ผ่านไปเกือบหกเดือนแล้วที่เฟิ่งหยูออกมาหาประสบการณ์ซึ่งตอนนี้เฟิ่งหยูเลื่อนขั้นมาอยู่ที่ระดับแก้แท้ิญญาขั้นที่ 5 แล้วเขาสามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 6 ได้แล้วแต่ระดับที่สูงกว่านั้นเขายังไม่อาจที่จะฝืนสู้ได้ เขาเก็บแก่นแท้อสูรระดับห้าได้50 ชิ้น ระดับสี่ได้ 30 ชิ้น และระดับหกได้ 15 ชิ้นแล้วในเวลานี้และยังเก็บสมุนไพรหายากได้อีกหลายชนิดซึ่งเขานำไปปลูกไว้ในเจดีย์ฟ้า์จนมันกลายเป็สวนสมุนไพรไปส่วนหนึ่งแล้ว และเขายังฝึกหลอมโอสถได้อีกจำนวนมากซึ่งหากเขาไปทดสอบเป็นักหลอมโอสถในตอนนี้เขาต้องกลายเป็นักหลอมโอสถระดับสามไปแล้ว
เฟิ่งหยูฝึกฝนอย่างหนักทุกวันโดยใช้ต่อสู้กับสัตว์อสูรและเตร็ดเตร่หาสมุนไพรในตอนกลางวันและกลับไปฝึกฝนในเจดีย์ฟ้า์ในตอนกลางคืนซึ่งทำให้เขาพัฒนาอย่างก้าวะโ
ไม่นานนัก เฟิ่งหยูก็มาถึงนอกหุบเขาที่มีสัตว์อสูรระดับหกอาศัยอยู่
ทันใดนั้นร่างใหญ่ั์ขนาดสองเมตรกว่าร่างหหนึ่งก็ผุดขึ้นจากป่า
“เสือดาวสายฟ้า”
เฟิ่งหยูแอบติดตามมันไป ร่างกายของเสือดาวสายฟ้ามันดูคึกคักเป็พิเศษวิ่งตะบึงข้ามป่าราวกับเท้าติดปีกล่วงลึกเข้าไปในหุบเขาเฟิ่งหยูเร่งติดตามเสือดาวสายฟ้าไปเป็เวลาสามวันเขาติดตามเสือดาวสายฟ้าไปถึงรังของมัน
“ในรังของสัตว์อสูรระดับสูงจะต้องมีสมุนไพรหรือไม่ก็เป็แร่มีค่าอย่างแน่นอน” เฟิ่งหยูพึมพำ
เฟิ่งหยูแอบเข้าถ้ำพำนักของสัตว์อสูรทั้งหลายอย่างคล่องแคล่วเขาสามารถใช้ค่ายกลต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีติดขัดทำให้สัตว์อสูรจำนวนมากตกเป็เหยื่อของเฟิ่งหยูบางตัวถึงกับโดนเฟิ่งหยูฆ่าเสียด้วยซ้ำไป
เฟิ่งหยูตามติดเสือดาวสายฟ้าเข้าไปในถ้ำโดยที่เสือดาวสายฟ้าไม่รู้ตัวเพราะเฟิ่งหยูสามารถเก็บซ่อนลมปราณและผสานเข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างชำนาญตลอดทางที่เขาตามเสือดาวสายฟ้าเข้าไปในถ้ำของมันเฟิ่งหยูก็จัดการวางค่ายกลตามไปด้วย
“ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าจะสามารถหลบหนีออกจากค่ายกลของข้าไปได้อย่างไร”
เฟิ่งหยูจัดการวางค่ายกลไว้ถึงห้าค่ายกลภายในระยะเวลาสั้น ๆ เขาติดตามเสือดาวสายฟ้าเข้าไปไม่นานก็พบกับแร่ธาตุสายฟ้าจำนวนมากยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ แร่มีค่าก็มากขึ้นเป็ลำดับ ส่วนสมุนไพรก็มีอยู่เป็จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
เฟิ่งหยูติดตามเสือดาวสายฟ้าไปติด ๆจนถึงรังของมัน ซึ่งอยู่ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำที่เขาเข้ามาพลันสายตาของเฟิ่งหยูต้องหรี่ลงเพราะสิ่งที่เขาเห็นจำเป็ต้องทำให้เฟิ่งหยูถอนตัวออกมาโดยเร็วที่สุดโดยที่ไม่ลืมจะเก็บค่ายกลของเขากลับมาด้วยโดยที่เขาไม่คิดจะแตะแร่มีค่าหรือสมุนไพรในนั้นแม้แต่ต้นเดียว
เพราะสิ่งที่เฟิ่งหยูเห็นคือลูก ๆ ของเสือดาวสายฟ้าสามตัวที่กำลังคลอเคลียกับแม่ของมันแทนทำให้เฟิ่งหยูไม่สามารถตัดใจทำร้ายเสือดาวสายฟ้าลงได้
เฟิ่งหยูถอนตัวออกมาและจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งกลิ่นอายใดๆ ไว้เลย แต่ก็ไม่อาจจะพ้นสายตาคู่หนึ่งไปได้ สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความความตื้นตันเป็สายตาของผู้าุโใหญ่ที่คอยติดตามเฟิ่งหยูมาโดยตลอดโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าถูกติดตามอยู่
“พวกเราคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเ้าหนูนี่ ทั้งจิตใจ ทั้งความอดทนอดกลั้นทั้งความกตัญญูรู้คุณ ยากนักที่จะหาคนแบบนี้เจอได้ง่าย ๆนับเป็วาสนาของพวกเราโดยแท้” ผู้าุโใหญ่ยิ้มด้วยความปราบปลื้ม
เฟิ่งหยูเดินทางต่อไปเรื่อย ๆเขามองหาสมุนไพริญญาและสมุนไพรต่าง ๆ ที่อยู่ในหุบเขาทมิฬแห่งนี้ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก เขาจัดการเก็บทุกต้นเข้าไว้ในเจดีย์ฟ้า์อย่างไม่เกรงใจ
ตลอดระยะเวลาที่เดินทางในหุบเขาทมิฬสัตว์อสูรระดับสูงมักจะถูกเฟิ่งหยูตรวจสอบพบก่อนจะหลบเลี่ยงหรือหากเฟิ่งหยูมีกำลังมากพอและมั่นใจว่าจะเอาชนะพวกมันได้ก็ต่างถูกเฟิ่งหยูจัดการจนหมดตลอดระยะเวลาหกเดือนที่เฟิ่งหยูเข้ามาในหุบเขาทมิฬแห่งนี้สถานที่แห่งนี้กลับกลายเป็เหมือนสนามหลังบ้านของเฟิ่งหยูไปโดยปริยาย
เขาฝึกฝนอย่างหนัก และเก็บสมุนไพรอย่างบ้าคลั่งโดยมีผู้าุโใหญ่คอยติดตามและดูแลอยู่ห่างๆ แต่ก็ไม่เคยเข้ามายุ่งกับการหาประสบการณ์ครั้งนี้ของเฟิ่งหยูเลยแม้แต่ครั้งเดียว
และวันนี้ก็เป็อีกวันที่เฟิ่งหยูเจอกับศึกหนักเขาไปเจอกับสัตว์อสูรระดับหกเข้าตัวหนึ่งซึ่งกว่าที่เขาจะเอาชนะสัตว์อสูรตัวนี้ได้ให้เวลาไปเกือบสองชั่วยามกว่าจะจัดการกับมันได้ เฟิ่งหยูเองก็าเ็เหมือนกันแต่ไม่นานเขาก็หายเป็ปกติเพราะโอสถที่เขามีอยู่เป็จำนวนมากนั่นเอง
เฟิ่งหยูยังวนเวียนอยู่ในหุบเขาทมิฬในส่วนรอบนอกของเขตชั้นในสุดเขาเองยังคงไม่กล้าเข้าไปในเขตลึกที่สุดของหุบเขาทมิฬแห่งนี้เพราะระยะทางนั้นมันอันตรายกว่าที่ที่เขาอยู่ตรงนี้เป็อย่างมาก
“ไม่รู้ว่าผู้าุโใหญ่อยู่ที่ไหนแต่ท่านคงไม่เป็ไรเพราะวิทยายุทธ์ของผู้าุโใหญ่อยู่ในระดับสูงที่สุดของทุกคน”เฟิ่งหยูเอ่ยคิดในใจ
“วันนี้ข้าเข้าไปลึกอีกหน่อยจะดีไหมถึงแม้จะอันตรายแต่ข้าก็พอจะเอาตัวรอดได้แล้ว หากเกิดอะไรคับขันจริง ๆข้าคงได้แต่หลบไปอยู่ในเจดีย์ฟ้า์แทน”
เฟิ่งหยูพึมพำออกมาพร้อมกับก้าวเดินไปยังส่วนที่ลึกกว่าเดิม
เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปยังส่วนที่ลึกกว่าเดิมเพียงไม่นานเฟิ่งหยูต้องรีบหนีอย่างรวดเร็วเมื่อเขาตรวจสอบพบกับสัตว์อสูรระดับเจ็ดตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เขา เฟิ่งหยูตรวจสอบพบมันได้มันก็ตรวจสอบพบเฟิ่งหยูได้เช่นเดียวกัน
จึงเป็สาเหตุที่ทำให้เฟิ่งหยูต้องรีบตะบึงหนีอย่างรวดเร็วไม่นานนักหลังจากเฟิ่งหยูจากไปสัตว์อสูรตัวเขื่องระดับเจ็ดก็มาถึงจุดที่เฟิ่งหยูเคยอยู่แต่ตอนนี้มันไม่สามารถตรวจสอบร่องรอยของเฟิ่งหยูเจอ เพราะเฟิ่งหยูหลบเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เกือบไปแล้วสิเรา ดีนะที่มีเจดีย์ฟ้า์ไม่งั้นข้าคงได้เป็อาหารของสัตว์อสูรพวกนั้นเป็แน่”เฟิ่งหยู่บ่นเป็หมีกินผึ้งเลยที่เดียว
จากนั้นเฟิ่งหยูจึงฝึกฝนอยู่ในเจดีย์ฟ้า์อย่างต่อเนื่องจวบจนเวลาภายนอกผ่านไปสามวันเฟิ่งหยูจึงกลับออกมาซึ่งสัตว์อสูรตัวนั้นก็ได้จากไปนานแล้วเช่นกัน
“ข้าต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแล้วเกือบไปแล้วสิเรา” เฟิ่งหยูยังคงบ่นไม่หยุด
“เอาหละหวังว่าวันนี้ข้าคงไม่ดวงซวยแบบเดิมอีกนะ”เฟิ่งหยูเดินทางต่อไปอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว….
ผ่านไปไม่นานเฟิ่งหยูมายืนอยู่หน้าบึงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ตรงกลางบึงมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง แผ่กิ่งก้านสาขาพร้อมกับปล่อยพลังฟ้าดินที่บริสุทธิ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ต้นพฤกษาโลกาแถมยังมีผลของมันที่สุกงอมเต็มที่อยู่หลายลูกด้วย”
มันเป็ต้นไม้ที่หายากเป็อย่างยิ่งมันสามารถเติบโตมาได้ขนาดนี้แสดงว่าอายุของมันต้องหลายแสนปีอย่างแน่นอนเฟิ่งหยูคิดคำนวณอยู่ในใจ
“มีของล้ำค่า ก็ต้องย่อมมีอันตรายซ่อนอยู่”
เฟิ่งหยูปิดบังกลิ่นอายของตัวเขาพร้อมกับผสานพลังลมปราณเข้ากับธรรมชาติตามแบบฉบับที่เขาได้เรียนรู้มาจากผู้เฒ่าทั้งหลายที่คอยสั่งสอนเขามา จากนั้นพลันหลบซ่อนแอบดูอยู่ไม่ห่าง
เขารอเป็เวลาเกือบสองชั่วยามในที่สุดสัตว์อสูรตัวหนึ่งเป็สัตว์อสูรระดับหก เดินเข้าไปหวังจะเข้าไปกินผลของพฤกษาโลกาที่สุกงอมอยู่แต่เพียงไม่นานสัตว์อสูรตัวนั้นก็ถูกสัตว์อสูรที่ดักซุ่มอยู่โจมตี
“ข้าว่าแล้วไม่ได้แอ้มข้าหรอกเ้าสัตว์อสูรหน้าขน”เฟิ่งหยูพึมพำเมื่อเห็นสัตว์อสูรตัวนั้นโจมตีสัตว์อสูรตัวที่เข้าไปหวังเก็บผลพฤกษาโลกา
“เป็เ้าเองหรือ เ้าหมีปฐี”เฟิ่งหยูบ่นอุบอิบ
ถึงแม้ตัวมันจะใหญ่โต แต่มันก็สามารถปรับตัวและหลบซ่อนได้แบบมิดชิดเลยก็ว่าได้หากเฟิ่งหยูรีบร้อนเข้าไปก็คงต้องกลายเป็เหยื่อดังเช่นสัตว์อสูรตนนั้นเป็แน่