แสงแดดยามบ่ายยังคงส่องสว่างอยู่บนท้องถนนของลูเมเรีย ผู้คนเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนักเรียน นักผจญภัย พ่อค้า และผู้คนจากเมืองต่าง ๆ ที่เดินสวนกันไปมาผมมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาท่ามกลางผู้คน ถนนสายหลักของลูเมเรียกว้างกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก
อาคารสองข้างทางส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐและหิน มีป้ายร้านค้าที่เขียนด้วยตัวอักษรเวทมนตร์ลอยอยู่เหนือประตู บางร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์ บางร้านขายของใช้สำหรับนักผจญภัย และบางร้านถึงขั้นมีอุปกรณ์ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนผมเดินไปเรื่อย ๆ โดยมีลิเลียเดินอยู่ข้างหลัง
“ร้านนั้นขายอะไรน่ะ?”
“น่าจะเป็ร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์ค่ะ”
“แล้วร้านนั้น?”
“ร้านขายหนังสือค่ะ”
“ร้านนั้นล่ะ?”
“ขนมค่ะ”
“โอ้...”
ผมพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะเดินต่อ คิดถูกจริง ๆ ที่พาลิเลียมาด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงต้องเดินเข้าไปถามทุกสิบก้าวว่า ร้านนี้ขายอะไร แน่นอนที่สำคัญ ตัวอักษรของลูเมเรียเองก็แตกต่างจากเมืองที่ผมเคยอยู่พอสมควร แม้จะเป็ภาษาที่มีรากศัพท์คล้ายกัน แต่ที่นี่นิยมใช้ อักษรเวท ในการเขียนป้ายร้านค้าและประกาศต่าง ๆ
สำหรับคนที่อ่านมันไม่ออก...ก็ไม่ต่างอะไรจากการมองอักษรโบราณบนกำแพงเท่าไรนักผมเดินผ่านร้านหนังสือแห่งหนึ่งแล้วชะลอฝีเท้าเล็กน้อย
“นั่นหนังสือเวทมนตร์ใช่ไหม?”
“ค่ะ”
ผมมองผ่านกระจกเข้าไปด้านในราวกับเด็กอยากได้ของเล่นผมมองอยู่พักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจ
“ไว้ค่อยมา”
“ท่านเรนจะซื้อหนังสือหรือคะ?”
“ถ้าซื้อแล้วอ่านไม่ออกก็ไม่มีประโยชน์นี่นา”
“อย่างน้อยก็ยังให้ดิฉันอ่านให้ฟังได้นะคะ”
“จริงด้วย”
ผมหันไปมองเธอทันที
“งั้นซื้อเลยไหม?”
“ไม่ค่ะ”
“ตอบเร็วเกินไปแล้วนะ”
ลิเลียยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะเดินต่อผมหัวเราะแล้วตามไปเดินไปได้อีกพักหนึ่ง กลิ่นหอมหวานก็ลอยมาตามสายลมผมหยุดทันที
“...”
ลิเลียที่เดินตามหลังมาหยุดด้วย
“มีอะไรหรือคะ?”
“กลิ่นนั้น...”
“ขนมค่ะ”
“รู้แล้ว”
“แต่กลิ่นมันเรียกฉัน”
“ขนมเรียกท่านหรือคะ?”
“ใช่”
“มันกำลังส่งเสียงร้องว่า กินฉันสิ เรน อยู่”
“ดิฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลยนะคะ”
“นั่นเพราะประสาทััของเธอยังไม่ถึงระดับนั้น”
ผมเดินเข้าไปซื้อขนมอย่างไม่สนใจสายตาของเธอหลังจากนั้นไม่นาน...ผมก็เดินออกมาพร้อมถุงขนมในมือ
“อร่อย”
ผมพูดพลางหยิบชิ้นหนึ่งเข้าปาก
“อืม...สมแล้วที่เป็ลูเมเรีย”
“ท่านเรนบอกว่าจะมาสำรวจเมืองนะคะ”
“ก็กำลังสำรวจอยู่ไง”
“สำรวจร้านขนมไปสามร้านแล้วค่ะ”
“ข้อมูลเื่อาหารก็เป็ข้อมูลของเมืองเหมือนกัน”
ผมเดินต่ออย่างอารมณ์ดี บรรยากาศของเมืองแห่งนี้คึกคักกว่าที่คิด ผู้คนจากหลายพื้นที่เดินทางมารวมกันอยู่ที่นี่ และเพียงมองจากการแต่งตัวก็สามารถเดาได้ว่าพวกเขามาจากคนละภูมิภาค นักเรียนบางคนเดินถือหนังสือเวทมนตร์นักผจญภัยบางกลุ่มสะพายอาวุธเต็มตัว พ่อค้าหลายคนกำลังะโเรียกลูกค้าเด็กเล็กวิ่งเล่นไปตามถนนโดยมีผู้ปกครองคอยจับตามอง
ทุกอย่างดูวุ่นวาย...แต่ก็มีชีวิตชีวาผมชอบบรรยากาศแบบนี้เพราะมันหมายความว่า...มีโอกาสเกิดเื่วุ่นวายสูงมากผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“แบบนี้...น่าจะมีอะไรสนุก ๆ ซ่อนอยู่เยอะเลย”
“...”
ลิเลียเงียบไปแต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆอยู่บนหน้าของเธอเสมอทุกครั้งราวกับกำลังสนุกกับการตบมุกผมเพราะยังไงผมก็ขาดคนตบมุกผมไม่ได้หรอกและเธอคงรู้แล้วว่า คำว่า 'สนุก' ของผม ไม่เคยหมายถึงเื่ธรรมดา ผมเดินต่อไปตามถนนสายหลัก จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นป้ายขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดออกไป
แม้จะอ่านป้ายนั้นไม่ออกก็ตามแต่ผมเดาได้เลย ย่านการค้า ดวงตาของผมเป็ประกายทันที
“ลิเลีย”
“คะ?”
“ไปทางนั้นกัน”
“ทำไมคะ?”
“เพราะมีร้านขายอาวุธ”
ผมชี้ไปด้านหน้า
“ก็ถ้าเมืองนี้จะมีอีเวนต์อะไรสักอย่าง...”
ผมยิ้มกว้าง
“มันต้องเริ่มจากร้านขายอาวุธนี่แหละ”
“ดิฉันคิดว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยนะคะ”
“เดี๋ยวก็รู้”
เสียงเรียกลูกค้าดังแข่งกันจากร้านค้าสองข้างทาง กลิ่นของอาหารลอยปะปนกับกลิ่นโลหะจากร้านตีอาวุธ ผู้คนเดินสวนกันจนแทบไม่มี่ที่ถนนว่างและที่สำคัญ—อาวุธเต็มไปหมด ดาบ หอก ธนู ไม้เท้า อาติแฟกต์ รวมถึงของแปลก ๆ ที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช้ทำอะไร
ผมหยุดมองร้านหนึ่งทันที
ป้ายไม้เหนือร้านเขียนด้วยอักษรเวทขนาดใหญ่
“ร้านอาวุธัเหล็กค่ะ”
“ร้านนี้ล่ะชื่อที่เป็เอลักษณัที่แข็งแกร่งพร้อมกับเหล็กที่ถูกขึ้นรูปจนแข็ง”
“ดูเหมือนจะขายอาวุธหลายประเภทนะคะ”
“เข้าไปดูกัน”
ผมเดินเข้าไปทันที
กริ๊ง—
กระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นด้านในมีดาบจำนวนมากแขวนเรียงอยู่บนผนัง บางเล่มดูธรรมดา บางเล่มมีช่องว่างที่เอาไว้ใส่แจมไว้เสริมพลัง และบางเล่มถึงกับมีออร่าเวทมนตร์ลอยออกมาอย่างชัดเจน
“อันนี้แพงไหม?”
“สามสิบเหรียญเงินค่ะ”
“อันนี้?”
“หนึ่งเหรียญทอง”
“อันนี้?”
“ห้าเหรียญทองค่ะ”
“แพง”
“ท่านเรนเป็คนถามเองไม่ใช่หรือคะ?”
“ถามไม่ได้แปลว่าจะซื้อ”
ผมเดินดูมาั้แ่หน้าร้านจนถึงด้านใน ลองมองหาออร่าของตัวละครสำคัญ ลองมองหาอาวุธที่มีเื่ราว ลองมองหาของต้องสาป หรือแม้แต่ดาบที่มีิญญาสิงอยู่ก็ยังไม่มี
มีแต่ดาบธรรมดา ๆบางเล่มดีหน่อยบางเล่มแพงหน่อยแต่ไม่มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกว่า
“นี่แหละ! อีเวนต์!”
ผมหันไปมองลิเลียเธอยืนอยู่ไม่ไกลนัก กำลังมองผมด้วยสีหน้าที่เหมือนจะอ่านความคิดออกหมดแล้ว
“ท่านเรน ถ้าไม่มีอะไรที่้าแล้ว พวกเรากลับกันเถอะค่ะ”
เธอพูดถูกแต่จะเดินออกจากร้านไปเฉย ๆ หลังจากเดินเข้ามาดูของอยู่ตั้งนานก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันผมหันกลับไปมองพ่อค้าชายวัยกลางคนยังคงยืนรออยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มแบบพ่อค้าที่คุ้นเคยกับลูกค้าทุกประเภท ผมเหลือบมองดาบที่แขวนอยู่รอบร้านอีกครั้ง
แล้วสายตาก็หยุดลง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมามุมปากของผมค่อย ๆ ยกขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น...”
ผมเดินเข้าไปใกล้ชั้นวางอีกครั้ง ก่อนจะยกมือชี้ไปยังชั้นวางดาบที่่ว่างเปล่าเหมือนถูกชื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว
“ผมเอาเล่มนี้ครับ”
“เล่มนั้นหรือครับ?”
“ใช่”
พ่อค้าหันไปมองดาบที่ผมชี้
“ดาบเล่มนั้นราคา”
“ไม่ใช่”
ผมพูดแทรกขึ้นมา
“ผมหมายถึงเล่มนั้น”
ปลายนิ้วของผมเลื่อนไปยังช่องว่างเดิม
พ่อค้าชะงัก
“...”
“เอ่อ...คุณลูกค้าครับ”
“ครับ?”
“ตรงนั้นไม่มีดาบนะครับ”
“ไม่มี?”
“ครับดาบเล่มนั้นมันถูกขายไปเม่ื่อเช้าแล้วครับ”
“งั้นก็แปลว่ามันเคยมีอยู่จริง”
“ก็...ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอเล่มนั้น”
“...”
พ่อค้าเงียบลิเลียเอามือแตะหน้าผากทันที
“ถ้าดาบเล่มนั้นขายไปแล้ว...”
ผมทำสีหน้าจริงจัง
“งั้นผมขอดาบเล่มนี้ไปแทนก็แล้วกัน”
ผมเอื้อมมือไปข้างหน้ายังช่องว่างนั้นก่อนจะหยุดกลางอากาศ นิ้วทั้งห้ากำอากาศตรงหน้า
หมับ
แน่นอนว่าไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้นแต่ท่าทางของผมกลับเหมือนกำลังคว้าด้ามดาบจริง ๆผมยกมือขึ้นหมุนข้อมือเล็กน้อยจากนั้นก็ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
“ขอยืมพื้นที่หน่อย”
“เดี๋ยวครับ...”
พ่อค้าเริ่มมีสีหน้าหวาดระแวงแต่ผมไม่รอให้เขาพูดจบ ผมสูดหายใจเข้าเสริมพลังเวทลงไปในแขนเพียงเล็กน้อยแล้ว—
ฟึ่บ!
ผมฟาดอากาศจากบนลงล่าง ไม่มีดาบ ไม่มีคมดาบ ไม่มีสิ่งใดอยู่ในมือ แต่แรงจากการฟาดกลับสร้างกระแสลมขึ้นอย่างรุนแรง
วูมมมมมม!!
ประตูหน้าร้านที่อยู่ห่างออกไปถูกแรงลมกระแทกจนเปิดออกสุดแรง
“เฮ้ย?!”
พ่อค้าสะดุ้ง กระดาษจำนวนหนึ่งบนโต๊ะปลิวกระจายผมชายเสื้อกันเปื้อนของลิเลียสะบัดไปตามแรงของลม ลิเลียยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองผมช้า ๆ ผมยิ้มให้เธอ
“คมดี”
แต่ผมไม่รู้เลยว่าแรงลมเมื่อครู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในร้านเพราะตรงหน้าร้านอาวุธมีหญิงสาวสองคนกำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ทั้งคู่ยืนอยู่คนละฝั่งของกระจกหน้าร้านและที่สำคัญ ... ต่างคนต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำแบบเดียวกัน
หญิงสาวในฮูดสีดำคลุมศีรษะจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าเธอจับขอบฮูดเอาไว้แน่น ดวงตาจับจ้องเข้าไปในร้านอาวุธ
“”เขามาทำอะไรที่นี้กัน""
ชายคนนั้นคนที่เธอเห็นในที่พักคนที่เอาแต่จ้องสิ่งต่าง ๆ ด้วยท่าทางประหลาด และตอนนี้...เขากำลังทำอะไรบางอย่างกับร้านที่เธอชื้อดาบไปเมื่อเช้า
“หรือว่า...”
“กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างอยู่?”
แต่เธอไม่รู้ว่าอีกฝั่งหนึ่งของร้าน—หญิงสาวผมสีเกาลัดจากที่พักเองก็กำลังมองเข้ามาในร้านเช่นกันเธอไม่ได้สนใจหญิงสาวสวมฮูดแม้แต่น้อยสายตาของเธอมีเพียงคนเดียว
เรน
ั้แ่เขาเข้ามาพักที่ร้าน เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเขามองเธอมองร้านมองแขกและตอนนี้ยังมาที่ร้านอาวุธใกล้ ๆ ที่เธอออกมาซื้อของเอาเข้าโรงแรมอีก
“บังเอิญงั้นเหรอ...?”
เธอไม่เชื่อ
มือของเธอเลื่อนไปแตะบริเวณต้นขาโดยไม่รู้ตัว มีดสั้นยังอยู่ตรงนั้นเธอพร้อมเสมอหากชายคนนั้นเป็คนของพวกนั้นเธอจะไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสลงมือก่อนแน่นอนและแล้ว……
วูมมมมมม!!
แรงลมมหาศาลพุ่งออกมาจากร้าน หญิงสาวทั้งสองคนเบิกตากว้างพร้อมกัน
“อะไร—?!”
ฟึ่บ!
ฮูดสีดำของหญิงสาวผมม่วงถูกแรงลมกระชากออกจากศีรษะเส้นผมสีม่วงยาวสยายออกทันที เธอรีบคว้าฮูดกลับมาปิดศีรษะ ใน่เวลาเดียวกัน
ฟู่!
กระแสลมนั้นพัดผ่านหญิงสาวผมสีเกาลัดชายกระโปรงของเธอถูกยกขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“...!”
เธอรีบกดกระโปรงลงทันที แต่ชั่วขณะนั้น—
มีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงกลับเผยออกมาอย่างชัดเจน
หญิงสาวผมสีเกาลัดชะงัก หญิงสาวผมม่วงที่อยู่ไม่ไกลก็เห็นภาพนั้นพอดีทั้งสองสบตากันเป็ครั้งแรก
“...”
“...”
ไม่มีใครพูดอะไร แต่ทั้งคู่ต่างคิดเื่เดียวกันผู้หญิงคนนั้นมีพิรุธและในเวลาเดียวกันภายในร้านผมกำลังยืนมองมือเปล่าของตัวเองด้วยสีหน้าพอใจ
“สุดยอด”
ผมหันไปหาพ่อค้า
“ดาบเล่มนี้ขายเท่าไหร่?”
พ่อค้าหน้าซีด
“คุณลูกค้าครับ...มันไม่มีดาบนะครับ”
“จริงด้วย”
“งั้นไม่ต้องจ่ายสินะ”
“ครับ?!”
ลิเลียถอนหายใจเบาๆก่อนจะมากระซิบข้างๆหูของผม
“ออกจากร้านเถอะค่ะ”
“นั้นสินะ”
ผมหันหลังกลับอย่างอารมณ์ดี เดินออกจากร้านโดยไม่รู้ตัวเลยว่า— บนถนนด้านนอกมีหญิงสาวสองคนกำลังมองกันด้วยสายตาระแวดระวัง คนหนึ่งคิดว่าอีกฝ่ายอาจเป็ศัตรูอีกคนก็คิดแบบเดียวกันและที่สำคัญที่สุด...ทั้งคู่กำลังเข้าใจผิดว่าผมกำลังจับตาดูพวกเธอ
ในขณะที่ผมแค่กำลังคิดว่า
(เมื่อกี้ฟันลมได้แรงดีแฮะ...คราวหน้าต้องลองฟันให้ตัดต้นไม้ดูแล้ว)