“คุณขวัญครับ”
“อือ” เสียงเรียกชื่อที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งทำให้ของขวัญเริ่มรู้สึกตัว
“ฝนหยุดตกแล้วครับ”
“อ๊ะ ขวัญหลับไปนานเท่าไหร่คะ” เมื่อได้สติของขวัญจึงลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปถามชายหนุ่ม
“หนึ่งชั่วโมงครับ” ธามบอกขณะก้มมองนาฬิกา
“งั้นเรารีบเดินกันต่อไหมคะ เดี๋ยวฟ้ามืด” เธอพูดไปก็บิดี้เีไปด้วย โชคดีที่ไม่มีอาการปวดตัว
“คุณโอเคแล้วใช่ไหมครับ” ธามมองหญิงสาวนิ่ง แต่สายตาแอบแฝงแววเป็ห่วงเล็กน้อย
“ทำไมเหรอคะ” ของขวัญเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“เหมือนก่อนหน้านี้คุณจะเมานิดหน่อย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงลังเล พยายามไม่เอ่ยถามเื่ที่เธอร้องไห้
“อ๋อ ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้วค่ะ ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ” เธอไม่ได้เมาจนจำอะไรไม่ได้ ตอนนี้จึงเริ่มรู้สึกอายที่ปล่อยความรู้สึกจนเผลอร้องไห้ต่อหน้าเขา
“ไม่เป็ไรครับ เมื่อกี้ผมโทรบอกธีร์แล้วว่าเราปลอดภัยกันดี เราไปกันต่อเถอะ” ธามยิ้มบาง ๆ ให้เธอสบายใจ
“ค่ะ” ของขวัญเก็บเสื้อที่ใช้นอนเมื่อกี้คืนให้เขาแล้วเริ่มออกเดินทาง
ตอนนี้บ่ายสองกว่า ท้องฟ้าที่เคยมีเมฆครึ้มกลับมากระจ่างใส ทั้งคู่เดินออกจากถ้ำไปสามร้อยเมตรก็เจอทางเดินที่เคยผ่านก่อนจะวิ่งไปหลบฝน ตอนนี้พื้นที่ปูพรมไปด้วยมอสส์และใบไม้เปียกชื้น กลิ่นหอมของดินหลังฝนตกใหม่ ๆ ฟุ้งเข้าจมูก ของขวัญสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้จากเมืองกรุงเข้าเต็มปอด
“ระวังลื่นนะคะ ว้าย” พูดจบของขวัญก็ลื่นเอง ตอนนี้ขาเธอกางออกจากกันเกือบร้อยแปดสิบองศา
“ครับ ระวังลื่นครับ” ธามพูดล้อเลียนเธอขำ ๆ แต่ก็เข้าไปช่วยพยุงให้เธอกลับมายืนเป็ปกติ
“ยิ้มอะไรคะ” หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้างอน ๆ
“เปล่าครับ เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวผมเดินนำเอง”
ทั้งคู่เดินไปตามทางเรื่อย ๆ จนมาถึงน้ำตกก็เริ่มเจอนักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันหลายคน
“เดี๋ยวขวัญขอถ่ายคลิปแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ”
“ครับ” ธามพยักหน้ารับ
ของขวัญหยิบกล้องออกมาเดินถ่ายวิดีโอไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้มองว่าเท้าของเธอกำลังจะก้าวลงไปในน้ำ แต่ก่อนจะล้มกลิ้งตกลงไปก็มีมือหนึ่งมาคว้าต้นแขนเธอไว้เสียก่อน
“ระวังหน่อยสิครับ” ธามพูดเสียงดุ
“ขอบคุณค่ะ เกือบไปแล้วเชียว” หญิงสาวหันไปยิ้มเจื่อนให้เขา
“คุณขวัญอยากถ่ายรูปไหม เดี๋ยวผมถ่ายให้”
“งั้นถ่ายขวัญกับน้ำตกได้ไหมคะ” ของขวัญยิ้มกว้าง ั้แ่เดินป่าเธอยังไม่มีรูปตัวเองเลย
“ได้ครับ” ธามรับกล้องมาแล้วกดถ่ายรูปให้เธอหลายสิบครั้งจนกว่าหญิงสาวจะพอใจ
“โห คุณธามถ่ายรูปสวยมากเลยค่ะ” ของขวัญพูดอย่างชื่นชมเมื่อเห็นฝีมือของเขา
“ขอโทษนะครับ” เสียงหนึ่งจากข้างหลังเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ได้เป็อย่างดี
“ช่วยถ่ายรูปพวกเราให้หน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวแปลกหน้าเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“ได้เลยครับ” ธามเห็นคู่รักตรงหน้าก็ตอบรับในทันที
เขากดถ่ายไม่กี่ครั้งนักท่องเที่ยวทั้งสองก็รีบเดินมากล่าวขอบคุณ
“เดี๋ยวฉันถ่ายให้พวกคุณบ้างนะคะ” นักท่องเที่ยวสาวอาสา
“เอ่อ...” ธามอึกอัก
“ตรงนั้นมุมสวยมากค่ะ” เธอพูดต่อโดยไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของธามกับของขวัญเลยสักนิด
“ได้ค่ะ” หลังจากสบตากับธามไม่นาน ของขวัญก็ยื่นกล้องไปให้
“ชิด ๆ กันอีกหน่อยค่ะ” นักท่องเที่ยวะโบอกเมื่อเห็นธามกับของขวัญยืนห่างกันเป็เมตร
ธามกับของขวัญหันไปยิ้มให้กันเพราะเหตุการณ์นี้ช่างเดจาวูเหมือนเมื่อวานที่ถ่ายรูปคู่กันไม่มีผิด ทั้งคู่โพสต์สามสี่ท่าแล้วเดินไปของคุณนักท่องเที่ยว ก่อนจะแยกย้ายกันออกเดินทางต่อ
“ตรงนั้นมีศาลเ้าด้วย เราไปไหว้ขอพรกันดีไหมครับ” ธามชี้ไปที่ศาลเ้าเล็ก ๆ ข้างทาง
“ค่ะ”
ทั้งสองคนเดินไปใกล้ศาลเ้าแล้วพนมมือขอพรในใจเงียบ ๆ
“คุณขวัญขออะไรไปครับ” ธามพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าของขวัญลืมตาแล้ว
“ไม่บอกค่ะ”
“ผมเดาว่าเกี่ยวกับความรักใช่ไหมครับ”
“คุณรู้ได้ยังไงคะ” หญิงสาวตาโตมองชายหนุ่มข้าง ๆ อย่างไม่เชื่อสายตา
“ผมก็แค่เดาน่ะครับ แล้วก็...” เขาเอื้อมมือไปหยิบบางอย่างออกมาจากบนศีรษะเธอ
“ดอกไม้เหรอคะ” ของขวัญมองกลีบสีชมพูอ่อนบอบบางในมือของเขา
“ดอกซากุระเป็สัญลักษณ์ของความรักครับ” ธามพูดยิ้ม ๆ
“ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายจะรู้ความหมายของดอกไม้นะคะ” เธอพูดกลั้วหัวเราะ
“ผมอ่านรีวิวมาน่ะครับ พรที่คุณขอไปเมื่อกี้ต้องสมหวังแน่ ๆ”
“ขวัญก็หวังว่าจะเป็แบบนั้นค่ะ” เธอพูดพลางยกมือไปลูบสร้อยตัวโน้ตดนตรี เมื่อกี้เธอขอให้สมหวังในความรักและมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนสักที เธอไม่ใช่คนงมงาย แต่ก็แอบหวังลึก ๆ ว่าพรที่ขอไปจะช่วยอะไรได้บ้าง
“ว่าแต่คุณธามขออะไรไปคะ” ของขวัญเงยหน้าไปถามเขา
“ผมขอให้คนที่ผมรักมีความสุขและไม่เ็ปครับ” ธามสบตาเธอนิ่ง
“คุณเป็คนดีจังเลย ไม่ขอพรให้ตัวเองแต่กลับขอให้คนรัก คนคนนั้นต้องโชคดีมากแน่ ๆ เลยค่ะ” ของขวัญยิ้มกว้าง จากที่ร่วมทริปด้วยกันมาแค่สองวัน เธอก็รับรู้ได้ว่าเขาเป็คนจิตใจดี และอบอุ่นมาก ขัดกับหน้านิ่ง ๆ นั่นลิบลับ
“ผมก็หวังว่าเขาจะโชคดีครับ เราไปกันเถอะ”