บุรุษที่ยืนอยู่หน้าประตูส่งเสียงกระแอมในลำคอดวงตาฉายแววเหยียดหยาม "มิเช่นนั้นละก็อย่าหาว่าพวกข้าไม่ไว้หน้า!"
ตั้งแต่เห็นท่าทางขึงขังของคนเหล่านั้นที่หน้าประตูหลี่ต้าจู้ก็มองออกแล้วว่าทั้งสามตั้งใจมาหาเรื่องเพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่าพวกมันจะมาด้วยเรื่องนี้
แม้คนกลุ่มนี้จะดูท่าทางดุดันและดูเหมือนจะมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังก็ตาม แต่หลี่ต้าจู้กลับหาได้เกรงกลัวไม่เขากลับกอดอกด้วยสีหน้าเย็นชาพลางกล่าวว่า "ข้าจะทำสิ่งใดแล้วมันเกี่ยวอันใดกับพวกเจ้า มาจากที่ใด ก็จงกลับไปเสีย พวกเราไม่ต้อนรับ!"
การรับซื้อผักเป็นแหล่งรายได้หลักของครอบครัวเขาคนพวกนี้มาถึงก็คิดจะตัดหนทางทำกินของเขา เขาจะยินยอมได้อย่างไร!
อีกทั้งหลี่ต้าจู้ยังเคยปะทะกับเสือมาแล้วจะหวาดกลัวคนสามคนได้อย่างไร
ดูจากรูปร่างของคนพวกนี้ก็มิได้แข็งแรงกำยำอะไร แม้เขาจะต่อสู้หนึ่งต่อสาม ก็ไม่เสียเปรียบ
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้คาดไม่ถึงว่าหลี่ต้าจู้จะแข็งกร้าวถึงเพียงนี้หลังจากตกตะลึงกับท่าทีของอีกฝ่ายไปชั่วครู่คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าจึงได้สติกลับคืนมา สีหน้าพลันบึ้งตึงขึ้นหลายส่วน"อันใดกัน? ดูท่าทางเจ้าแล้วสุราคารวะไม่ดื่ม แต่อยากดื่มสุราลงทัณฑ์สินะ?"
ชาวบ้านธรรมดาๆกลับกล้าเป็นศัตรูกับพวกมัน ช่างกล้าดีจริง!
เมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นชาของหลี่ต้าจู้ผู้นำถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เมื่อตั้งสติได้ก็ทั้งโกรธทั้งอับอาย กัดฟันกรอด"เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกข้าเป็นใคร?"
"ขอเตือนเจ้าไว้ พวกข้ามีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลัง!" ชายผู้นั้นหัวเราะเย้ยหยัน นึกถึงคำของผู้เป็นนายที่สั่งไว้ก่อนหน้าทำให้เขาไม่กล้าเผยตัวตน แต่ก็ยังขู่สำทับ "ต่อให้มองไปทั่วเมืองอวิ๋นเฉิงก็ไม่มีใครกล้าหือกับพวกเรา แต่แล้วพวกเจ้าคือใครกัน?"
กล้าดีอย่างไรถึงมิไว้หน้าเขาต้องสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง!
ชายผู้นำหันขวับไปมองลูกน้องสองคนที่ตามมาข้างหลังส่งสัญญาณด้วยสายตา จากนั้นก็เงื้อมมือไปผลักประตูด้วยท่าทีข่มขู่
ประตูรั้วของบ้านตระกูลหลี่เป็นเพียงประตูรั้วไม้สูงครึ่งคน มิได้มีประสิทธิภาพในการป้องกันคนภายนอกมากนักทั้งยังมิได้แข็งแรงอะไร เมื่อคนผู้นั้นผลักประตู ประตูก็สั่นคลอนไปสองสามครั้ง
ดูท่าแล้วเพียงออกแรงอีกเล็กน้อย ประตูบานนี้คงพังทลาย
"ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเป็นใคร หากพวกเจ้าทำเช่นนี้นั่นคือบุกรุกถิ่นของผู้อื่น อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้า!"
ที่จริงแล้วจากคำพูดของคนผู้นี้หลี่ต้าจู้ก็พอจะเดาออกรางๆ ถึงตัวตนของพวกมันช่วงนี้ในเมืองก็มีข่าวลืออยู่บ้างว่าหลี่จ่างกุ่ยแห่งหอสุราประตูมังกรเคยไปหาเรื่องที่ภัตตาคารซานไห่และตั้งแต่ภัตตาคารซานไห่เปิดทำการ กิจการของหอสุราประตูมังกรก็ซบเซาลงไปมาก
สองสามีภรรยาตระกูลหลี่ส่งผักในเมืองทุกวันข่าวสารจึงค่อนข้างทันท่วงที ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเป็นผู้ส่งสินค้าให้ภัตตาคารซานไห่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องจึงต้องคอยติดตามอย่างตั้งใจ
ในเมื่อคนตรงหน้าสามารถข่มขู่ผู้อื่นอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้ตัวตนย่อมเดาได้ไม่ยาก ท้ายที่สุด ทั่วทั้งเมืองอวิ๋นเฉิงนอกจากพวกที่ไม่กลัวตายแล้ว เกรงว่าจะมีเพียงคนของตระกูลหลงเท่านั้นที่กล้าแสดงท่าทีโอหังเช่นนี้
อย่างไรก็ตามแม้ว่าตระกูลหลงจะน่าสะพรึงกลัว ทว่าหลี่ต้าจู้กลับมิได้หวั่นเกรงอีกฝ่าย
ดั่งคำกล่าวที่ว่าคนเปลือยเท้า มิกลัวคนสวมรองเท้าการส่งสินค้าให้ตระกูลซูเป็นหนทางทำเงินของสองสามีภรรยาหากถูกคนผู้นี้ขู่ขวัญเสียจนมิกล้าทำอะไร พวกเขาจะใช้สิ่งใดประทังชีวิต?
จะขายแรงกายล่าสัตว์ต่อไปหรือเหมือนกับชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน ซื้อที่ดินสองสามไร่ดำรงชีพด้วยการเพาะปลูก เมื่อจ่ายภาษีเสร็จแล้ว ก็แทบจะมิพอเลี้ยงปากท้องต้องอดมื้อกินมื้อไปชั่วชีวิต?
เมื่อได้รู้จักวิธีหาเงินที่ง่ายกว่าใครกันจะอยากกลับไปเผชิญชีวิตที่แม้แต่ข้าวจะกินยังไม่มี
นึกไปถึงคราที่หลี่ต้าจู้บาดเจ็บซูอี้หว่านเป็นผู้ช่วยชีวิตไว้ นี่คือพระคุณที่ไม่อาจลืมเลือนภายหลังคนตระกูลซูยังมอบโอกาสทองในการทำเงินให้พวกเขาเช่นนี้พวกเขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร?
หากเป็นเช่นนั้นจะต่างอันใดกับการเนรคุณ?
หลี่ต้าจู้มิใช่คนเช่นนั้นดังนั้นต่อให้ตระกูลหลงขัดขวางเขาย่อมไม่เชื่อหรอกว่าโลกนี้จะไร้ซึ่งความยุติธรรม!
เมื่อเห็นหลี่ต้าจู้แข็งกร้าวถึงเพียงนี้มิมีท่าทีถดถอยแม้แต่น้อย สีหน้าของคนทั้งสามก็ยิ่งบิดเบี้ยวสิ้นเสียงสั่งการของชายผู้นำ คนทั้งสามจึงยื่นมือออกไปท่าทางราวกับจะรื้อประตูทิ้ง
หลี่ต้าจู้เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วย่อมมิปล่อยให้พวกมันทำลายประตูบ้านตนเองเป็นแน่ จึงยื่นมือออกไปเปิดประตูแล้วกำหมัดทั้งสองข้างแน่น หมัดแต่ละข้างใหญ่ราวกับกระสอบทรายซัดใส่คนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าทันที
"ผัวะ... ผัวะ..."
เสียงดังขึ้นสองหนก่อนที่ร่างทั้งสองจะทรุดฮวบลงกับพื้น แก้มทั้งสองข้างบวมบูดขึ้นทันทีปรากฏรอยเขียวช้ำเป็นวงกว้าง
"เจ้า เจ้า..."
คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเดิมทีเตรียมพร้อมที่จะสั่งสอนหลี่ต้าจู้ให้หนัก แต่ไม่คาดคิดว่าเพียงชั่วครู่เดียวอีกฝ่ายก็ซัดสหายของตนเองทั้งสองจนล้มลงไม่เป็นท่า
มองไปยังกำปั้นใหญ่และทรงพลังของหลี่ต้าจู้จากนั้นก็ก้มมองข้อมือเล็กๆ ของตัวเอง เพียงชั่วพริบตาชายผู้นั้นก็เริ่มคิดหาทางหนี จนเผลอถอยหลังไปหลายก้าว
"เจ้า เจ้าอย่าเข้ามานะ..."
มองดูหลี่ต้าจู้สาวเท้าเดินเข้ามาหาตนเองชายผู้นั้นก็หวาดกลัวจนพูดจาไม่เป็นภาษา มีท่าทีหวาดกลัวยิ่งกว่าเก่า
คนทั้งสองที่ถูกต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้นมิกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว ด้วยกลัวว่าหลี่ต้าจู้จะสังเกตเห็นตนเองอีกครั้งพวกเขาจึงเลื่อนมือทั้งสองข้างค่อยๆ ขยับตัวไปข้างหลังนอกเหนือจากนั้นคือความแค้นที่มิอาจปกปิดแล้ว สายตาก็ฉายแววหวาดกลัวอย่างหนัก
"พวกเราทำกิจการอันใด มิเกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า หากคิดจะมาหาเรื่องอีกข้าคงมิปรานีพวกเจ้าเช่นนี้!"
หลี่ต้าจู้เดินหน้าเตะคนทั้งสามอีกสองสามครั้งจากนั้นก็กระแอมในลำคอพร้อมกับคำขู่ "ออกไปให้หมดไปให้พ้น!"
"เจ้า..."
ถึงแม้ว่าคนทั้งสามจะเป็นเพียงลูกน้องอันธพาลปลายแถวของตระกูลหลงมิได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรทว่าปกติก็อาศัยอำนาจของตระกูลหลงข่มเหงผู้อื่นอยู่ภายนอกไม่มีวันใดที่ชาวบ้านบนท้องถนนจะไม่ถูกพวกมันรังแกเมื่อเห็นสิ่งของที่ขายอยู่ในแผงลอยของผู้อื่น ถ้าอยากได้ก็หยิบฉวยเอาไปจึงไม่มีใครกล้าหือกล้าอือกับพวกมันเลย
เพราะหลงระเริงกับพึ่งพาอำนาจเบื้องหลังมานานพวกเขาเองก็ไม่ได้เจอคนอย่างหลี่ต้าจู้แบบนี้มานานแล้ว วันนี้จู่ๆต้องมาเจอกับเรื่องเช่นนี้ แล้วจะสงบใจลงได้อย่างไร?
แม้จะชื่นชมในฝีมือของหลี่ต้าจู้แต่ก็มิกล้าปริปาก ในใจกลับสาปแช่งอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะนั้นเองก็ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่า เมื่อกลับไปจะระดมพลให้มากกว่านี้สั่งสอนตระกูลหลี่ให้สาสม
เมื่อกัดฟันลุกขึ้นจากพื้นดินได้คนทั้งสามหันไปยังทิศทางของบ้านตระกูลหลี่อย่างดุดันชายผู้นำเมื่อเห็นว่าหลี่ต้าจู้หันหลังกลับไปแล้ว จึงกล้าเอ่ยคำขู่"กล้าลงมือกับพวกข้า คอยดูเถิดพวกข้าจะทำให้พวกเจ้ากินมิได้นอนมิหลับ!"
เดิมทีเขาไม่กล้าส่งเสียงดังนักแต่พอพูดถึงช่วงหลัง ก็อดใจไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงดังขึ้นจนทำให้หลี่ต้าจู้ต้องหันกลับมามองอย่างรวดเร็ว