"ท่านพี่เสี่ยวหลินจำเป็ต้องมีสาวใช้ติดตามที่รู้ใจคอยรับใช้ใกล้ชิดอยู่ที่ตำหนักบูรพาจะต้องไม่ให้ใครค่อนแคะได้ว่าไท่จือเฟยเป็เพียงลูกอนุ"
"ส่งสาวใช้ในบ้านให้นางเสียสองคน คัดเอาคนที่สนิทชิดเชื้อกับ เสี่ยวหลินจึงดี"หลินลี่หลินยิ้มพราว
เพ่ยตงเดินกอดกระบี่ตาม เจี้ยนหลิงในตลาดที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน
"นั่นอย่างไรเล่า บุตรีคนโตของบ้านหลิน ท่าดีทีเหลว ในครั้งแรกที่เห็นยิ่งใหญ่เหนือใครแต่สุดท้ายน้องสาวจากเมียอนุของใต้เท้าหลินก็รั้งตำแหน่งไท่จือเฟย"เจี้ยนหลิงยิ้มก้าวเข้าหาคนพูด
"เ้าพูดถึงข้าใช้ไหม"
"ชะชะใช้ เ้าจะทำไม"ยัยป้าร่างอ่วนปากยื่นปากยาว
"พูดมาให้หมด เพราะนี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เ้าจะได้พูด"
"ทำเป็โอหัง ปากเ้ายังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมด้วยซ้ำไป ทำวางท่าเหมือนตัวเองเป็ฮองเฮา"เพื่อนป้าอีกคนดึงตัวไว้พยายามทำให้หยุดพูดกิติศัพท์ของเจี้ยนหลิง ใครบ้างไม่รู้
"ผลัวะ"ร่างอ้วนเซถลาเมื่อเจี้ยนหลิงดึงกระบี่ที่เพ่ยตงกอดอยู่ใช้ด้ามกระบี่กระแทกไปที่ปากของนางหญิงอ้วนฟันร่วงกราวเืกบปากอ้วนๆ นั้น
"ข้าใช้คนที่มีความอดทนไม่ หมดหรือยังเื่ที่เ้าจะว่าข้า"เพื่อนหนีไปแล้วหญิงอ้วนยกมือกุมปากที่เืกลบปากหันหน้าหันหลัง
"ไม่กล้าแล้วคุณหนูใหญ่ ข้าไม่กล้าแล้ว"กระชากร่างอ้วนมาตรงหน้ากระซิบที่ข้างหูเบาๆ ก่อนจะผลักร่างอ้วนให้ลงไปกองกับพื้น ยายป้าปากมากร้องไห้โฮด้วยความขวัญเสีย
"เพ่ยตง"ดึงเอาถุงเงินในอกเสื้อของเพ่ยตง โยนใส่ใบหน้าของหญิงอ้วนแล้วเชิดหน้าจากไป
หญิงอ้วนลนลานกอดขาเจี้ยนหลิงไว้แน่น
"คุณหนู คุณหนูใหญ่โปรดอภัยข้าสมควรตายคุณหนู ได้โปรด"เพ่ยตงดึงร่างอ้วนออกจากขาของเจี้ยนหลิงเพราะรู้ว่าเจี้ยนหลงรำคาญไม่น้อย เจี้ยนหลิงถอนหายใจก้าวเดินจากไป เสียงอื้ออึ้งและคนที่มามุงดูต่างเผลอยกมือขึ้นปิดปากกล้วว่าจะเผลอกล่าวคำใดที่เจี้ยนหลิงไม่พอใจ
ใกล้จะถึงบ้านตระกูลหลิน สาวใช้สองคนหอบห่อผ้ามุ่งหน้ายังตำหนักบูรพา
"คุณหนูใหญ่ ข้าสงสัยว่าท่านกระซิบกับหญิงอ้วนคนนั้นว่าอย่างไร"
"อยากรู้จริงๆ หรือแค่ชอบยุ่งเื่ของชาวบ้าน"เพ่ยตงยิ้มใบหน้าหล่อเหลากับสว่างใสเมื่อถูกเจี้ยนหลิงเหน็บแนม
"ไม่สนใจหากเป็เื่ของคนอื่น..."อยากจะบอกว่าสนใจเฉพาะเื่ของคุณหนูเท่านั้น
"ข้าแค่บอกกับนางว่า เมื่อครู่ข้าเห็นนางกำลังพลอดรักกับชู้รักของนางเช่นกัน ข้ายังไม่พูดเื่ของนางเลย แต่หากนางยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้ ข้าจะส่งข่าวบอกสามีโง่งมของนางที่ยืนขายซาลาเปาที่ท้ายตลาด"เพ่ยตงอมยิ้มถอนหายใจยอมรับความช่างสังเกตของเจี้ยนหลิงว่ามีมากกว่าใคร คนเช่นไรจึงสามารถเก็บรายละเอียดที่พบเห็นได้ดีเพียงนี้
"ส่งเทียบเชิญไท่จือ กับไท่จือเฟยดื่มน้ำชาที่บ้านหลินให้ข้าด้วย"
"คุณหนู ทำไมต้องเป็เทียบเชิญจะไม่เป็พิธีการไปหน่อยหรือไร"
"เพื่อความจริงใจของข้า ข้าไม่ชอบทำอะไรที่ไม่กระจ่างแจ้ง การมาของไท่จือกับไท่จือเฟยครั้งนี้ทุกคนต้องรู้ว่าข้าเชิญมา มิใช่เหมือนที่ไท่จือเคยเอ่ยปากว่าข้าไปราวีเสี่ยวหลินถึงตำหนักบูรพาทั้งๆ ที่เสี่ยวหลินเป็คนชวนข้าไปที่นั่นในวันนั้นด้วยตัวเอง"เพ่ยตงประสานมือ
ร่างสูงของใครบางคนวิ่งหัวซุกหัวซุนชนเข้ากับร่างบางของเจี้ยนหลิง เพ่ยตงกางมือกันเจี้ยนหลิงออกห่าง
"ยอมข้ายอมแล้ว อย่าทำร้ายข้าอีก ข้าเป็ถึงองค์ชายห้าเชียวนะ"อาภรณ์ทำจากผ้าเนื้อดีคนสวมใส่แม้จะมองว่าขะมุกขะมอมแต่หากมองดีดีก็รู้ว่าคนผู้นี้หน้าตาผิวพรรณต่างจากชาวบ้านทั่วไป
"องค์ชายห้า ที่ติดหนี้พนันล้นตัวแล้วยังเมามาย พวกเ้าจัดการให้เข็ดหลาบ"
"หยุดเดี๋ยวนี้"เจี้ยนหลิงตวาดลั่น"
"นางหนู อย่ามายุ่งเื่ของหอสุริยันพวกเ้าจัดการ"เพ่ยตงชักกระบี่ออกในทันทีคนเ่าั้ถอยไปหลายก้าว
"เพ่ยตง"เจี้ยนหลิงปรามแต่บุรุษร่างใหญ่ทั้งห้ากลับกรูกันเข้าใส่เพ่ยตงเพราะคิดว่ากำลังเหนือกว่า ชั่วเพียงกะพริบตา กระบี่ในมือก็สร้างาแให้คนทั้งห้าลงไปกองกับพื้นกุมาแคนละแห่งสองแห่ง เจี้ยนหลิงส่ายหน้า
คนของหอสุริยันพากับหนีหายไปจนสิ้น ร่างสูงของหยางฟงเกาลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัว
"เ้าทั้งสองขอบคุณในไมตรี"ทำท่าจะเดินจากไป
"องค์ชาย"หยุดเดินแต่ไม่ยอมหันมาเผชิญหน้าเจี้ยนหลิง"
"อย่าเรียกข้าแบบนั้น สิ่งนี่เป็ความอัปยศที่สุดในชีวิตข้า"
"ไม่จริงหรอก เช่นนั้นองค์ชายจะอ้างความเป็องค์ชายห้าทำไมกัน"
"เ้าเคยเห็นคนขลาดเขลา เวลาเอาตัวรอดหรือไม่ คิดเื่ใดไม่ออกมักจะอ้างสิ่งที่คิดว่าจะทำให้คนอื่นกลัว"เจี้ยนหลิงยิ้ม รู้ดีว่าคนผู้นี้มิได้ขลาดเขลา
"เชิญองค์ชาย เจี้ยนหลิงหวังว่าโอกาสหน้าจะได้พบกันอีก"หยางฟงเกาก้าวขาจากไป
"ไม่น่าต้องชักกระบี่ ปกติเพ่ยตงไม่ชักกระบี่ง่ายๆ "
"กลัวว่าคุณหนูจะเป็อันตราย ข้าประเมินพวกมันสูงไปหน่อย"กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เจี้ยนหลิงอมยิ้มส่ายหน้าไปมา
ตำหนักบูรพา
เสี่ยวหลินขยำเทียบเชิญในมือปาลงกับพื้น
"ไท่จือเฟย เพ่ยตงส่งเทียบเชิญ"สาวใช้ที่ฮ่องเต้ประทานมาเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม เสี่ยวหลินหันมายิ้มอ่อนหวาน
"เตรียมของฝากให้พี่สาว ข้าจะเลือกของที่ดีหน่อย เ้ายกหีบเครื่องบรรณาการของไท่จือที่ต่างแคว้นนำมาถวายให้ข้าเลือกที คงต้องใช้เวลาเลือกเสียนานหน่อย สำหรับพี่สาวเจี้ยนหลิงจะต้องเป็ของที่คู่ควร"สาวใช้จากไปเสี่ยวหลินเปลี่ยนสีหน้าเป็กังวลใจยิ่งนัก
"นางตั้งใจเอาคืน"
เกี้ยวของตำหนักบูรพาหยุดนิ่ง หน้าตระกูลหลิน ใต้เท้าหลิน หลินซูหลานและฮูหยินรองหลินลี่หลินที่ออกมารับหน้า ไท่จือในอาภรณ์สีขาวกับเสี่ยวหลินที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวเหมือนกัน
"หลินเจี้ยนหลัวคารวะไท่จือ ไท่จือเฟย"
"ท่านพ่อตา ท่านแม่ทั้งสอง"เสี่ยวหลินก้มหน้าย่อกาย"
"ไท่จือเชิญด้านใน เจี้ยนหลิงกำลังเตรียมชายามบ่าย"
"พี่สาวชวนข้ากับไท่จือ เดิม….เราคิดว่าจะต้องดื่มชาเพียงแค่ข้าพี่สาวและไท่จือ"เหลือบตามองหยางฟงฉีที่มีสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน เขาเองเตรียมการรับมือเจี้ยนหลิง เสี่ยวหลินนั้นเล่าเกิดความกังวลไปหลายวันเจี้บนหลิงมิใช่คนที่จะ ต่อกรง่ายดายนางล้วนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวฉลาดเป็กรด
"เจี้ยนหลินเป็คุณหนูใหญ่อีกทั้งนางยังรับตำแหน่งพิเศษจากฝ่าานางเป็ธุระปลีกตัวมารับรองพวกเ้าตามธรรมเนียมพวกเ้าจะต้องแวะมาดื่มชาที่บ้านหลินครั้งนี้ เจี้ยนหลินช่วยจัดการเื่ที่พวกเ้าหลงลืม ให้มาดื่มชาพร้อมกับครอบครัวฝั่งภรรยา"
หลินซูหลาน พูดเสียยืดยาวคล้ายจะตำหนิไท่จือที่ศักดิ์เป็หลานและเสี่ยวหลินที่เหมือนไม่ให้เกียรติครอบครัวฝั่งภรรยา
"พี่หญิงเสี่ยวหลินกับไท่จือ คงจะใช้เวลาด้วยกันตามประสาคู่แต่งงานใหม่อีกทั้งเสี่ยวหลินยังเด็ก ไม่ได้อยู่แต่กับตำราเช่นคุณหนูใหญ่จึงอาจคิดไม่ถึงข้อนี้"ซูหลานยิ้ม
"เพราะ อย่างนี้เจี้ยนหลินจึงเหมาะ สั่งการแทนฝ่าา แต่เสี่ยวหลินก็เหมาะแค่เพียงภรรยาที่ดี เข้าไปข้างในกันเถอะ น้ำต้มชาคงกำลังร้อนระอุแล้ว"เจ็บจี๊ดไปในใจเสี่ยวหลินรู้ดีว่าทำได้เพียงก้มหน้า
เจี้ยนหลิงในอาภรณ์สีสดใสใบหน้าสวยใส ไม่ได้แต่งแต้มต่างจากเจี้ยนหลิงที่ใบหน้าซีดเซียว
"พี่สาว"ย่อกาย ไท่จือขมวดคิ้ว
"เ้าเป็ไท่จือเฟย เช่นไรจึงย่อกายให้กับขุนนางตำแหน่งพิเศษที่เสด็จพ่อแค่เพียงกลัวว่าจะเสียของจึงแต่งตั้งนาง"เจี้ยนหลิงยิ้มกว้างสดใสเสแสร้งว่ามิได้ขุ่นเคือง
"จริงแท้แน่นอน ตำแหน่งไท่จือเฟยได้มายากลำบาก ต้องแย่งชิง แต่ตำแหน่งขุนนางพิเศษของข้าแค่เพียงได้มาง่ายดาย เ้าก็ไม่น่าทำแบบนี้ ก่อนหน้านั้นพี่สาวก็เคยบอกเ้าแล้วว่าเ้าเป็ถึงไท่จือเฟยไม่ควรย่อกายให้ข้า เลิกทำตัวอ่อนข้อให้กับคนนู้นคนนี้ได้แล้วเสี่ยวหลิน ความจริงเ้าแข็งแกร่งกว่านั้นเยอะ"
"คุณหนูใหญ่ลงแรงตักเตือนเ้ายังไม่ขอบคุณพี่สาวอีก"
หลินลี่หลินพูดเหมือนจะให้คนอื่นรู้ว่าเจี้ยนหลิงไม่บังควรสั่งสอนเสี่ยวหลินที่เป็ถึงไท่จือเฟย เจี้ยนหลิงยิ้ม
"ไม่ต้อง ข้าขอห้าม"ไท่จือส่งเสียงดังปกป้อง เสี่ยวหลิน
"ข้าไม่อาจตักเตือน แค่เพียงชี้ให้เห็นว่าหากเ้ายังทำเป็อ่อนข้อแบบนี้เกรงว่าจะเหมือนที่ผ่านมา ที่เ้ายืนรอพบข้าชวนข้าไปที่ตำหนักบูรพา แต่ข้ากับถูกกล่าวหาว่า ไปรังแกเ้า"
หลินซูหลานขมวดคิ้ว
"มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ"หลินซูหลานอดที่จะพูดไม่ได้
"เจี้ยนหลิงอย่าพูดพล่อยๆ ใครกันกล่าวหาเ้า"ใต้เท้าหลินตวาด หากมองผิวเผินต่างรู้ว่าทุกอย่างจะต้องเป็เจี้ยนหลิงที่ทำแบบนั้น
"ลูก ไปตามคำร้องขอของไท่จือเฟยที่ไปดักรอพบลูก ก่อนเข้าไปในท้องพระโรง แต่หามีใครรับรู้ไม่ พอไปถึงเกิดการเข้าใจผิดกันขึ้น ลูกจึงตกเป็คนผิด ครั้งนี้ลูกจึงต้องส่งเทียบเชิญเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าไท่จือและไท่จือเฟยมาที่นี่หาได้ปิดบังการมาการไป หากเกิดอะไรขึ้นเจี้ยนหลิงจึงจะพ้นผิด"เสี่ยวหลินขนลุกซู่ด้วยความกลัวจับใจ หยางฟงฉีหันมองเสี่ยวหลินที่ก้มหน้านิ่ง
"จริงอย่างที่พูดหรือ"ไท่จือถามขึ้น เสี่ยวหลินพยักหน้าขึ้นลง
"คุณหนูใหญ่ตั้งใจสั่งสอนน้อง ลี่หลินต้องขอบคุณแทนเสี่ยวหลินนางยังเด็ก จึงไม่อาจคิดได้เท่าคุณหนูใหญ่"
"คิดไม่ได้เท่า แต่กลับไม่แก้ต่างให้ปล่อยให้ คนอื่นมองเจี้ยนหลิงในแง่ร้าย"หลินซูหลานพูดขึ้น
"เอาล่ะ หมดเื่แล้วเจี้ยนหลิงเ้าคงไม่ติดใจเอาความใช่ไหม ข้าจะไม่ถามว่าตอนนั้นเกิดการเข้าใจผิดอะไรขึ้นแต่เป็พี่เป็น้องหนักเบาช้าคิดว่าเจี้ยนหลิง คงพอแยกแยะได้ ครั้งนี้เจี้ยนหลิงเ้าก็ได้แก้ต่างให้ตัวเองแล้วเสี่ยวหลินต่อไปจะทำสิ่งใดคิดให้มากกว่านี้เ้าเป็ถึงไท่จือเฟย"
ใต้เท้าหลินตัดบท เจี้ยนหลิงย่อกาย นี่แค่เพียงตักเตือนรู้ดีว่าจากนี้ไปต่างหาก คือของจริง
"ท่านพ่อ แม่ใหญ่ท่านแม่แล้วก็พี่สาวข้าเตรียมของกำนัลให้พวกท่านมากมาย" สาวใช้ยื่นส่งของกำนัลใส่ในมือให้เสึ่ยวหลินแจกจ่ายแก่ทุกคน
“พี่สาวนี่ของท่านข้าเสี่ยวหลินเลือกเองกับมือ เพื่อระลึกถึงความสัมพันธ์ของเราหวังว่าพี่สาวจะรับมันไว้”
เจี้ยนหลิงรับกล่องโลหะมาคลี่ออกดูข้างในนั้นเป็น้ำตาลก้อน กับเก้าห่วงปริศนา (เก้าห่วงปริศนา (九连环) ถือเป็ของเล่นที่ได้รับความนิยมและมีความซับซ้อนมากกว่า โดยผู้เล่นต้องขบคิดหาวิธีนำห่วงทั้งเก้าที่คล้องเกี่ยวกันอยู่นั้นย้ายขึ้นและปลดลงให้ได้ ดังนั้น การเล่นและแก้เกมเก้าห่วงปริศนานี้จึงถือว่าช่วยเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กได้เป็อย่างดี)
“พี่สาวถูกใจหรือไม่ จำได้ไหมครั้งนั้นข้าเคยแอบหยิบของเล่นของท่านไปด้วยความอยากลองเล่นตามประสาเด็กๆ ท่านกลับสั่งให้ข้ายืนคาบเก้าห่วงอันนั้นจนถึงยามเช้าข้าเพียงแค่ระลึกถึงความหลัง ของชิ้นนี้เป็หนึ่งใบบรรณาการของไท่จือจากต่างแคว้น ข้าจึงเลือกหยิบมาให้พี่สาว”เจี้ยนหลิงยิ้ม
“ของของข้า ก็คือของข้าของชิ้นไหนที่ไม่ใช่ของข้า ข้าไม่เคยคิดแย่งชิงมันจากผู้ใด ข้ามีอยู่แล้วหนึ่งอัน ชิ้นนี้จึงคืนให้เ้าเสีย ข้าไม่รับไว้การมีของที่มีแล้วอยู่ถึงสองมักด้อยค่า” เสี่ยวหลินหน้าเปลี่ยนสี
“คุณหนูใหญ่เ้าขา ชากำลังได้ที่เ้าค่ะ”สาวใช้บรรจงชงชา หอมกรุ่นในมือเจี้ยนหลิงผายมือให้กับไท่จือและ เสี่ยวหลิน
“ไท่จือคงยังไม่เคยดื่มชาดีของบ้านหลิน ชาชนิดนี้เจี้ยนหลิงเป็คนดูแลเื่ระยะเวลาการเก็บและการตากให้พอเหมาะจึงถือว่า มีคุณภาพไม่น้อย”ใต้เท้าหลินอวดอ้างเจี้ยนหลิงยิ้ม
“เสี่ยวหลิน ข้าให้เขาทำขนมของโปรดของเ้า แต่อย่าได้กังวลข้าทำมามากพอจะแบ่งให้ไท่จือได้ชิม ขนมสูตรนี้ ท่านแม่รองบอกเล่าสูตรมันกับข้า ข้าจึงอาสาทำมาเยอะหน่อยเพื่อท่านพ่อท่านแม่และแม่รอง”สาวใช้ยกขนมออกมายื่นส่งให้ขันทีข้างกายไท่จือตรวจพิษ ในจานของแต่ละคนพร้อมกับชาหอมกรุ่น เมื่อตรวจสอบเสร็จก็ นำมาวางด้านหน้าของแต่ละคน
เสี่ยวหลินมองตากับไท่จือที่หยิบจานขนมด้านหน้าเลื่อนไปตรงหน้าใต้เท้าหลินแทนที่จะรับไว้ แต่เอื้อมมือไปหยิบอีกจานในเมื่อสาวใช้แทน เจี้ยนหลิงยิ้มหวาน จานขนมถูกนำมาวางตรงหน้าเสี่ยวหลิน
“เ้ายกของข้า ให้ท่านแม่ใหญ่ก่อนเ้านี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าหรือจะกล้ากินก่อนท่านแม่ใหญ่”
สาวใช้ก้มหน้าเดินไปวางจานขนมที่กำลังจะส่งให้เสี่ยวหลินให้กับหลินซูหลาน ที่ไม่ได้มีสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย เจี้ยนหลิงแทบจะกลั้นหัวเราะกับความตื่นกลัวของทั้งไท่จือและเสี่ยวหลิน
“เสี่ยวหลินลองชิม ขนมของข้า”เสี่ยวหลินหันมองหน้าไท่จืออีกครั้ง มองเห็นทั้งใต้เท้าหลินและ ฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองที่จับขนมใส่ปากลิ้มรสพร้อมกับสีหน้าแสดงความพึงพอใจ เสี่ยวหลินหยิบขนมใส่ปากลิ้มรสที่หอมหวานก่อนจะจิบชาตามช้าๆ รสไม่ได้ด้อยไปกว่าที่หลินลี่หลินฮูหยินทำให้กิน เว้นระยะห่างสักพักกลัวว่าในขนมจะมีพิษแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ข้ายังได้ให้ สาวใช้ห่อมันให้เ้ากลับไปที่ตำหนัก ที่นั่นเครื่องเสวยอาจไม่ถูกปากเ้าเหมือนที่บ้านหลิน”
“ขอบคุณพี่สาว”แม้ในใจจะตะขิดตะขวางใจไม่อาจหลงไปกับคำพูดแสนดีของเจี้ยนหลิง สงสัยไม่น้อยว่าเจี้ยนหลิงไม่คิดเอาคืนจริงๆ หรือทั้งๆ ที่เสี่ยวหลินเมื่อได้รับเทียบเชิญจากเพ่ยตงกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายคืน เพราะเสี่ยวหลินเป็อีกคนหนึ่งที่รู้จักเจี้ยนหลิงดีไม่น้อยแต่ก็ไม่มากไปกว่าที่เจี้ยนหลิงรู้จักตัวเองดี
การดื่มชายามบ่ายผ่านไป เมื่ออยู่ในเกี้ยวสองต่อสองกับไท่จือ หยางฟงฉีคลายยาถอนพิษออกจากปาก
“ท่านพี่” เสี่ยวหลินใไม่น้อยไม่คิดว่า หยางฟงฉีจะรอบคอบเพียงนี้
“จะแน่ใจได้อย่างไรว่านางบริสุทธิ์ใจในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่านางจงใจ เชิญเราทั้งสองมาเพื่อ แก้ต่างให้ตัวเอง"
“ท่านก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมิใช่หรือ ท่านพ่อไม่ได้ตำหนิอะไร อีกอย่างข้าสงสัยในตัวพี่สาวยิ่งนักทำไมนางทำเหมือนไม่โกรธเคือง”หยางฟงฉีดึงเอาห่อขนมโยนออกนอกหน้าต่างเกี้ยว
“ข้าไม่ไว้ใจนาง บางทีนางอาจรู้ว่าเรารู้ทันเตรียมรับมือนาง นางจึงไม่กล้าทำอะไรเราทั้งสอง เ้าก็อย่าได้หลงกลนาง เสี่ยวหลิน...ข้ารักเ้าหวังดีกับเ้าไม่อยากให้เ้าต้องหลงกลนาง”สบตาหวาน เสี่ยวหลินยิ้มเอียงอาย
"ไท่จือเฟยเ้าขา ผลซานซาเชื่อมน่ากินยิ่งนัก"สาวใช้ะโเมื่อผ่านย่านตลาด เสี่ยวหลินชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างเกี้ยว
"จะช้าอยู่ไย เ้าไปซื้อมาให้ไท่จือเฟยเดี๋ยวนี้" หยางฟงฉีเอาใจเสี่ยวหลิน สาวใช้กลับมาพร้อมกับผลซานซาเซื่อมเสียบไม้สีแดงสดน้ำเชื่อมหวานเยิ้ม
"ท่านพี่ ท่านลองชิมข้าชอบกินผลซานซาเซื่อมที่สุดร้านนี้เป็ร้นที่ข้มักแวะเวียนมาซื้อเป็ประจำ"ไท่จือส่ายหน้า
"เ้า ชอบกินก็กินมันเสีย ข้าสั่งให้นางกำนัลในตำหนักบูรพาออกมาซื้อให้เ้าทุกวันดีไหม"เสี่ยวหลินยิ้มซบหน้าลงบนออกกว้าง ยกผลซานซา หวานเซื่อมขึ้นมากัดกินก่อนจะถึงตำหนักบูรพานั่นเอง
“โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ย ขะขะข้าปวดท้องเหลือเกิน ท่านพี่...ท่านพี่”ร้องโอดโอ๊ย ก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนของหยางฟงฉี
“องครักษ์ ส่งคนไปจับตัว เจี้ยนหลิงนางวางยาไท่จือเฟย”
วังหลวง สามวันต่อมาหลังจากที่ เสี่ยวหลิน เพิ่งจะฟื้นคืนสติด้วยการรักษาอย่างสุดกำลังของหมอหลวง
“ตรวจไม่พบพิษ ไม่มีหลักฐาน ไท่จือเ้ายังกล้ากล่าวหานาง”
“ท่านพ่อ เป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อ….”
“ในเมื่ออะไรกัน ครั้งนั้นเ้าเองก็ให้ขันทีตรวจสอบพิษแล้ว”หยางฟงฉี ถอนหายใจ ในเมื่อเขาเองสับเปลี่ยนจานขนมและยังให้สั่งให้เสี่ยวหลินทำแบบเดียวกับเขา จะเป็ไปได้อย่างไรที่นางจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเขาหากเป็เช่นนั้นนางก็ต้องจงใจใส่พิษไว้ในจานถัดมาเสมออย่างนั้นหรือ นับว่านางอ่านใจเขาได้แต่แทบจะไม่มีทางจะเป็ไปได้ใครกันจะคิดได้แบบนั้น
“เสด็จพ่อลูกไร้คำแก้ตัว”พิษชนิดนั้นคือพิษใดกันแน่แม้แต่ขันทียังตรวจสอบพิษไม่ได้ ทั้งๆ ที่หมอหลวงบอกว่าเสี่ยวหลินต้องพิษอย่างแน่นอน พิษนั้นทำร้ายช่องท้องของนางจะเป็ไปได้อย่างไรที่ ไม่อาจตรวจสอบพิษได้ มีพิษชนิดนั้นอยู่ด้วยหรือ แต่เมื่อไร้ซึ่งหลักฐานเขาแค่เพียงต้องประเมินหลินเจี้ยนหลิงคนนี้ให้สูงขึ้นกว่าเดิม คนเช่นไรจึงจะ สามารถปรุงยาพิษชนิดที่ไม่อาจตรวจสอบพิษได้
“เ้าส่งคนจับตัวนาง หลินเจี้ยนหลิงโดยพลการทำให้เกิดความโกลาหลอีกทั้ง องครักษ์ยังได้รับาเ็จากฝีมือของนางกับรองแม่ทัพที่ติดตาม หลินเจี้ยนหลิน เพ่ยตงคนนั้น ที่ฝีมือของทั้งคู่ร้ายกาจ ทำให้คนของเราาเ็โดยใช่เหตุ”
“เสด็จพ่อนางเองก็ทำร้ายองครักษ์ข้างกายลูก จะไม่ลงทัณฑ์นางหรือไร”
“คนไม่ผิดเช่นไรจะยอม อีกทั้งข้าได้ยินนางบอกกับข้าว่า นางแสดงป้ายหยกของข้าให้องครักษ์ดู พวกเขากับไม่ย้ำเกรงนางจึงจำต้องสั่งสอน เพราะหากปล่อยปละเท่ากับ ให้ เหล่าองครักษ์ของไท่จือลบหลู่แม้กระทั่งองครักษ์ของฮ่องเต้และยังลบหลู่มาถึงข้า เพราะข้าบอกไว้ชัดเจนว่าเห็นป้ายหยกที่ติดตัวนางเท่ากับเห็นข้า คำพูดของนางเท่ากับเป็บัญชาของข้า ยังน้อยไปที่นางไม่ฆ่าองครักษ์พวกนั้นเสีย”
“เสด็จพ่อ เหตุใดต้องให้อำนาจนางมากมายเพียงนั้นเดิมลูกคิดแค่เพียงว่าเสด็จพ่อตั้งใจมอบรางวัลปลอบใจแก่นางก็เท่านั้น”
“บางอย่างต้องอาศัยคนเช่นเจี้ยนหลิง ไม่ใช่ข้าที่ต้องออกหน้า เ้าจำไว้ไท่จือ คนบางคนเหมาะกับบางอย่างเท่านั้น”ใกับคำพูดของหยางฟงหยางช่างคล้ายคลึงกับคำพูดของหลินซูหลานยิ่งนัก