ตอนที่ 7 เดินเล่นรอบตระกูล
ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ปรากฏดวงจันทราที่กลมโต ดวงดาวเกลื่อนท้องนภา เป็ท้องทะเลดวงดาราที่กว้างใหญ่ไพศาล เสียงจิ้งหรีดและจักจั่นส่งเสียงเป็ทำนอง เนี่ยฟงยืนอยู่กลางสวนหย่อม จดจ้องดูดวงดาวโดยไม่เคลื่อนไหว สูบลมหายใจเข้าเต็มปอด ในชีวิตก่อนหน้านี้ของชายหนุ่ม ไม่เคยปรากฏหมู่ดาวมากมายขนาดนี้มาก่อน ทำให้เนี่ยฟงพูดพึมพำออกมาเบาๆ
“หากได้เหล้าดีๆ สักแก้ว คงจะดีน่าดู”
“คุณชายดื่มเหล้าไม่ได้นะคะ!”
หลิงเอ๋อเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าที่ขุ่นเคือง เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยฟง ในมือทั้งสองข้างยกชุดน้ำชามาวางที่โต๊ะหินอ่อน ในตอนนั้นเองภายในใจของเนี่ยฟงครุ่นคิด หากเปรียบเทียบว่าหลิงเอ๋อคือดวงดาว หลิงเอ๋อคงเป็ดาวที่ส่องสว่างไสวกว่าดาวดวงอื่น ๆ เสียงที่พูดออกมานั้น มันช่างน่าฟังกว่าเสียงจิ้งหรีดจักจั่นร้องออกมาเสียอีก
“ร่างกายคุณชายอ่อนแอ ดื่มเหล้าเข้าไปจะยิ่งเสียสุขภาพ มาดื่มชาดอกไม้ที่หลิงเอ๋อต้มให้จะดีเสียกว่า กำลังอุ่นๆ เลย”
เนี่ยฟงส่งยิ้มอ่อนให้หลิงเอ๋อ ก้าวเดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อน หลิงเอ๋อถกแขนเสื้อตนเอง เผยให้เห็นท่อนแขนที่ขาวผ่อง รินชาแล้วส่งให้เนี่ยฟงอย่างเบามือ กลิ่นชาหอมกรุ่นราวกับดอกไม้ในรุ่งเช้า กลิ่นหอมอ่อนของมัน ทำให้เนี่ยฟงรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด
“นี่หรือเปล่านะ ที่เรียกว่าดื่มชาชมจันทร์ รู้สึกดีจริงๆ หลิงเอ๋อปู่กับเหล่าาุโเข้าห้องปรุงยาแล้วซินะ”
“เ้าค่ะ ท่านผู้นำยังกำชับ ว่าห้ามไปรบกวนเด็ดขาด คุณชายมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อ้อ! ไม่มีอะไร เ้าพอจะรู้เื่เกี่ยวกับพรรคัฟ้าหรือไม่ ช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อย ที่พวกนั้นมารับบรรณาการเอง มีจุดประสงค์อื่น ๆ อีกหรือเปล่า”
“คุณชายไม่รู้หรือคะ! จริงซิ ข้าลืมไป วัน ๆ ท่านก็เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง จึงไม่น่าแปลกที่คุณชายจะไม่รู้ ในทุกๆ ปี พรรคัฟ้า จะจัดการประลอง เพื่อเลือกเฟ้นเด็กหนุ่มที่มีฝีมือจากแต่ละตระกูล หรือจากในหมู่บ้าน เพื่อพากลับไปเป็ศิษย์ของสำนัก”
“เป็อย่างนี้นี่เอง แล้วกำหนดวันล่ะ”
“น่าจะเป็วันที่ท่านผู้นำออกมาจากห้องปรุงยาพอดี เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าคุณชายจะลงประลองด้วย”
หลิงเอ๋อใเกือบจะทำกาน้ำชาหลุดมือ ยืนจ้องมองเนี่ยฟงด้วยอาการตกตะลึง ก่อนที่เนี่ยฟงจะส่งเสียงหัวเราะออกมา ทำให้หลิงเอ๋อหลุดออกจากภวังค์
“คุณชายหยอกข้าเล่นอีกแล้ว”
“ก็เวลาข้าเห็นเ้าใ มันน่ารักดี แต่ข้าก็อยากลองลงแข่งดูเหมือนกันนะ แต่ด้วย...เส้นชีพจรพิการของข้า คงเป็ได้เพียงหุ่นไม้ให้คนเตะต่อยเล่นเท่านั้น”
ดวงตาของเนี่ยฟงสั่นไหว ก่อนจะเหลือบมองดูดาวที่อยู่บนท้องฟ้า ปรากฏความผิดหวังอยู่บนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด หมัดที่กำแน่นจนซีดเผือก บ่งบอกให้รู้ว่าเ็ปใจ มันทำให้หัวใจของหลิงเอ๋อสั่นสะท้านไปทั้งทรวง
“คุณชาย...”
“ข้าไม่เป็อะไร เ้าไปพักเถอะ”
“คะ...คุณชาย”
หลิงเอ๋อเดินจากไปอย่างช้าๆ ด้วยความสำนึกผิด ก่อนจะหันมามองเนี่ยฟงอีกครั้ง ด้วยความเป็ห่วงเป็ไย ได้แต่โทษตัวเองที่กล่าวอะไรออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด ไม่คำนึงถึงจิตใจของชายหนุ่ม ว่าจะเ็ปเพียงไหน ก่อนที่น้ำใสๆ จะไหลรินออกมา แล้วเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รุ่งอรุณวันใหม่ทอประกายแสง เนี่ยฟงบิดี้เีสองสามครั้งก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง ปรากฎอ่างล้างหน้าพร้อมกับกับอาหารเช้า และจดหมายว่างอยู่คู่กัน
“คุณชาย วันนี้หลิงเอ๋อมีธุระต้องไปทำในเมือง จะกลับก็คงเย็นๆ อาจไม่ได้อยู่ดูแลคุณชาย อย่าหักโหมออกกำลัง อย่าออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน พักผ่อนมาก ๆ แล้วอย่าลืมกินอาหารที่หลิงเอ๋อทำด้วย จากหลิงเอ๋อ”
“ดีเลยหลิงเอ๋อไม่อยู่! วันนี้ข้าจะได้ไปเดินเล่นรอบตระกูลเสียหน่อย อุดอู้อยู่แต่ในห้องมาตั้งนาน ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ โดนปู่กับหลิงเอ๋อคอยจับตาตลอดเลย”
เนี่ยฟงล้างหน้าล้างตา พลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดขาวทั้งชุด ผมที่ยาวถึงกลางหลังถูกมัดรวบไว้เป็ทรงหางม้า ทำให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาเด่นชัดของเนี่ยฟง ดวงตาที่เป็เปล่งประกายราวกับมหาสมุทร คิ้วที่ดกดำขับใบหน้าให้ดูหล่อเหลา ผิวพรรณที่เนียนเรียบราวกับหยก หากบอกว่าเขาคือบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดในเมืองคงไม่เกินเลย เนี่ยฟงโยนเม็ดยาบำรุงที่เนี่ยฉางไห่ให้เข้าปากหนึ่งเม็ด ก่อนจะลุกเพื่อออกจากห้อง เพื่อไปเดินเล่นรอบตระกูล แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตูออกไปเขาก็ชะงักทันที “เกือบลืมกินข้าวเช้า ขืนไม่กินหลิงเอ๋อได้งอนอีกแน่ๆ”
เนี่ยฟงวนกลับมากินอาหารอย่างรวดเร็ว จนไม่เหลือสิ่งใดไว้ในถ้วยอาหาร ก่อนจะหยิบจานชามไปวางไว้ที่โต๊ะหินอ่อน แล้วเดินไปพื้นที่ต่าง ๆ ของตระกูล ทุกสายตาต่างจับจ้องเนี่ยฟงด้วยอาการตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าเนี่ยฟงจะออกมาจากเรือนของตน บรรดาหญิงสาวต่างตกอยู่ในมนต์สะกด จ้องมองเขาด้วยความหลงใหล หากไม่ใช่เพราะเขามีเส้นชีพจรพิการ ย่อมมีหญิงสาวมากมายมาให้เลือกไม่เว้นแต่ละวัน
เนี่ยฟงเดินดูรอบๆ ตระกูลอย่างเชื่องช้า จนมาถึงลานฝึกของตระกูลที่กว้างใหญ่ ซึ่งมีเหล่าผู้เยาว์มากมายที่กำลังฝึกฝนอย่างเอาเป็เอาตาย อาวุธนานาชนิดถูกร่ายรำอย่างสวยงาม มีทั้งดาบใหญ่ กระบี่ และกระบอง โดยมีเนี่ยตี้และเนี่ยเทียนเหมิน เป็ผู้นำในการฝึกฝน ที่พวกมันต่างฝึกหนักขนาดนี้ คงเพื่อวันประลองคัดเลือกของพรรคัฟ้าแน่ ๆ เนี่ยฟงได้แต่ยืนดูอย่างห่างๆ เขาไม่สามารถเข้าไปเกะกะการฝึกฝนได้ แต่ก็น่าแอบเสียดาย ที่ไม่มีใครรำหมัดมวยแม้แต่คนเดียว
“พี่เนี่ยฟง! ทำไมพี่ไม่ไปฝึกกับพวกเขาล่ะ มาแอบดูอยู่ตรงนี้ทำไม?”
เสียงใสราวกับระฆังของสรวง์ เนี่ยฟงหันไปหาต้นเสียงทันที ปรากฎร่างของหญิงสาวผู้งดงาม ใบหน้าของนางไม่ห่างจากใบหน้าของตนมากนัก ทำให้เนี่ยฟงได้กลิ่นหอมอย่างจัง เธอคือจิวจางลี่หญิงสาวจากพรรคัฟ้า ดวงตาที่เป็ประกาย จ้องมองเนี่ยฟงั้แ่หัวจรดเท้า มุมปากที่ยกยิ้มขึ้น ทำให้หัวใจของเนี่ยฟงต้องสั่นระรัว
“ข้า...คือ...ข้า....”
“ย้าก!!!”
เสียงะโลั่นดังมาจากด้านหลัง เนี่ยฟงรีบหันกลับไปดูในทันที ซึ่งในวินาทีนั้น! ปรากฎปลายกระบี่ที่พุ่งทะยานเข้าหาเนี่ยฟง ซึ่งเป็ฝีมือของเนี่ยตี้ที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา พร้อมกับโบกสะบัดกระบี่ไปมาต่อหน้าเนี่ยฟง ทำให้ชายหนุ่มต้องถอยหนีอย่างรวดเร็ว จนต้องล้มก้นกระแทกนั่งไปกับพื้น เนี่ยตี้หยุดปลายกระบี่ที่ปลายจมูกของเนี่ยฟง มันใช้ใบกระบี่ตบหน้าเนี่ยฟงเบาๆ สองสามที แล้วจึงเก็บกระบี่แนบชิดกับลำตัว ก่อนจะส่งยิ้มที่ละมุมมาหาเนี่ยฟงและจิวจางลี่
“น้องจิวจางลี่คงไม่รู้ ว่าน้องฟงเส้นชีพจรพิการ ไม่สามารถฝึกลมปราณได้ แต่ก็ไม่ต้องห่วงไป เพราะยังไงข้าก็ปกป้องเขาอยู่แล้ว มาเถอะน้องจิวจางลี่ ข้าจะเ้าฝึกเพลงกระบี่เอง”
“อื้ม~! ข้าของตัวก่อนพี่เนี่ยฟง แล้วค่อยพบกันใหม่”
จิวจางลี่เดินจากไปพร้อมกับเนี่ยตี้ เนี่ยฟงได้แต่นั่งถอนลมหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นที่ก้น ลูบหน้าเบาๆ บริเวณที่ถูกปลายกระบี่ตบ ในขณะที่เนี่ยฟงจะเดินจากไป ก็ได้ยินเสียงของเนี่ยตี้ ที่พูดถึงตน
“น้องเนี่ยฟงเกิดมาน่าสงสาร ไม่มีพ่อไม่มีแม่ และชีพจรลมปราณก็พิการอีก ชาตินี้ทั้งชาติเขาก็ไม่สามารถฝึกลมปราณได้ เฮ้อ~~!! ช่างน่าอาภัพจริงๆ แต่น้องจิวไม่ต้องเป็ห่วงนะ ข้าเนี่ยตี้จะคอยดูแลน้องเนี่ยฟงเอง ถ้าข้าพอจะมีเวลาว่างนะ ฮ่าๆๆ!!”
เนี่ยฟงส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป คำดูถูกเหยียดหยามก้องอยู่ในกกหู หมัดทั้งสองข้างกำแน่นขนัด จนไม่ปรากฎสีเืให้เห็น “สักวันพวกเ้าต้องเสียใจ”
เนี่ยฟงเดินดูรอบๆ ตระกูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลบล้างความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจ จนเวลาได้ล่วงเลยมาถึงตอนเย็น เขามายืนที่หน้าประตูทางเข้าตระกูล เพื่อรอหลิงเอ๋อแล้วค่อยเดินกลับพร้อมกัน เมื่อดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า แต่ยังไม่ปรากฎร่างของหลิงเอ๋อให้เห็น เนี่ยฟงจึงถอดใจแล้วเดินกลับไปที่พักของตน ซึ่งในขณะเดินกลับอยู่นั้นเอง ก็ผ่านที่พักของจิวจางลี่ ซึ่งตอนนั้นมีกลุ่มศิษย์สำนักหลายคน กำลังแอบดูบางอย่าง โดยมีเนี่ยเทียนเหมินเป็ผู้นำกลุ่ม
ในตอนนั้นจิวจางลี่กำลังจะถอดเสื้อผ้า เพื่อเตรียมอาบน้ำชำระร่างกาย นางกำลังปลดเสื้อนอกออกมา เผยให้เห็นแผ่นหลังที่ขาวผ่องเป็ยองไย ไร้ซึ่งตำหนิใดๆ บนแผ่นหลัง ผิวที่ขาวอมชมพูนั้น ทำให้คนที่เห็นต้องอดใจไม่ไหว ดวงตาของเหล่าศิษย์ต่างเบิกกว้าง จ้องมองอย่างหื่นกระหาย ทันใดนั้น!เนี่ยฟงก็ะโออกไปทันที “นั้นพวกเ้ากำลังทำอะไรกัน!!”