“หืม”
“มีอะไรเหรอซิงเยียน”
หลังจากตงฟางเดินทางออกไปจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ซิงเยียนได้นำแหวนเก็บของมาส่องดูปริมาณยาที่ตงฟางหลอม เธอไม่ได้บอกตงฟางให้หลอมยาจากสมุนไพรทั้งหมด
ด้วยระดับพลังเพียงแค่สัมผัสวิญญาณตงฟางไม่สามารถหลอมยาจากสมุนไพรได้หมดอย่างแน่นอน เธอเตรียมสมุนไพรไปเกินเพื่อไม่ให้มีอะไรขาดเท่านั้น กลับกลายเป็นว่าสมุนไพรทุกอย่างของเธอถูกเปลี่ยนไปเป็นเม็ดยาทั้งหมด
ยายี่จงครั้งก่อนตงฟางหลอมให้ 2 แสนเม็ด ตอนนี้พวกมันมีราว 5 แสนเม็ด ยาทงเทียนยังเพิ่มเป็น 3 พันก้อน แล้วยังมียาที่เธอไม่ได้เตรียมสมุนไพรเอาไว้ให้ด้วย
“พ่อคะ เม็ดยาเสวียนอู่คุณภาพ 10 ส่วน”
“ฮะ”
ผู้เป็นพ่อเมื่อได้ยินเสียงลูกสาวพร้อมเม็ดยาระดับ 3 จำนวน 500 เม็ดถึงขั้นลมจับ แม้เม็ดยาระดับ 3 จะหาได้ง่ายหากใช้เส้นสายของพวกเขา แต่คุณภาพ 10 ส่วนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหามาขาย แม้จะเป็นเม็ดยาเสวียนอู่คุณภาพ 9 ส่วนยังยาก ในร้านของพวกเขามีคุณภาพสูงสุดเพียงแค่ 8 เท่านั้น ตงฟางกลับหลอมยาเสวียนอู่ระดับ 3 คุณภาพ 10 ส่วน สร้างความตกใจให้พวกเขาสองพ่อลูกไม่น้อย
“ต้องหาของขอบคุณเพิ่มเติมแล้วสิ มัดตัวเองรวมไปด้วยเลยไหมนะ”
เจ้าของหอประมูลมองจ้องหน้าลูกสาวพลางถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ กับความคิดแปลกๆของเธอ
“งั้นพ่อไปดูแขกก่อน ตอนนี้ปัญหาน่าจะค่อยๆย่างเข้าใกล้เราแล้ว”
“ค่ะ หนูขอนำพวกมันไปเก็บก่อน”
—-----------------------------------
“ตามมาขนาดนี้ คงมีหลายเรื่องจะคุยกัน”
พระอาทิตย์ค่อยๆตกดินจนท้องฟ้ากลายเป็นสีดำ ตงฟางที่ถูกผู้คนวิ่งตามหลังเขาได้หยุดยืนอยู่ใจกลางทุ่งหญ้าสัตว์อสูร การสวมใส่ชุดสีดำบินตรงกลับไปยังเขาเฟยเทียนเป็นการเปิดเผยตัวของเขาเกินไป ว่าเป็นคนๆเดียวกันกับชายสวมชุดสีดำ
หลังจากบินออกมาจากเมืองเขาก็ลงไปวิ่งด้วยกำลังของระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 7 แล้วใช้พลังจิตยกตัวเองให้ลอยเหนือพื้นเล็กน้อย จนการวิ่งของเขาไม่ต่างจากวิ่งบนดวงจันทร์ สาเหตุที่เขาไม่บินหนีไปเลยก็เพราะว่าเขา อยากรู้จักพวกที่ตามมาจึงลงมาวิ่งให้พวกมันสามารถตามเขาได้ ยังดีที่พวกมันเป็นเพียงระดับก่อตั้งวิญญาณเท่านั้น จึงไม่ได้น่ากลัวสำหรับเขา
“พวกแกเป็นใครกันล่ะ แล้วตามมาอยากจะได้อะไรจากฉันคนนี้”
ชริ้ง~!
ไม่มีใครรู้ว่าตงฟางระดับไหน ด้วยหน้ากากที่พี่ซิงเยียนมอบให้ มันปกปิดกลิ่นไอพลังของเขาไปทั้งหมดจนเขามีออร่าไม่ต่างจากคนธรรมดาเลยสักนิดเดียว การที่ชายชุดดำกลุ่มนี้กล้าวิ่งตามเขา พวกมันคงคิดว่าเขาใช้ยันต์ในการบินออกจากเมือง ด้วยการลงมาวิ่งจึงคิดว่าเขาคงไม่ใช่ระดับผสานวิญญาณสามารถรับมือได้
“แกใช่ไหมที่เป็นผู้หลอมยานิรนามของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า”
ตงฟางยืนนิ่งเล็กน้อยแล้วตอบออกไป เขาจำได้ว่าตกลงกับพี่ซิงเยียนเอาไว้ ว่าเขาจะเดินทางมาหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าด้วยการเป็นนักหลอมยานิรนามที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเชิญมา
“ใช่ แล้วพวกแกจะทำอะไร”
“งั้นตายซะ”
ร่างของคนนับได้ 20 พุ่งเข้ามาหาตงฟางด้วยความรวดเร็ว ไม่คิดจะปล่อยให้ตงฟางมีชีวิตรอด สำหรับเขาความเร็วของคนทั้ง 20 มีความเร็วมากพอสมควร ด้วยระดับของเขาที่ต่ำกว่าพวกมันทำให้เขาตกเป็นเป้านิ่ง ทันใดนั้นเองเขากลับกางนิ้วไปบนอากาศ ทำให้ชายทั้งหมดนิ่งค้างเพราะพวกมันไม่สามารถฟาดฟันดาบในมือเข้าใส่ตงฟางได้ จากการที่ตงฟางใช้พลังจิตของเขาจับไปยังดาบของพวกมัน
“นี่มัน นี่มันบ้าอะไร”
แรงทั้งหมดเท่าที่มีพยายามดึงดาบลงมาจากอากาศ จนพวกมันต้องทิ้งดาบหลังจากรู้ว่าถูกทักษะบางอย่างตรึงเอาไว้ ทันใดนั้นพวกมันกลับพบเข้ากับความน่ากลัวเข้าให้ เมื่อจู่ๆดาบทั้งหมดที่ลอยค้างกลางอากาศได้พุ่งเข้ามาวางบนบ่า จี้ลงไปยังคอจนพวกมันไม่สามารถเคลื่อนไหวกลัวว่าดาบจะตัดผ่านคอจนตกตาย
“ฉันจะถามแล้วจะปล่อยพวกแกไป”
“แก ถ้าแกฆ่าเราแกจะถูกไล่ล่าจนไม่มีที่ซุกหัวนอน”
“หึหึ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น เอาล่ะ ใครส่งพวกแกมากัน เป็นหอประมูลโคมกระจ่างหรือว่าจะเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับยา”
“ต่อให้แกจะฆ่าพวกเรา แกก็จะไม่ได้อะไร”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ด้วยระดับของพวกมันแม้จะเท่ากับพลังจิตเลเวล 3 ของเขา แต่หากพวกมันไม่ใช่ระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 9 ก็ยากจะต้านทานพลังจิตของเขาได้
“งั้นฉันจะทำให้แกบอกทุกอย่าง”
ตงฟางเข้าใกล้ชายที่ร้องตะโกนคุยกับเขาก่อนจะมองจ้องไปยังดวงตาของมัน ด้วยการยื่นมือช้าๆจับไปยังคอเขาได้ใช้ไมน์คอนโทรลกับมัน จนดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธกลายเป็นดวงตาเหม่อลอย
“ใครส่งแกมา”
“หอประมูลโคมกระจ่าง” ไม่มีการขัดขืนแม้แต่น้อย เสียงที่เอ่ยออกมาเป็นเสียงดังฉะฉานชัดเจน จนทำให้เพื่อนของมันร้องตะโกนเรียกสติ ถึงอย่างนั้นพวกมันกลับทำอะไรไม่ได้มากเพราะยิ่งขยับดาบที่พาดบนคอของพวกมันยิ่งขยับฝังลึกจนมีเลือดไหลออกมา
“พวกมันให้แกมาทำอะไร”
“จับตัวนักหลอมยานิรนามของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากลับไป”
“จับไปทำไม”
“ไม่รู้ พวกเราได้รับคำสั่งให้จับตัวไปเท่านั้น”
“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น จงกลับไปรายงานว่าแกทำงานล้มเหลว จากนั้นแกก็ฆ่ามัน ฆ่าคนที่สั่งให้มาจับฉันซะ หากลงมือไม่สำเร็จให้แกฆ่าตัวตาย ถ้าลงมือสำเร็จแกก็ต้องฆ่าตัวตายเช่นเดียวกัน”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของตงฟางล้วนเบิกตากว้าง พวกเขาไม่คิดว่าตงฟางจะมีทักษะที่สามารถควบคุมจิตใจผู้คนได้ ทันใดนั้นพวกมันก็เห็นตงฟางเดินเข้าใกล้หนึ่งในพวกมันแล้วกระซิบไม่ต่างจากเดิม จนพวกมันทุกๆคนถูกไมน์คอนโทรลของตงฟาง
“หวังว่าพวกมันจะจดจำสิ่งนี้”
เปาะ~!
ตงฟางดีดนิ้วทำให้กลุ่มคนทั้ง 20 ได้สติ ด้วยความสงสัยว่าทำไมตัวของพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่จึงได้มองจ้องไปรอบๆ
“หัวหน้า เกิดอะไรขึ้น”
“ชิ เราน่าจะทำงานพลาดกันแล้ว กลับ”
ทุกคนแสดงท่าทางไม่ต่างจากตอนยังไม่ถูกพลังจิตของตงฟาง อารมณ์ความรู้สึกล้วนหยาบกระด้างไม่เหมือนคนถูกสะกดจิตเลยสักนิด
สำหรับตงฟางเขากลับยิ้มเพราะไมน์คอนโทรลสามารถแยกการทำงานได้ 2 รูปแบบด้วยกันแม้จะใช้งานยุ่งยากเพราะต้องสัมผัสตัวอีกฝ่ายเท่านั้น
รูปแบบแรกควบคุมจิตใจ เป็นรูปแบบพลังจิตที่สามารถบ่งการผู้คนได้ ใครก็ตามที่ถูกควบคุมจิตใจจะตกเป็นทาส ภายในหัวจะมีเพียงแค่คำว่าจงรักภักดี ไม่คิดกล้าฆ่าผู้ใช้พลังกับพวกมัน ต่อให้ผู้ใช้พลังจิตจะสั่งให้พวกมันไปตาย พวกมันจะทำไม่มีการขัดขืน แต่วิธีนี้นับว่าเป็นการเปลืองพลังจิตและต้องใช้เวลานานมากในการควบคุมจิตใจคนให้ได้
รูปแบบสองสะกดจิต ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก เพียงแค่สัมผัสอีกฝั่งให้ได้ สติของอีกฝ่ายจะตกอยู่ภายใต้การควบคุม ด้วยการที่ไม่ต้องเปลืองพลังจิต มันกลับสามารถสะกดจิตอีกฝั่งให้อยู่ภายใต้การควบคุมได้เพียงไม่นานเท่านั้น หากผู้ใช้เดินห่างผู้ที่ถูกสะกดจิตจะหลุดออกจากการถูกสะกดจิตทันที ทว่าวิธีนี้กลับมีความน่ากลัวซ่อนอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือสามารถฝังคำสั่งลงไปในหัวสมองได้
แม้อีกฝั่งจะแสดงท่าทางไม่เป็นมิตรกับเราเช่นเดิม หากพวกมันได้พบเจอกับสิ่งกระตุ้น พลังจิตที่อยู่ในหัวก็จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน
ด้วยการสะกดจิตพวกมันทั้ง 20 ให้กลับไปฆ่าคนออกคำสั่งที่ตงฟางบอกพวกมันไปนั้น มีใบหน้าของผู้ออกคำสั่งพวกมันมาฆ่าเขาเป็นตัวกระตุ้นเปิดใช้งานพลังจิตที่ฝังไปกับสมอง หากพวกมันกลับถึงหอประมูลโคมกระจ่างพวกมันจะต้องฆ่าเจ้านายของมันแน่นอน
ซึ่งตงฟางไม่คิดว่าพวกมันทั้ง 20 จะทำได้ เขาคิดว่าอย่างน้อยๆเจ้านายของพวกมันคงมีระดับที่มากกว่าพวกมันหลายเท่า
ยกตัวอย่างพี่ซิงเยียนที่เป็นระดับผสานวิญญาณขั้น 9 แต่ที่เขาส่งไปก็เพราะว่าเขาต้องการขู่พวกมันเท่านั้น ขู่ให้พวกมันกลัวเขาที่สามารถออกคำสั่งกับลูกน้องมันได้ อย่างน้อยๆ เขาคงไม่ถูกตามตัว แต่ผลกระทบอาจจะเกิดขึ้นใหม่ในรูปแบบอื่น นั่นคือมีกลุ่มคนเข้ามาหาเรื่องหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
สำหรับตงฟางเขาไม่ได้คิดมาก ด้วยการที่พี่ซิงเยียนทำธุระกิจนี้มานาน เธอคงมีแผนรับมือมากมายแน่นอน เขาจึงปล่อยให้พี่ซิงเยียนเป็นคนรับมือ
ตุบ~!
“ให้ตายเหอะ ต้องวิ่งอีกแล้วเหรอเนี๊ย”
ตงฟางมองทางขึ้นสถาบันมันชันมาก ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องวิ่งด้วยการใช้พลังจิตช่วยยกร่างไม่ให้เหนื่อย
—----------------------------------
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บพรึ่บ~!
ร่างของชายชุดดำทั้ง 20 ปรากฎตัวในห้องที่เต็มไปด้วยความมืดสีดำ การปรากฎตัวของพวกมันกลับไม่มีเป้าหมายที่ให้ไปจับตัวเดินทางมาด้วย
“งานที่ให้ทำ เป็นยังไงบ้าง”
ชายร่างอ้วนสวมใส่ชุดที่เต็มไปด้วยเพชรพลอยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกไม่ใส่ใจ การส่งคนทั้ง 20 ไปเป็นเพียงแค่การหยั่งเชิงเท่านั้น
“หัวหน้า พวกเราพลาด มันหนีไปได้”
“งั้นเหรอ ใสหัวออกไป ถ้าไม่เรียกไม่ต้องโผล่หน้ามาอีก”
“หัวหน้า เรามีอีกเรื่องจะบอก”
“เรื่องอะไร” ชายร่าอ้วนย่นคิ้ว มันสงสัยมากกับเรื่องอื่นนอกจากเรื่องจับผู้หลอมยานิรนาม หลังจากหัวหน้ากลุ่มทั้ง 20 เอ่ยบางอย่างมันก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเร่งรีบเพื่อกระซิบข้างหูนายของมัน
“เรื่องมีอยู่ว่า”
ชริ้ง~!
มีดสั้นชักออกมาด้วยความรวดเร็วเสียบไปยังท้องของชายร่างอ้วน ด้วยระดับพลังที่มากกว่าทำให้มีดเสียบทะลุไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น มันไม่สามารถทำให้ชายร่างอ้วนตายได้ เมื่อรู้ว่าถูกหักหลังจากคนที่ฝึกมากับมือ มันถึงขั้นโกรธระเบิดพลังออกจากตัวจนชายที่เข้ามาแทงพุ่งเข้าชนกำแพงกระดูกหักละเอียดตกตายในการโจมตีเดียว
“แก ไอ้สารเลว แกกล้าลอบสังหารฉัน”
ชริ้ง~!
ดาบในมือของชายชุดดำทั้ง 19 ชักออกมาพร้อมกันก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าหาชายร่างอ้วน สร้างความตกใจให้มันไม่น้อย
“พวกแกทำบ้าอะไร”
“มีคนสั่งให้เรามาฆ่าแก ตายซะ”
บู้ม~!
พลังระดับจารึกวิญญาณระเบิดไปทั่วห้อง กดร่างของชายชุดดำทั้ง 19 ให้จมดิน
“บอกมา ใครจ้างให้พวกแกหักหลังฉัน”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธกระจายไปทั่วห้อง ถึงอย่างนั้นลูกน้องทั้ง 19 กลับไม่มีใครตอบ พวกเขาเพียงเอาความคิดไปใช้กับการต้านพลังระดับจารึกวิญญาณเพียงเท่านั้น ทำให้ชายร่างอ้วนระเบิดพลังออกมาเป็นระลอกสุดท้ายฆ่าคนทั้งหมดไป
—-----------------------------------
“เกิดอะไรขึ้น”
ตงฟางแสดงท่าทางตกใจ หลังจากเขากลับมาถึงห้องพัก เขาเห็นคนในกลุ่มน้อยหน่ากำลังนอนหมอบอยู่หน้าห้องของเขาด้วยสภาพบาดเจ็บหนัก ไม่เพียงเท่านั้นแหวนเก็บของที่เขาให้ไปยังหายไปอีกด้วย ทำให้เงินและยายี่จงที่เขาหลอมให้กลุ่มน้อยหน่านำไปขายหายไปไม่เหลือเลยสักเม็ด แม้เขาจะแสดงสีหน้าตกใจออกมา แต่ก็แอบยิ้มเพราะตอนนี้เหยื่อที่เฝ้ามองเขามานาน ลงมือแล้ว
“ตะ ..ตงฟาง” ลู่จิวลืมตาตื่นใช้แขนที่เหลืออยู่ข้างพยุงลุกขึ้นนั่ง ส่วนแขนอีกข้างหักเบี้ยวผิดรูปไป
“ลู่จิว ใครทำให้พวกแกตกอยู่ในสภาพนี้” ตงฟางนำยารักษาระดับ 2 ป้อนเข้าไปในปากเพื่อนของเขา มันเป็นยาที่ดีกว่ายายี่จงเพราะสามารถสมานกระดูก ฟื้นฟูวิญญาณแล้วยังรักษาบาดแผลได้อีกด้วย เขามีมันเพียง 10 เม็ดเท่านั้น จากสมุนไพรที่หาได้น้อยนิดภายในป่าอสูรคลั่ง
“ร้านจงกู่”
“อ๋อ ไอ้พวกร้านขายยาที่ใหญ่อันดับ 3 นั่นเหรอ”
“ใช่ หลายวันที่ผ่านมาพวกมันมาบังคับให้เราปิดร้าน เราไม่ยอม แล้วพวกมันก็เปลี่ยนใหม่ให้พวกเรานำยาไปขายให้กับพวกมัน เราก็ไม่ทำ วันนี้พวกมันจึงถล่มร้านของเราจนสภาพออกมาเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ เงินและยาของวันนี้ถูกปล้นไปหมด”
“ดี ความเจ็บปวดนี้แกจงจำไว้ แต่แกจงดีใจ ตอนนี้พวกมันเดินเข้ามาในแผนของฉันแล้ว ได้เวลาแล้วที่ร้านเราจะมีศิษย์สายนอกหนุนหลัง”
“ยะ….เยี่ยม~!”
ตงฟางนำร่างของคนในกลุ่มน้อยหน่าเข้าไปในห้องของพวกเขา แล้วมองจ้องไปยังเส้นทางการค้าด้วยรอยยิ้มเหี้ยม