มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลได้รับจดหมายกระดาษสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นน้ำหมึกจางๆ ผสมกับไอเย็นะเื ข้อความระบุว่า:
"ลูกสาวของท่านไม่ได้หายไปไหน แต่นางกำลังถูกจัดแสดงอยู่ต่อหน้าท่านในที่ที่สว่างที่สุด... หากรุ่งสางท่านยังหานางไม่พบ นางจะกลายเป็ประติมากรรมนิรันดร์ที่ไร้ลมหายใจ"
ที่มุมซองมีตราประทับครั่งรูป "ปริซึม" ชายแปลกหน้าจ้องมองมันด้วยแววตาเคร่งขรึม เขารู้ทันทีว่านี่คือผลงานของ ลูเซียน ศัตรูผู้อยู่เื้ัโศกนาฏกรรมสีแดงและสีทองที่เขาเคยเผชิญ
ภายใน Blue Cup Gallery ทุกตารางนิ้วอาบด้วยแสง Monochromatic Blue Light แสงสีน้ำเงินความถี่เดียวที่สว่างจ้าจนบิดเบือนทุกมิติ ผนังถูกฉาบด้วยลายพรางเส้นตัดซับซ้อน ท่ามกลางรูปปั้นโลหะรูปทรงมนุษย์ที่ตั้งเรียงรายราวกับป่าช้าศิลปะ
ความสยดสยองที่ถูกมองข้าม: ในขณะที่ผู้ว่าจ้างเดินหาลูกสาวอย่างบ้าคลั่ง ชายแปลกหน้าสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นยืนชื่นชมรูปปั้นตัวหนึ่งที่ตั้งเด่นอยู่กลางร้าน "ดูสิ งานชิ้นนี้สมจริงชะมัด ผิวััดูอุ่นเหมือนมีเืเนื้อจริงๆ เลย" วัยรุ่นคนหนึ่งกล่าวพลางลูบไปที่แขนของรูปปั้น "แถมดูจังหวะที่หน้ากากขยับสิ เหมือนมันกำลังพยายามหายใจเลยนะ ศิลปินคนนี้เก่งระดับอัจฉริยะจริงๆ"
ชายแปลกหน้าแค่นยิ้มสมเพช... มนุษย์เราพร้อมจะชื่นชมความวิปริต เพียงเพราะมันถูกแปะป้ายว่าเป็ "ศิลปะ"
ชายแปลกหน้าเดินตรงไปที่แผงควบคุมระบบไฟ ดวงตาของเขาพร่ามัวจากการจ้องมองสีน้ำเงินนานเกินไป จนสมองเริ่มสร้างภาพหลอนสีส้มวาบขึ้นมาในความมืด เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเ็า:
"พวกคุณถูกหลอกด้วยฟิสิกส์ง่ายๆ... แสงสีนี้ได้ลบสีแดงออกจากสายตาพวกคุณ เมื่อไม่มีแสงสีแดงให้สะท้อน วัตถุที่ควรจะเป็สีเืจะกลายเป็ สีดำสนิท และลวดลายบนชุดที่เธอสวมจะถูกแสงบงการให้แบนราบกลืนไปกับผนัง เธอไม่ได้ล่องหน... แต่พวกคุณเองที่เลือกจะมองว่ามนุษย์ที่มีชีวิตเป็เพียง 'วัสดุ' ชิ้นหนึ่ง"
เขาเปิดระบบไฟ "สีส้มอำพัน" สวนเข้าไปทันที!
โลกสีน้ำเงินพังทลายลงในพริบตา แสงสีส้มกระชากความจริงออกมาจากเงา รูปปั้นที่วัยรุ่นคนนั้นเพิ่งลูบไล้กลับกลายเป็หญิงสาวที่ถูกมัดติดกับโครงเหล็ก เธอสวมชุดลายพรางและหน้ากากที่แนบสนิทไปกับใบหน้า ดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจ้องมองผ่านช่องหน้ากากมายังฝูงชนที่เพิ่ง "ชื่นชม" เธอไปเมื่อครู่
ชายแปลกหน้าเดินขึ้นไปเผชิญหน้ากับ ลูเซียน บนชั้นลอย ชายในสูทขาวผู้ถือแก้วไวน์สะท้อนแสงสีส้มอย่างสงบ
ลูเซียน: "คุณพังงานศิลปะชิ้นเอกของผมอีกแล้วนะ... ทั้งนรกสีทอง และความสงบสีน้ำเงินนี่ คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าโลกที่ไร้สีสันของคุณมันน่าเบื่อเกินไป?"
ชายแปลกหน้า: "งานของนายไม่ใช่ศิลปะ ลูเซียน มันไม่มีค่าอะไรไปมากกว่าโจทย์ทดสอบทฤษฎีของฉัน และรอยนิ้วมือโสมมที่คนพวกนั้นทิ้งไว้บนตัวเหยื่อ... มันคือหลักฐานว่าโลกที่นายสร้างขึ้นมันฟอนเฟะแค่ไหน"
ลูเซียน: (ยิ้มกว้าง) "ความมืดใต้สีเทาของคุณมันกำลังทำงานอยู่สินะ... ยิ่งคุณล้างสีสันของผมออก ความสว่างนั้นก็จะยิ่งแผดเผาคุณเอง... แล้วพบกันใน 'งานชิ้นถัดไป' นะครับเพื่อนเก่า"
ลูเซียนเดินหายเข้าไปในเงามืด ชายแปลกหน้าไม่ได้ตามไป เขาเพียงแต่หยิบเศษกระดาษสีเทาที่เขียนสูตรคำนวณทิ้งไว้บนโต๊ะไวน์ เป็สัญลักษณ์ว่าเขาได้มองทะลุปริซึมนั้นแล้ว เขามองดูโลกเบื้องล่างที่กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง พร้อมความจริงที่หนาวเย็นว่า... าระหว่างเขากับลูเซียนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ