สำนักศึกษาบุรุษบนเขาไท่ซาน
ก่อนวันประชันสาวงามสองวัน ภายในห้องรับรอง เ้าหย่งเจี้ยน (องค์ชายรอง) บุรุษหน้ามึน กำลังนั่งจิบชาอ่านตำราอย่างสบายใจก่อนจะได้ยินเสียงเดินเข้ามาภายในห้อง
“พี่รอง ดูท่านจะใจเย็นเกินไปหน่อยหรือไม่?” เ้าหย่งเซิง (องค์ชายสาม) กล่าวประชดประชัน
“แล้วเ้าจะรีบร้อนไปใยเดินทางเข้าเมืองหลวงใช้เวลาเพียงแค่สองชั่วยาม (4ชั่วโมง) อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าวันก่อนเ้าเดินทางลงเขาพร้อมองครักษ์ไปแอบดูนาง นางเป็อย่างไรบ้าง?”
กลอกตามองบน ‘ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องถาม’
“นาง ดูดี” ทำตาลอย อมยิ้ม
“หืม” เงยหน้าขึ้นจากตำรา “อย่างไร?”
“งามกว่าเมื่อตอนเจ็ดหนาวมาก พอๆๆ ข้าไม่พูดล่ะไว้ท่านไปดูนางเองเถอะ ข้าไปเตรียมจัดของลงเขาคงจะดีกว่า” เดินไปถึงหน้าประตูห้องหันกลับมากล่าวอีก “ท่านคงไม่ลืมว่าเราต้องหาปิ่นไปมอบให้นาง”
เ้าหย่งเจี้ยนส่ายหัวและมองตามหลังน้องชายพลางอมยิ้ม ‘หึ’ ข้ามีอยู่แล้ว…น้องรัก
----๑-------
หน้าร้านผ้าจินหงผู้คนในตลาดที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองเห็นคุณหนูจูเหม่ยเซียนที่ยืนยกแขนสองข้างชูขึ้นบนฟ้าพูดภาษาแปลกๆ ว่า “โล่งโว้ยยยย 5555 เป็นางร้ายนี่ดีจริงๆ ไม่ต้องมามัวแต่นั่งแอ๊บอะไร”
“คุณหนูกล่าวอันใดน่ะเ้าคะ เอาแขนลงด้วยเ้าค่ะมันไม่งาม” เสี่ยวถงห้ามปรามและรีบดึงแขนคุณหนูลงมา
"ช่างข้าเถอะน่า ป่ะไปหาอะไรกินกันเถอะเสียพลังงานเยอะหิวมากเลย” ลูบท้องตนเอง
“พลังงานรึเ้าคะ?” งง
“อืม ก็พละกำลังอย่างไรเล่าช่างเถอะ ตามข้ามาเร็วเข้า” ร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ไหนน้าาา
“คุณหนูจะไปที่ใดเ้าคะ”
“ข้าอยากกินบะหมี่ มีร้านใดอร่อยบ้าง?” เหลียวมองไปรอบๆ ตลาด
“ถ้าพูดถึงร้านบะหมี่ต้องไปที่ร้านของท่านลุงเหลียนเ้าค่ะ..เนื้อนุ่ม น้ำซุปกลมกล่อมคนแน่นร้านทุกวันเลยนะเ้าคะ”
“จริงรึ?” ทำตาโต “ข้าเคยไปหรือไม่ ไม่เห็นจำได้” ‘ถ้าเคยไปร่างเดิมต้องจำได้สิ’
“เอ่อ..คุณหนูไม่เคยไปเ้าค่ะเพราะคุณหนูไม่ชอบมาเดินในตลาดและไม่ชอบทานบะหมี่” เสียวถงเงียบแล้วก้มหน้าลงไม่พูดต่อ
“ไม่ชอบงั้นเหรอ??? ข้าคงชอบไปที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์ใช่หรือไม่?” เสี่ยวถงผงกหัวขึ้นลงเบาๆ 'คุณหนูลืมไปหมดสิ้นเลยรึเนี่ย'
“เ้าค่ะ คุณหนูชอบไปแอบฟัง เอ่ออ…" อ้ำๆ อึ้ง
“พูดมาเถอะ ั้แ่ข้าตกบันไดครานั้นก็หลงๆ ลืมๆ ไปซะหมดถ้ามีเ้ามาช่วยเตือนความจำให้ข้าคงเป็เื่ที่ดียิ่ง” เมื่อเห็นคุณหนูเปิดทางให้เสี่ยวถงก็ไม่รอช้า
“คุณหนูชอบไปแอบฟังคุณหนูไป่กับคุณหนูตู้พูดคุยกันเื่บุรุษเ้าค่ะ” ก้มหน้าตอบ
“อืม..เช่นนั้นเองเหรอ” เสี่ยวถงได้แต่ยิ้มรับกับท่าทางที่แปลกไปแต่เพียงแค่นั้นก็มิพูดสิ่งใดต่อ
สองนายบ่าวเดินมาจนสุดถนน เจอร้านขายบะหมี่ไม่เล็กไม่ใหญ่มีชื่อร้านติดบนแผ่นไม้อ่านได้ว่า 'ร้านบะหมี่โกเหลียน' ผู้คนในร้านประปรายทั้งสองจึงมองหาที่นั่ง กลิ่นหอมลอยเข้าจมูกจนเหม่ยเซียนต้องลอบกลืนน้ำลายไปหลายอึก เสี่ยวเอ้อเดินเข้ามาหาพร้อมกล่าวว่า
“รับบะหมี่กี่ชามดีขอรับคุณหนู” กล่าวพร้อมกับพาไปหาที่นั่งสำหรับสองคน
“ขอบะหมี่สองชามใหญ่เลยนะ ราคาเท่าไหร่ข้าไม่เกี่ยง” ยิ้มชอบใจกับบรรยากาศโดยรอบ
“ได้ขอรับคุณหนูโปรดรอสักครู่” เมื่อเสี่ยวเอ้อเดินไปนางก็หันมามองเสี่ยวถงที่ยืนอยู่ข้างกาย
“เสี่ยวถงมานั่งกับข้า อย่าถามมากข้าสั่งมาเผื่อเ้าด้วยชามใหญ่เลยนะ" ยิ้มหวานจนตาหยีพร้อมรินชาสองถ้วย เสี่ยวถงตอบอย่างเกรงใจ
“แต่มันไม่เหมาะเ้าค่ะคุณหนูบ่าวเป็แค่บ่าวรับใช้…แ..” พูดไม่ทันจบเหม่ยเซียนยกมือขึ้นห้าม
“พอๆ มานั่งเร็วๆ บะหมี่มาแล้วนั่น” บะหมี่ชามใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะสองชาม เสี่ยวถงยากที่จะปฏิเสธจึงนั่งลงตรงข้ามกับคุณหนูจูเหม่ยเซียน ร่วมทานบะหมี่พร้อมกับพูดคุยกับคุณหนูอย่างมีความสุข
โต๊ะด้านในสุดของร้าน มีบุรุษชุดดำผู้หนึ่งนั่งมองหญิงสาวสองคนนั่งทานบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อยจึงเอ่ยถามเ้าของร้าน
“ท่านลุงเหลียน ท่านรู้จักคุณหนูท่านนั้นรึไม่ ที่หน้าผากมีรอยแผลน่ะ” ลุงเหลียนที่ว่างจากการลวกบะหมี่หันไปมองหญิงสาวที่ถูกถาม
“อ้อ..คงจะเป็คุณหนูจูเหม่ยเซียน บุตรีของท่านเสนาบดีจูกระมัง ข้าได้ข่าวมาว่าเมื่อวันก่อนนางตกบันไดที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์หน้าผากนางนั่นเป็หลักฐานชั้นดีทีเดียว 555 จริงๆ ข้าก็ไม่ได้รู้จักนางหรอกแต่รู้จักสาวใช้สกุลจูที่นั่งร่วมโต๊ะกับนาง นามว่าเสี่ยวถง นางมาทานบะหมี่ที่ร้านข้าเป็ประจำ ว่าแต่เ้าเถอะ พึงใจคุณหนูจูรึ?” ลุงเหลียนเหลือบมองบุรุษหน้าตาคมคายตรงหน้า
“ไม่หรอก ข้าแค่คิดว่านางงดงามมากก็เท่านั้น และข้าก็มิอาจเอื้อมหรอก” เห็นั้แ่วัยเยาว์ยามที่นางวิ่งเล่นกับองค์ชายสองพระองค์มาบัดนี้เติบโตเป็สตรีที่งามล่มเมืองเสียแล้วหึหึ ‘สองพระองค์คงจะเหน็ดเหนื่อยมิเบาเลยงานนี้ ไว้ข้าจะรอชมนะพะยะค่ะ'
“ท่านแม่ทัพ ฝ่าามีรับสั่งให้องครักษ์มาแจ้งว่าให้เข้าเฝ้าได้แล้วขอรับ” ท่านแม่ทัพที่ถูกเรียกจากคนสนิทที่เพิ่งเดินเข้ามารับคำเบาๆ
“อืม” ลุงเหลียนหันมองอย่างใเพราะไม่คิดว่าบุรุษผู้นี้จะเป็ถึงแม่ทัพ 'รึจะเป็ท่านแม่ทัพจางเหวินเป่า พระญาติของจางฮองเฮา เ้าของร้านบะหมี่กำลังจะลุกขึ้นคารวะแต่แม่ทัพจางยกมือห้าม
“อย่าได้มากพิธี..ท่านลุงเหลียนเรามากิจธุระในเมืองหลวงเพียงนิดไม่อยากให้เอิกเกริก นี่ค่าบะหมี่รวมกับของคุณหนูจูด้วย ไม่ต้องทอน” วางเหรียญทองสองเหรียญลงกับโต๊ะแล้วเดินจากไปพร้อมกับผู้ติดตาม
ทานบะหมี่จนหมดชามสองนายบ่าวจึงเรียกเสี่ยวเอ้อมาคิดเงิน เป็ท่านลุงเหลียนที่เดินออกมากล่าว
“มิต้องขอรับคุณหนู มื้อนี้มีบุรุษผู้หนึ่งชำระเงินไว้ให้แล้วขอรับ”
“ผู้ใดรึ” เหม่ยเซียนหันมองรอบกาย
“ข้าน้อยมิทราบชื่อขอรับ ต้องขออภัย” โป้ปดไว้ก่อนเป็เื่ที่ควรทำลุงเหลียนคิด