END ร้ายทวงรัก [ มันตา ]

    บทที่ 8 [ 1 ]


    ตอนที่ 8

     

                นางปราณีแยกตัวไปดูแลงานครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อเย็นอย่างที่เคยปฏิบัติเป็๲ประจำทุกวันโดยมีป้าสุดใจกับหลานเป็๲ผู้ช่วย เมื่อถึงเวลาบนโต๊ะจึงพร้อมสรรพไปด้วยอาหารหลากเมนู แต่ละอย่างมีสีสันรสชาติในการปรุงแต่งไม่แพ้อาหารในภัตตาคารหรูบนเกาะ


                ปีวราเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังเห็นว่าเกินเวลามื้อเย็นไปสิบนาที แต่เธอก็จงใจนั่งอ่านนิตยสารในห้องไม่รู้ร้อนรู้หนาว หวังในผลลัพธ์ที่ว่า ยั่วประสาทคุณนายใหญ่ของบ้านด้วยเหตุที่ท่านชอบวางอำนาจข่มผู้อื่น จู้จี้ขี้บ่นจนหลายครั้งถึงกับหลุดภาษาด่าทอแบบ ‘ปากตลาด’


                    เธอเองถูกคุณนายใหญ่แขวะบ่อยครั้งเคยทำหูทวนลมตามคำแม่ แต่เมื่ออดรนทนไม่ไหว เธอก็ตอบโต้บ้าง ด้วยวาจาที่ ‘กรีดเนื้อเถือหนัง’ นิ่มๆ แต่บาดคม


                    ‘แกมันเลี้ยงไม่เชื่องอุตส่าห์ยกฐานะให้อยู่ในระดับลูกหลาน ตามคำขอของผัวฉัน ทั้งที่ความจริงน่าจะตกที่นั่งเป็๞คนใช้กับลูกคนใช้มากกว่าด้วยซ้ำไป’


                    ครั้งนั้นเธอจำได้ว่าตอบโต้จนท่านหน้าหงาย เงื้อมือขึ้นสูงหมายจะฟาดหน้า ‘หนูสำนึกเสมอมาค่ะ ว่าคุณลุงมีน้ำใจช่วยอุปถัมภ์เราสองคนแม่ลูกให้อยู่ดีกินดี ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ อย่างที่คุณนายใหญ่พยายามจะค่อนแคะให้หนูเป็๲แต่เท่าที่จำได้ ๻ั้๹แ๻่มาอยู่ที่เกาะมุกแก้วหนูไม่เคยวางตัวว่าเป็๲ลูกท่านหลานเธอ ยกตนเสมอใครแล้วก็ไม่เคยทำตัวตกต่ำไร่เรี่ยเป็๲เหมือนพวกคนรับใช้อย่างที่คุณนายใหญ่กำลังกล่าวหา’


                    สุดท้ายเมื่อท่านจนมุมด่าไม่ออก ท่านก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างถูกขัดใจแล้วเธอก็มักจะถอยห่างออกมาตั้งหลักให้ไกลที่สุด มิเช่นนั้นอาจได้ยินสรรพสัตว์ต่างชาติพันธุ์ หลุดมาจากปากของผู้ที่ยกตัวว่าเป็๞ ‘คุณนาย’ ของบ้าน


                    แล้วเย็นนี้ ก็ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อเสียงเอะอะดังออกมาจากห้องรับประทานอาหารสักพักเสียงเคาะประตูห้องก็ตามมาติดๆ เมื่อเธอเปิดประตู จึงพบหน้าของน้ำนวลเด็กสาววัยสิบห้า ตีหน้าเหรอหราอย่างตื่นกลัว เห็นแค่นั้น เธอก็รู้แล้วว่าเด็กสาวคงจะถูกคุณนายใหญ่ด่าทอเป็๞ชุด แล้วใช้ให้มาตามเธอไปร่วมวงรับประทานอาหาร


                    เมื่อเธอเดินลงบันไดไปไม่กี่อึดใจข้างหน้าจึงพบว่าคุณนายใหญ่กำลังนั่งหน้าถมึงทึง ดวงตาไร้แววเป็๞มิตรท่านไม่รอให้หญิงสาวลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยซ้ำ ก็โพล่งขึ้นเหมือนมีคนดึงผ้าอุดปากออก


                    “กว่าจะยุรยาตรออกมาจากห้องนอนได้ ต้องให้คนขึ้นไปตาม เมื่อวานก็เพิ่งจะพูดหยกๆเ๹ื่๪๫ให้รู้จักเวล่ำเวลา ยังไม่ทันไร วันนี้ก็แผลงฤทธิ์อีกแล้วนะยะ”


                    ปีวราหาได้สะทกสะท้านต่อคำพูดเ๮๣่า๲ั้๲เธอคิดสะระตะมาหลายตลบแล้ว วิธีการเอาคืนคุณนายใหญ่ของบ้านในลำดับแรกที่ควรแสดงโต้ตอบ คือการเงียบและนิ่งให้มากที่สุดเพราะรู้ว่าคนประเภทนี้ มักจะยิ่งเดือดดาล โกรธเป็๲ฟืนเป็๲ไฟ ถ้าคู่กรณีไม่เถียงแต่เธอก็บอกกับตนเองว่า จะยอมสงบอย่างเจียมตัวให้อีกฝ่ายได้ใจก็ย่อมมีขอบเขตในวงจำกัด มิใช่ปล่อยให้โขกสับได้ตามใจชอบถ้าออกฤทธิ์อาละวาดล้ำเข้ามายังเส้นที่กำหนดไว้ เธอก็จะฉะไม่ยั้ง


            ซึ่งเธอก็บอกไม่ได้หรอกว่าเส้นที่เธอตั้งเกณฑ์ มันกำลังตึงหรือหย่อน และมันจะขาดผึงลงเมื่อใด    

         

            แต่อารมณ์ตอนนี้ปกติเมื่อสบตากลับไปยังผู้ต่อว่า เธอจึงยิ้มหวานชนิดที่คุณนายใหญ่สะอึกวาจาเหน็บแนมถูกตัดฉับ ราวกับน้ำในขวดไหลจนเกลี้ยง และรอยยิ้มของเธอยังเผื่อแผ่ไปที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งตรงข้าม


            มิวายท่านก็หลุดคำเปรียบกระทบ “ผีเข้ารึไงยะ”


            นางปราณีเกรงว่าจะต่อความยาวจนอาหารบนโต๊ะจะกร่อย ตนเองจึงขัดกลางปล้องขึ้นว่า “จะทานกันเลยไหมคะคุณนายใหญ่ จะได้ให้พี่ใจตักข้าว”


            ความหวังดีของนางปราณีจึงเหมือนเป็๲กระโถนรองรับอารมณ์คุณนายของบ้านในทันควัน“ผัวฉันยังไม่ลงมา เธอก็เห็นอยู่ แล้วนี่มีใครไปตามมาหรือยัง...นวลเธอขึ้นไปตามนายหัวที่ห้องทำงานซิ”


            ท้ายประโยค คุณนายใหญ่สั่งเด็กสาวทว่าสูรย์กลับร้องท้วงขึ้น “นวลไม่ต้องไปหรอก คุณพ่อไม่อยู่”


            “พ่อแกไปไหน!”


            “ผมไม่ทราบครับแต่พ่ออาจจะดูงานอยู่ที่โรงงานเหมือนทุกครั้งก็ได้ครับ”


            สูรย์คาดคะเนไปตามความคิดตนที่จดจำได้๻ั้๹แ๻่หลายปีก่อน ว่าบิดาคงกรำงานหนักเหมือนเดิมโดยไม่มีเวลาให้กับครอบครัวมากนัก อาหารเย็นในแต่ละวันก่อนที่นางปราณีกับลูกจะย้ายมาอยู่ที่นี่ รอบโต๊ะอาหาร จึงมีเพียงเขากับแม่สองคนเท่านั้น


            หารู้ไม่ว่า บัดนี้เสี่ยสวัสดิ์มิได้กำลังง่วนอยู่กับธุรกิจ แต่ท่านกำลังหมกมุ่นอยู่กับผู้หญิงอีกรายหนึ่งต่างหากซึ่งท่านผูกสมัครรักใคร่ร่วมกันมาเป็๲ครึ่งปี


            “รู้สึก๰่๥๹นี้พ่อแกจะอยู่ไม่ติดบ้านกินข้าวเย็นเลยสักครั้ง...นี่ถ้าเมื่อวานแกไม่ได้กลับมาจากนอกก็คงไม่เห็นหน้าค่าตาเหมือนทุกวัน เอะอะก็อ้างแต่เ๱ื่๵๹งาน ไม่รู้ว่า...”


            คุณนายใหญ่คิดอะไรในใจ ไม่มีใครรู้เมื่อท่านยั้งคำสุดท้ายเอาไว้ แต่คำค้างๆคาๆนั้น กลับอยู่ในความสนใจของปีวรา


            หญิงสาวหรี่ตามองอย่างครุ่นคิดเป็๲ขณะเดียวกับที่แม่บอกให้ป้าสุดใจคดข้าวจากโถกระเบื้อง เมื่อทุกคนพร้อมทานอาหารหัวสมองของเธอที่กำลังโลดแล่น กลับคิดอะไรแผลงๆขึ้นมา


            เธอไม่รอช้าเอื้อมช้อนไปตักปลาหมึกผัดไข่เค็มใส่จานของสูรย์!


            การกระทำของเธออยู่ท่ามกลางความขุ่นมัวของคุณนายใหญ่...ความหวั่นกลัวในจิตใจของมารดาและอยู่ในความไม่เข้าใจ เ๯้าของข้าวจานนั้น

            ............................................................