ปราโมทแตะแขนโฮปเบาๆเป็เชิงเตือน เมื่อเห็นหลานชายเริ่มมีอารมณ์คุกรุ่นดวงตาสีแดงหลายคู่ของเซนติเนลคลาสเอสในห้องประชุมหลุบตาลงเพราะถ้าหากเผลอไปสบตากับโฮปตอนนี้ ความลับและเื่ส่วนตัวต่างๆของตนเองจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเขา
เมื่อออกจากห้องประชุมปราโมทก็กล่าวเตือนหลานชายถึงความอารมณ์ร้อนของโฮป
"สิ่งที่โฮปทำน่ะเป็เื่ที่ดี แต่การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือไกด์พวกนี้ จะทำให้เซนติเนลคลาสเอสกับเอไม่พอใจเอาได้ทีมบริหารของโรงพยาบาลเรา พวกเขาต่างก็รู้ถึงเื่นี้ดี ถึงได้อยากเตือนโฮปถ้าหากเราช่วยเหลือพวกไกด์นั่นอย่างออกหน้าออกตาไกด์คลาสต่ำพวกนี้ต้องมาอาศัยใบบุญกันไม่ขาดสาย"
"ผมไม่เคยคิดถึงเื่คลาสสูงหรือต่ำหรอกนะครับคุณอาผมคิดแค่ว่าถ้าผมช่วยได้ผมก็จะช่วย" โฮปถอนใจ "บางทีการเปิดใจรับฟังพวกเขาบ้าง เราก็อาจจะได้อะไรดีๆ กลับมานะครับ"
"อารู้" ปราโมทถอนใจเช่นเดียวกัน "แต่กระแสสังคมเซนติเนลเราก็เพิกเฉยไม่ได้ไกด์ระดับกลางพวกนั้นไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากพอที่จะเปลี่ยนอะไรได้หรอก"
โฮปมองหน้าอาปราโมท"ผีเสื้อกระพือปีกครั้งเดียวก็เกิดพายุทอร์นาโดได้ คุณอาคิดว่าเสียงเล็กๆของไกด์พวกนี้จะเปลี่ยนโลกไม่ได้เหรอครับ"
พูดจบโฮปก็เดินไปปราโมทมองตามเขาพลายส่ายหน้า "เหมือนพ่อจริงๆ"
"อาชิ" ทาโร่กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์เมื่อกดรับสาย
"เฮ้ย! ทาโร่ เข้าโรงพยาบาลทำไมไม่บอกกันมั่ง ทุกคนเป็ห่วงนะ"อาชิพูดน้ำเสียงฉุนเฉียวปนความเป็ห่วง
"ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก" ทาโร่เสียงอ่อย"กะว่าวันนี้จะออกจากโรงพยาบาลไปช่วยทำโปรเจคด้วย แต่หมอยังไม่ให้ออก"
"ทาโร่ นายจะขอโทษทำไม" อาชิถอนใจ "ตอนนี้เพื่อนๆกับอาจารย์รู้แล้วล่ะ ว่าไกด์ที่ออกข่าวคนนั้นคือพี่ชายของนาย"
ทาโร่นิ่งเงียบไป พูดอะไรไม่ออก
"ทาโร่"อีกเสียงหนึ่งลอดเข้ามาในสาย
"อาจารย์เหรอครับ"ทาโร่น้ำตาคลอ
"เื่โปรเจคไม่ต้องห่วง พวกอาชิทำกันได้ ดูแลตัวเอง รักษาตัวให้หายดีก่อนนะเข้าใจไหม"
"ครับอาจารย์" ทาโร่พยายามพูดไม่ให้เสียงสั่นๆของตัวเองลอดเข้าไปในสาย แต่อาจารย์ก็รู้ ทำไมคนอายุเยอะๆถึงจับน้ำเสียงกับอารมณ์เด็กๆ อย่างเราเก่งกันจัง
"ไม่เป็ไรนะทาโร่ เธอพร้อมเมื่อไรก็มาได้เสมอ วันไหนทาโร่มาเดี๋ยวอาจารย์จะเลี้ยงหมูกระทะ"
ทาโร่ยิ้มทั้งน้ำตา"ครับอาจารย์"
“เออ ทาโร่”ตอนนี้กลับมาเป็เสียงของอาชิเหมือนเดิมแล้ว
“ว่าไง ชิ”
“อยากไปเยี่ยมนะแต่ไปไม่ได้ อย่างอนนะเว้ย”
ทาโร่ยิ้ม “เออ ไม่งอนหรอก”
“แต่โรงพยาบาลนั้นแม่งโคตรเขี้ยวเลยว่ะห้ามเซนติเนลเข้าไปเยี่ยมนายด้วยอ่ะ” อาชิบ่น
“หืมห้ามเซนติเนลเยี่ยมเราเหรอ” ทาโร่หน้าเหวอ
“เออดิเรากับอาจารย์เลยไปไม่ได้ไง”
“ไอ้ชิแล้วนายรู้ได้ไงว่าห้ามเซนติเนลมาเยี่ยมเรา”
“อาจารย์บอกว่าคนชื่อโฮปโทรมาลาป่วยให้นาย แล้วก็บอกว่า…..”อาชิกระแอมในคอเล็กน้อยและทำเสียงนุ่ม “ต้องขอโทษด้วยนะครับ ถ้าเพื่อนร่วมชั้นหรืออาจารย์เป็เซนติเนลงดเยี่ยมทาโร่ครับ”
ทาโร่ได้แต่ทำตาปริบๆ
ดามีลนั่งไกด์ดิ้งให้วายุโดยการจับมือพร้อมกับอ่านเอกสารบนโต๊ะไปด้วย
วายุนั่งหน้าเซ็งเขาถึงไม่ชอบมาไกด์ดิ้งที่โรงพยาบาลไง เพราะไกด์ดิ้งได้แค่นี้
“คุณหมอครับ เย็นนี้ผมไปที่คอนโดของหมอได้มั๊ยครับ” วายุทำสายตามีความหวังดามีลหันไปมองนาฬิกาจับเวลา
“อีกสิบนาทีการไกด์ดิ้งก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้วครับวันนี้ก็ไม่ต้องไกด์ดิ้งแล้ว” ดามีลหันไปดูเอกสารบนโต๊ะต่อไม่สนใจสีหน้าผิดหวังของวายุ
“โธ่ คุณหมอครับ แต่ผมยังรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไรเลยอยากไกด์ดิ้งแบบอื่นมากกว่า”
ดามีลหันมามองหน้าวายุ“ถ้าคุณวายุไม่พอใจ เรามายกเลิกสัญญาว่าจ้างกันดีมั๊ยครับ”
“โอ๊ะ! ไม่ครับๆอีกสิบนาทีพลังก็น่าจะเต็ม แหะๆ”
ดามีลหันกลับไปมองเอกสารบนโต๊ะต่อ“แล้ววันนี้ไปทำอะไรมาเหรอครับ ถึงต้องมาหาหมอที่โรงพยาบาล”
"พอดีผมไปช่วยรักษาลูกแมวที่ตกมาจากต้นไม้ขาเจ็บครับเลยมาไกด์ดิ้งกับคุณหมอนี่ไง” วายุยิ้ม
“ช่วยลูกแมวคงหมดพลังไปเยอะเลยสินะครับ ถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลมาไกด์ดิ้ง”ดามีลพูดประชดประชัน วายุหัวเราะเบาๆ
“เติมพลังไว้เต็มๆดีกว่าขาดนะครับคุณหมอ”
“ครับ” ดามีลพยักหน้าเอือมๆ
“แล้วก็วันนี้ผมมีเื่จะบอกคุณหมอด้วยครับ”วายุล้วงมืออีกข้างหนึ่งไปในกระเป๋าเสื้อและหยิบกระดาษเท่าฝ่ามือออกมาใบหนึ่ง“ที่บ้านผมขยายสาขาคลีนิคฮีลลิ่ง เอนเนอจี้ มาจากชลบุรี ถ้าวันไหนหมอว่างๆก็ลองแวะไปนะครับ ตอนนี้ฉลองเปิดคลีนิคใหม่อยู่ ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์แต่ถ้าหมอไปผมจะเลี้ยงข้าวหมอด้วยครับ” วายุยิ้ม
ดามีลรับกระดาษแผ่นนั้นมาดูตัววายุเองเป็เซนติเนลที่รับพลังการรักษามาจากครอบครัวและเปิดคลีนิครักษาอาการเจ็บป่วยโดยใช้พลังไฮคลาสของเซนติเนล
ดามีลมีท่าทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหันไปยิ้มให้วายุ“หมอสนใจมากครับ แล้วหมอจะติดต่อไปนะ”
โฮปเข้ามาในห้องพักคนไข้พอทาโร่เห็นว่าเป็โฮปก็วางโทรศัพท์ในมือและยิ้มให้เขาทันที
“กินข้าวหรือยัง” โฮปถามและเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงของทาโร่
“กินแล้วครับ”ทาโร่มองหน้าโฮป “คุณโฮปเหนื่อยเหรอครับ”
โฮปยิ้มบางๆ “เพิ่งประชุมเสร็จมีแต่เื่เครียดๆ น่ะ”
ทาโร่จ้องหน้าโฮปและยกมือขึ้นััที่แก้มของเขา“คุณโฮปตาคล้ำมากเลย เมื่อคืนอดนอนเพราะผมใช่มั๊ยครับ”
โฮปยิ้มและส่ายหน้ายังไม่ทันได้พูดอะไร คนตัวเล็กก็สวมกอดเขาและแนบหน้าไว้ที่หน้าอก“ผมไกด์ดิ้งให้นะครับ”
โฮปยิ้มและยกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลนุ่มๆนั้นอย่างเพลินมือ
ทาโร่เงยหน้าขึ้นจากอกมองโฮปแล้วยิ้ม “ดีขึ้นไหมครับคุณโฮป”
โฮปมองตาสีฟ้าสวยของทาโร่และก้มหน้ามาหาััแ่เบาที่ริมฝีปากของเขาและยิ้มให้ “พอแล้วคนเก่ง ฉันดีขึ้นแล้ว”
ทาโร่หน้าแดงและค่อยๆถอยกลับไปนั่งเหมือนเดิม
“คุณโฮปครับ คุณโฮปโทรไปลาป่วยกับอาจารย์ที่ปรึกษาให้ผมเหรอครับ”
โฮปพยักหน้า“ก็หมอยังไม่ให้นายออกจากโรงพยาบาล ฉันก็เลยโทรไปลาให้” โฮปเห็นทาโร่ทำหน้าแปลกๆจึงเอ่ยถาม “ทำไมเหรอ หรือว่าฉันยุ่งเื่ส่วนตัวของนายมากเกินไปหรือเปล่า”โฮปมีสีหน้ากังวล
“เปล่าครับคุณโฮป” ทาโร่รีบตอบ “ผม…ผมขอบคุณมากครับ”สุดท้ายทาโร่ก็ไม่กล้าถามเื่ที่ห้ามเซนติเนลเข้ามาเยี่ยมเขา
ดามีลเดินเข้ามาในห้องพอเห็นว่าโฮปอยู่ด้วยก็เอ่ยทักทาย “เป็ไง พ่อหนุ่มเืร้อนประชุมกันดุเด็ดเผ็ดมันส์น่าดูเลยสิวันนี้” ดามีลเอ่ยแซว
“อือ” โฮปตอบคำเดียวสั้นๆและยกมือขึ้นถูขมับ
“ทาโร่” ดามีลเรียกเขาและเดินเข้าไปหา“วันนี้หมอนัดทางห้องพยาธิวิทยาขอตรวจไขสันหลังให้ทาโร่นะ”
โฮปหันไปมองทาโร่ที่นั่งหน้าซีดด้วยความกลัวและรีบยิ้มให้เขา"ไม่ต้องกลัวทาโร่ ไม่เจ็บมากหรอก หมอจะฉีดยาชาให้ก่อนใช้เวลาแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”
ทาโร่มองทั้งสองคนแล้วพยักหน้าเบาๆ“คุณหมอจะมาเจาะตอนไหนเหรอครับ”
ดามีลยกนาฬิกาขึ้นดู“อีกสักประมาณหนึ่งชั่วโมงน่ะ เดี๋ยวหมอชาลีจะมาเจาะให้ที่ห้องนี้แหละไม่ต้องไปห้องอื่น” ดามีลยื่นมือไปจับศีรษะของทาโร่ “ไม่ต้องกลัวนะหมอชาลีมือเบามาก”
“ครับ”ทาโร่พยักหน้าแต่ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ
โฮปเดินตามดามีลออกมาคุยนอกห้อง“มีล ทาโร่จะไหวเหรอ แค่นี้ก็ดูรู้แล้วว่าเขาเครียดมาก ถ้าถึงเวลาเจาะหลังจริงๆแล้วพลังไกด์โอเวอร์โฟลวขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”
“อืม ก็คิดอยู่แหละ แต่พอเห็นหน้านายก็คิดออกทันทีเลย” ดามีลยิ้ม
“คิดอะไรออกวะ”โฮปทำหน้างง
การเจาะน้ำไขสันหลังต้องจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนตะแคงชิดขอบเตียง งอเข่าชิดอกเพื่อเจาะเข็มลงบริเวณรอยต่อของกระดูกสันหลังระดับเอว
ทาโร่นอนตะแคงอยู่บนเตียงเข่าชิดอก แต่ตอนนี้มีโฮปนอนตะแคงหันมากอดทาโร่อยู่ด้านหน้า
ความคิดไอ้หมอโคตรบรรเจิด
ทาโร่นอนกอดเข่าตัวเย็นอยู่ในอ้อมกอดของโฮป
และเป็ไปตามคาดพลังไกด์ของทาโร่โอเวอร์โฟลวขึ้นมาจริงๆ
ทาโร่หลับตาพยายามสะกดกลั้นความเ็ปที่แผ่ซ่านขึ้นมาโดยมีโฮปกอดเขาเอาไว้แแ่คอยซึมซับพลังให้
ผ่านไปราวสิบนาทีจึงเสร็จสิ้นทาโร่หมดแรง ส่วนโฮปหมดที่จะเก็บพลัง
ได้พลังโอเวอร์โฟลวมาทั้งตอนเช้าและตอนบ่ายภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงโฮปรู้สึกเหมือนพลังไกด์แทบจะทะลักออกปากออกจมูกของเขาได้เลย
ตอนแรกอยากได้พลังเค้าแต่ตอนนี้อยากถอดพลังทิ้ง โอย เวรกรรมตามทันจริงๆ
หลังจากเจาะหลังเสร็จทาโร่ต้องนอนนิ่งๆ เพื่อกดทับแผลห้ามเือีกหกชั่วโมง ทาโร่ลุกไปไหนไม่ได้พอถึงเวลากินข้าวเย็น คนที่คอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้คือคุณโฮป
“คุณโฮปครับ” ทาโร่เรียกเขาหลังจากดื่มน้ำจากหลอดเสร็จแล้ว“คุณโฮปไปพักผ่อนเถอะครับ ผมไม่เป็ไรแล้ว ผมสัญญาครับว่าจะไม่ไปเล่นซนที่ไหน”ทาโร่พูดและยิ้ม
โฮปหัวเราะเบาๆและยกมือขึ้นดูนาฬิกา “อีกสองชั่วโมงกว่าจะครบเวลา ทำอะไรดีล่ะ เล่นเกมส์กันไหม”โฮปหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา ทาโร่มองด้วยความประหลาดใจ
“คุณโฮปเล่นเกมส์ด้วยเหรอครับ”
“ก็พอได้อยู่” โฮปยิ้ม
จากนั้นคนหนึ่งนั่ง คนหนึ่งนอน ส่งเสียงสั่งเปลี่ยนอาวุธ สั่งยิงข้าศึก วุ่นวายอยู่ในห้องเป็ครั้งแรกที่โฮปเห็นทาโร่เป็เด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีเื่ราวทุกข์ระทมในใจนั่งหัวเราะยิ้มร่าเพราะโฮปโดนตีป้อมแตก
ห้าทุ่มครึ่งพยาบาลให้ยาแก้ปวดกับทาโร่เพราะเขาเจ็บหลังและมีเอฟเฟคจากการเจาะหลังคือปวดหัวทาโร่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงในห้องที่มีเพียงแสงสลัวๆ
ประตูห้องค่อยๆแง้มเปิดออก คนๆ หนึ่งเดินเข้ามาในห้อง อาศัยจังหวะที่เคาน์เตอร์พยาบาลไม่มีคนอยู่แอบเข้าห้อง 1084อย่างแ่เบา
“เข้าถึงตัวยากเย็นเหลือเกินนะไอ้เด็กน้อย แต่ยังไงก็ไม่พ้นมือฉันหรอก”สเกลมองทาโร่แล้วพูดเบาๆ พลางยิ้ม