“ไม่ ….อาจารย์ไม่ ข้าไปใม่ให้ท่านจากไป”หยางหว่านทรุดกายลงกอดร่าง แน่นอิ่งของปู้ตานซินไว้แน่นน้ำตาหลั่งรินปานสายเลือดแต่ ก็ไม่อาจรั้งปู้ตานซินให้หวนคืน
……………………………………………………………………………………
ใครกันหวั่นไหว ...ใครกันมีน้ำตาก่อนกัน
หวนคืน
กวงเสี่ยวอึ้งในวัยหนุ่ม ที่ใบหน้าถอดแบบออกมาจากปู้ตานซิน ใบหน้าหน้าหล่อเหลาราวเทพสวรรค์ท่าทีองอาจผึ่งผายแววตามุ่งมั่นอย่างที่สุด ยืนประสานมือตรงหน้า
เบื้องหน้าเก้าอี้ สูงสลักเสลาสวยงามของเจ้าสำนักกวงถง ป้ายสำนักเหนือศีรษะ
“กวงเสี่ยวอึ้ง บุตรชายคนเดียวของตระกูลกวงจะต้องสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักอ่างปฏิเสธไม่ได้”
“ท่านเจ้าสำนัก ข้ายังอยากใช้ชีวิตอิสระโลดโผนในแบบของข้ายังอยากออกเสาะแสวงหาสุดยอดเคล็ดวิชา”
“กวงเสี่ยวอึ้ง ข้ามิได้พูดในฐานะบิดาของเจ้าแต่ข้าพูดในฐานะเจ้าสำนัก”
“ลูกก็ยังยืนยันว่าลูกร้องขอความเห็นใจท่านพ่อด้วยความเป็นลูกหาใช่ความเป็นผู้สืบทอด”
“ดีในเมื่อคิดว่าเคล็ดวิชาของ สำนักกวงถงของเราไม่คู่ควรกับเจ้าก็ไปเสีย นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวข้าพร้อมจะตัดมันเสีย แต่บอกไว้ก่อนในเมื่อไปแล้วจะกลับมา ร้องขอความเห็นใจในยามที่พ่ายแพ้หรือ บากหน้ากลับมาเพราะไม่อาจยืนหยัด จะไม่อาจทำอีกต่อไป” กวงเสี่ยวอึ้ง ก้มศีรษะลงกับพื้น คารวะบิดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวขาออกจาก สำนักกวงถงด้วยความมุ่งมั่นและหยิ่งทะนง
“ไปด้วย”ฟูเหยี่ยนหยางหว่านขยับห่อผ้าบนไหล่ ให้กระชับขึ้น
“ไม่ได้ เจ้าเพิ่งจะสิบเจ็ดเดินทางรอนแรมกับบุรุษเพียงลำพังกลางป่าเขาไม่เหมาะยิ่งนัก”
“ใครบอกว่าไม่เหมาะเหมาะที่สุด ข้าอยากไปกับท่าน กวงเสี่ยวอึ้งครั้งนี้ข้าจะไม่มีทางให้พลาดอีกแล้ว”
“เจ้าพูดถึงเรื่องอะไรพลาดอะไร”หยางหว่านยิ้มมีเลศนัยจะบอกได้อย่างไรว่าหยางหว่านหวนคืนมาเพื่อพบกับปู้ตานซินอีกครั้ง
ก่อนหน้านั้น
“ท่านปรมาจารย์กกก๋ง ข้าน้อยหยางหว่านรับคำสั่งอาจารย์ส่งข้ามารับเอาเคล็ดวิชาแทนอาจารย์”กกก๋งลืมตาขึ้นช้าๆ
“เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการอย่างนั้น”
“ท่านปรมาจารย์ หยางหว่านมาถึงทางตันแล้ว”
“เคล็ดวิชาที่ข้าจะมอบให้ถึงแม้เจ้ารับเอาเคล็ดวิชาของข้าไปแต่เจ้าก็ไม่สามารถ ต่อกรกับฉูฉางได้ในเมื่อตอนนี้คนที่จะต่้อกรกับฉูฉางได้มีเพียงอาจารย์เจ้าแต่ ต้องหลังจากที่เขารับเอาเคล็ดวิชาของข้าไปแล้ว เขาจึงจะสามารถจะจัดการกับฉูฉางได้แต่ว่าเขาไม่อยู่แล้ว”
“ท่านปรมาจารย์หยางหว่าน เพียงแค่อยากท่องกาลเวลากลับไปยังยังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง แก้ไขเรื่องราวก่อนหน้านั้น เพราะตอนนี้ฉูแางกล้าแกร่งเกินที่ หยางว่านจะต่อกร”
“เคล็ดวิชาท่องกาลเวลา ในยุทธภพนี้มีข้า ปรมาจารย์เตี่ยงเลี่ยงและอาจารย์เจ้าเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้ ปู้ตานซินแต่เดิมมีเคล็ดวิชาอ่านใจผู้คน แต่เขาเก็บงำเป็นความลับแต่เมื่อเขาสละร่างไปแล้ว ข้าจึงไม่จำเป็นต้องรักษาความลับให้เขาอีกต่อไปข้ากับปรมาจารย์เตี่ยงเลี่ยงได้เคล็ดวิชาจากอาจารย์มาต่างกันออกไป เคล็ดวิชาของข้า ที่จะมอบให้เจ้าคือเคล็ดวิชาเปลี่ยนใจผู้คน” (จำได้ไหมตอนที่กก๋งไปคุยกับปู้ตานซิน ทีแรกปู้ตานซินไม่อยากย้อนไปในตอนที่ต้นเรื่องเขากับฉูฉางแต่ท่านปรมาจารย์กกก๋งใช้เคล็ดวิชาเปลี่ยนใจคนกับปู้ตานซิน)
“อาจารย์ปู่ท่าน จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาทั้งสองให้ข้าได้หรือไม่”ปรมาจารย์กกก๋งหลับตาลงช้าๆ
“อาจารย์เจ้าสละร่างไปแล้ว เคล็ดวิชาท่องกาลเวลาข้าไม่อาจถ่ายทอดให้ได้ทั้งหมดเจ้าจะต้องศึกษาเองเพียงลำพัง แม้แต่ บิดาเจ้าป้อก้านยังไม่อาจได้ไปครอบครอง เจ้าแน่ใจหรือว่าจะสามารถสำเร็จเคล็ดวิชาได้ ส่วน เคล็ดวิชา เปลี่ยนใจคนนั้นตอนนี้ข้าไร้ผู้สืบทอดจึงอาจจะยอม มอบมันให้เจ้าเพื่อสืบทอดต่อไป”
“ตกลงข้ายินดีให้เจ้าไปด้วย”หยางหว่านใช้เคล็ดวิชาเปลี่ยนใจกับกวงเสี่ยวอึ้ง หยางหว่านบ่นเบาๆ
“เจ้ายังอ่อนหัดนักกวงเสี่ยวอึ้งเทียบชั้นกับข้าที่ มีสุดยอดเคล็ดวิชา ถึงสองสุดยอดเคล็ดวิชาได้อย่างไร”
“เจ้าพูดอะไรข้าไม่ทันได้ยินที่เจ้าพูด”
“ข้าแค่เพียงพุดว่าตอนนี้ข้าเนหือกว่าท่าน”
“เหนือกว่าตรงไหน”
“เหนือกว่าตรงที่…..ตรงที่ข้ารู้จักท่านมากมากกว่าที่ท่านรู้จักข้า”
“บอกไว้ก่อนข้าถูกเจ้าสำนักขับออกจากสำนักกวงถง เจ้าไปกับข้าก็แค่ ต้องการเล่นสนุกอันนี้เขาเข้าใจดีอีกไม่นานบิดาเจ้าก็จะตามตัวเจ้ากับ เองข้าไม่ต้องลงแรง”
“กล้าพนันกับข้าไหมว่าบิดาข้า ไม่ตามข้ากลับ”กวงเสี่ยวอึ้งผู้ยังเยาว์จะรู้ไหมว่าเคล็ดวิชาเปลี่ยนใจคนไม่ได้จำกัดการใช้งานว่าจะใช้ได้ในกี่ครั้งเหมือนเคล็ดวิชาอื่นๆ