังๆ แบบนี้ได้ยังไง แล้วคนแปลกหน้าพวกนี้คือใครกัน?
เธอคงกำลังฝันอยู่
แต่ขณะที่เธอกำลังปลอบใจตัวเองอยู่นั้น เธอก็เห็นชายที่มีแผลเป็นบนใบหน้าโยนกล่องอะไรบางอย่างที่ดูแปลกๆ มาที่หน้าเธอ
หัวใจของเธอเต้นแรงทันที
นี่...พวกเขาคิดจะทำอะไร?
"นี่! หลิงซิ่วซืออยู่ไหน?" จั่วซีตะโกนเสียงดัง น้ำตาพลันไหลพรั่งพรูจากใบหน้า แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังและเจ็บปวด "พวกนายปล่อยฉันกลับบ้านเถอะ"
"กลับบ้านเหรอ?" ชายที่มีแผลเป็นพูดด้วยเสียงเย็นชา "ฝันไปเถอะ แล้วคิดว่าใครจะไปส่งเธอ? บอกเรามาสิ เราจะทำตามที่เธอต้องการ"
จั่วซีมองชายสองคนตรงหน้าด้วยความตื่นกลัว เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไง "พวกนาย...พวกนาย ถ้ากล้าทำอะไรกับฉัน ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ แล้วให้ตำรวจจับพวกนายเข้าคุก และทำให้พวกนายตายแบบไร้วิญญาณ!"
จนท้ายที่สุด จั่วซีกรีดร้องออกมาอย่างไม่สนใจ เธอทุ่มพลังทั้งหมดของเธอในการกรีดร้อง แต่ไม่มีใครสนใจเธอเลย
ในตอนนี้ ชายที่มีแผลเป็นไม่สนใจเสียงกรีดร้องของจั่วซีแม้แต่น้อย เขาเริ่มถอดเสื้อออก
"ไม่...อย่า!" จั่วซีมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า ศีรษะของเธอส่ายไปมาราวกับตุ๊กตาล้มลุก "ไม่ได้ พวกนายทำแบบนี้ไม่ได้"
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในความทรงจำของเธอแล้ว เธอแทบไม่เคยทำให้ใครโกรธเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่ศัตรูอะไรอีก
แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้กับเธอด้วยล่ะ เธอไม่เคยคิดเลยว่าร่างกายนี้จะเป็นของใครได้อีกนอกจากหลิงซิ่วซือ
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป เธอจะเอาหน้าไปพบหลิงซิวซือและครอบครัวสกุลจั่วได้ยังไงกัน
"ฉันขอร้องล่ะ พวกนายอย่าทำแบบนี้เลย อย่าเข้ามานะ ถ้าต้องการเงิน ฉันจะโทรหาพ่อกับแม่เลี้ยงของฉัน พวกเขาต้องยอมแน่นอน" จั่วซีอ้อนวอนคนตรงหน้า
ชายที่มีแผลเป็นถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เดินตรงเข้าหาจั่วซีอย่างช้าๆ ท่าทางของเขาเหมือนจะสนุกกับการมองสีหน้าหวาดกลัวของจั่วซี ก่อนจะหัวเราะเย็นชา "เงินเหรอ? เธอคิดว่าพ่อนั่นจะสนใจความปลอดภัยและความรู้สึกของเธอไหม?"
จั่วซีตกตะลึง ใช่สิ คนในครอบครัวสกุลจั่วไม่เคยสนใจชีวิตและความปลอดภัยของเธอเลย
แล้วเธอจะต้องถูกจัดการแบบนี้จริงๆ งั้นเหรอ?
เสียงของจั่วซีเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ จากนั้นเธอก็เริ่มหยุดกรีดร้อง ปล่อยให้สัตว์เดรัจฉานสองตัวนี้ทำอะไรกับร่างกายของเธอได้ตามใจชอบ
ในตอนนี้ ร่างกายของจั่วซีรู้สึกเหมือนกับว่าถูกดูดวิญญาณออกไป แต่ถ้าให้พูดตรงๆ การใช้คำว่าร่างแหลกสลายอาจจะเหมาะกับเธอในตอนนี้มากกว่า
เธอไม่รู้ว่าทำไมใครบางคนถึงต้องทำกับเธอแบบนี้ และไม่รู้ว่ากลับไปแล้วจะเผชิญหน้ากับหลิงซิวซือและครอบครัวสกุลจั่วยังไง รวมถึงคนพวกนั้นที่รอจะดูเธอล้ม
เมื่อก่อนเธอรู้ว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ได้เรื่อง แต่ด้วยตำแหน่งคุณหนูคนโตของตระกูลจั่วที่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ทำให้เธอยังสามารถพยายามเอาตัวรอดมาได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะไม่มีเหตุผลและโอกาสในการลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว
"เสร็จแล้ว" ชายที่มีแผลเป็นลุกขึ้นใส่กางเกง แล้วตบมือพร้อมกับท่าทางสบายๆ "ต่อไปจะทำยังไง"
ตลอดทั้งกระบวนการ ความเจ็บปวดที่เหมือนฉีกกระชากหัวใจ ทำให้จิตใจของเธอแตกสลาย
มันเหมือนกับว่าได้ตายไปแล้ว
ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการถูกย่ำยี ใบหน้าซีดเผือด
"เอาตัวเธอใส่รถแล้วส่งกลับไป" ชายที่พูดคนแรกเอ่ยขึ้น
“ได้ ฉันจะทำเดี๋ยวนี้”
ชายแผลเป็นใช้เสื้อผ้าที่อยู่ในสภาพยับเยินพันร่างของจั่วซีเอาไว้อย่างมิดชิด ตัวเธอทั้งร่างช่างชาไร้ความรู้สึก นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของชายแผลเป็น ใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวมองไปยังเขา
ตอนนั้น ประตูโกดังที่เก่าทรุดโทรมถูกเปิดออก ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ
เธอถูกโยนลงบนรถอีกครั้ง
รถแล่นไปบนถนน ไม่รู้ว่าเดินทางมานานแค่ไหน รถค่อยๆ หยุดลง
เธอถูกอุ้มลงมาอีกครั้ง แล้วถูกโยนลงหน้าประตูบ้านของตัวเอง
ทันทีที่รถแล่นออกไป เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมองป้ายทะเบียน แต่ในที่สุดก็พบว่าป้ายทะเบียนถูกปิดเอาไว้
เธอจ้องมองไปยังทิศทางที่รถแล่นออกไปอย่างเจ็บแค้น เธออยากจะโทรแจ้งตำรวจ แต่กลับไม่มีความกล้าพอ
เธอไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ให้คนอื่นรู้ได้ และยิ่งไม่อยากให้ครอบครัวสกุลจั่วตกเป็นเป้าของกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีก
จั่วซีคลอเบ้าด้วยน้ำตา พยายามลุกขึ้นจากพื้นด้วยความเหนื่อยล้า สภาพที่กระเซอะกระเซิงของเธอดูอ่อนล้ามาก เธอเดินอย่างช้าๆ ลากร่างกายที่บอบช้ำเข้าไปในบ้านทีละก้าวๆ
ทุกย่างก้าว ร่างกายทั้งตัวก็ปวดไปหมด มันตอกย้ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
ป้าจางที่เดินออกมาจากห้องพักพอดี เห็นจั่วซีเข้า ก็ตกใจแทบช็อก “กรี๊ด... คุณหนูใหญ่ เกิดอะไรขึ้นกับคุณคะ?”
ยามเช้าของคฤหาสน์นั้นเงียบมาก เสียงกรีดร้องของป้าจางจึงดังขึ้นอย่างผิดปกติและชัดเจน
จั่วซีไม่มีเวลาจะห้าม และเธอก็ขี้เกียจเกินกว่าจะห้ามด้วย
ตอนนั้นเอง คนรับใช้คนอื่นๆ ก็พากันวิ่งมาจากเสียงกรีดร้อง ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้คนที่ล้อมรอบจั่วซี ทุกคนใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยมองมาที่เธอ แล้วเริ่มซุบซิบกันอย่างแผ่วเบา
แน่นอนว่าคนเหล่านั้นรวมถึงจั่วหมิงเว่ย ไป๋อิง และจั่วม่านกับจั่วเสวียนสองพี่น้องด้วย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเอะอะกันแต่เช้าขนาดนี้” จั่วหมิงเว่ยที่สวมชุดนอนอยู่พูดด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ “มีใครจะออกมาบอกฉันหน่อยไหม?”
“พ่อคะ ดูพี่สาวสิคะ”
จั่วม่านยกมือชี้ด้วยอาการสั่นกลัว "พี่สาว... เธอดูน่ากลัวมาก"
จั่วหมิงเว่ยมองตามทิศทางที่จั่วม่านชี้ไป แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที
ในชั่วพริบตานั้น ทุกคนต่างพากันหยุดหายใจ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว แม้กระทั่งรู้สึกราวกับว่าท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา
ใบหน้าของไป๋อิงก็ดูไม่สู้ดีเช่นกัน แต่ในใจกลับกำลังหัวเราะเยาะ มองเห็นจั่วซีในสภาพเสื้อผ้ายับเยินแบบนี้ คงจะมีความสุขล้นใจแน่ๆ
แต่แน่นอนว่าไป๋อิงย่อมไม่แสดงความรู้สึกนั้นออกมา ตรงกันข้าม เธอกลับเดินเข้าไปใกล้จั่วซีอย่างใส่ใจและโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอด พลางปลอบโยนว่า “เซียวซี เกิดอะไรขึ้นกับหนู บอกพวกเรามาเถอะ พวกเราจะช่วยแก้ปัญหาให้เธอเอง”
ทันทีที่ไป๋อิงพูดจบ จั่วซีก็พังทลาย เธอไม่สามารถควบคุมความรู้สึกเศร้าและอัดอั้นในใจได้อีกต่อไป หันกลับไปกอดไป๋อิงแน่น และร้องไห้ออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น “ฉัน... ฉันถูกทำร้าย ไม่รู้ว่าใครทำ พวกเขา...พวกเขาไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน”
“อะไรนะ?” ไป๋อิงทำเป็นแสดงสีหน้าตกใจ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรอคอยฉากนี้มานานแสนนาน ใจจริงอยากหัวเราะออกมาให้สุดเสียง แต่เธอกลับต้องพยายามควบคุมความรู้สึกดีใจอย่างเต็มที่ แสดงออกด้วยสีหน้าที่ซับซ้อนสุดๆ "คุณค่ะ เรื่องนี้ต้องสืบหาความจริงให้ถึงที่สุด จะปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปไม่ได้เด็ดขาด"
จั่วม่านมองดูจั่วซีที่อยู่ตรงหน้า
ดูเหมือนว่าการแก้แค้นในครั้งนี้จะสำเร็จแล้วจริงๆ