หลังจากเหตุการณ์นั้นเวลาก็ผ่านไปได้ร่วมหนึ่งเดือนกว่าแล้ว
นั้นั้แ่ตอนนั้นก็ไม่มีใครมาพูดนินทราหรือเข้ามาแกล้งฟางโม่อีกเลย รวมถึงพลังิญญาของเขาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ซึ่งนั้นก็ทำให้ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ภาระบนบ่าของฟางโม่ก็ยิ่งนั้นขึ้นไปทุกที
ไม่ใช่ว่าเขาใช้เวลาแต่ละวันให้ผ่านพ้นไปอย่างเปล่าประโยชน์ แล้วรอ่เวลาที่อยู่ ๆ พลังิญญาจะตื่นขึ้นมาเอง แต่เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่เขาจะทำได้แล้วจริง ๆ
นับั้แ่การเดิมพันได้เริ่มต้นขึ้น เขาก็เปลี่ยนไปอาบน้ำยากระตุ้นิญญา ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง แถมสร้างความเ็ปไปถึงกระดูกให้แก่ผู้อาบอยู่ร่วมเดือน เขาใช้เวลาทนทรมานอยู่ในน้ำยาอยู่ครึ่งค่อนวัน ถ้าเป็คนปกติคงจะได้รับผลของน้ำยากระตุ้นิญญาจนทำให้มีพลังิญญาก้าวกระโดนไปอยู่ในขั้นนักสู้ระดับสูง หรืออาจขึ้นไปถึงขั้นนักรบไปแล้ว แต่กลับฟางโม่นั้น น้ำยากระตุ้นิญญากลับไม่ช่วยทำให้พลังของเข้าเพิ่มขึ้นมาเลย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามศึกษารู้แบบพลังิญญาต่าง ๆ จากในหนังสือหรือม้วนเคล็ดวิชาเท่าที่เขาพอจะหาได้ มาเพื่อฝึกขั้นพื้นฐาน เพื่อจับััของพลังิญญาให้ได้ แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจในตัวเองเหมือนกัน ไม่ว่าจะได้อาจารย์ที่เก่งกาจมากเพียงไหน หรือเคล็ดวิชาที่แตกแขนงชั้นยอดมากเพียงใด เขาก็ไม่สามารถที่ได้เริ่มใช้พลังได้เสียที
นับวันใบหน้าของอาจารย์ชราทั้งสองเริ่มมีแต่ความสุขสำราญมากขึ้นทุกวัน ๆ
ที่เป็แบบนั้นไม่ใช่เพราะว่าพวกเขา้าที่จะได้ตำแหน่งของประมุขตระกูลเหยาไป พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็คนสนิทที่รับใช้ตระกูลมาอย่างยาวนาน สิ่งที่เขา้าก็คือการที่จะได้เห็นลูกของตนเองนั้นขึ้นครองเป็ประมุขของตระกูล นั้นคือความใฝ่ฝันที่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสเป็ความจริง จนประมุขเหยาได้เอ่ยวาจาจะเดิมพันตำแหน่งกับเื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้
ถึงในใจลึก ๆ ของฟานโม่นั้นจะคิดตัดใจยอมแพ้ไปเสียแล้ว แต่เพราะความเชื่อใจที่พ่อของเขายังคงมีให้อยู่เสมอมา ทำให้เขายอมแพ้ง่าย ๆ ไม่ได้ ถึงจะคิดว่าเป็ไปไม่ได้ แต่ก็ขอลองทำให้สุดความสามารถก่อน ค่อยมาเสียใจภายหลังก็ยังไม่สาย
สายเืของคนไม่ยอมแพ้ของผู้เป็พ่อได้ถูกถ่ายทอดมายังผู้เป็ลูกชายของเขาอย่างเต็มเปี่ยม ถึงแม้สิ่งที่ทำจะช่วยอะไรไม่ได้ เขาก็จะลองมองหาสิ่งใหม่ที่พอจะช่วยให้เขามีพลังเพิ่มขึ้นได้เสมอ แม้มันจะให้ผลทางอ้อมซักแค่ไหนก็ตาม
และในคืนหนึ่ง ขณะที่ฟางโม่กำลังอ่านหนังสือเพื่อควบคุมพลังิญญาอยู่ในห้องนอน ก็มีเสียงอะไรบางอย่างมากระทบที่หน้าต่างของเขา จนทำให้ต้องโผล่หน้าออกมาดู
เมื่อมองผ่านไปมาในความมืด สายตาของเขาก็ไปสะดุดอยู่กับร่างบาง ๆ ของสาวรุ่นเดียวกับเขา ใบหน้าที่สวยคมจนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเพียงแค่ได้สบตาเช่นนี้ จะเป็ใครไปไม่ได้เสียจากเยี่ย เทียน คู่หมั่นสาวที่กำลังจะได้ถอนหมั้นกับเขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั้นเอง
“เทียน เ้ามาที่นี่ทำไม”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมองเห็นเธอแล้ว เทียนก็ะโลอยตัวล่อนลงมานั่งที่ริมหน้าต่างติดกับฟางโม่อย่างนิ่มนวล
“ก็มาหาเ้าไง”เธอส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ชายหนุ่ม
“แล้วพ่อของเ้าล่ะ”
เทียนแสดงท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อพูดถึงผู้เป็พ่อ ก่อนจะก้าวขาเข้ามาในห้องของฟางโม่ แล้วเดินตรงลงไปนั่งบนเตียงอย่างเคยชิน
“ช่างเขาสิ พ่อที่ไม่สนใจความคิดเห็นของลูกสาวตัวเองแบบนั้น ปล่อยท่านไปเถอะ รู้ไหม ั้แ่วันนั้นที่เ้าตกลงเดิมพันกับพ่อข้า ผลการเดิมพันก็ยังไม่ออกมาแท้ ๆ แต่ท่านก็เอาแต่จะหาผู้ชายมาให้ข้าดูตัว ข้าล่ะเบื่อจริง ๆ”
“แล้ว เ้าสนใจคนไหนบ้างหรือเปล่า”ฟางโม่พูดออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะฟังคำตอบจากหญิงสาวที่เขารัก เขารู้ตัวถึงความต่างกันของความสามารถดี เธอคือผู้ที่จะขึ้นเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้าได้อย่างแน่นอน ส่วนเขาก็คือผู้หญิงใหญ่ที่อยู่ในความฝันของแม่ แม้ความจริงข้อนี้จะทำให้เขาไม่ชอบใจนัก แต่ยังไงซักวันเขาก็ต้องยอมรับถึงข้อนี้อยู่ดี
“ฟางโม่”เทียนทำหน้าจริงจังลุกขึ้นเดินมาจับมือของฟางโม่เอาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง “ข้าเคยบอกเ้าแล้วไง ใจของข้าได้ยกให้เ้าไปนานแล้ว เ้าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอข้าก็ไม่สน ขอเพียงข้าได้อยู่กับเ้า ข้าก็พอใจแล้ว”
เทียนและฟางโม่ ทั้งสองจ้องตากันเล็กน้อยก่อนที่จะค่อย ๆ โอบกอดกันอย่างช้า ๆ
“ฟางโม่”หญิงสาวค่อย ๆ ถอยตัวออกมาจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม ก่อนจะจับมือของเขาเดินไปที่หน้าต่าง “วันนี้ดาวสวยมากเลย ข้าว่าเราไปดูดาวกันหน่อยดีไหม”
“เอาสิ”
แม้ว่าภารกิจในการเพิ่มพลังิญญาจะสำคัญมากเพียงใด ก็ไม่อาจมีอะไรที่มาสำคัญการสาวที่อยู่ข้างกายของฟางโม่ในตอนนี้อีกแล้ว เขาอยากจะหยุด่เวลาเช่นนี้เอาไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไป อยากให้การเดินเล่นใต้เสียงดาวไปรอบเมืองเช่นนี้ เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน
เทียนจับมือพาฟางโม่เดินลอยพาเมืองออกมาจนมาหยุดอยู่ที่ชายป่า ที่แสงจากในเมืองสาดส่องมาถึงได้ไม่มากนัก ทำให้สามารถมองดูดาวจากจุดนี้ได้สวยที่สุด
ฟางโม่เขาเฝ้าฝันที่อยากจะเป็คนอุ้มร่างของเทียน พาเธอโบยบินไปยังท้องฟ้าเที่ยวชมความสวยงามของโลกที่มีอยู่มากมายบางซักครั้ง แต่ความเป็จริงอันใกล้ทำให้เข้าเริ่มคิดได้อีกครั้งว่า สิ่งที่ต้องเสียไปกลับการเดิมพันนั้น มันช่างมากมายเสียเหลือเกิน
โลกแห่งความฝันที่เขากำลังเคลิ้มอยู่ได้ถูกความจริงเข้ามาปลุกจนทำให้เขาหมดสนุกในห่วงเวลาดี ๆ ของพวกเราเสียแล้ว
“เป็อะไรไปนะฟางโม่ อยู่ ๆ ก็ทำหน้าเครียดเชียว”
“เปล่าหรอก ข้าแค่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะ”
เทียนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“พลังิญญาไม่เพิ่มขึ้นมาบางเลยเหรอ”
แม้ฟางโม่จะอยากปิดบังเื่นี้เอาไว้เป็ความลับไม่ให้ใครรู้ และคนที่ไม่อยากให้รู้มากที่สุดก็คงจะเป็เธอคนนี้ แต่การที่ถูกเธอถามมาตรง ๆ เช่นนี้แล้ว การพยายามบ่ายเบี่ยงปิดบังต่อไปก็คงไม่เป็ประโยชน์อะไรอีกต่อไป
“ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”ฟางโม่พูดเสียงเศร้า แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เศร้าตามของอีกฝ่าย ก็ทำให้เขารีบหาเื่อะไรมาเปลี่ยนอารมณ์ของเธอ “แต่ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสหรอกนะ ยังมีวิธีที่ยัง..”
ฟางโม่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกร่างบาง ๆ ของหญิงสาวที่มีความสูงพอ ๆ กับตัวเขานำริมฝีปากอันแสนอ่อนนุ่นของเธอมาประกบกับปากของเขา แล้วโอบกอดร่างของชายหนุ่มเอาไว้
น้ำใส ๆ เริ่มไหลออกมาจากด้วยตาคู่สวยของเทียนอย่างช้า ๆ แม้ว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองจะยังคงจุมพิตกันอยู่ แต่ฟางโม่ก็รับรู้ได้ถึงความเศร้าที่ส่งผ่านมาถึงตัวเขาได้
“ข้ารักเ้า ข้าอยากจะอยู่กับเ้าอย่างนี้ตลอดไป”ฟางโมเริ่มพูดเสียงสั่นออกมาพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลริน
“ข้าก็เหมือนกัน”
ทั้งคู่ต่างร้องไห้ให้กับแก่และกัน ทั้งเธอและเขาต่างก็มีความรักให้กันอย่างจริงใจ ที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาอยู่บางเล็กน้อย แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นที่จะถอนหมั้นเช่นนี้เลย เื่นี้ทั้งคู่ต่างไม่มีใครที่จะเตรียมใจรับกับเหตุการณ์ที่จะต้องตัดสายััระหว่างกันแบบนี้มาก่อน
ที่ผ่านมาเพราะสถานะความเป็คู่หมั้นที่ยังเป็ที่ยึดเหนี่ยวต่อให้ทั้งสองจะห่างกันไปนานแค่ไหน ก็ยังมีอะไรที่ยึดทั้งสองเอาไว้ แต่ครั้งนี้มันจะไม่มีอะไรคอยเป็ที่เพิ่งให้พวกเขาอีกแล้ว บางทีการพบกันครั้งนี้อาจเป็ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพังก็เป็ได้
“พวกเราหนีไปด้วยกันเลยดีไหม”เทียนพูดขึ้นมา
ในใจชายหนุ่มอยากจะรีบตอบตกลงเธอในทันที แต่เมื่อมองที่หน้าของเทียนก็ทำให้เขารู้ว่าการทำเช่นนั้น ไม่สามารถที่จะทำให้เธอมีความสุขได้ แถมยังจะทำให้พ่อที่เชื่อมั่นในตัวเขาตลอดมาต้องผิดหวังอีกต่างหาก ซึ่งนั้นทำให้เขาไม่สามารถที่จะตอบรับคำเชิญชวนที่น่าสนใจจากหญิงสาวได้
“ไม่ได้หรอก ต่อให้หนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความจริงอยู่ดี”
“แล้วเ้าจะปล่อยให้เื่ต้องจบลงโดยการที่เราต้องแยกจากกันอย่างนั้นเหรอ”เทียนพูดออกมาทั้ง ๆ น้ำตาที่ไหลไม่หยุด เช่นเดียวกับฟางโม่
“ไม่มีทางอยู่แล้ว”ฟางโม่กีดฟันตนเองเอาไว้แน่น
“ไม่ ยังมีทางต่างหาก”เสียงขอชายที่ไม่คุ้นเคยดังออกมาจากความมืดในป่า และในเวลาต่อมาไม่นาน ชายคนนั้นก็โผล่ออกมายืนอยู่ใต้แสงของดวงจันทำให้สามารถที่จะมองเห็นรูปโฉมของเขาได้ชัดเจน
เขาเป็ชายร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แม้จะอยู่ในเสื้อสูทสีดำก็ไม่อาจที่จะปิดบังกล้ามเป็มัด ๆ ของชายคนนี้ได้
การปรากฏตัวของชายแปลกหน้าในยามวิกาลเช่นนี้ ทำให้บรรยากาศแสนเศร้าหมองที่เคยมีได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว
เทียนดึงตัวของฟางโม่ให้ไปหลบอยู่ข้างหลังเธอ ถึงเธอจะไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าที่โผล่ออกมาจะมีวัตถุประสงอะไร แต่ยังไงก็คงจะไม่ใช่เื่ที่ดีแน่ ๆ
“ที่บอกว่ายังมีทางคืออะไร”แม้ปากของเทียนจะพูดออกไป แต่ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองที่ชายแปลกหน้าอยู่ตลอด
“แม่หนูน้อยมันก็ง่าย ๆ”ชายคนนั้นพูดขึ้นพร้อมกับถูไปฝ่ามือทันสองข้างไปมา “แค่ฆ่าพวกเ้าทั้งคู่ แค่นี้ก็ได้อยู่ด้วยกันในนรกแล้วไง”
คลื่นเปลวเพลิงขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากมือของจากมือของมันตรงมายังหนุ่มสาวทั้งสองอย่างรวดเร็ว
เทียบรีบใช่โล่เกาะพลังปราณเข้ารับการโจมตีของมันทันที แต่ชายแปลกหน้าไม่ก็ไม่ปล่อยจังหวะที่จะให้เทียนได้ตั้งตัวสวนกลับ มันกระโจนออกไปด้านข้าง แล้วพุ่งมันที่เต็มไปด้วยก้อนดินเข้าใส่ตัวของหญิงสาว
ฟางโม่ที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบผลักร่างที่ไม่สามารถป้างกันการโจมตีของชายแลกหน้าในชุดดำคนนี่ได้ทัน แล้วเอาตัวรับแรงจากหมัดที่เต็มไปด้วยหินของมันเอาไว้ จนเข้ากระอักเืออกมาจากปาก
“ฟางโม่”เทียนะโออกมาอย่างใ ก่อนที่อารมณ์ของเธอจะแปรเปลี่ยนไปเป็ความโกรธ และใช้ดวงตาที่ดุร้ายคู่นั้นจ้องมองมายังชายแปลกหน้า “ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเ้าใช้พลังอะไร แล้วอยู่ในระดับไหน แต่เมื่อมาทำคนรักของข้าเช่นนี้ คงปล่อยให้มีชีวิตรอดไม่ได้”
เทียบรวบรวมพลังิญญาเอาไว้ที่มีขวาก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปปล่อยหมัดทะลายภูผ่า ท่าโจมตีของพลังิญญาขั้นนักรบระดับหก แต่การโจมตีนั้นก็ได้ได้เพียงทำลายชุดบริเวณท้องที่เธอต่อยเข้าไป เผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งหกอันแข็งแกร่งของชายคนนี้
“อุส่าตั้งใจรับท่าของแม้สาวน้อยอัจฉริยะแบบเ้าตรง ๆ นึกว่าจะทำให้ข้าคนนี้าเ็ได้ซักหน่อย น่าผิดหวังจริง ๆ”
เทียนรู้สึกใมากที่การโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่เธอมีอย่างหมัดทะลายภูผ่าที่เธอฝึกมาอย่างยากรำบากจะทำอะไรชายคนนี้ไม่ได้เลย ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าชายคนนี้อยู่ขั้นไหน แต่เธอก็มั่นใจได้เลยว่า ชายคนนี้จะต้องอยู่ในขั้นที่สูงกว่าเธอมากแน่ ๆ
ความกลัวจากความต่างกันของความสามารถเริ่มเข้ามาร่างกายของเธอจนปิดประสาทการรับรู้บางส่วนไป จนไม่เห็นมือที่ชายแปลกหน้ากำลังฟาดลงมาใส่ตัวเธอ
“มัวหลับอยู่หรือไงเทียน”เป็อีกครั้งที่ฟางโม่เข้ามาช่วยเธอได้ทันเวลาในการเข้ามารับการโจมตีโดยตรงของชายคนหนีอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ฟางโม่คงจะเข้ามาช่วยเธอได้เป็ครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะแรงจากการรับแรงกระแทกในครั้งนี้ ได้ทำลายกระดูกของเขาไปหลายส่วน แค่ยังประครองสติไม่ให้หมดไปในตอนนี้สำหรับเขาก็ถือว่าเก่งมากพอแล้ว
“หนีไปเทียน”ฟางโม่พูดออกมาอย่างอ่อนแรง
“ไม่ฟางโม่ฉันจะไม่ทิ้งนาย”
“ขอร้องเทียน ได้โปรด หนีไป”ฟางโมรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเหลืออยู่ พยายามส่งเสียงออกมาให้เทียนได้ยิ่ง ถึงแม้ว่ามันจะเบามากแค่ไหน เธอก็รับรู้ในสิ่งที่เขา้า
น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาเป็ทางไม่หยุด แม้เธอจะไม่อยากที่จะหนีไปจากเหตุการณ์นี้เลยก็ตาม แต่คำขอของชายหนุ่มอันเป็ที่รักที่อยากให้เธอหนีไปนั้นก็ทำให้เธอเกิดความลังเล
“ฉันจะรีบไปตามคนมาช่วยให้เร็วที่สุดนะ”
แม้จะไม่อยากจากไปแต่เธอก็รู้ถึงความสามารถของตัวเองดี ต่อให้เธอฝืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะถูกฆ่าไปด้วยกันเท่านั้น วิธีที่ดีที่พอจะช่วยเขาได้ก็คือ ไปตามตระกูลเหยาที่อยู่ใกล้กับที่นี่ที่สุด ให้มาช่วยฟางโม่ให้ทันเวลานั้นเอง
“หนีไปซะแล้วสินะ”ชายแปลกหน้าพูดออกมา ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ คว้าร่างของฟางโม่ที่กำลังนอนยิ้มอย่างพอใจขึ้นมา “การที่ผู้หญิงคนนั้นหนีไป มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ”
เมื่อโผล่จบชายแปลกหน้าก็โยนร่างของฟางโม่จนกระเด็นออกมาจากตัวเขาพอสมควร
“ผู้หญิงคนนั้นจะเป็ยังไงก็ช่างเถอะ ยังไงเป้าหมายของข้าก็คือเ้ามาั้แ่แรกอยู่แล้ว”
“เ้า้าอะไรจากข้า”
ชายแปลกหน้าแสยะยิ้มหัวเราะออกมาอย่างบ้าครั้ง
“ชีวิตของแกไงล่ะ พ่อหนูในคำทำนาย”
ในตอนนี้ความเ็ปแล้วความสับสนได้เข้ามาตีกันจนฟางโม่เริ่มที่จะทนไม่ไหว
ความเ็ปจากทางร่างกายที่ถูกทำลายกระดูกไปไม่รู้กี่ซี่จนทำแม้ตอนนี้แม้เพียงแค่ใบไม้ตกลงมาบนตัวเขา ก็ทำให้ปวดราวไปได้ทั้งตัวแล้ว ไหนจะเื่คำทำนายที่ชายคนนี้พูดออกมาอีก ถ้าการที่ผู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้้าจะมาฆ่าเขาถึงถือเพราะเพียงแค่ คำทำนายที่ดูไม่เป็ความจริงแค่นั้น มันก็ดูจะไม่มีอะไรที่ยุติธรรมกับเขาเลย เหมือนโลกนี้้าที่จะกลั่นแกล้งเขาจนวินาทีสุดท้าย
“นี้เ้าเชื่อคำทำนายที่ไม่มีมูลความเป็จริงนั้นด้วยเหรอ ช่างเป็ชายที่ฆ่าคนได้ง่ายจริง ๆ”
“ไม่มีมูลงั้นรึ”ดูเหมือนว่าคำพูดของฟาโม่จะไปกระตุ่นต่อมความรู้สึกซักอย่างของชายคนนั้น ร่างของเขาสั่นระรัวก่อนจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ิัของคนก็แปรเปลี่ยนไปเป็ิัสีดังขนาดใหญ่ ใบหน้าของชายคนนั้นตอนนี้ก็มีเขาสีดำงอกออกมาสองข้าง กลายเป็ร่างของกระทึงสีดำั์ตัวใหญ่มายืนอยู่ข้างหน้าของฟางโม่ “คำทำนายที่ว่าเด็กผู้เกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์มหาสาร และไม่สามารถใช้พลังิญญาหรือพลังปราณได้เหมือนปีศาจอย่างเรา จะมาทำลายล้างพวกข้าดูยังไงก็เป็เ้าไม่มีผิด”
พลังเวทย์มันคืออะไรกัน แล้วปีศาจมีตัวตนจริง ๆ อยู่ในโลกนี้ด้วยเหรอ
นั้นคือคำถามสุดท้ายที่เกิดขึ้นในความคิดของฟางโม่ ก่อนที่ร่างกายจะพ่ายแพ้ให้กับความเ็ปและข้อมูลที่ทำให้สมองของเขาสับสน จนไม่อาจจะทนฝืนสติได้อีกต่อไป
“อะไรกันหมดสติไปแล้วงั้นรึ”ปีศาจกระทิงตัวใหญ่เดินเข้าไปกระชากคอเสื้อที่ไร้สติของชายหนุ่มขึ้นมา “เ้ามันโง่เองที่ให้ผู้หญิงหนีไป หากนางอยู่ข้าคงไม่กล้าเผยร่างที่แท้จริงออกมาเช่นนี้แน่ ตายซะเถอะเ้าหนูในคำทำนาย”
เมื่อมันพูดจบมันก็เหวียงร่างที่ไร้ซึ่งสติของฟางโม่ลงพื้นอย่างแรง หวังที่จะให้ร่างของเขาแหลกระเอียดคาพื้น
แต่มันก็ต้องผิดหวังเมื่อก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะตกลงมาัักับพื้น จู่ ๆ ร่างที่ควรจะหมดสติไปแล้วของเขา ก็ะโตีหลังกาถอยออกมายืนประจันหน้ากับปีศาจกระทิง เหตุการณ์นี้สร้างความมึนงงให้กับมันเป้นอย่างมาก
“แย่จริง ๆ เกือบไปแล้วไหมล่ะ”ฟางโม่พูดไปพางสะบัดแขนขาที่น่าจะกระดูกหักจนไม่น่าจะขยับได้ไปด้วย “ถ้าอาเธอร์รู้ว่า ข้าปล่อยให้ร่างนี้ตายไปมีหวังข้าแย่แน่”
“แกเป็ตัวอะไรกันแน่”ปีศาจกระทิงที่กำลังอึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าถามขึ้นมาอย่างมึนงง “เ้าไม่น่าจะขยับตัวได้แล้วนี่”
ฟางโม่ฉีกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“ตัวอะไรงั้นรึ ข้าก็เป็ผู้สร้างโลกนี้ขึ้นมาไง”พูดจบฟางโม่ก็ดีดนิ้วเบา ๆ ออกมาหนึ่งที ทันใดนั้นร่างของปีศาจกระทิงก็ค่อย ๆ บิดเบี้ยวไปมาแล้วในที่สุดร่างนั้นก็ะเิออก “ล่ะ นี่คือโลกของข้า ข้าสร้างมันขึ้นมา ดังนั้นข้าจะทำอะไรก็เป็เื่ของข้าไม่เกี่ยวกับเ้า”
ชิ้นส่วนจากร่างของปีศาจกระทิงเมื่อมันัักับพื้นดิน เศษเนื้อของมันก็ค่อย ๆ จางหายไปทีละเนื้อ จนไม่เหลือซากของปีศาจร่างใหญ่เอาไว้อีกแล้ว
“เท่านี้ก็ทำร้ายหลักฐานเรียบร้อย”ฟางโม่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ในที่สุดกว่าจะติดต่อกับอาเธอร์ได้เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่ ถึงจะมีเื่ผิดพลาดอยู่บางแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีสินะ หน้าที่ของข้าก็จบซะที กลับไปรอดูผลที่ตามมาให้สนุกที่โลกเทพดีกว่า”
เมื่อฟางโม่พูดจบร่างของเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง แล้วสติของเขาก็เข้าสู่นิทรา