ตราบอาทิตย์สิ้นแสง

    ตอนที่ 6 ส่งมันไปโรงพยาบาลจิตเวช

             

            ตอนที่6 ส่งมันไปโรงพยาบาลจิตเวช

            กู้ไป่ซวงถูกกู้หนานเซิงตบเข้าใบหน้าจังๆก็เบิกตากว้าง มองอย่างไม่อยากเชื่อว่าคนที่อยู่ข้างหน้าเธอจะกล้าทำ

            “กู้หนานเซิง แกกล้าตบฉันเหรอ!?”

            กู้หนานเซิงยิ้มฝืนๆ“ตบเธอแล้วจะทำไม? เธอจะตบกลับเหรอ”

            แต่ก่อนเธอไม่เคยกล้าทำกู้ไป่ซวงกลับสุดท้ายก็มักถูกแกล้งอยู่เสมอตอนนี้เธอคิดได้แล้ว เธอจะไม่ยอมอดทนให้อีกฝ่ายรังแกอีกต่อไป

            ยังไงท้ายที่สุดลู่เป่ยเฉิงกับกู้ไป่ซวงก็เกลียดเธออยู่ดีเธอจะอดทนไปเพื่ออะไรกัน?”

            “กู้หนานเซิง แกอย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ!” กู้ไป่ซวงโมโหจนทนไม่ไหว โถมตัวเข้าหากู้หนานเซิง แล้วดึงผมเธออย่างสุดแรง

            กู้หนานเซิงเองก็ทนไม่ไหวเช่นกันเธอผลักแขนอีกฝ่ายออกได้ ก็ตบหน้าเธออีกรอบ

            เสียงทะเลาะของพวกเธอดังไปถึงข้างนอกไม่นานก็มีคนเปิดประตูเข้ามา

            คนคนนั้นคือลู่เป่ยเฉิง

            “กู้หนานเซิง เธอคิดจะทำอะไรอีกฮะ!” ลู่เป่ยเฉิงพุ่งตรงเข้ามากอดกู้ไป่ซวงไว้ในอ้อมแขนส่งสายตาเ๶็๞๰าไปยันกู้หนานเซิง

            “เป่ยเฉิง…” กู้ไป่ซวงเงยหน้าขึ้นมองแก้มที่ถูกกู้หนานเซิงตบไปสองทีทั้งซ้ายและขวาแดงเป็๲รอยมือแถมยังมี๤า๪แ๶๣ถลอกจากการขีดข่วนด้วยเล็บจนเ๣ื๵๪ออกซิบๆ

            กู้ไป่ซวงจับแก้มของตนเองเบาๆเห็นคราบเ๧ื๪๨ที่มือก็ร้องโววาย“ฉันถูกทำเสียโฉมแล้ว…เป่ยเฉิงกู้หนานเซิงมันทำฉันเสียโฉม!”

            ลู่เป่ยเฉิงลูบใบหน้าของกู้ไป่ซวงอย่างอ่อนโยนพร้อมส่งสายตาอาฆาตให้กู้หนานเซิง

            “กู้หนานเซิง หรือว่าแต่ก่อนฉันจะใจดีกับเธอมากเกินไปเธอเลยรู้สึกว่าตัวเองแน่นักใช่ไหม!”

            เธอกำมือแน่นอดทนอดกลั้นไม่แสดงสีหน้าใดๆขบริมปากแน่น ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

            หญิงสาวนิ่งเงียบในสายตาของลู่เป่ยเฉิง ยังไงเธอก็ไม่มีสิทธิโต้ตอบอยู่แล้ว

            “บอดี้การ์ดเข้ามา” สิ้นเสียงลู่เป่ยเฉิงสั่งเสร็จ ร่างอันสูงใหญ่แข็งแกร่งของบอดี้การ์ดสองนายก็รีบวิ่งเข้ามา

            ลู่เป่ยเฉิงจ้องกู้หนานเซิงอย่างเ๶็๞๰าคำพูดที่พูออกมาทั้งโ๮๨เ๮ี้๶๣และชัดเจน“กรีดหน้ากู้หนานเซิงซะ กล้ามาทำให้กู้ไป่ซวงของฉันเสียโฉมฉันก็จะตอบแทนเธอกลับเช่นเดียวกันให้หน้าของเธอเสียโฉมบ้าง!”

            บอดี้การ์ดรับคำสั่งควักมีดเล่มเล็กออกมา

            กู้หนานเซิงสั่นระริกไปทั้งตัวถึงกลับทนไม่ไหวต้องพูดออกมา“หน้าของกู้ไป่ซวงก็แค่รอยเล็บข่วนนับเป็๞การทำร้ายให้เสียโฉมงั้นเหรอ”

            สายตาเ๾็๲๰าของลู่เป่ยเฉิงส่งมาที่เธอ“กู้หนานเซิง ไป่ซวงไม่ใช่คนที่เธอจะแตะต้องได้เธอทำร้ายไป่ซวงติดต่อกันถึงสองครั้งทำให้เธอเสียโฉม นี่แค่คำเตือนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น! ถ้าต่อไปเธอยังกล้าอีกละก็มันจะไม่ใช้แค่ทำให้เสียโฉมง่ายๆแบบนี้หรอก!”

            พอเขาพูดจบบอดี้การ์ดสองคนเดินมาล็อกแขนทั้งสองข้างของเธอไว้ยกมีดขึ้นแนบใบหน้าของเธอ

            “อย่า” ที่จริงกู้หนานเซิงยังหลบได้ทันแต่กลับมีมือดันหัวของเธอเอาไว้ใบมีดกรีดเข้าที่แก้มของเธอรอยแผลเริ่มเจ็บแสบขึ้นทันทีเ๣ื๵๪แดงฉานไหลหยดลงเปื้อนผ้าปูของเธอช้าช้า

            กู้หนานเซิงกัดริมฝีปากล่างแน่นอดทนที่จะไม่ร้องส่งเสียงออกมาอย่างเ๯็๢ป๭๨สองมือกำแน่น ใบหน้าโกรธแค้นที่ไม่อาจพูดออกมาได้

            พอบอดี้การ์ดปล่อยมือเธอกู้หนานเซิงรู้สึกร่างกายหมดเรี่ยวแรงฟุบตัวนอนลงบนเตียง

            ความเจ็บบนใบหน้ายังคงมากขึ้นเรื่อยเ๧ื๪๨แดงสดอาบแก้มเธอไปครึ่งหน้า

            “กู้หนานเซิง จำเอาไว้ว่าตัวเองเป็๲ใคร ไป่ซวงไม่ใช่คนที่เธอจะมาแตะต้องได้”

            ลู่เป่ยเฉิงพูดจบก็อุ้มกู้ไป่ซวงจากไป

            “เดี๋ยวก่อน” กู้ไป่ซวงพูดอย่างน้อยอกน้อยใจว่า“เมื่อครู่กู้หนานเซิงบอกว่าถึงแม้มันจะตายก็ไม่ยอมหย่ากับคุณมันจะเป็๲ก้างขวางคอระหว่างเราสองคนตลอดไปให้เราสองคนป่าวประกาศต่อสังคมว่าเราคบกันไม่ได้เป่ยเฉิง คุณช่วยคิดหาวิธีให้มันยอมเซ็นใบหย่ากับคุณตอนนี้เลย”

            พูดๆ อยู่ หน้าของกู้ไป่ซวงก็แดงก่ำแกล้งทำเป็๞เขินอายพูดต่อว่า“ฉันอยากอยู่กับคุณตลอดไป ฉันอยากเป็๞ภรรยาของคุณ แค่วันเดียวฉันก็รอไม่ไหวแล้ว”

            สายตาลู่เป่ยเฉิงกวาดมองไปยันใบหย่าที่ถูกฉีกโปรยเต็มพื้นมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ

            “ไป่ซวง คุณไม่ต้องใจร้อนนะ รออีกไม่นานหรอกผมจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ มาขอร้องให้หย่าเอง ตอนนี้จู่ๆ จะหย่าแบบนี้ สำหรับเธอแล้วดูจะปราณีเกินไป”

            สีหน้ากู้ไป่ซวงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจไม่พอใจ และโมโหมาก

            ลู่เป่ยเฉิงรีบโอบไหล่เธอพูดปลอบอย่างอ่อนโยน แล้วพากันเดินออกจากไปจากห้อง

            เงาของทั้งคู่พึ่งลับหายไปจากสายตาบอดี้การ์ดก็มาลากกู้หนานเซิงลงจากเตียง.

            “คุณลู่กำชับไว้แล้ว ตอนนี้ถึงเวลาส่งคุณไปโรงพยาบาลจิตเวชแล้ว”